ตอนที่ 16 งานวิจัยกับวันๆของฉันก็งี้แหละ
..
..
ในที่สุดวันนี้ก็ผ่านไป...ฉันได้เจอกับคนแปลกๆเยอะเหลือเกินสำหรับไม่กี่วันนี้นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าบางที...แค่บางที..ฉันอาจจะเป็คนปกติก็ได้ อย่างน้อยก็ดูเป็คนปกติมากกว่าที่ฉันคิดไว้..
ในตอนที่ฉันจะกลับมาที่หอพักเพื่ออาบน้ำและแต่งตัวไปเรียนพี่หมอกานได้ขอเบอร์โทรและช่องทางติดต่ออื่นๆของฉันจากการที่ฉันเป็คนที่มีความคล้ายกับพี่ลายเมฆ..บางทีแกอาจจะรู้สึกว่าฉันอาจจะสามารถช่วยอะไรบางอย่างได้ที่แปลกกว่านั้นคือนายแว่นเองก็ขอต่อด้วยเหมือนกันเห็นบอกว่าจากนี้จะออกวิ่งทุกเช้าและจะหาเพื่อนวิ่งซึ่งก็คือฉันนี่เอง
และในที่สุดเติมก็ไม่ได้มาในตอนเช้าที่พวกเราไปออกกำลังกายกัน...ก็ตามคาดได้นอนหนึ่งชั่วโมงคงจะตื่นมาไหวหรอก...
หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย..ฉันก็นำข้าวกล่องที่เตรียมไว้ั้แ่ที่ฉันกลับมาถึงหอพักลงในกระเป๋าเป้พร้อมกับขวดน้ำดื่ม และสมุดหนังสือยัดลงในกระเป๋า
การเดินทางไปเรียนของฉันเริ่มจากการนั่งรถสองแถวประจำทางเพื่อเข้าไปที่คณะเมื่อมาถึงที่ตึกเรียนเวลาก็ยังเหลืออีกมากนั่นทำให้ฉันใช้เวลานั่งดูดแอร์อยู่คนเดียวในห้องในหน้าร้อนแบบนี้แม้จะเป็่เช้าแต่อากาศก็ร้อนเกินไปสำหรับคนอ้วนแบบฉัน
ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าจะมีนักศึกษาคนอื่นมาเพื่อนั่งรอเรียนฉันมักจะเป็คนแรกที่มาถึงห้องเรียนเสมอ...แต่ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่หรอกว่านั่นมันช่วยอะไรมั้ย
เมื่ออาจารย์มาถึงอาจารย์ก็จะเริ่มสอนแทบจะทันทีวิชานี้เป็วิชาบังคับสามหน่วยกิจซึ่งเรียนอาทิตย์ละสามชั่วโมงซึ่งวันนี้เรียนเพียงชั่วโมงครึ่ง และเป็เพียงวิชาเดียวสำหรับฉันในวันนี้อย่างไรก็ตามฉันได้ลงวิชาเสรีอื่นๆเพื่อดันเกรดขึ้นและลงให้ครบหน่วยกิจขั้นต่ำที่ทางมหาลัยกำหนด
เมื่ออาจารย์เริ่มสอนไปแล้วก็ยังคงมีนักศึกษาที่ทยอยเดินเข้าห้องเรียนแม้จะผ่านไปถึงครึ่งชั่วโมงแล้ว พวกคนเหล่านี้มักจะมาเพื่อเช็คชื่อเพียงเท่านั้น ในบางวิชาหากอาจารย์เช็คชื่อั้แ่เนิ่นๆและมีนักศึกษาลงทะเบียนเรียนในรายวิชานั้นเป็จำนวนมากพวกเขาบางคนอาจจะเช็คชื่อแล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วหายลงชักโครกไปตลอดวัน
ในระหว่างนั่งเรียนอาจารย์ที่เจอหน้าฉันเป็รอบที่สามแล้วก็พยายามถามฉันหรือพยายามตรวจสอบว่าฉันเข้าใจที่สอนหรือไม่ตลอดเวลาความจริงฉันก็ไม่ได้เข้าใจซักเท่าไหร่หรอกแต่คนอื่นที่นั่งเรียนอยู่และแผนการเรียนที่อาจารย์วางไว้หากจะเอาให้ฉันเข้าใจและเข้าถึงเนื้อหาอย่างถ่องแท้เวลาตามแผนการเรียนที่อาจารย์วางไว้คงจะไม่พอ อาจจะทำให้ถึงขั้นมีนัดสอนเพิ่มนอกตารางและนั่นจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก
และเพื่อนที่ร่วมคลาสเดียวกับฉันส่วนใหญ่นั้นก็เป็รุ่นน้องบางทีอาจจะเป็รุ่นน้องของฉันถึงสองปีเพราะวิชานี้เป็วิชาที่ถูกระบุในแผนการเรียนของปีที่สามตามจริงแล้วส่วนใหญ่ก็เป็รุ่นน้องของฉันสองปีมีบางคนที่ไม่ผ่านเหมือนฉันมาหนึ่งรอบก็จะอยู่ปีที่สี่เมื่อเรียนวิชานี้โชคดีที่วิชานี้ไม่ได้เป็วิชาเงื่อนไขของวิชาอื่นๆ จึงทำให้แม้จะไม่ผ่านในรอบแรกที่ลงแต่ก็ยังสามารถที่จะจบตามเกณฑ์มาตรฐานสี่ปีได้หากเรียนผ่านในไม้ที่สอง
ในขั้นต้นพวกนักศึกษาเหล่านี้ก็ไม่ได้ดูถูกดูแคลนคนที่มานั่งเรียนหลายๆรอบแล้วยังไม่ผ่านแต่อย่างใดเพราะหลายคนก็ต่างเข้าใจบ้างไม่มากก็น้อยเกี่ยวกับความขมขื่นที่ต้องมาลงเรียนเจอกับวิชาเดิมๆอาจารย์คนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก
แต่ในกรณีของฉันมันก็ต่างกันฉันมีจุดอ่อนหลายอย่างมากเกินไปไม่ใช่เพียงแค่เื่เรียนแต่ยังรวมถึงเื่หน้าตา ฐานะเพื่อนที่ไม่มีเลย(เพราะเพื่อนคนเดียวก็เรียนจบไปแล้ว) และอื่นๆอีกมากมายนั่นทำให้น้องๆบางคนยังคงมองฉันด้วยสายตาดูถูกความจนของฉันทำให้ฉันใช้ชีวิตในรูปแบบเดียวกับเด็กคนอื่นๆไม่ได้จึงทำให้ฉันไม่สามารถเข้ากับคนอื่นๆได้เช่นกัน
หลังจากนั่งงงๆอยู่สักพักชั่วโมงครึ่งก็ผ่านไปฉันเก็บกระเป๋าและสมุดหนังสือเตรียมตัวเดินออกจากที่นั่งประจำเพื่อกินข้าวเที่ยงซึ่งฉันเตรียมมาจากหอพัก กิจวัตรที่วนลูปซ้ำไปซ้ำมาของฉันซึ่งครั้งหนึ่งฉันเคยมองว่ามันมีความสุขดีแต่ตอนนี้มันเหมือนไร้รสชาติ
‘ตรูดๆ’
เสียงสั่นแจ้งเตือนดังจากสมาร์ทโฟนฉันปิดเสียงโทรศัพท์และเปิดเป็ระบบสั่นตลอดเวลาซึ่งนั่นทำให้ฉันไม่รู้ว่านี่เป็การแจ้งเตือนอะไรจนกว่าจะควักออกมาดูซึ่งมันทำให้ฉันซึ่งกำลังจะออกจากห้องเรียนต้องกลับลงมานั่งที่โต๊ะอีกครั้งเพื่อควานหาสมาร์ทโฟนซึ่งถูกทิ้งไว้ลึกลงไปในเป้สะพายของฉัน
มันเป็เสียงแจ้งเตือนไลน์ซึ่งนานทีปีหนถึงจะโผล่มาสักครั้งเพราะฉันสมัครใช้งานเพียงเพราะต้องทำงานกลุ่มเพียงเท่านั้น ฉันเล่นเฟซบุ๊คมากกว่าและคนที่ทักมาก็คือ....นายแว่น..1 การแจ้งเตือน แล้วก็พี่กานอีกหนึ่ง
ชื่อนายแว่นในไลน์คือ.....แว่น..ดีที่รูปโปรไฟล์ยังเป็ตัวเป็ตนฉันจึงสามารถบอกได้ว่าเป็ใครหากรูปโปรไฟล์เองก็มีแค่แว่นด้วยฉันคงต้องเรียกเอ็ง. ว่าชินปา**แทน
เนื้อความที่นายแว่นส่งมาคือ“โย่วหวัดดี..โย่วววัดดี..พุ่งนี้เวลาเดิม” อะไรของมัน
ส่วนพี่กานรูปโปรไฟล์ก็เป็เพียงรูปแมวสีขาวตัวหนึ่งในขณะที่ชื่อพี่แกคือ..’แมว..Pim’หากพี่กานไม่ได้แลกเบอร์ไว้บนเครื่องฉันก็คงไม่รู้จริงๆว่านี่เป็พี่กาน คนเราเปลี่ยนไปเยอะจริงๆเมื่ออยู่ในโลกโซเชียลเนื้อความที่ส่งมาหาก็ประมาณเดียวกับนายแว่นคือนัดไปวิ่งตอนเช้าแล้วก็เหมือนว่าแกจะ้ามาพบฉันด้วยเพราะแกถามว่าว่างมั้ย..อยู่ที่ไหนตอนนี้ อะไรทำนองนี้ ฉันตอบกลับไปและก็อย่างที่ฉันคิดพี่แกจะมาหาฉันด้วยซึ่งสถานที่นัดเจอก็ที่คาเฟ่ของคณะวิทย์ที่เดิมที่ฉันไปนั่งกรอกแบบสอบถามเติมนั่นแหละเพราะฉันกำลังจะไปกินข้าวเที่ยง นี่หมอเองก็มีเวลาว่างเยอะแบบนี้เลยหรอไหงมีเวลามาเอ้อระเหยกับฉันได้
ฉันเก็บสมาร์ทโฟนลงกระเป๋าตามเดิมและเดินออกจากห้องเรียนแต่ดูเหมือนวันนี้จะมีคนหนาแน่นเป็พิเศษพวกน้องๆที่ออกมาจากห้องเรียนก่อนฉันมีบางส่วนยืนคุยกันอยู่หน้าห้องและเล่นโทรศัพท์ส่วนใหญ่เป็ผู้หญิงที่ยังเหลืออยู่ซึ่งเป็อะไรที่แปลกเพราะกระเป๋าของพวกเธอยังไม่ได้ถูกนำออกจากห้องนั่นแสดงว่าพวกเธอควรจะมีวิชาเรียนต่อตอนบ่ายซึ่งอาจจะใช้ห้องเรียนห้องเดียวกันนี้แต่พวกเธอก็ไม่ได้เร่งรีบไปทานข้าวเที่ยงและทำตัวเอ้อระเหยอยู่หน้าห้องเรียนแทน
ฉันผลักประตูห้องเรียนออกมาซึ่งเป็ประตูพลาสติกทึบและมีช่องกระจกใสในระดับสายตาเพื่อให้ส่องดูจากข้างในหรือข้างนอกได้
“หวัดดี...โทษทีเื่เมื่อเช้า..ฉันตั้งนาฬิกาปลุกแล้วแต่ยังไม่ตื่นอยู่ดี.”
เสียงผู้ชายดังออกมาจากด้านหลังประตูซึ่งในตอนที่ฉันผลักเพื่อเปิดประตูประตูมันก็บังเขาอยู่ซึ่งหากฉันเปิดแรงกว่านี้อาจจะมีหัวโนกันได้ฉันรีบดึงประตูกลับเพื่อปิดและคนที่ฉันเห็นอยู่หลังประตูก็คือเติม..ถึงว่า..เหล่าสาว.’นักศึกษา’ถึงไม่ยอมไปกินข้าวกันสักที
“ไม่เป็ไร...ไปคุยที่คาเฟ่แล้วกัน...ฉันหิวแล้ว..”
“ฉันจ่ายสินะ..”
“ตามปกติมันก็ต้องแบบนั้นแหละแต่วันนี้ฉันห่อข้าวมากินเองด้วย...ถ้ารู้ว่านายจะมาก่อนคงไม่เตรียมมา..”
เติมทำท่าผายมือทั้งสองข้างและส่งสายตาประมาณว่า..’ฉันไม่รู้’..’แล้วแต่หล่อนเลย’..อะไรทำนองนั้นซึ่งมันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าฉันพลาดไปเสียแล้วที่วันนี้ฉันดันเตรียมข้าวกล่องมาเองจากหอ
ฉันกวาดสายตาดูเหล่านักศึกษาผู้มาหาความรู้อย่างตั้งใจอีกครั้งและก็ได้พบกับหลายอารมณ์ความรู้สึกในสายตาของพวกเธอมีทั้งใ ตื่นเต้น สับสน อิจฉา และบางคนดูมีความหวังบางทีหลังจากวันนี้ฉันอาจจะได้เพื่อนรุ่นน้องเพิ่มอีกหลายคนก็ได้
ในที่สุดพวกเราก็เดินออกมาจากอาคารเรียนเหตุผลที่เติมรู้ว่าฉันเรียนอยู่ที่ไหนก็เพราะข้อมูลที่ฉันส่งให้ก่อนเริ่มทำวิจัยมันมีบอกถึงเวลาว่างและเวลาเรียนรวมถึงสถานที่ทั้งหมดอย่างไรก็ตามแม้จะระบุเลขห้องชัดเจนแต่มันก็ไม่ได้หาง่ายดายอะไรขนาดนั้นความจริงต้องบอกว่าคณะใหญ่อย่างคณะวิทย์การจะหาห้องๆหนึ่งจากตึกกว่าสิบตึกมันเป็ไปได้ยากมากสำหรับคนนอกคณะอย่างไรก็ตามเติมก็มีนายแว่นเป็เพื่อนซึ่งคงทำให้หมอนี่สามารถระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำถึงเพียงนี้
ฉันและเติมเดินเข้ามาคาเฟ่และแน่นอนก็เหมือนครั้งก่อนยังคงเป็จุดสนใจของผู้คนเช่นเคย..ฉันอดคิดไม่ได้ว่าคณะใหญ่ขนาดนี้มันขาดแคลนคนหล่อๆขนาดนั้นเลยรึแต่ก็นะฉันก็อยู่มาตั้งห้าปีก็พอรู้อยู่บ้างล่ะว่ามันไม่มีคนที่หล่อขนาดไอ้เติมอยู่ในคณะช่างเถอะในที่สุดฉันก็หามุมเปลี่ยวปลีกวิเวกนั่งจนได้ ในมุมหนึ่งของคาเฟ่
‘ตรูดๆ’
เมื่อฉันนั่งลงตอนนั้นเองเสียงแจ้งเตือนของสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเป้ก็ดังขึ้นอีกครั้งเติมเองก็หันมาด้วยความสงสัยเช่นกัน
ฉันควักสมาร์ทโฟนออกมาซึ่งแน่นอนการแจ้งเตือนดังกล่าวมาจาก’แมว..Pim’เหมือนว่าพี่กานจะมาถึงแล้วและส่งข้อความมาถามพิกัดของฉัน
“ใครเหรอ?”เติมถาม
“พี่กานน่ะ”ฉันตอบกลับไปและเห็นว่าเติมทำหน้างงๆเติมอาจจะไม่ได้นึกถึงพี่กานที่เขาเคยจีบก็ได้ อาจจะคิดว่าเป็คนรู้จักคนหนึ่งของฉันซึ่งไอ้หน้างงสงสัยคงจะมาจาก ‘โอ้ว..หล่อนก็ยังมีเพื่อนเหลืออยู่แฮะ’ อะไรทำนองนั้นมากกว่า
ฉันแจ้งพิกัดให้กับพี่กานและนำข้าวกล่องออกอมาเพื่อรับประทานซึ่งตอนนี้เติมเองก็ลุกจากที่นั่งเพื่อไปหาซื้ออาหารเช่นกันแน่นอนนั่นขยับความสนใจของสาวๆที่ยังไม่ได้ซื้ออาหารอยู่ไม่น้อย
สักพักออร่าก็เปล่งปลั่งมาจากทางเข้า.....โลกที่มืดหม่นกลับมีรัศมีเจิดจรัสขึ้นโดยพลัน(เวอร์ไป)พี่กานมาในชุดลำลองกางเกงขาสั้นและผมที่ปล่อยลงยาวประบ่าซึ่งเมื่อยามที่ไปออกกำลังกายพี่แกรวมเอาไว้เสื้อยืดสบายๆนั่น เมื่อคนสวยใส่มันก็ขับเน้นรูบร่างที่ดูดีออกมาในตอนนี้หลังจากที่หมั่นไส้ไอ้หน้าหล่อที่มากับยัยอ้วนนั่นได้สักพักในที่สุดหนุ่มๆเองก็มีอาหารสายตาเช่นกันพี่กานหันมองมาทางฉันและโบกมือให้กับฉันและเดินตรงมาที่ฉัน...สาวสวยคนนี้ก็มากับยัยอ้วนเช่นกัน!!