หลังจากอาบน้ำกินข้าวเสร็จ โตโต้ก็รีบขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดนักเรียนใหม่ขาวสะอาดสามชุดห้อยอยู่ในตู้เสื้อผ้า ทุกชุดเเม่รีดแล้วนำมาแขวนเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบ หนังสือเรียนวิชาต่างๆ ถูกจัดใส่ไว้ในกระเป๋าเรียบร้อยั้แ่เมื่อคืน โตโต้หยิบตารางเรียนขึ้นมาดูเพื่อเช็กว่าวันนี้มีเรียนวิชาอะไรกับครูคนไหนบ้าง นึกย้อนไปในตอนที่เขาเข้า ม.4 ที่โรงเรียนแห่งนี้ใหม่ๆ โตโต้รู้สึกประหม่าอยู่พอสมควร นั่นเพราะั้แ่อนุบาลจนจบ ม.3 ตัวเขาเรียนอยู่ภาคกลาง แต่พอขึ้น ม.4 โตโต้ย้ายตามแม่มาอยู่บ้านของคุณตาที่จังหวัดขอนแก่น การที่ต้องมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ประกอบกับไม่รู้จักใครเลยยิ่งทำให้รู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก แต่ถ้าเป็ความรู้สึกในตอนนี้ ตลอดเวลา 3 ปีที่เรียนอยู่ที่นี่ โรงเรียนเป็เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเขา ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ทุกซอกทุกมุมของโรงเรียนไม่มีตรงไหนที่เขาไม่เคยไป โตโต้สะพายกระเป๋าขึ้นพร้อมกับเดินไปถอดโทรศัพท์ที่เสียบชาร์ตอยู่หัวเตียง
"โห...รุ่นพระเ้าเหาเลยนี่หว่า"
โตโต้อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ มันไม่ใช่สมาร์ตโฟนที่เขาคุ้นเคย แต่เป็มือถือโนเกียแบบปุ่มกด ต่ออินเทอร์เน็ตเข้า Google ได้ แต่ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะกินเงินนับเป็นาที หลงเข้านี่คงแทบล้มละลาย อีกอย่างกว่าจะพิมพ์ได้แต่ละประโยคมันก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่ กดเลข 1 หนึ่งครั้งได้ ‘ก’ กดเลข 1 สามครั้งได้ ‘ค’ แต่ถึงจะบอกแบบนั้น โทรศัพท์เครื่องนี้ก็ยังถือว่าเป็รุ่นใหม่ใน พ.ศ.นี้ จำได้ว่าแม่ซื้อมันให้เพราะแกถูกหวย ไม่งั้นคงต้องใช้ i mobile รุ่นมีเสาอากาศอีกยาวๆ
‘Nokia 2700 Classic’
โตโต้เหลือบไปมองกล่องของมันที่วางอยู่บนโต๊ะคอม ซึ่งมันจะทำอะไรได้บ้างเดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะอาการปวดท้องเมื่อเช้าทำให้ทุกอย่างช้าไปด้วย มองไปที่นาฬิกาตอนนี้ก็จวนจะเจ็ดโมงครึ่งแล้ว อันที่จริงสมัย ม.ปลายโดยเฉพาะตอนอยู่ ม.6 เขาและกลุ่มเพื่อนมักจะไปโรงเรียนสายประจำ แต่จะเอานิสัยตอนปีกกล้าขาแข็งแล้วมาใช้มันก็ดูไม่เข้าท่า เพราะตอนนี้เพิ่งเข้า ม.4 ใหม่ๆ แล้วยังเปิดเทอมวันแรกด้วย! มันต้องกระตือรือร้นกันหน่อย
"วันนี้ตาจะไปส่งนะ เดี๋ยวชินแล้วแม่จะให้นั่งรถสายไปเอง"
แม่เอ่ยขึ้นขณะที่โตโต้กำลังใส่ถุงเท้าอยู่อย่างเร่งรีบ
"เดี๋ยวผมไปเองแม่ เอากุญแจรถวางไว้โต๊ะเลย"
"หืม? แล้วจะไปถูกหรอ? ไม่ชินทางมันอันตรายนะ"
แม่ถามอย่างสงสัย เพิ่งไปโรงเรียนวันแรกจะเอารถมอเตอร์ไซค์ไปเลยหรอ? ถ้าเป็เด็กเก่าเคยเรียนที่นี่ก็ว่าไปอย่าง
"เอิ่ม...ไปวันแรกที่ไหนล่ะแม่ ตอนสอบเข้า ตอนปฐมนิเทศ ตอนรับน้องใหม่ เนี่ย...ไปตั้งหลายครั้งแล้ว อีกอย่างผมมีใบขับขี่ ไปเองได้"
เหตุผลของโตโต้แม้จะฟังดูเหมือนแก้ต่างแบบส่งๆ แต่มันก็เป็ความจริง
"ขับรถไปเองก็ระวังด้วยล่ะ อย่าลืมหมวกกันน็อค"
แม่ควักเงินออกมาสี่สิบบาทพร้อมกับยื่นกุญแจรถให้ โตโต้ไหว้แม่กับคุณตาก่อนจะสตาร์ทเครื่องมอไซค์คาวาซากิสีแดงสะดุดตาแล้วขับออกมาอย่างเร่งรีบ โรงเรียนกับบ้านของโตโต้ห่างกันราวๆ4 กิโลเมตร ระหว่างขับอยู่โตโต้สำรวจมองสองข้างทางอย่างตั้งใจ แถวนี้เป็แถบชานเมือง ส่วนใหญ่ข้างทางจะเป็ทุ่งนา เพราะไม่ใช่ถนนใหญ่สายหลัก บ้านคนกับร้านค้าจึงยังมีไม่มากเท่าไหร่ เทียบกับสิบปีให้หลังทั้งบ้านคน ร้านค้า ตึกแถว โกดังผุดขึ้นมาเป็ดอกเห็ด พอได้กลับมาเห็นอีกครั้งก็ชวนให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ นอกจากนั้นแล้ว ความตื่นเต้น ความกระตือรือร้นที่จะได้กลับไปัับรรยากาศวัยเรียนอีกครั้ง ทำให้ในใจของโตโต้ตอนนี้อิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เข้าใจว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ เพราะได้กลับมาเรียนอีกครั้ง? เพราะไม่ต้องทำงาน? หรือเพราะลึกๆ แล้วนี่เป็สิ่งที่เขาปรารถนามาโดยตลอด หรือที่จริงแล้วหลังจากเผชิญโลกมา กลับกลายว่าเขากลัวการที่จะต้องโตเป็ผู้ใหญ่อย่างนั้นหรือ?
โตโต้ขับรถเลี้ยวเข้าหน้าประตูโรงเรียนแล้วลัดเลาะตามอาคารเพื่อไปจอดในโรงจอดรถ บรรยากาศของการเปิดภาคเรียนวันแรกเป็ไปอย่างคึกคัก นักเรียนส่วนมากมาถึงโรงเรียนกันแล้ว โตโต้ดูเวลาในโทรศัพท์ เหลืออีกสิบกว่านาทีก็จะถึงเวลาเข้าแถวหน้าเสาธง โตโต้พยักหน้าก่อนจะตัดสินใจหาที่นั่งเพื่อหัดใช้โทรศัพท์รุ่นเก๋าเครื่องนี้ให้ชินมือ คิดได้ดังนั้นเขาก็เดินตรงไปยังสวนหย่อมหน้าห้องสมุดที่อยู่ไม่ไกล ตรงนั้นมีม้าหินอ่อนหลายตัว เมื่อนั่งลงโตโต้พลันล้วงเข้าไปในกระเป๋า เขาเอาตารางเรียนออกมาทวนดูอีกครั้งว่าวันนี้เรียนอะไรบ้าง
8.40 ภาษาไทย
9.30 สังคม
10.20 ศิลปะ
11.10-12.10 พักเที่ยง
12.10 เคมี
13.00 เคมี
13.50 คอมพิวเตอร์
14.40 ภาษาอังกฤษ
‘โห..ตอนมัธยมตารางเรียนจัดเต็มขนาดนี้เลยรึเนี่ย? ถี่ยิ่งกว่าตอนอยู่มหาลัยอีกมั้ง’
โตโต้พึมพำในใจ แต่เมื่อคิดถึงความโหดร้ายในโลกแห่งการทำงานหลังจากเรียนจบไปแล้ว ตารางเรียนที่อยู่ในมือของเขาแลดูเป็กิจกรรมที่น่าสนุกขึ้นมาทันตา
“นี่...นายๆ เราขอนั่งด้วยคนสิ”
เสียงขออนุญาตแว่วมาจากทางด้านหลัง เมื่อโตโต้หันไปตามต้นเสียงก็เห็นหนุ่มน้อยหัวเกรียนคนหนึ่ง สายตาของเขามองผู้มาเยือนลากลงั้แ่หัวจรดเท้า หมอนี่แต่งตัวน่าจะเรียกได้ว่าเรียบร้อยเกินระเบียบของโรงเรียนเสียอีกมั้ง โตโต้กลั้นขำกับกางเกงตัวหลวมสูงที่นักเรียนชายคนนี้ใส่อยู่ ถ้าดึงขึ้นมาสูงอีกหน่อยก็คงเรียกว่ากระโจมอกได้แล้ว ตอนนั้นยังล้อกันอยู่เลยว่าสงสัยแม่มันซื้อมาเผื่อใช้ปีต่อๆ ไปด้วย ที่ไหนได้เอากางเกงพี่ชายที่เรียนจบไปแล้วมาใส่ต่อ แล้วไอ้สรรพนามเรียกแทนคนอื่นว่า ‘นายๆ’ เมื่อกี้ฟังดูน่าขนลุกชะมัด สุภาพแปลกๆ จนคนฟังยังทำตัวไม่ถูก แล้วแต่ก่อนก็มึงนี่แหละมั้ง ไม่ทันจะข้ามเทอมก็ล้อชื่อพ่อกูแล้ว