บทที่ 4 เห็ดหลินจือ
เช้ามืดวันต่อมา อันผิงตื่นเพราะเสียงท่านแม่ลุกจากเตียงเธอจึงลืมตาจ้องไปที่ท่านแม่ พร้อมขยับตัวลุกตาม จนท่านแม่หันมาเห็นจึงบอกให้เธอนอนต่อ
“ท่านแม่จะไปไหนเ้าคะ”
“ไปหาของป่ากับป้าโจวจ๊ะ ผิงเอ๋อร์นอนต่อเถอะ ถ้ากลัว แม่จะไปปลุกพี่ใหญ่ให้มาอยู่เป็เพื่อนดีไหม”
อันผิงส่ายหน้า นอนลงไปบนเตียง พร้อมทั้งหลับตาอย่างว่าง่ายเมื่อท่านแม่ออกไปจากห้องแล้ว เธอก็ลืมตาขึ้นมา ในหัวนึกถึงถ้าตัวละครไปหาของป่าก็ต้องมีโชคเจอของที่สามารถนำไปขายได้ และนั่นก็คือเห็ดหลินจือเธอไม่รู้หรอกว่าเห็ดมันจะเกิดขึ้นได้จากสภาวะแวดล้อมแบบไหน แต่ไม่เห็นจะต้องสนนี่
อ่านมาหลายเื่ เห็ดดอกหนึ่งสามารถขายได้หลายตำลึงเชียวนะถ้าอย่างงั้นมาขอพรของวันนี้ดีกว่า
‘ข้าขอไอเท็ม ให้วันนี้ตอนที่ท่านแม่หาของป่า ให้แยกตัวไปคนเดียว เพื่อไปเก็บเห็ดหลินจืออายุ50 ปี 2 ดอก อายุร้อยปี 3ดอก โดยไม่มีใครรู้ แล้วท่านแม่นำไปขายให้ร้านค้าที่ให้ราคายุติธรรมและไม่ให้ใครมาขโมยเงินนั้นหรือข่มขู่เอาไปได้’
เมื่อคิดจบก็เหมือนเมื่อวานมีแสงสว่างสีขาววิ่งผ่านเข้ามาในหัวแล้วหายไปคงตอบรับคำขอแล้วแน่นอน ทีแรกอันผิงคิดว่าระบบจะเตือนเสียแล้ว เพราะขอยาวไป
แต่มีเพียงความเงียบ ก็คงขอได้สำเร็จแหละความจริงเธอไม่ใช่คนละเอียดอะไรมาก ย้อนเวลามาแบบนี้และได้ความสามารถขอพรได้วันละหนึ่งข้อ เธอก็อยากรอบคอบหน่อย นอกจากขอพร อันผิงก็ทำอย่างอื่นไม่ได้แล้ว
พอขอพรเสร็จ อาจเพราะเป็เด็กหรือตอนอยู่โลกเดิมก็นอนขี้เซาอยู่แล้วเธอก็เลยหลับไปทันทีแม้ใจจะอยากรู้ว่าจะเป็ไง ก็ฝืนทนความง่วงไม่ไหว
อันผิงตื่นนอนอีกก็เป็เวลาสายแล้ว เมื่อลุกจากเตียง ก็เห็นอันหยางผู้เป็พี่นั่งอยู่ในห้องใช้นิ้วจุ่มน้ำขีดเขียนตัวอักษรบนโต๊ะ เห็นความหมั่นเพียรของคนเป็พี่สำหรับผู้ใหญ่ในร่างเด็กอย่างอันผิงก็อดเอ็นดูเขาไม่ได้
เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวบนเตียง อันหยางก็หันหน้ามามองเขาส่งยิ้มให้น้องสาว ลงจากเก้าอี้มายืนบนพื้น สองมืออุ้มอ่างน้ำล้างหน้าเดินไปหาน้องสาว
“น้องสาว ล้างหน้า”
อันผิงทำตามอย่างว่าง่ายจากนั้นอันหยางก็อุ้มอ่างน้ำล้างหน้าออกไปจากห้อง ไม่นานเขาก็กลับเข้ามาในห้องในมือมีถ้วยใบเล็กอยู่ เดินตรงมาหาคนเป็น้อง อันผิงจึงได้เห็นว่าในถ้วยเป็ไข่ต้มเธอจึงหยิบขึ้นมากิน หลังกินเสร็จแล้ว ก็ลงจากเตียง ออกไปหลังบ้านช่วยคนเป็พี่รดน้ำผัก
“ท่านแม่ กลับมาแล้ว” อันหยางะโร้องออกมาอย่างดีใจถ้าท่านแม่กลับมาเขาจะได้ไปตกปลากับลุงโจว
ท่านแม่ยิ้ม แต่รอยยิ้มวันนี้ดูมีความสุขกว่าทุกวัน อันผิงก็ยิ้มตามมันต้องสำเร็จแน่นอน ท่านแม่ต้องได้สิ่งนั้น เห็ดหลินจือ อยากจะวิ่งไปหาแต่จนใจว่ายังรดน้ำผักไม่เสร็จ เป็ท่านแม่ที่เดินมาหา และช่วยรดน้ำผักจนเสร็จแล้วหันไปกล่าวกับอันหยาง
“วันนี้แม่จะพาผิงเอ๋อร์ไปหาท่านหมอและหยางเอ๋อร์เ้าไปตกปลากับลุงโจววันหลังนะ เพราะแม่จะพาเ้าไปด้วย”
อันหยางหน้าม่อยลง แต่เขาก็ไม่ได้แสดงกริยาไม่ดีพยักหน้ารับคำท่านแม่
พวกเราโดยสารเกวียนในหมู่บ้าน โดยจ่ายคนละ 1 อีแปะ ต่อให้เป็เด็กตัวเล็กนั่งตักท่านแม่อย่างอันผิง ก็ต้องจ่ายด้วยประสบการณ์การนั่งเกวียนครั้งแรก ก็เหมือนกับตัวละครหลายเื่บรรยายไว้รู้สึกเหมือนก้นระบม อาจเพราะถนนไม่ราบรื่นมากนัก พวกเขานั่งอยู่นานอันผิงไม่รู้ว่าใช้เวลาไปนานเท่าไหร่ โลกนี้ไม่มีนาฬิกาให้ดูอาศัยก็แค่ภาพทิวทัศน์ข้างทางเป็เครื่องเลื่อนเวลา
เมื่อมาถึงโรงหมอ รอคิวไม่นาน ก็ได้เข้าห้องไปตรวจกับท่านหมอท่านหมอดูแปลกใจมากเมื่อจับชีพจรของอันผิง และหันมากล่าวกับท่านแม่
“ดูว่ายาจะได้ผล รักษามานานก็เห็นผลเสียที นอกจากร่างกายอ่อนแอเพราะขาดสารอาหารแล้ว นอกนั้นไม่เป็อะไร”
ท่านแม่กับอันหยางยิ้มดีใจ ถามย้ำอย่างดีใจว่า
“จริงหรือเ้าค่ะท่านหมอ”
ท่านหมอพยักหน้ารับ พร้อมทั้งยกมือขึ้นลูบหัวอันผิงมองดูเด็กน้อยอย่างเมตตา
“ต่อไปก็ไม่ต้องทานยาต้มแล้วนะ” แล้วหันไปหาท่านแม่
“บำรุงร่างกายสำคัญมากกว่า”
ท่านแม่น้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว อันหยางลุกขึ้นขอบคุณท่านหมอไม่หยุดปาก
เมื่อพูดคุยขอบคุณกันเสร็จแล้ว ท่านแม่จึงเอ่ยปากกับท่านหมอ
“ท่านหมอเ้าค่ะ ข้าจะเอาของไปขาย ข้าฝากเด็ก 2 คนนี้หน่อยนะเ้าค่ะ”
ท่านหมอพยักหน้ารับ เนื่องจากรักษากันมานาน คุ้นเคยกันดีท่านหมอหันไปมองเด็กฝึกงานที่ยืนอยู่ข้างหลัง เขาพยักหน้ารับก่อนพาสามแม่ลูกออกมาจากห้อง ท่านแม่ไปจ่ายเงินเด็กฝึกงานพาสองพี่น้องไปอยู่อีกห้อง พร้อมกำชับว่าให้อยู่แต่ห้อง ห้ามออกไปไหนเมื่อแม่พวกเขากลับมาจะมีคนมาตาม
แม้เด็กฝึกงานโรงหมอจะออกจากห้องไป แต่ก็ได้ยินเสียงเขาสั่งการคนงานคนอื่นว่าให้สอดส่องห้องที่สองพี่น้องนั่งอยู่
เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม(2ชั่วโมง) ท่านแม่ก็กลับมารับพวกเราด้วยใบหน้าอารมณ์ดีมากอันผิงอยากรู้มากว่า ท่านแม่ขายเห็ดหลินจือได้เงินเท่าไหร่แต่จนใจไม่มีความสามารถอ่านใจได้ เมื่อออกมาจากโรงหมอท่านแม่ก็พาเธอและอันหยางไปกินบะหมี่ ในบะหมี่มีเนื้อสัตว์ด้วย อันหยางชอบมากเขากินหมดแม้กระทั่งน้ำ ส่วนอันผิงนั้น เธอก็ต้องกินหมดสิแต่ว่าเป็ถ้วยเล็กที่ท่านแม่ตักแบ่งออกมาจากถ้วยตนเองอย่างว่าเด็กเล็กจะกินชามใหญ่เลยก็คงจะไม่ได้แต่อย่างน้อยมันก็อร่อยกว่าข้าวต้มน้ำเยอะที่บ้าน
พอกินเสร็จท่านแม่จูงมือทั้งสองคนไว้คนละฝั่งพาเดินเที่ยวเล่นตลาดในเมือง ท่านแม่จะซื้อถังหูลู่ให้สองพี่น้องทีแรกอันหยางบอกว่าไม่อยากกิน แม้จะแอบกลืนน้ำลาย คงเพราะเสียดายเงินแต่ท่านแม่ยิ้มแล้วลูบหัวเขาว่า
“วันนี้แม่ได้ของดีมาขาย แล้วผิงเอ๋อร์ก็หายป่วยแล้วหลังจากนี้เราจะสบายขึ้นแล้ว เ้าไม่ต้องไปรับจ้างเก็บผักแล้ว ไปเล่นกับเพื่อนๆได้”
อันหยางยังทำหน้าสงสัย แต่ท่านแม่ก็พยักหน้ายืนยันว่า ที่พูดมาคือความจริงดังนั้นเราสองพี่น้องจึงได้ถังหูลู่คนละไม้ ั้แ่วันที่ย้อนเวลามาก็มีวันนี้แหละชีวิตได้กินอะไรที่มีรสชาติบ้าง
เมื่อถึงเวลากลับ ท่านแม่ได้จ้างเกวียนเองต่างหากบนเกวียนนั้นมีผ้าสำหรับตัดเย็บ ผ้าห่ม เสบียงอาหารหลายอย่าง และที่สำคัญ มีเนื้อสัตว์ด้วยอันผิงนั่งเกวียนโคลงเคลงไปอย่างมีความสุข นึกถึงมื้อเย็นที่คงไม่เหมือน 2วันที่ผ่านมา
ท่านเทพท่านไหนดลใจให้มาที่แห่งนี้ ถึงแม้จะได้พรวันละข้อข้าน้อยอันผิงก็ขอขอบคุณเ้าค่ะ
ใช้เวลาเท่ากับขาเข้าไปในเมือง ไม่นานหรือนานมากก็ไม่รู้เพราะมัวแต่มองสำรวจของที่ท่านแม่ซื้อมา ก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านพอเข้ามาไม่ไกลมาก ก็จะเจอต้นไม้ใหญ่ที่ใหญ่มากต้นหนึ่งซึ่งน่าจะอยู่คู่หมู่บ้านหยางมานานแล้ว ใต้ต้นไม้ มีทั้งแคร่ โต๊ะเก้าอี้ให้คนในหมู่บ้านได้นั่งพูดคุยกัน
เมื่อมีเกวียนผ่านเข้ามา และผ่านพวกเขาไปก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะต้องมองด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นสามแม่ลูกบางคนก็ไม่ได้สนใจจะมองต่อ แต่หลายคนก็มองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็คงน่าแปลกที่ครอบครัวอัน จู่ๆ ก็สามารถซื้อของมามากมายขนาดนี้
เกวียนวิ่งตามทางในหมู่บ้านมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็มาถึงบ้านของอันผิงเสียทีคนขับเกวียนช่วยขนของเข้าไปไว้ในบ้าน เพราะมองดูแล้วมีแต่เด็กและผู้หญิงขณะที่คนขับเกวียนขนได้เที่ยวเดียว ลุงโจว กับท่านป้าโจวก็ออกมาช่วยเหลือเมื่อเกวียนจากไปแล้ว อันหยางตามท่านลุงโจวไป
ส่วนท่านป้าโจวที่นั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้านก็เอ่ยถามท่านแม่อย่างสงสัย
“แม่ของผิงเอ๋อร์ เ้าไปเอาเงินจากไหนมาซื้อของเยอะแยะ”
“เมื่อเช้าที่เข้าป่าไปกับท่านป้าข้าเจอเห็ดหลินจือเข้า ขออภัยด้วย ข้าไม่อยากให้คนอื่นรู้เห็น”
ป้าโจวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“เ้าทำถูกแล้ว ถ้ารู้ตอนอยู่บนเขาน่าจะยุ่งยากกว่านี้”
ท่านแม่ล้วงถุงเงินออกมา พร้อมนับพวงเงิน แล้วยื่นคืนให้ป้าโจว
“ท่านป้าข้าใช้หนี้ท่านเ้าค่ะ ขอบคุณนะเ้าค่ะ”
ป้าโจวพยักหน้า พร้อมกับรับเงินพวงอีแปะไปท่านป้าอยู่พูดคุยอยู่นานจนบ่ายคล้อย จึงลากลับ ท่านแม่จึงนำห่อซาลาเปามาให้แต่ท่านป้าปฏิเสธ แต่ท่านแม่ก็คะยั้นคะยอให้ท่านป้ารับ สุดท้ายป้าโจวก็รับไปพร้อมกับบ่นและเตือนท่านแม่ว่า
“ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ข้าจะรับไว้มีเงินเ้าก็ต้องใช้อย่างประหยัด ถึงอันผิงจะหายแล้วก็เถอะ เด็กนะหายจากโรคนั้นเดี๋ยวก็ป่วยโรคนี้อีก”
ท่านแม่ยิ้มและพยักหน้ารับ และเดินไปส่งท่านป้าที่ประตูหน้าบ้านก่อนท่านป้าจะออกจากประตูบ้าน นางสอดส่ายสายตา ก่อนจะพูดว่าเดี๋ยวตอนเย็นจะให้ตาเฒ่าโจวมาสำรวจรั้วบ้านเ้า
ท่านแม่จึงได้แต่เอ่ยขอบคุณ
อันผิงที่เดินเล่นนั่งเล่นไม่ไกลจากท่านแม่ รู้สึกซาบซึ้งใจกับป้าโจวจริงๆรอไว้เธอขอพรให้ครอบครัวเธออยู่ดีอย่างมั่นคงก่อน เธอจะขอพรให้ท่านป้าโจวบ้างมนุษย์เราสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่ชีวิตร่ำรวย แต่ต้องเจอมิตรสหายที่ดีด้วย
พอใกล้เย็นอันหยางก็กลับมา ท่านแม่จึงให้ไปอาบน้ำเมื่ออาบเสร็จก็มารวมตัวกันที่โต๊ะกินข้าว มื้อเย็นนี้ดูดีทีเดียว บนโต๊ะมีไข่ต้มผัดผักใส่เนื้อ น้ำแกงไก่พร้อมเนื้อไก่ อันผิงกับอันหยางได้กินน่องไก่คนละน่องเพราะท่านแม่อารมณ์ดี ลูกๆ ก็พลอยอารมณ์ดีไปด้วย
อันผิงคิดในใจว่า ถึงไม่ได้ความสามารถเทพทรูมาก แต่วันต่อๆไปจะต้องดีกว่านี้แน่นอน