“ที่นี่มีหมอเทวะระดับ 3 ดาวอยู่หรือไม่?”
นพเก้าไม่ได้ตอบแม่ของฉินอวี้หลิง
“ข้าเป็หมอเทวะระดับ 3 ดาว”
ผู้คนที่นี่ไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้พวกเขาถูกสะกดข่มให้อยู่กับที่
“ดี”
“ข้ามีบางอย่างต้องรบกวนท่านด้วย”
เป๊าะ
หลังจากนพเก้าดีดนิ้ว หมอชราของจวนเ้าเมืองก็รู้สึกเป็อิสระ เขาเดินเข้ามาหานพเก้าด้วยท่าทีนอบน้อม มีเพียงการเป็หมอเทวะระดับ 4 ดาว หรือหมอ เทวะระดับกลางขึ้นไปเท่านั้นที่จะทำให้เขายืนต่อหน้าจักรพรรดิยุทธ์อย่างทัดเทียมได้
“ช่วยตรวจสอบสิ่งนี้หน่อยได้หรือไม่ ว่ามันคืออะไร?”
นพเก้าหยิบถุงพลาสติกใบเล็กที่บรรจุผลสีเขียวปนของเหลวสีแดงอยู่ด้านในออกมา
“อืม มันคือพิษสลายปราณ”
ในฐานะหมอเทวะระดับ 3 ดาว เขารู้จักสิ่งนี้เป็อย่างดี เพราะเขาเคยรักษาผู้ป่วยที่ถูกพิษนี้มาหลายครั้ง หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญก็จะไม่สามารถตรวจสอบที่มาของพิษไร้สีไร้กลิ่นชนิดนี้ได้
“งั้นเ้าบอกได้หรือไม่ว่าทำไมมันถึงมีอยู่ในตัวของลูกศิษย์ข้า?”
นพเก้ามองหมอชราผู้นี้อย่างมีเลศนัย
“ท่านกำลังพูดเื่อะไร?”
หมอชรารู้สึกใ เขาจะไปรู้ได้อย่างไร
“คำตอบของเ้ามันผิด”
นพเก้าหันไปมองเ้าเมืองน้อย ดูเหมือนหมอชราผู้นี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นนั้นก็มีความเป็ไปได้อย่างเดียวคือเ้าเมืองน้อยลงมือด้วยตนเอง
“ดอกกระจันสามขุม ไม้ผาสุกเบ่งบาน และด่างทับทิมทองคำ นี่คือสารประกอบหลักที่ส่งผลให้เกิดการตีกลับของพลังปราณในร่างกาย มันเพียงให้ผลแบบเดียวกันกับพิษสลายปราณเท่านั้น”
นพเก้าแยกสารประกอบทั้งสามที่ผสมเข้าด้วยกัน เขาแยกมันออกมาในระดับอนุภาค จากเทคนิคชั้นสูงของทักษะปรุงยาระดับ 1 ดาวที่เขาได้รับมาจากระบบ
“เป็ไปได้อย่างไร?”
ไม่เพียงแต่คำตอบของนพเก้าจะทำให้เขาใเท่านั้น เขารู้สึกประหลาดใจกับวิธีการแยกสสารเช่นนี้ เขาไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินวิธีการนี้มาก่อน ดูเหมือนชายหนุ่มผู้นี้จะมีทักษะด้านสมุนไพรด้วย
“ท่านดูแล้วคิดว่าอย่างไร?”
นพเก้าส่งผลของดอกกระจันสามขุมให้หมอชราบางส่วน
หมอชราหยิบถุงพลาสติกมาสูดดม จากนั้นเขาก็หลับแล้วชิมดู มันทำให้เขาประหลาดใจ มันเป็ดอกกระจันสามขุมจริงๆ
โอวว!
บรรดาคนที่อยู่โดยรอบต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน ดูเหมือนการแสดงวันนี้จะมีเื่น่าประหลาดใจซ่อนอยู่ให้รับชม การกระทำของนพเก้าในวันนี้ทำให้หลายคนต่างสงสัยว่าเขามีความสามารถด้านการปรุงโอสถด้วยหรือไม่ เพราะทักษะการจำแนกสสารเช่นนี้ในสายตาของคนทั่วไปมองว่าอย่างน้อยก็ต้องเป็ระดับปรมาจารย์
เ้าเมืองน้อยยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง แต่กลับรู้สึกกระวนกระวายภายในใจ เขาหันไปมองลุงของเขาซึ่งเป็รองเ้าเมืองเพื่อช่วยหาทางให้เขาออกไปจากสถานการณ์นี้
รองเ้าเมืองทำเป็ไม่เห็นสิ่งใด ตอนนี้ชีวิตของเขาตกอยู่ในมือจักรพรรดิยุทธ์ เขาไม่อยากทำให้นพเก้าขุ่นเคืองใจเพื่อเด็กเหลือขอผู้นี้
“น้องเซี่ยเอิน ต้องบอกว่าการกระทำของเ้ามีการวางแผนได้แยบยลเป็อย่างมาก เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว”
นพเก้าหัวเราะออกมาก่อนจะมองไปทางเ้าเมืองน้อย
“นี่ท่าน!!”
ฉินเซี่ยเอินกำลังจะพูดแก้ต่างให้กับตัวเอง แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าปากเป็อัมพาต ไม่สามารถขยับริมฝีปากได้
“ไหนๆ ข้าก็จะเปิดเผยการกระทำของเ้าแล้ว ข้าควรจะพูดให้หมดเปลือกไปเลยดีไหม?”
นพเก้าพูดขึ้นขณะเดินไปตบไหล่อีกฝ่าย
อ-อือ
ฉินเซี่ยเอินไม่สามารถขยับตัวได้ เขาไม่้าทำสิ่งใดไปมากกว่าหลบหนีออกไปจากสถานการณ์นี้ หากเขาถูกเปิดโปงสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะต้องสูญเปล่า
“มันมีเหตุผลสามอย่างที่ทำให้ข้าคิดถึงความเป็ไปได้นี้ ข้อแรกเ้าอิจฉาพร์ของนางเ้าจึงลอบวางยานางอย่างลับๆ มาตลอด 8 ปี ข้อสองเ้า้าสร้างภาพลักษณ์เป็พี่ชายที่แสนดี เพื่อให้ผู้อื่นเห็นว่าเ้าเป็คนมีเมตตา และข้อสามเ้าต้องจัดการทุกความเป็ไปได้ที่จะส่งผลกระทบต่ออำนาจของเ้า”
นพเก้าพูดถึงทุกความเป็ไปได้ออกมา
“อะไรนะ! นี่เ้าเมืองน้อยวางยาน้องสาวตัวเองจริงรึ?”
“ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะเป็คนเ้าเล่ห์ ทุกการกระทำของเขาล้วนมีการวางแผนมาเป็อย่างดี”
จังหวะนี้ไม่มีใครสามารถโต้แย้งอะไรได้ เพราะชีวิตของพวกเขากำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของนพเก้า หรือต่อให้ไม่เป็เช่นนั้น พวกเขาก็จะเลือกเข้าข้างนพเก้าอยู่ดี ไม่มีใคร้าทำให้จักรพรรดิยุทธ์ขุ่นเคืองในสถานการณ์เช่นนี้
“อวี้หลิง ตลอด 8 ปีมานี้เ้ารู้สึกว่าการฝึกฝนไม่สามารถก้าวหน้าได้ใช่หรือไม่? แม้ว่าจะเรียกหมอเทวะระดับสูงมาตรวจสอบอาการแต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ”
นพเก้าพูดขึ้น
“ใช่เ้าค่ะ”
เด็กสาวก้มหน้าลงขณะตอบ ทุกครั้งที่หมอเทวะมาตรวจสอบอาการของนาง พวกเขาจะจากไปพร้อมกับทิ้งท้ายว่านางไม่มีพร์ในการฝึกปรือ พวกเขาเกรงใจเ้าเมืองเกินกว่าจะพ่นคำว่าขยะออกมา
“เ้าเคยบอกข้าว่าในเรือนของเ้ามีเพียงพี่ชายของเ้าเท่านั้นที่ไปหาเ้าทุกวัน และหาสมุนไพรขั้นสูงให้กินทุกวันเพราะรู้สึกเห็นใจเ้า เ้ารู้ไหมว่าทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น”
นพเก้าถามอีกครั้ง
กรอด
“เพื่อให้ข้าเป็ขยะ”
ฉินอวี้หลิงกำหมัดแน่นและน้ำตาไหลออกมา ั้แ่นางเกิดมานางถูกเลี้ยงดูอย่างเ้าหญิง จนกระทั้งมันเปลี่ยนไปเมื่อนางอายุ 7 ขวบ หลายคนคิดว่านางเป็อัจฉริยะที่เริ่มฝึกฝนได้ั้แ่อายุยังน้อย ขณะที่เด็กส่วนใหญ่ต้องมีอายุ 10-11ปีถึงจะพัฒนารากิญญาได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถก้าวข้ามคอขวดไปได้แม้ว่าจะพยายามอย่างหนักแค่ไหนก็ตาม เมื่อผู้าุโในตระกูลฝั่งพ่อของนางให้ความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว ทั้งเคล็ดวิชาระดับสูง อาบน้ำยาเพื่อเสริมสร้างร่างกาย หรือแม้กระทั่งสมุนไพรล้ำค่า สมบัติพวกนี้ล้วนแล้วไม่สามารถช่วยนางให้ก้าวหน้าได้ สายตาของทุกคนที่มองนางจึงเปลี่ยนไปเป็ความเ็า
ใน่เวลานั้นนางรู้สึกว่าตนเองห่างเหินกับทุกคน มีเพียงพี่ชายของนางเท่านั้นที่จะคอยแวะมาเล่นกับนางและแอบเอาสมุนไพรระดับสูงมาให้กินทุกๆ วัน
นพเก้าอดไม่ได้ที่จะลูบหัวนาง เขารู้สึกว่า์นั้นไม่ยุติธรรม ทำไมต้องให้เด็กคนหนึ่งต้องอดทนกับภาระจิตใจมากมายขนาดนี้
“ใช่ ขณะที่ยาต้มที่เ้าดื่มทำจากดอกกระจันสามขุม สมุนไพรล้ำค่าระดับ 4 ดาวที่ให้เ้ากินทุกวันก็คือไม้ผาสุกเบ่งบาน และด่างทับทิมทองคำ เมื่อพวกมันส่งเสริมซึ่งกันและกันจะเกิดผลลัพธ์สองอย่างนั่นก็คือการสลายปราณในร่างกายอย่างช้าๆ และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือทำให้ผู้ที่กินจะถูกทำให้สมองฝ่ออย่างช้าๆ นั่นจึงเป็สาเหตุที่เ้าไม่สามารถจำวรยุทธ์ใดๆ ได้แม้ว่าจะฝึกฝนหนักแค่ไหนก็ตาม หากเ้ากินติดต่อกันเป็เวลา 10 ปี ข้ารับรองได้ว่าเ้าจะกลายเป็คนปัญญาอ่อนอย่างแน่นอน”
นพเก้าได้เปิดเผยความลับอันน่าสะพรึงออกมา
“อะไรน่ะ! มีผลไม้ที่ทำให้ปัญญาอ่อนด้วยหรือ พระเ้า เ้าเซี่ยเอินผู้นี้ยังมีความเป็มนุษย์อยู่หรือไม่?”
“ช่างเป็เดรัจฉานสมควรตาย การที่ทำกับคนในครอบครัวได้เช่นนี้ ข้าไม่เคยเจอคนชั่วร้ายขนาดนี้มาก่อน”
“ข้าช่างสายตามืดบอด ดันไปตกหลุกรักชายอำมหิตผู้นี้”
บรรดาผู้คนต่างอุทาน และวิจารณ์ออกมาอย่างร้อนแรง นี่เป็ข่าวใหญ่ พวกเขาไม่สามารถห้ามตัวเองให้กระจายข่าวไปยังบรรดาเพื่อนฝูงได้ เมื่อพวกเขากลับไปในเมือง พวกเขาจะต้องโพสต์น์ลงฟอรัมอย่างแน่นอน แล้วทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายจนพวกเขามีผู้ติดตามเยอะขึ้น นี่คือความน่ากลัวของมนุษย์ พวกเขามีสัญชาตญาณดิบที่อยากจะเห็นผู้คนตกต่ำ และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้คนที่พวกเขาเห็นใจ
อือ อือ
ฉินเซี่ยเอินรู้สึกตื่นตระหนก เขา้าจะบอกว่าเขาไม่เคยคิดร้ายต่อน้องสาวตัวเอง
“เซี่ยเอิน นี่เป็ความจริงรึ?”
แม่ของพวกเขาสองพี่น้องรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เหตุผลที่นางถูกขับไล่ออกมาจากจวญผู้นำตระกูลฉิน เพราะมีบุตรไร้ความสามารถถึงสองคน นางไม่สามารถต่อกรกับบรรดาอนุภรรยาของผู้นำตระกูลฉินได้ หากสิ่งที่นพเก้าพูดเป็ความจริงแสดงว่าบุตรชายของนางได้กระทำเื่ต่ำทรามลงไป
ไม่นานบรรยากาศก็กลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง บรรดาชาวบ้าน้าดูการถ่ายทอดสดละครน้ำเน่านี้ต่อไป
“แต่ถึงข้าจะเปิดเผยความจริงไปแล้ว ทุกคนก็ยังคงสงสัยอยู่ใช่หรือไม่ ว่าจุดเริ่มต้นมันมาจากสิ่งใด เหตุใดจึงต้องวางยานางด้วย?”
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพยักหน้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“จริงอยู่ที่ว่านางไม่สามารถยกระดับความก้าวหน้าได้ อย่างไรก็ตามพละกำลังของนางในการต่อสู้ก็ยังสูงกว่าปกติอยู่ดี นางสามารถต่อกรกับผู้ฝึกปรือเขตแดนหลอมศิลาขั้นที่ 4 ได้อย่างสูสี ท่านน่าจะรู้เื่นี้ดี”
ครั้งนี้นพเก้าหันไปหาแม่ของเด็กสาว
นางพยักหน้าตอบ เมื่อนางคิดย้อนกลับไปก็เป็เช่นนั้นจริงๆ ฉินอวี้หลิงสามารถสู้กับผู้ที่มีระดับสูงกว่าได้อย่างน้อย 3 ระดับ หากวัดในด้านพละกำลังเนื่องจากนางไม่สามารถใช้ทักษะการต่อสู้ได้ เมื่อนางสอบถามหมอเทวะพวกเขาให้คำตอบที่คล้ายกันว่าร่างกายของนางผิดปกติ
“ฮ่า ร่างกายผิดปกติ?”
นพเก้าอดที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามไม่ได้ ด้วยกายาระดับเทพเ้า และสองสายเืระดับเซียน มันจะไปผิดปกติได้อย่างไร หากเป็เช่นนั้นคนทั้งโลกคงเป็ขยะ
“อวี้หลิงได้เวลาแสดงความสามารถของเ้าแล้ว”
นพเก้าได้เตรียมการบางอย่างไว้แล้ว เพื่อยกระดับชื่อเสียงให้กับลูกศิษย์ของเขา
“เ้าคะ”
ฉินอวี้หลินตอบ จากนั้นนางก็เดินออกไปกลางฝูงชนแล้วโคจรพลังปราณออกมาพร้อมกับพลังสายเื พลังปราณมันก่อตัวเป็รูปลักษณ์ของนกั์ตัวสีฟ้าแสนสง่างามด้านหลังนาง
“เป็ไปได้อย่างไร!”
ครั้งนี้เป็รองเ้าเมืองที่ตกตะลึง เขารู้จักสิ่งนี้เป็อย่างดี มันคือสายเืปักษากลืนสมุทธในตำนานของตระกูลอวี่ของเมืองเวสสุวรรณ มันเคยปรากฏขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีก่อนเท่านั้น จากนั้นก็หายสาบสูญไป มีเพียงเ้าเมืองคนแรกเท่านั้นที่มีสายเืนี้
จากนั้นไม่นานฝูงชนก็เกิดความโกลาหล เพราะมีพวกเขาที่เคยได้ยินตำนานนี้มาก่อน พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางฉินเซี่ยเอินอย่างสมเพช เ้าปัญญาอ่อนหรือไม่ คิดจะทำร้ายผู้ที่มีสายเืของบรรพบุรุษเชียวหรือ เพียงแค่เ้าเกาะขานาง ในอนาคตเ้าก็สามารถมีตัวตนในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยซ้ำ
อะไรวะ!!
ฉินเซี่ยเอินรู้สึกเหมือนมีค้อนมาทุบที่หัว ทำไมเื่ราวมันถึงกลายเป็เช่นนี้ได้ ทำไมเด็กคนนี้ถึงมีสายเืของบรรพบุรุษ หากข่าวนี้หลุดรอดออกไปเขาจะกลายเป็อาชญากรที่น่าโจษจันไปนับพันปีอย่างแน่นอน
“ข้าเห็นว่าสายเืของนางหลับใหลมานานเพราะถูกวางยาพิษ ข้าจึงช่วยเหลือนางเล็กน้อยเพื่อปลุกสายเืของนาง”
นพเก้าพูดจาโกหกหน้าตายออกมา จริงๆ แล้วหากไม่ได้แก่นเืของจักรพรรดิอสูรปักษามันไม่มีทางเป็ไปได้ที่จะปลุกสายเืระดับเริ่มต้นของนางให้ตื่นขึ้น
“อาจารย์”
ฉินอวี้หลิงมองไปที่ดวงตาของนพเก้า นางรู้ดีว่าที่นางปลุกสายเืได้เป็เพราะอาจารย์ของนางยอมต่อสู้เสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้แก่นเืของจักรพรรดิอสูรมา การต่อสู้ครั้งนั้นส่งผลให้พวกเขาทั้งหมดเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง ตอนนี้ในหัวใจของนางมีเพียงความเคารพสุดลึกล้ำที่มีต่อนพเก้าเท่านั้น
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้ทำให้ลูกศิษย์นับถือโฮสต์อย่างสุดหัวใจ รางวัล: ช่องทรัพยากร + 30]
“ฉินเซี่ยเอิน ทุกคนรู้ดีว่าเ้ามีเพียงชื่อเสียงด้านความเป็นักบุญเท่านั้น สำหรับพร์ด้านการฝึกปรือ เ้า ล้วนธรรมดา”
นพเก้าพูดเว้น่เล็กน้อยและตอกย้ำประโยคสุดท้าย
อึค
ฉินเซี่ยเอินมองไปที่นพเก้า เขารู้สึกอับอายจนอยากจะกระอักเืออกมา เหตุใดคนผู้นี้ถึงมีลิ้นที่เฉียบคมนัก มันเป็ความจริงที่เขาไม่มีพร์ด้านการฝึกวรยุทธ์ ดังนั้นเขาจึงสร้างตัวตนที่เป็นักบุญขึ้นมา ด้วยการคว้าหัวใจของประชาชนและมีชื่อเสียงเื่การช่วยเหลือขยะอย่างน้องสาวของเขา โดยใช้สมุนไพรระดับสูงอย่างลับๆ แล้วจงใจปล่อยข่าวลือออกไป สิ่งนี้จะทำให้บรรดาคนที่อิจฉาฉินอวี้หลิงรู้สึกเกลียดชังนางมากยิ่งขึ้น และมองเขาเป็พี่ชายที่แสนดี
ต่อให้เขาไม่มีพร์ด้านการฝึกปรือแล้วอย่างไร ตาของเขาไม่มีบุตรชาย เขาที่เป็หลานชายจึงเป็ผู้สืบทอดเพียงคนเดียวไปโดยปริยาย ประกอบกับชื่อเสียงของเขาที่สะสมมามันจะไม่ใช่เื่ยากเกินไปที่เขาจะนั่งตำแหน่งเ้าเมือง
“ดูเหมือนข้าจะพูดถูก เ้ามีจุดประสงค์ทั้งสองข้อแรก เ้าอิจฉาในพร์ของน้องสาวตนเอง และใช้นางในการเพิ่มชื่อเสียงของเ้า และอย่างสุดท้าย”
นพเก้าพูดเว้นประโยคเล็กน้อย
“เ้าเห็นว่านางไม่เคยยอมแพ้แม้ว่าจะไม่สามารถพัฒนาได้ เ้ากลัวว่าสักวันหนึ่งศักยภาพของนางจะสามารถกลับมาได้ แต่ข้าขอบอกว่าเ้าคิดมากเกินไป เ้ามันเป็พวกด้อยค่าตนเอง จนเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิต”
ยิ่งพูดนพเก้าก็ยิ่งเกลียดชังชายผู้นี้ เพียงเพราะตนเองไม่สามารถเอาชนะ จึงต้องทำร้ายผู้อื่นโดยใช้เล่ห์เหลี่ยม กระทั่งคนในครอบครัวก็สามารถลงมือได้ เขาไม่อยากคิดถึงผลที่ตามมาหากอีกฝ่ายได้กลายเป็เ้าเมือง
“ไม่! ข้า”
ฉินเซี่ยเอินไม่รู้ว่าเขาหลุดจากอำนาจศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร มันเลยทำให้เขาก้าวถอยหลังพลาดแล้วล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้น
“ดังนั้นเ้าจึงหลอกนางให้เข้าไปหาสมบัติล้ำค่าที่สามารถยกระดับพร์ของนางได้ ผลเพิ่มความฉลาด มันมีสิ่งนี้จริงหรือ?”
นพเก้าหันไปมองผู้คนรอบๆ
ทุกคนต่างส่ายหัว หากมีผลเช่นนี้จริงๆ พวกเขาจะยอมเสี่ยงตายเพื่อให้ได้มันมาแม้ว่าจะต้อง่ชิงชีวิตผู้อื่นก็ตาม หากพวกเขาฉลาดขึ้น ความเข้าใจด้านการฝึกปรือของพวกเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เมื่อเ้าหลอกนางสำเร็จ เ้าก็จะหาทางหนีทีไล่ให้นางอย่างลับๆ มันจะเป็ไปได้อย่างไรที่นางจะหนีออกมาเองในคฤหาสน์ที่มีทหารองครักษ์มากกว่า 500 คน นอกจากนี้เ้ายังไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง”
นพเก้าหันไปมองรองเ้าเมืองหลังพูดจบ
เฮ้ย!
รองเ้าเมืองตกตะลึงระคนหวาดกลัว อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร
“เ้าจงกลับไปยังจวนเ้าเมือง กลับไปสารภาพทุกความผิดที่เ้ากระทำซะ โทษหนักจะได้กลายเป็เบา”
นพเก้ายกมือแตะไหล่ของอีกฝ่ายก่อนที่จะเดินไปหาฉินเซี่ยเอิน
รองเ้าเมืองไม่พูดอะไร เพียงผสานมือโค้งคำนับ เขารู้สึกขอบคุณที่อีกฝ่ายไว้ชีวิตเขา เพราะถึงอย่างไรเ้าหญิงน้อยก็เป็ลูกศิษย์ของจักรพรรดิยุทธ์
ตอนนี้ทุกคนรู้สึกตัวแล้วว่าไม่ได้ถูกสะกดด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป พวกเขาสามารถถอยกลับไปได้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีคนคิดกลับออกไป บางคนแอบหยิบมือถือออกมาถ่ายทอดสด ไม่ก็ถ่ายวิดีโอ
“สำหรับเ้า ใครก็ตามที่ทำร้ายศิษย์ของข้ามันจะต้องพบกับชะตากรรมที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย”
นพเก้าย่างสามขุมเข้าไป ขณะที่ดวงตาเปลี่ยนเป็สีแดงพร้อมปรากฏจิตสังหารออกมา
“ไม่ ข้าผิดไปแล้วได้โปรดอย่าฆ่าข้า!”
ตอนนี้ฉินเซี่ยเอินไม่อยู่ในสภาพของคุณชายรูปงามอีกต่อไป เขาคลานเข้ามาร้องขอความเมตตาขณะที่น้ำจากกางเกงเจิ่งนองเต็มพื้น
บรรดาผู้คนที่มองดูก็รีบถอยห่างออกไปแล้วเอามือปิดจมูกด้วยท่าทางรังเกียจ
“หลิงเอ๋อ ช่วยข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะเนรเทศตนเองออกไปยังดินแดนรกร้าง”
เขาหันไปมองน้องสาวของเขา อย่างไรก็ตามเขาได้รับเพียงสายตาเ็าตอบกลับมาเท่านั้น
“แต่ไหนแต่ไรเ้าก็ไม่มีพร์อยู่แล้ว เลิกฝึกปรือเป็อย่างไร จะได้ไม่ต้องเปลืองทรัพยากรไปเสียเปล่าๆ”
ขณะที่นพเก้าพูดเขาก็กระจายพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในท้องน้อยของอีกฝ่าย
เป๊าะ!!
เกิดเสียงแตกร้าวราวกับกระจกแตกหักขึ้น
“แค๊ก”
ฉินเซี่ยเอินกระอักเืออกมา และล้มลงไปกับพื้น ตอนนี้ตัวของเขามีเืไหลออกมาจากทวารทั้งเก้า เขากลายเป็คนพิการอย่างสมบูรณ์ไม่อาจฝึกฝนได้อีกต่อไป
“เซี่ยเอิน!”
โดยไม่คาดคิดแม่ของเขารีบเข้าไปดูเขาทันทีด้วยมือไม้ที่สั่นเทา
เมื่อนางเห็นสภาพเช่นนี้ของบุตรชายนางรู้สึกเสียใจ จากนั้นนางก็จ้องมองนพเก้าด้วยสายตาอาฆาตแค้น
นพเก้ารู้สึกพูดไม่ออกเมื่อเห็นภาพนี้ อย่างไรก็ตามเขายังคงรักษาท่าทีสงบและพูดบางอย่างออกไป
“ทีกับลูกสาวตนเองไม่เคยให้ความสนใจแม้แต่ในตอนที่นางรู้สึกสิ้นหวัง เหตุผลที่เ้าออกมาตามหานางเป็เพราะเ้าเมืองสั่งมาใช่หรือไม่?”
นพเก้า้าสร้างความร้าวฉาน จะดีกว่าถ้าลูกศิษย์ของเขาสามารถตัดสัมพันธ์ไปได้ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคต
ผู้หญิงคนนี้ไม่ตอบ เพียงมองไปที่ฉินอวี้หลิงด้วยสายตาเดือดดาล
“เ้า เป็เพราะเ้าคนเดียว”
ดูเหมือนตอนนี้นางจะกลายเป็แม่ลิงคลั่งที่พึ่งสูญเสียลูกของมันไป
“ท่านแม่”
เมื่อมองดูภาพนี้ หัวใจของฉินอวี้หลิงรู้สึกเ็ป เป็ความจริงที่เวลานางรู้สึกเสียใจและ้าใครปลอบใจสักคน ไม่เคยมีภาพของแม่มาปรากฏในหัวของนางเลยสักครั้ง
นางเดินออกไปโดยไม่รู้ตัว ้าจะถามว่าทำไมแม่ของนางถึงไม่เคยสนใจใดๆ นางเลย
เพียะ!!
ขณะที่เด็กสาวพยายามจับมือแม่ของนาง นางถูกปัดมือทิ้งไปทันที
“ไสหัวไปซะ! เ้าไม่ใช่ลูกของข้า”
นางะโออกไปด้วยความเดือดดาล
ฮือ ฮือ
ฉินอวี้หลิงรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจอย่างมากกับคำพูดนี้ นางร้องไห้ออกมาอย่างหยุดไม่ได้
“บัดซบ! ช่างเป็แม่กับลูกชายที่บัดซบ”
บางคนที่ชมเหตุการณ์สบถออกมา เขาชักดาบออกมา้าจะเข้าไปจัดการแต่มีเพื่อนห้ามไว้ทัน
ขณะเดียวกันไลฟ์สดในเมืองก็มีผู้ชมมากกว่าห้าหมื่นคน พวกเขาแสดงความคิดเห็นราวกับพายุทอร์นาโด ด้วยความรวดเร็วเกินไปส่งผลให้ระบบค้าง แถบความคิดเห็นไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
ขณะที่นางร้องไห้ นางรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ถาโถมเข้ามา เป็อาจารย์ของนางที่เข้ามาสวมกอดนางแล้วลูบหัวน้อยๆ ของนาง
“เ้าอย่าได้เสียใจไป นับจากนี้เ้าจงไปอยู่กับข้าที่ตระกูลหวง คิดซะว่าที่นั่นเป็บ้านของเ้า”
นพเก้าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฮือ ฮือ ดีเหลือเกิน”
บางคนที่เห็นภาพนี้ก็อดที่จะรู้สึกขอบตาแดงไม่ได้ พวกเขารู้สึกดีใจและอิจฉานางในเวลาเดียวกัน การเป็ศิษย์ของจักรพรรดิยุทธ์เป็เพียงความฝันสำหรับพวกเขาที่ไม่มีวันเป็จริงได้
“เอาล่ะ กลับกันเถอะ”
นพเก้าพูดขึ้น ก่อนจากไปเขาไม่ลืมที่จะพูดกับรองเ้าเมืองเล็กน้อย
“โอวใช่ ข้าฝากคำทักทายถึงเ้าเมืองด้วย เมื่อมีเวลาข้าจะไปเยี่ยมเยือน”
หลังพูดจบเขาและเด็กสาวก็บินจากไป
รองเ้าเมืองตัวสั่นทันที หากเขากลับไปในสภาพนี้และบอกว่านพเก้าฝากคำทักทาย เขาอาจจะถูกตบจนกระเด็นหัวทะลุกำแพง ต้องรู้ก่อนว่าพี่ชายผู้เป็เ้าเมืองของเขาผู้นี้เป็คนอารมณ์ร้าย
ในขณะเดียวกันที่ตำหนักหลักตระกูลหวง ในห้องรับแขกมีหญิงวัยกลางคนที่แต่งหน้าหนาเตอะกำลังนั่งไขว่ห้างขณะพูดคุยกับสองสามีภรรยาตระกูลหวง
“ข้าขออภัย ตอนนี้โสมมะพาน 1,000 ปียังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ทำไมท่านถึงไม่รอสักสองสามปีล่ะ”
ผู้นำตระกูลซึ่งเป็นายหญิงตระกูลวายุภักษ์พูดขึ้นด้วยท่าทีแข็งกระด้าง
“นั่นไม่ใช่ที่เราตกลงกันไว้ ไฉนท่านถึงกลับคำ เราเคยตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ”
อัครเดชทักท้วงด้วยความไม่พอใจ ตอนนี้ผู้าุโนักปรุงโอสถกำลังจะสอบเลื่อนขั้นเป็ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว ซึ่งไม่อาจรั้งรอได้ หากเลย่เวลานี้ไปเจตจำนงการรู้แจ้งโอสถอาจลดลง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสามารถรื้อฟื้นปรากฏการณ์นี้ได้ โดยทั่วไปเจตจำนงการรู้แจ้งโอสถยากที่จะเกิดขึ้น ปรมาจารย์บางคนอาจตายก่อนด้วยซ้ำก่อนที่จะรู้แจ้งได้ ด้วยสภาวะนี้จะทำให้ผู้ปรุงโอสถยกระดับประสาทััขึ้นได้ถึง 10 เท่า
อัครเดชมั่นใจว่าผู้าุโซั่งกัวรุ่ยจะต้องผ่านการทดสอบได้อย่างสวยงามแน่นอน อย่างไรก็ตามวัตถุดิบอย่างโสมมะพานเป็สิ่งที่ปลูกได้ยากอย่างมาก ในเมืองเวสสุวรรณมีเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเพียงตระกูลวายุภักษ์เท่านั้น อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้กระทำเช่นนี้ เป็ไปได้อย่างไรที่ตระกูลค้าขายสมุนไพรอันดับหนึ่งจะไม่สามารถจัดหาได้
“ข้าต้องขออภัยจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถจัดหาให้ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับโสมมะพานที่สมบูรณ์เรามีข้อตกลงกับตระกูลฉินแล้ว พวกเขาเสนอราคาให้ 1,000 หินิญญาระดับสูง”
นางพูดขึ้นมาอีกครั้งอย่างมีเลศนัย
“นี่!!”
อัครเดชไม่สามารถพูดอะไรได้ ดูเหมือนการสอบครั้งนี้ของผู้าุโซั่งกัวรุ่ยจะมีคู่แข่งเสียแล้ว เป็ที่รู้กันดีว่าโสมมะพาน 1,000 ปี เป็สมุนไพรสำคัญในการช่วยให้ปรุงโอสถตระหนักรู้ที่มีคุณสมบัติเพิ่มโอกาสทะลวงสู่เขตแดนผู้พิทักษ์ได้ถึง 10% นอกจากนี้หากใส่สมุนไพรนี้ลงไปในกระบวนการกลั่นโอสถ จะมีโอกาสสำเร็จอย่างน้อยหกส่วน สำหรับผู้ที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนานเพื่อเตรียมความพร้อมในการทดสอบสิ่งนี้ไม่สามารถขาดไปได้
อย่างไรก็ตามการซื้อตัดหน้าตระกูลฉินซึ่งเป็ตระกูลลำดับหนึ่งทำให้เขาลำบากใจ ด้วยอำนาจที่มีจักรพรรดิยุทธ์ถึง 10 คน และมีบรรพบุรุษขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ในตำนาน ทำให้ไม่มีใครอยากต่อกรด้วย
เห็นได้ชัดว่านี่เป็กับดัก แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ทำเช่นนี้ หรือจะมีใครบางคนในตระกูลหวงทำให้ตระกูลวายุภักษ์ขุ่นเคือง
“ท่านหัวหน้าตระกูลท่านจะให้ข้ารออีกนานแค่ไหน?”
มีเสียงชายชราเดินเข้ามาอย่างร้อนรน
“ผู้าุโซั่งกั่วรุ่ย”
ทั้งสามคนยืนขึ้นโค้งคำนับเล็กน้อย นี่คือมารยาทพื้นฐานที่มีต่อปรมาจารย์โอสถ แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งก็ตาม แต่พวกเขาก็เป็กลุ่มคนที่มีศักษ์ศรีและผู้สนับสนุนมากมาย
“ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ท่านรอนาน เราติดปัญหาเล็กน้อย”
อัครเดชพูดด้วยน้ำเสียงหนักใจ
“ติดปัญหาอะไรรึ?”
ซั่งกั่วรุ่ยขมวดคิ้ว จะมีปัญหาอะไรไปมากกว่าการที่เขาไม่สามารถสอบเลื่อนระดับได้ทันเวลาโดยขาดสภาวะเจตจำนงการรู้แจ้งโอสถ
“นายหญิงท่านบอกราคามาเป็อย่างไร พวกเราต่อรองราคากันได้”
หวงเม่ยพูดขึ้น มันไม่สำคัญแล้วว่าจะเป็การซื้อตัดหน้าตระกูลฉินหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากปฏิเสธการซื้อโสมมะพานพันปีครั้งนี้ ผู้าุโนักปรุงโอสถเพียงคนเดียวในตระกูลหวงจะต้องขุ่นเคืองและเกิดความขัดแย้งกับตระกูลสาขาอย่างแน่นอน ในอนาคตเขามีสิทธิ์ที่จะไม่แบ่งโอสถสนับสนุนตระกูลหลักได้ด้วยซ้ำ สิ่งนี้จะทำให้เกิดปัญหามากมายกับครอบครัวของนางจากบรรดาผู้ที่เสียผลประโยชน์ กรณีเลวร้ายที่สุด การที่ซั่งกั่วรุ่ยไม่สามารถสอบเลื่อนระดับครั้งนี้ได้เขาอาจจะตัดขาดจากตระกูลหวงอย่างสมบูรณ์
“5,000 หินิญญาระดับสูง ไม่มีการต่อรอง”
นายหญิงตระกูลวายุภักษ์แสยะยิ้มและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยชา