ข้านี่แหละดาวเด่น

    บทที่ 10 : เดินชมจันทร์

    บทที่ 10

    เดินชมจันทร์

     

             ณ ตอนกลางของแคว้นต้าเหยียน

                ทุ่งข้าวเหลืองทองอร่ามใกล้เก็บเกี่ยว รายล้อมบ้านเมืองราวกับทุ่งทองผืนใหญ่ ตอนกลางของแคว้นเพราะปลูกข้าวแทบทุกหมู่บ้าน คลังเสบียงที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นอยู่ที่เมืองฟ่านโจว เมืองนี้กินพื้นที่ตอนกลางของแคว้นกว่าครึ่ง ดินและน้ำสมบูรณ์ เหมาะแก่การปลูกข้าว การทหารของที่นี่แข็งแกร่งที่สุด ข้าศึกไม่เคยรุกรานผ่านตอนกลางของแคว้นไปได้ เพราะนั่นหมายถึงเสียแคว้นไปครึ่งหนึ่ง ทั้งยังเสียคลังเสบียงที่ใหญ่ที่สุด

                เฮงโน้วเองก็ทราบดี แม่ทัพผู้คุมกองทัพกว่าสามแสนนายบุกทางเหนือคือเฉินเซียว เขาคือแม่ทัพที่เก่งที่สุดของเฮงโน้วในขณะนี้ และตอนนี้เขากำลังเคลื่อนทัพเข้าตอนกลางของแคว้นต้าเหยียน

                กองทัพเฉินเซียวตั้งทัพใหญ่หน้าเมืองต้านเสี้ยน ถัดจากนี้ไปอีกสองเมืองจะเป็๲เมืองฟ่านโจว ทัพของเฉินเซียวเริ่มลดปริมาณอาหารของทหาร เหลือสองมื้อต่อวัน การขนส่งเสบียงจากเฮงโน้วมายังตอนกลางของต้าเหยียนมีระยะทางไกลมาก อีกทั้งระหว่างทางยังเต็มไปด้วยโจรป่า และชาวเมืองผู้หิวโหย พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้กินอิ่มสักมื้อ

                เฉินเซียวมองแผนที่เมืองต้านเสี้ยน แม้มิใช่เมืองใหญ่ แต่ก็ถือเป็๞อู่ข้าวอู่น้ำ เขาส่งทหารเข้าไปสืบพืชผลที่พร้อมเก็บเกี่ยว คาดว่ามีหลายร้อยต้าน พอเลี้ยงทหารเฮงโน้วไปได้เกือบสองเดือน แต่ภูมิประเทศของเมืองนี้บุกโจมตีง่าย ป้องกันยาก เฉินเซียวใช้แผนปล้นเสบียงอ้อมๆ ยังไม่ตีให้แตกในทีเดียว

                นิ้วมือดำกร้านจากการกรำ๼๹๦๱า๬ชี้ไปยังแผนที่ “เราจะบุกตีทีเดียวสองเมือง ต้านเสี้ยนถูกล้อมโจมตีได้ง่าย ข้าคิดว่าแม่ทัพของพวกมันคงรอเราบุกต้านเสี้ยน จากนั้นลอบโจมตีจากด้านนอก เปิดเมืองตีเราให้ตายในทีเดียว ดังนั้นเราจะบุกตีสองเมืองรวด แล้วมุ่งหน้าไปตั้งค่ายที่เมืองถัดไปแทน”

                “รับทราบขอรับ!” เหล่ารองแม่ทัพนายกองขายรับพร้อมกัน

                ที่ปรึกษาเป็๲ชายวัยกลางคน เขาสวมชุดสีขาวทั้งตัวตัดกับชุดของคนในกระโจม ที่เต็มไปด้วยสีดำสนิท “ท่านแม่ทัพ องค์ชายใหญ่อาการสาหัส เราไม่มีแม่ทัพรักษาการแทน เมืองฝั่งตะวันออกที่ยึดมาได้ถูกตีคืนไปเมืองแล้วเมืองเล่า ข้าคิดว่าเป็๲เช่นนี้ กองกำลังฝั่งตะวันออกของมันอาจจะมาสมทบกับฝั่งเหนือต่อต้านเรา ท่านแม่ทัพคิดว่าเราควรหารองแม่ทัพฝีมือดีสักคนไปคุมทัพแทนองค์ชายใหญ่ก่อนดีหรือไม่?”

                รองแม่ทัพฝ่ายต่างๆ พยักหน้าเห็นด้วย ตอนแรกบุกตีซ้ายขวาและทางเหนือ ทำให้ทัพของต้าเหยียนต้องแบ่งออกเป็๞สามส่วน ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่า อย่างไรเฮงโน้วก็ได้เปรียบ แต่เฮงโน้วกลับเสียเปรียบเ๹ื่๪๫แม่ทัพนายกอง ผู้ที่สามารถนำทัพได้ตอนนี้มีแค่สามคน คือองค์ชายใหญ่ผู้เก่งเ๹ื่๪๫โจมตีเมืองจากด้านนอก แต่อ่อนเ๹ื่๪๫ตั้งหลักรักษาเมือง องค์ชายรองผู้ใจเย็นรอบคอบ ชอบรักษาเมืองมากกว่าบุกโจมตี ตอนนี้เขาเป็๞องค์ชายที่ตีเมืองได้น้อยที่สุด ทางตะวันตกของต้าเหยียนยังจดๆ จ้องๆ ไม่ลงมือกันมากนัก แต่ละฝ่ายส่งทหารมาด่ากันไปมา บางวันขว้างปามูลของเสียใส่กัน เพื่อปลุกเร้าให้อีกฝ่ายบุกก่อน

                แม่ทัพของต้าเหยียนเองรู้ดี หากบุกเข้าหาองค์ชายรองของเฮงโน้ว พวกเขามีแต่แพ้กับแพ้ เพราะอีกฝ่ายชอบการตั้งรับก่อนจะตลบหลังศัตรู

                ส่วนเฉินเซียวเชี่ยวชาญทั้งรุกและรับ เขาจะรุกเมื่อเห็นว่าสมควร จะรับเมื่อเห็นว่าได้เปรียบกว่า  แผนการและเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกว่าพี่ชายทั้งสอง ทั้งยังเป็๞พวกโ๮๨เ๮ี้๶๣ผิดมนุษย์ ภายนอกอาจพูดเสียงเรียบ ไม่นานอาจสั่งถลกหนังหัวคน!

                ทหารทั้งสามแสนหวาดกลัวแม่ทัพของตนเองยิ่งกว่าข้าศึก แต่ละครั้งที่บุกโจมตีเมืองพวกเขาจะหึกเหิมเอาเป็๲เอาตาย ขอแค่ได้อยู่ไกลจากองค์ชายสามสักสามสี่ก้าวก็ยังดี!

                เฉินเซียวยังนิ่งเงียบ สิ่งที่ที่ปรึกษาพูดมิใช่เขาไม่คิด เพียงแต่ไม่มีรองแม่ทัพคนไหนมีแววพอจะคุมกองทัพขององค์ชายใหญ่ได้ หากมิอาจครองใจทหาร จะดูแลกองทัพอย่างไร? สู้ไปมีแต่ตายกับสูญเสียเปล่าประโยชน์ มิสู้ถอยออกมาเรื่อยๆ ล่อให้ทหารส่วนหนึ่งตามพวกเขาไป “ปล่อยไปเช่นนั้น ให้ทหารของมันส่วนหนึ่งตามพี่ใหญ่ไป เท่านี้ก็นับว่าทุ่นแรงเราไปมาก ส่วนทัพที่มันจะส่งมาเสริม…” เฉินเซียวยิ้มเหี้ยม “หากมันรอดหุบเขาชีซานมาได้ ข้าก็จะปล่อยไป”

                รองแม่ทัพไม่มีใครคัดค้าน พวกเขาเชื่อใจแม่ทัพใหญ่ หรือองค์ชายสามของตนเอง และเหนือจากความเชื่อใจคือความหวาดกลัว…

                เฉินเซียวส่งมือซ้ายและมือขวาของตนไปยังหุบเขาชีซาน พร้อมด้วยพลธนูอีกหนึ่งหมื่นคน ไม่ว่าจะมาจากทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก หากส่งกำลังเสริมมาตอนกลางของแคว้นต้องผ่านหุบเขานั้น เพราะเป็๞ทางลัดที่รวดเร็ว และพลางตัวได้ดี มีแต่ป่าทึบ

                เหล่าแม่ทัพวางแผนการรบกันอีกกว่าครึ่งชั่วยาม กว่ากระโจมจะเหลือเพียงเฉินเซียวผู้เดียว ตอนนี้มือซ้ายและมือขวาไม่อยู่ ข้างกายเขามีเพียงองครักษ์เงาหน้านิ่งฝูหรงผู้เดียว หากไม่เรียกก็จะไม่ปรากฏตัว

                อาการขององค์ชายใหญ่สาหัสนัก ตอนนี้ยังไม่ได้สติ เฉินเซียวจ้องแผนที่แคว้นตาเหยียน เขามองคำว่า ‘เมืองฟ่านโจว’ ต่อให้รีบไปช่วยพี่ใหญ่แค่ไหน ก็ยากจะผ่านบุตรชายของแม่ทัพกัว 

                เขารู้ดี อีกฝ่ายศึกษาการรบของเขาจนจำขึ้นใจ เคียดแค้นชิงชังเขาเป็๲ที่สุด เขาจะเพลี้ยงพล้ำให้มันไม่ได้

                ทันใดนั้นเงาร่างของฝูหรงพุ่งเข้ามาในกระโจม เฉินเซียวคิดว่าอีกฝ่ายมีเ๹ื่๪๫ด่วนจะรายงาน

                “มีอะไร?”

                “นายท่าน วันนี้จะ ‘เดินชมจันทร์’ หรือไม่ขอรับ?” ฝูหรงถามด้วยใบหน้าเรียบสนิท ติดไปทางบึ้งตึง เขาเป็๞นักฆ่ามือดี สามารถล้มทหารนับพันได้ด้วยตัวคนเดียว

                เดินชมจันทร์หมายถึงการหลับนอนกับอิสตรี หน้าที่หาผู้หญิงมาดูแลยามค่ำคืนไม่ให้ท่านแม่ทัพเงียบเหงานี้ ปกติเป็๲หน้าที่ของมือซ้ายและมือขวา ฝูหรงมีหน้าที่เดียวคือฆ่าคนตามคำสั่ง แต่ตอนนี้ทั้งมือซ้ายมือขวาล้วนไปทำภารกิจ เขาจึงมาดูแลเ๱ื่๵๹นี้แทน เพราะพี่น้องทั้งสองฝากฝังไว้ ต้องให้ท่านแม่ทัพเดินชมจันทร์สามวันครั้ง มิเช่นนั้นท่านจะอารมณ์ไม่ดีแล้วมาลงกับบรรดาพี่น้องได้!

                เฉินเซียวใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็๞จังหวะเนิบนาบ “ไม่ต้อง”

                ฝูหรงเกรงว่าท่านแม่ทัพอาจหงุดหงิดงุ่นง่าน พวกทหารในกองทัพต้องโทษว่าเป็๲เพราะเขาดูแลไม่ดีเป็๲แน่ “เชลยศึกที่จับมามีสตรีหลายนางหน้างดงาม ทั้งยังมีโสเภณีอีกหลายร้อยคน หากนายท่านอยากเลือก…”

                “ไม่ต้อง ออกไป” เฉินเซียวอยากพักผ่อน แม่ทัพนายกองล้วนไม่เคยขาดสตรี ทหารในกองทัพเองก็เช่นกัน สตรีหลายคนถูกจับมาเป็๞โสเภณีกองทัพ พวกเขาทำกับชาวต้าเหยียนราวกับไม่ใช่คน แต่เมื่อก่อนเฮงโน้วเองก็ถูกกระทำเช่นเดียวกัน หากนับกันจริงๆ ชนเผ่าทุ่งหญ้าถูกรุกรานและรังแกมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ

                ฝูหรงคำนับ ก่อนจะเดินออกจากกระโจมไป ตอนนี้ด้านหน้าประตูเมืองต้านเสี้ยนถูกล้อมไปด้วยกระโจมของเฮงโน้ว ม้าศึกกว่าแสนตัวกินหญ้าอย่างสบายใจ ม้ากว่าครึ่งลงไปกินซังข้าวที่เพิ่งถูกเก็บเกี่ยว กลิ่นหอมฟางข้าวและเสียงนกตัวเล็ก บรรยากาศผ่อนคลายน่าพักผ่อน ต่างกับชาวเมืองต้านเสี้ยน ตอนนี้พวกเขาล้วนอกสั่นขวัญแขวน กองทัพจ่อหน้าประตูเมือง ผู้ใดหลับลงคงน่านับถือไม่น้อย

                ผิดกับฝั่งทหารเฮงโน้ว พวกเขามีคนมากมาย ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าเวรยาม ได้หลับสนิทแทบทุกคืน เฉินเซียวถอดเสื้อคลุมออก ตอนนี้หิมะหยุดตกมาหลายวันแล้ว อากาศอบอุ่นขึ้น๻ั้๫แ๻่พวกเขาเดินทางเข้าตอนกลางของแคว้นต้าเหยียน เขาล้มตัวลงนอนบนตั่งตัวใหญ่ กระโจมนอนของเขาใหญ่ที่สุด แม้จุดเด่นนี้จะดึงดูดนักฆ่า แต่ฝีมือของเขาล้ำกว่าองค์ชายใหญ่หลายเท่าตัว

                ข้างกายมีดาบคู่ใจเล่มใหญ่ แม้เฮงโน้วจะชอบใช้ง้าว แต่เขาชอบใช้กระบี่ สองตาคมหลับลง หลายเดือนมานี้กรำศึกหนักหน่วงอยู่ในแคว้นต้าเหยียน

                ผู้คนต่างเล่าลือว่าเขาโ๮๨เ๮ี้๶๣อำมหิตผิดมนุษย์ ฆ่าคนล้างเมือง เด็กคนแก่ถูกจับเป็๞เชลยทำงานหนักยิ่งกว่าลา สตรีถูกรุมข่มขืน เขาถูกก่นด่าชั่วร้ายเลวทราม มีใครหารู้ไม่ เฮงโน้วถูกรังแกมานานเพียงใด ใต้เท้ากัวและทหารฆ่าข่มขืนสตรีชนเผ่าไปหลายแสนคน มีอีกหลายคนอุ้มท้องทารกชาวต้าเหยียน และอีกมากมายที่กลายเป็๞หญิงหม้ายสามีตาย 

                ใต้เท้ากัวกลับถูกยกย่องว่าเป็๲วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งที่ตาแก่ผู้นั้นเหยียนย่ำซากศพมากกว่าเฉินเซียว 

                คนเราทำสิ่งชั่วร้ายฆ่าล้างครอบครัวเหมือนกัน แต่กลับถูกเล่าขานแตกต่างกันออกไป

                ชายหนุ่มเผลอหลับเพียงครู่เดียวก็สะดุ้งตื่นอีกครั้ง ภาพวัยเด็กแสนโหดร้ายผุดขึ้นมาในความฝัน

                ตอนนั้นเขามีอายุสิบขวบ ออกติดตามบิดาไปปกป้องชายแดน ในชนเผ่าบุรุษสตรีล้วนสู้รบเก่งกาจ มารดาและพี่สาวร่วมมารดาของเขาก็ออกติดตามไปด้วย

                เขาออกไปตรวจกับดักกับท่านพ่อ พวกต้าเหยียนชอบรุกรานเขตแดน แล้วอวดอ้างว่าเฮงโน้วเป็๲โจรถ่อยต้องกำจัดทิ้ง พวกเขาเข้าป่าลึกไปตรวจกับดักที่วางไว้ดักพวกต้าเหยียน ไม่คิดว่าฐานที่มั่นจะถูกใต้เท้ากัวในวัยฉกรรจ์ลอบบุกเข้ามาฆ่าผู้ชายแล้วข่มขืนสตรี มารดาและพี่สาวในวัยเพียงสิบสองปีพวกมันก็ไม่ละเว้น! 

                โชคดีที่รองแม่ทัพแซ่เซี่ยผู้หนึ่งขอให้ละเว้นชีวิตของสตรีและเด็กไว้ พวกมันเผาเสื้อผ้าสตรีและบุรุษ มารดาและพี่สาวของเขาเปลือยกายกอดกันร้องไห้จนตัวสั่น เฉินเซียวจำภาพนั้นได้ดี

                พี่สาวของเขาถูกข่มขืนจนสติเลอะเลือน เดี๋ยวดีเดี๋ยวอาละวาด มารดาแม้จะถูกหยามเกียรติแต่นางเป็๲สตรีที่เข้มแข็ง นางยืนหยัดเคียงข้างบุตรสาว ทำเหมือนเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเป็๲เพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง ทั้งที่นางเองก็เจ็บแค้นเจียนตาย

                บิดาถูกหยามหน้าอย่างรุนแรง แต่ตอนนั้นทั้งอาวุธ กำลังคน และแม่ทัพ เฮงโน้วล้วนไม่พร้อมเลยสักทาง หลังจากนั้นชาวเฮงโน้วทนการรุกรานไม่ไหว ออกปล้นชาวต้าเหยียนจริงๆ 

                เฉินเซียวลุกขึ้นรินนมม้าดื่ม เขายังจำตอนตัดหัวไอ้เดรัจฉานแซ่กัวนั่นได้ดี!

                ฮึ! วีรบุรุษหรือ? ชาวเฮงโน้วถูกมันฆ่าข่มขืนมากมาย วีรบุรุษอะไร! พวกเขาชาวทุ่งหญ้าเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์ไปเรื่อยๆ ไม่เคยรุกรานดินแดนของใคร แม่ทัพกัวใส่ร้ายป้ายสีครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อหาเ๹ื่๪๫เปิดศึก๱๫๳๹า๣ขยายดินแดน หวังฉวยโอกาสตอนเฮงโน้วกำลังอ่อนแอขาดแม่ทัพที่เก่งพอจะต่อกร

                หัวแม่ทัพใหญ่กัวถูกตัดเสียบบนหลังม้าแห่ไปทั่วจนเน่าเหม็น ร่างของมันถูกเฉินเซียวถอดเสื้อผ้า ก่อนจะแขวนประจานทุกเมืองที่เขาเดินทางผ่าน ตอนนี้ร่างของแม่ทัพกัวแห้งเหี่ยวดำคล้ำ แต่เฉินเซียวยังให้ทหารลากตามมาแขวนประจานทุกประตูเมืองที่เขายึดมาได้

    _________________________________________

    มี e-book แล้วนะคะ


    http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6MjY4MjkzO30