บทที่ 181 เรื่องอื้อฉาวในเมือง
เรื่องราวในวังองค์รัชทายาทดำเนินไปตามแผนการที่วางเอาไว้ หวงซีเฉิงไม่กังวลว่าช่วงนี้จะมีคนมาก่อเรื่องให้ฮูหยินของเขา เช่นนั้นจึงไม่ได้กล่าวเตือนหรือลงมือกระทำใดๆเพิ่ม เพียงปล่อยให้ปลาตัวใหญ่ค่อยๆว่ายน้ำเข้าหากันเอง หลังจากนั้นจะก่อเรื่องใหญ่ใดๆในวังหลังก็เป็นเรื่องของพวกเขาแล้ว
ขบวนรถของฮูหยินแม่ทัพใหญ่หวงเริ่มออกเดินทาง ฝูงชนมากมายได้เห็นความโอ่อ่าของท่านแม่ทัพใหญ่อีกครั้งผ่านการเดินทางในครั้งนี้ รถม้าของฮูหยินใหญ่นั้นพิเศษที่สุด มันเป็นรถม้าที่มีขนาดใหญ่กว่าทั่วไป เทียมม้าทั้งหมด 4 ตัว และมีม้าอีก 4 ตัวคอยสับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้การเดินทางล่าช้า
รถม้าควบคุมโดยผู้ใช้พลังธาตุ ด้านหน้ายังมีผู้ใช้พลังธาตุดินที่คอยตรวจสอบเส้นทางอันตราย พูดให้ถูกก็คือ...ต่อให้องค์จักรพรรดิออกคำสั่งครั้งใหญ่เพื่อให้มีการปรับปรุงเส้นทางในการเดินรถ ก็ยังไม่สามารถทำได้เท่าที่ท่านแม่ทัพใหญ่ทำเลย ไม่น่าแปลกใจที่ในเวลานี้...ขบวนพ่อค้ามากมายที่ตามหลังขบวนของท่านแม่ทัพจะยกย่องเขาอย่างสุดหัวใจ กลายเป็นว่าพวกเขาเองก็ได้ประโยชน์ไม่น้อย
แม้ว่าถนนดินนั้นจะไม่สามารถรักษาความราบเรียบเอาไว้ได้นาน ทว่ามันก็เพียงพอที่จะทำให้รถม้าหลายคันที่เดินทางในช่วง 2-3 เดือนนี้ไม่ต้องนั่งโยกหัวคลอนอีก
หลี่ชิงหมินนั่งๆนอนๆในรถม้าอย่างสบายใจ รถม้าที่สามีของเขาจัดเตรียมเอาไว้ให้คล้ายกับรถบ้านในสมัยใหม่เลย มันเป็นห้องขนาดใหญ่หนึ่งห้อง และอุปกรณ์ข้างในก็ครบครันเสียด้วย เขาสามารถนั่งกินนอนกินโดยที่ไม่ต้องทนกับความปวดหลัง นับว่าเป็นความเอาใจใส่สุดพิเศษ
สิงโตน้อยเองก็เคลื่อนไหวอยู่ข้างๆด้วยเช่นกัน เจ้าตัวโตน้อยใจอยู่บ้างที่มันไม่ได้เป็นคนพาเจ้านายของตนเองเดินทางไปบนหลังเหมือนกับครั้งที่ผ่านมา ทว่ามันก็เข้าใจ....คนรักของเจ้านายต้องการอยู่ด้วยกันในที่ลับ มันจึงทำได้แค่เดินตามและคอยส่งเสียงเรียกหากได้กลิ่นของล้ำค่าอยู่รอบๆเท่านั้น
น่าเสียดายที่สหายตัวน้อยของมันยังไม่ออกมาจากรังไหมที่นับวันนับวันก็ดูเหมือนจะแข็งแรงเพิ่มขึ้นจนแทบจะคิดว่าเป็นหินขนาดใหญ่อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้มันอาจจะพาสหายตัวน้อยไปเปิดหูเปิดตา พาไปเห็นโลกกว้างที่สวยงามยิ่งกว่าถ้ำที่มีมารดาใจร้ายของอีกฝ่ายแล้ว
เมื่อในขบวนมีทั้งผู้แข็งแกร่งและสัตว์ร้ายระดับสูง ย่อมไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวาย ขนาดสัตว์อสูรอยู่รอบๆก็ยังวิ่งเข้าป่าลึก เป็นปัญหาให้เหล่านักเดินทางต้องไปล่าสัตว์ร้ายมาเป็นอาหารไกลมากขึ้น
การเดินทางที่ไม่เร่งรีบนี้ทำให้ใช้เวลานานกว่าครึ่งเดือนกว่าจะไปถึง แม้จะเทียบกับตระกูลหลี่ที่เดินทางเป็นเดือน แต่อย่าลืมว่าพวกเขาไม่ได้พักผ่อนระหว่างทางเลย ต่างกับตระกูลหลี่ที่ต้องพักม้า พักแรมกลางคืนและอื่นๆ ขบวนของหวงซีเฉิงนั้นสามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง เขาไม่ต้องการคนทั้งหมดให้เดินทางไปพร้อมๆกันอยู่แล้ว จำนวนหนึ่งเป็นทหารที่เดินทางมาด้วยกันเพื่อจัดการกลุ่มโจรรอบๆ เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาทำงานของตนเองต่อไป
หวงซีเฉิงแทบจะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวาย ตราบเท่าที่ไม่มีปัญหาอะไร เขาฝึกฝนคนของตนเองมาอย่างดี และภารกิจเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจระดับอันตรายที่ต้องการให้แม่ทัพใหญ่อย่างเขาดำเนินการ
เมื่อขบวนใหญ่ของหวงซีเฉิงมาถึงเมือง ตระกูลหลี่ก็รับรู้แล้ว พวกเขาไม่ได้ออกมาต้อนรับ เพียงรอรับอยู่ด้านหน้าของจวนเท่านั้น อย่างไรพวกเขาก็คือบ้านเดิมของภรรยา หากแสดงความนอบน้อมเกินไปมีแต่จะทำให้คนคิดว่าพวกเขาอ่อนแอกว่าก็เท่านั้น แน่นอนว่าตระกูลหลี่ทำเช่นนั้นได้ ทว่าเจ้าเมืองและขุนนางคนอื่นๆมีสิทธิที่จะไม่มาต้อนรับพวกเขาหรือ?
แม่ทัพใหญ่จากเมืองหลวงเดินทางมาถึงที่นี่ ทุกคนในเมืองแทบจะมากองรวมกันเพื่อดูพวกเขาแล้ว
ข่าวลือเรื่องการแต่งงานของคุณชายหลี่ที่เป็นที่รักใคร่ในเมืองรู้กันตั้งนานแล้ว แต่พวกเขาก็ยังอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ สุดท้ายแล้วคนที่ไล่ตามสตรีผู้หนึ่งมาตลอดจนหลายคนยังสงสาร เหตุใดจึงกลายเป็นฮูหยินของผู้อื่นได้ แถมยังกลายเป็นฮูหยินขั้น 1 ของอาณาจักรเซิน กลายเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งเทียบเท่ากับองค์หญิงเสียอย่างนั้น
“ยินดีต้อนรับท่านแม่ทัพใหญ่ ยินดีต้อนรับฮูหยินใหญ่”
“ยินดีต้อนรับทั้งสองท่านสู่เมืองของพวกเรา”
เสียงแสดงความยินดีจากขุนนางทั้งหลายที่มาต้อนรับค่อยๆดังขึ้น คล้ายกับเป็นการจัดงานรื่นเริงครั้งหนึ่งของเมือง ชาวบ้านมากมายที่เคารพท่านแม่ทัพใหญ่ผู้เก่งกาจ รวมถึงเอ็นดูคุณชายหลี่อยู่ก่อนแล้วก็เตรียมดอกไม้มงคลมาโปรยระหว่างทางเพื่อต้อนรับพวกเขา
บรรยากาศนี้ค่อนข้างดี ชิงหมินยื่นหน้าของเขาออกมา มองดูผู้คนที่กำลังแสดงความยินดีให้ตนเองด้วยความสุข อย่างไรก็ตาม....ในขณะที่เขาไม่ได้คิดอะไรมากนัก จู่ๆก็มีลูกศรแหวกอากาศพุ่งตรงมา หวงซีเฉิงระวังให้อยู่ก่อนแล้ว เขาคว้าเอวคนตัวเล็กเข้ามาในรถม้า ขณะที่คนของเขาที่อยู่รอบๆก็กระโจนออกมาปัดป้องลูกศรนั้นได้ทันก่อนที่จะมาถึงรถม้าเสียอีก
“ปกป้องท่านแม่ทัพใหญ่!”
“จับตัวคนร้ายให้ได้!”
“ใครกันที่สารเลวลงมือเช่นนี้ จับพวกมันให้ได้ ถ้าจับเป็นไม่ได้อย่างนั้นก็จับตายเสีย!” เสียงตะโกนของพวกทหารดังขึ้น ชาวบ้านและขุนนางที่อยู่ที่นี่ต่างก็หลบไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อพวกเขาเห็นว่ามีการโจมตี ทุกคนก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา ท่านเจ้าเมืองก็ยังหวาดกลัวกับการโจมตีกะทันหันนี้ เขาหน้าถอดสีเปลี่ยนเป็นสีซีด ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ท่านแม่ทัพใหญ่และฮูหยินของเขามาที่เมืองก็จะถูกลอบโจมตีเสียแล้ว เขาในฐานะเจ้าเมืองไม่อาจจะดูแลความปลอดภัยให้แขกบ้านแขกเมืองได้ จะต้องได้รับโทษอย่างหนักแน่นอน
“ระ เร็วเข้า! รีบจับตัวคนร้าย”
เมื่อได้สติกลับมา ท่านเจ้าเมืองก็รีบออกคำสั่งให้คนของเขาทันที ทหารของเมืองและทหารของหวงซีเฉิงเคลื่อนที่ไปด้านหน้า ความแตกต่างก็คือทหารของเจ้าเมืองยังไม่ทันจะได้เคลื่อนไหว ทหารของแม่ทัพใหญ่ก็กดคอคนร้ายที่พยายามหลบหนีความผิด และพยายามที่จะฆ่าตัวตายลงพื้นได้แล้ว
“สารเลวยิ่งนัก มันเป็นใคร!” เสียงของเจ้าเมืองที่โกรธจัดดังขึ้น เขารีบมาดูว่าใครกันที่กล้าวางแผนร้ายเช่นนี้ได้ และมันก็ควรจะต้องชดใช้ความผิดของมันที่ทำให้ใบหน้าของเขาในฐานะเจ้าเมืองเสียหาย
“พวกทหารสมควรตาย! พวกมันกินเงินของพวกเราจนหมด ครอบครัวของข้าไม่เหลือใครอีกแล้ว ต้องส่งเงินเข้าไปที่เมืองหลวงเพื่อให้พวกมันกินดีอยู่ดี! ถุย! คิดว่าตนเองเป็นทหารแล้วจะทำอันใดก็ได้หรือ?”
“พวกเจ้ามันสารเลวยิ่งกว่าพวกกบฎเสียอีก คนที่ชาวบ้านทั้งอาณาจักรไว้ใจกลับเป็นคนสารเลวเสียเอง พวกเจ้าใช้ความไว้ใจของชาวบ้านมาเป็นฐานในการกระทำชั่ว ข้าจะจัดการพวกเจ้าให้หมด!”
“น้องสาวของข้าถูกพวกทหารชั่วข่มเหงรังแกจนต้องฆ่าตัวตาย ตัวข้าถูกเกณฑ์ไปเป็นแรงงาน คิดว่าจะได้เข้าร่วมการต่อสู้ ที่ไหนได้...ส่งข้าไปรับใช้ทหารระดับสูง ปรนนิบัติพัดวีให้พวกมันมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าครอบครัวของตนเองมีชะตากรรมที่เลวร้ายอย่างไร”
“เอาเถิด สังหารข้าได้เลย ข้าไม่หนีอยู่แล้ว ชีวิตของข้าจะแลกกับพวกทหารสารเลวได้ ข้าก็ยินดี!” เสียงตะโกนของคนผู้นั้นดังขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ หลายคนที่มารวมกันที่นี่เพิ่งจะจำได้ว่าแท้จริงแล้วเขาคือใคร
“นั่นคืออาเหิงไม่ใช่หรือ?”
“อาเหิงที่กลายเป็นคนเสียสติน่ะหรือ?”
“ใช่ ข้าก็คิดอยู่ว่าเขาเป็นผู้ใด อาเหิงใช้เวลาไปกับการเหลาธนูของเขา ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะทำเพื่อเอามาใช้ในช่วงเวลาเช่นนี้”
“ครอบครัวของอาเหิงถูกรังแกจริงหรือ? ไม่ใช่ได้ยินว่าเป็นเพราะโจรร้ายบุกเข้ามาหรือ?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน คนในหมู่บ้านนั้นปิดปากเงียบกันหมด ข้าก็เพิ่งได้ยินว่ามีเรื่องเช่นนี้ด้วย” ชาวบ้านที่อยู่รอบๆต่างก็พูดถึงชายหนุ่มที่กำลังดิ้นรนด่าทอทหารไม่หยุด หลายคนในที่นี้รู้จักชายคนนี้เป็นอย่างดี ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนที่ชั่วร้ายมาก่อน
คำพูดเหล่านั้นเข้าถึงหูของหวงซีเฉิง แม้ว่าเขาจะใช้วิญญาณรอบๆเพื่อตรวจสอบได้ แต่การที่เขาใช้วิญญาณตรวจสอบเรื่องราวก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดำเนินการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
“เรื่องนี้...เป็นไปอย่างที่เขาพูดหรือไม่” ชิงหมินเองก็ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มผู้นั้นทั้งหมด ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำมืดเพราะความโกรธ เขาไม่คิดเลยว่าในเมืองบ้านเกิดของเขา จะมีการรังแกเช่นนี้กันเกิดขึ้นด้วย
หากไม่ใช่เพราะความกล้าหาญของชายคนนี้ เรื่องเลวทรามคงจะถูกซ่อนเอาไว้ใต้พรม และคนที่ทำชั่วช้าก็ยังลอยนวลอยู่
“ข้ากำลังตรวจสอบ” หวงซีเฉิงกล่าวอย่างจริงจัง ไม่ว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต่อให้เป็นคนจากเมืองอื่น เขาก็จะลากคอมันมาจัดการให้สิ้นอยู่ดี
สิ่งที่เขาไม่ปรารถนาที่จะเห็นมากที่สุดก็คือ คนๆหนึ่งใช้ฐานะของทหารในการรังแกผู้คนที่ควรจะต้องปกป้อง คนเช่นนี้...วางตัวเป็นโจรร้ายเสียยังจะดีกว่า อย่างน้อยชาวบ้านก็ยังรู้ว่าต้องหลบหนี ไม่ใช่เปิดบ้านให้พวกมันเช่นนี้
“ถ้ามีการกระทำเช่นนั้นจริง ข้าจะลากพวกมันมาลงโทษที่นี่”
“อืม แล้วชายผู้นั้น....”
“ลงมือกับคนอื่นโดยไม่ได้สนใจว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ เขาจะต้องได้รับโทษ” หวงซีเฉิงตอบกลับอย่างจริงจัง สำหรับเขา...ทำผิดกฎก็ต้องรับผลของการกระทำ ความผิดไม่ได้แยกคนดีคนชั่ว ดังนั้นเขาไม่มีความเมตตาใดๆทั้งนั้น
ชิงหมินถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ถึงเขาอยากจะบอกให้ปล่อยไป แต่เมื่อครู่....หากโจมตีโดนคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือโจมตีโดนเขาเข้าจุดตาย นั่นก็ไม่ยุติธรรมกับเขาเหมือนกัน
“แต่ฝีมือในการใช้ธนูไม่ได้แย่นัก หลังจากที่รับโทษ และให้เขาได้เห็นความยุติธรรมของทหารแล้ว ข้าจะลองให้เขามาเป็นทหารจริงๆดู” หวงซีเฉิงรู้สึกว่าเขาต้องอธิบายความคิดของตนเองอีกสักหน่อย ไม่อย่างนั้นชิงหมินอาจจะเข้าใจเขาผิดได้
ก่อนหน้านี้เขาก็ดูเป็นคนน่ากลัวสำหรับทุกคนอยู่แล้ว ชิงหมินยังชอบเว้นระยะห่างจากเขาด้วยในครั้งแรกๆที่ได้เจอกัน ดังนั้นเพื่อไมให้อีกฝ่ายคิดในแง่ลบกับเขาอีก ซีเฉิงจึงพยายามมากขึ้น
ชิงหมินเหลือบมองคนข้างกาย รู้สึกว่าความคิดของอีกฝ่ายนั้นแบ่งแยกชัดเจนมาก ในเรื่องที่ผิดก็ว่าไปตามผิด ในส่วนที่ชอบก็ยังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายด้วย เมื่อรู้เช่นนี้...ความนับถือในใจต่ออีกฝ่ายก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เขาเอนกายพิงร่างไว้กับคนตัวใหญ่อย่างไม่เคอะเขิน ปล่อยให้คนโอบกอดเขาอยู่อย่างนั้น
แม้จะเกิดเรื่อง แต่รถม้าของสกุลหวงก็ยังเคลื่อนตัวไปยังจวนของสกุลหลี่อยู่ดี พวกเขามาที่นี่เพื่อพบปะบ้านเดิมของฮูหยินใหญ่ สำหรับเรื่องอื่นๆค่อยพูดถึงวันหลังก็ยังได้ ถึงอย่างไร...คนก็ถูกจับแล้ว ถ้าไม่ได้ลงมือทำเป็นกระบวนการ เช่นนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
คนสกุลหลี่ได้ยินเรื่องที่บุตรชายถูกลอบโจมตีแล้ว พวกเขากังวลอย่างมาก เกือบจะวิ่งออกมาจากจวนเพื่อมาพบปะลูกชายสุดที่รักด้วยตนเองแล้ว บิดาของชิงหมินพึมพำกับตนเอง เขารู้สึกว่าการส่งบุตรชายเข้าสกุลหวงอาจจะไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่คิดก็ได้ ดูเอาเถอะ...แค่วันที่จะกลับบ้านเดิมก็ยังเจอปัญหาแล้ว ไม่แน่ว่าบุตรชายอยู่เมืองหลวง อาจจะถูกลอบโจมตีเช่นนี้ซ้ำๆก็เป็นได้
“รถม้าของท่านแม่ทัพและฮูหยินมาถึงแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้รีบเข้ามารายงานอย่างตื่นเต้น พวกเขาได้ยินกันทั้งหมดเกี่ยวกับการลอบโจมตีก่อนหน้านี้ ดังนั้นเมื่อพบว่าท่านแม่ทัพและฮูหยินปลอดภัยดีจนมาถึงจวนสกุลหลี่ เขาก็รีบวิ่งเข้ามาจนแทบจะไม่ได้หายใจ
“ดี” ผู้นำตระกูลแทบจะลอยออกไปข้างนอก ประตูจวนสกุลหลี่ถูกเปิดออก ด้านหน้ามีบิดามารดาและพี่ชายของชิงหมินรอรับอยู่ก่อนแล้ว ในขณะที่ด้านหลังยังมีสมาชิกของตระกูลหลี่อีกมากมายตั้งแถวรอต้อนรับด้วย
เด็กๆล้วนแต่งกายงดงาม หลายคนคิดฝันอยากจะแต่งคู่กับหลี่ชิงหมินด้วยซ้ำ อย่างไรหลี่ชิงหมินก็ไม่อาจจะมีบุตรให้กับท่านแม่ทัพใหญ่ได้ ถ้าพวกเขาต้องการมีทายาท อย่างนั้นบุตรหลานในตระกูลหลี่ที่ตั้งครรภ์ได้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่หรือ? ทั้งมีสายเลือดเดียวกับฮูหยินใหญ่ และเป็นบุตรที่กำเนิดจากท่านแม่ทัพโดยตรง
ดังนั้น ทุกคนจึงเตรียมพร้อมค่อนข้างมาก ขนาดมารดาของชิงหมินก็ยังหลับหูหลับตาข้างหนึ่ง มอบเงินพิเศษให้กับทุกคนเกือบ 100 เหรียญ ถึงจะไม่ได้บอกว่ามีเจตนาอะไร แต่ทุกคนก็เข้าใจดีว่านี่เป็นเงินช่วยเหลือให้เด็กสาวแรกรุ่นเตรียมพร้อม คาดหวังให้เข้าตาท่านแม่ทัพใหญ่สักคน
นอกจากนี้ นางยังคงวางแผนที่จะส่งเด็กสาวในสกุลไปติดตามชิงหมิน อ้างว่าเป็นการส่งไปเพื่อให้อยู่ช่วยรับใช้เขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว...หากสนิทสนมกันดี เมื่อเด็กสาวให้กำเนิดทายาท ชิงหมินยังรับเลี้ยงอีกฝ่ายเป็นบุตรของตนเองได้
ก็ยังดีกว่าที่จะมอบตำแหน่งทายาทตระกูลหวงให้กับลูกหลานสกุลอื่นก็แล้วกัน
……………………………………..