“ผมจะพาคุณแม่ไปพักผ่อนก่อนนะครับคุณพ่อ...ไม่ต้องเป็ห่วงผมจะดูแลเองครับ”
เฟเดอริคได้แต่พยักหน้าดวงตาเลื่อนลอยคู่นั้นมองตามร่างสูงใหญ่ที่อุ้มภรรยาของเขาออกไปพร้อมกับนางพยาบาล
“ขอโทษด้วยนะครับคุณเฟเดอริค ที่ผมต้องเรียนให้ทราบตามตรงมันเป็เื่จำเป็สำหรับญาติที่จะต้องรับรู้ในอาการของคนไข้ขณะนี้”
“ไม่เป็ไรหรอกครับหมอเพราะถึงยังไงผมกับภรยาก็ต้องเข้าใจอยู่ดี”
“แต่หมอมีข่าวดีจะแจ้งให้คุณทราบอีกอย่างนะครับ”
เฟเดอริคย่นคิ้วเมื่อเห็นรอยยิ้มจางบนใบหน้าของนายแพทย์
“ข่าวดีหรือครับหมอ?”
“ครับ...มันเป็ข่าวดีที่น่าอัศจรรย์นั่นคือทารกในครรภ์ของคนไข้ปลอดภัยครับและทารกก็จะยังเจริญเติบโตได้ตราบเท่าที่เรายังคอยดูแลและให้การรักษาแม้ว่าคนไข้จะอยู่ในสภาพของเ้าหญิงนิทราก็ตาม”
คราวนี้สีหน้าของคนฟังยิ่งประหลาดใจมากกว่าเก่าเลทิเธียมีครรภ์ทั้งที่อาการโคม่าร์
“หมอครับ...เอ้อ...” เฟเดอริกรีบรั่งแขนนายแพทย์ที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันทีที่นึกอะไรได้
“มีอะไรหรือครับคุณเฟเดอริค”
“ครับหมอ...นี่เป็ข่าวดีที่สุดสำหรับผมและภรรยาของผมแต่ช่วยรับปากผมสักอย่างหนึ่งได้ไหมครับว่าอีกอาการที่หมอตรวจพบขอให้มีแค่ผมและภรรยาของผมเท่านั้นที่รู้เื่นี้”
ชายวัยกลางคนกล่าวแกมร้องขอซึ่งทำให้นายแพทย์เงียบไปชั่วขณะก่อนตอบ
“ถ้าเป็ความ้าของคุณเฟเดอริคและภรรยาในฐานะญาติที่มีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุดเราก็ยินดีที่จะรักษาข้อมูลของผู้ป่วยโดยไม่มีการเปิดเผยให้คนภายนอกได้รับรู้ตามจรรยาบรรณของแพทย์และสถานพยาบาลครับ”
“ขอบคุณครับหมอ...ขอบคุณมากครับ”
เฟเดอริคยังยืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานม้นายแพทย์จะกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้วนักธุรกิจใหญ่ตริตรองและครุ่นคิดถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นการตั้งครรภ์ใน่เวลานี้ของเลทิเธียจะให้ใครล่วงรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะคิลเลียน
บทที่ 3 สืบหาความจริง
ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีเทาดำนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมในร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลนิวยอร์คออกมาไม่ไกลั์ตาสีน้ำเงินส่องประกายดุดันและสีหน้าเคร่งเครียดบอกว่ามีบางสิ่งค้างคาในใจที่มิอาจขจัดได้หมด
แน่นอนว่ามันยังเป็เื่ของคู่หมั้นสาวที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนโดยที่คิลเลียนไม่ทันได้ตั้งตัวเวลาผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้วที่นาวาอากาศเอกหนุ่มยังคงจมจ่อมอยู่กับความเ็ปที่ต้องมองดูร่างของคนรักที่ยังนอนหายใจหากก็มิอาจพูดคุยกับเขาได้ดังเดิม
เลทิเธียกลายเป็เ้าหญิงนิทราจากอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดฝันทว่าหลังจากแพทย์ช่วยชีวิตเธอได้เพียงสองวันเขากลับต้องรับรู้ข่าวใหม่จากตำรวจที่แจ้งมายังซินดี้และเฟเดอริค
ข่าวที่ทำให้เืในกายของนายทหารหนุ่มร้อนจนเดือดนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเลทิเธียไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา
“จากการเข้าไปตรวจสอบในโรงแรมฟิฟท์อะเวนิว แกรนด์ โฮเต็ลและดูจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุเราเห็นว่าคุณเลทิเธียอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่บันไดห้องพักของชั้นที่ยี่สิบเราสงสัยว่าผู้ชายคนนั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในครั้งนี้เราจะสืบสวนต่อไปว่าผู้ชายที่อยู่กับคุณเลทิเธียเป็ใครกันแน่”
ตำรวจแจ้งมาเช่นนั้นและทำให้เขาคิดไปต่างนานาว่าไอ้ผู้ชายที่อยู่กับคู่หมั้นของเขาอาจเป็พวกอาชญากรขโมยกระจอก หรือไม่ก็เป็คนโรคจิต...ทุกการสันนิษฐานล้วนเป็ไปได้ทั้งสิ้นหากแต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น
“ลีรอยด์...ทางนี้!”
คิลเลียนลุกขึ้นโบกมือให้ชายผมทองรูปร่างผอมเพรียวที่เข้ามายืนหันรีหันขวางอยู่ตรงประตูทางเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ
”สวัสดี...คิลเลียน”
ลีรอยด์ทักทายพลางเหลือบมองอาหารในจานที่ยังไม่มีอะไรพร่องเลยสักอย่าง
“คุณเพิ่งมาถึงหรือคิลเลียน?...ผมว่าผมไม่ได้มาสายนะ”
นักสืบเอกชนหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเขาคลี่ยิ้มทว่าอีกฝ่ายกลับเม้มริมฝีปากและขบกรามเบา ๆลีรอยด์เป็นักสืบเอกชนฝีมือดีที่คิลเลียนโทรตามให้มาช่วยคลี่คลายเงื่อนงำในอุบัติเหตุซึ่งทำให้คู่หมั้นของเขาอยู่ในอาการโคม่าร์งานจัดเลี้ยงที่จะมีขึ้นในสัปดาห์ที่จะถึงหยุดชะงักทุกอย่างเป็ศูนยากาศสำหรับนาวาอากาศเอกหนุ่มซึ่งกำลังจะได้เป็เ้าบ่าว
“คุณไม่สายหรอกผมแค่มาก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง”
คิลเลียนตอบใบหน้าเข้มด้วยสันกรามแกร่งแสดงออกชัดเจนว่าเขากำลังเครียดจัด
“ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะคิลเลียน สำหรับเื่ของเลทิเธีย”
“มันไม่ใช่อุบัติเหตุใช่มั้ยลีรอยด์?”
“ผมยังบอกอะไรไม่ได้ตอนนี้แต่ก็มีหลักฐานบางอย่างซึ่งอาจบอกที่มาที่ไปของการเกิดอุบัติเหตุได้”
นาวาอากาศเอกหนุ่มขมวดคิ้วเขาไม่สนใจอาหารตรงหน้ามากไปกว่าซองเอกสารที่ลีรอยด์ยื่นให้
“ก่อนเกิดเื่ประมาณหนึ่งชั่วโมงกล้องวงจรปิดของโรงแรมจับภาพของเลทิเธียกับผู้ชายคนหนึ่งได้บนทางเดินของชั้นที่ยี่สิบหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงก็มีพนักงานไปพบเธอนอนสลบอยู่ที่บันไดทางลงไปชั้นที่สิบเก้าที่ตรงนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคนคนเดียวเท่านั้นที่จะบอกเราได้คือผู้ชายในรูป”
นักสืบหนุ่มอธิบายพร้อมๆ กับที่คิลเลียนหยิบภาพถ่ายขาวดำในซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาดูทีละใบมันเป็ภาพของเลทิเธียในชุดราตรีกับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวสวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์แม้เป็แค่ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ทำเอาชายหนุ่มนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ นาวาอากาศเอกหนุ่มวางรูปลงบนโต๊ะพลางถอนใจหนัก
“ถ้าเลทิเธียพูดได้เธอคงจะบอกผมว่าผู้ชายคนนี้เป็ใคร แต่นี่เราก็ยังมืดแปดด้านเพราะแม้แต่ตำรวจก็ยังบอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“เราอาจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่อย่างน้อยที่สุดเราก็รู้แล้วว่าผู้ชายที่อยู่กับเลทิเธียคนนั้นชื่อแม็กซิมิลเลียน เอ็ม.เจ.”
คำกล่าวของลีรอยด์ทำให้คนฟังตาวาวคิลเลียนกุมเอกสารในมือแน่นขณะฟังอีกฝ่ายพูดต่อ
“เขาเป็ช่างซ่อมรถอยู่ในอู่ฟินน่าการาจแถวชานเมืองเขตดาวน์ทาวน์...เขาน่าจะรู้จักกับคู่หมั้นของคุณมาก่อนหน้านี้เพราะรถของเลทิเธียมีประวัติการเข้าซ่อมที่นั่นเมื่อวานผมไปที่อู่ เ้าของบอกว่าแม็กซิมิลเลียนไม่ได้มาทำงานเกือบอาทิตย์แล้วซึ่งระยะเวลาที่เขาหายไปมันประจวบเหมาะกับวันที่เกิดเหตุพอดี”
“บ้าเอ๊ย!”
คิลเลียนคำรามอยู่ในลำคอและเผลอขย้ำซองเหมือนจะให้มันแหลกคามือลีรอยด์ชั่งใจชั่วขณะเมื่อเห็นอาการเดือดดาลของอีกฝ่ายแม้จะรู้ว่าลูกค้าของเขาคนนี้เืร้อนแค่ไหนหากแต่เขาก็ต้องทำตามหน้าที่ให้ลุล่วง
“การหายตัวไปแบบนี้ยิ่งทำให้น่าสงสัยว่าเขาต้องทำอะไรผิดแต่จากการสืบประวัติครอบครัวของแม็กซิมิลเลียนเขาไม่เคยมีประวัติเสียหายหรือเคยก่อคดีอะไรมาก่อนเลย เป็แค่ช่างซ่อมรถธรรมดาแต่เขามีน้องสาวทำงานอยู่ในโรงแรมที่เกิดเหตุด้วย”
“น้องสาว?”
คิลเลียนหรี่ตาลีรอยด์มองไปที่ซองเอกสารยับย่นในมืออีกฝ่ายก่อนบอก
“รูปของเธออยู่ในซอง...เอ้อ...ในมือคุณ”
นาวาอากาศเอกหนุ่มรีบคลายมือและดึงรูปหลายใบที่เป็รอยยับออกมากระทั่งใบสุดท้ายถูกคลี่ออกแม้รอยยับจะทำให้รูปบิดเบี้ยวทว่าใบหน้างามของสาวไทยใต้กรอบเรือนผมเข้มขลับยาวเคลียไหล่ก็ยังงดงามสะกดสายตา