ตอนที่84 ศิษย์พี่สามฝากยาบำรุงครรภ์มาให้เจ้า
ด้านจ้าวหลงที่ตั้งหน้าตั้งตาพยายามค้นหาทางเข้าสุสานเพื่อช่วยเหลือณิชาออกมาให้เร็วที่สุดเขายืนเท้าเอวจ้องมองเนินทรายมหึมาตรงหน้าอย่างพิจารณา เนื่องด้วยการใช้เพียงเครื่องค้นหาเหรียญหยกที่ยึดมาจากพวกคาซัคสถานนั้นอาจไม่เพียงพอในการตามหาหญิงสาว จึงคิดหาหนทางใหม่อย่างเคร่งเครียด
“หากว่าณิชาสามารถค้นพบทางเข้าสุสานปริศนาได้ด้วยการรวบรวมพลังจิตของทุกคน ทำไมฉันไม่ลองดูบ้างละ?ในเมื่อฉันก็เป็นคนที่มีพลังจิตแข็งแกร่งคนหนึ่งลองพิสูจน์ดูก่อนก็ไม่เสียหายนี่นา”
จ้าวหลงตัดสินใจลองทำตามกรรมวิธีที่เขาเคยเห็นณิชาปฏิบัติจากภาพทางอากาศมาก่อนซึ่งเขาจดจำรายละเอียดเล็กน้อยได้อย่างแม่นยำรวมทั้งเขาเคยได้ศึกษาตำราโบราณมาบ้างทว่ายังไม่เคยทดลองปฏิบัติสักครั้งจึงคิดที่จะทดลองเพื่อค้นหาความจริง
“แปะ! แปะ! แปะ!”จ้าวหลงตบมือเสียงดังเพื่อเรียกลูกน้องทีมเสือขาวให้มารวมตัวกัน
ครั้นลูกน้องทั้งหกคนซึ่งประกอบด้วยกวางคุน โหวเส้าเฟิง เยียนตัน เจียงเว่ยถิง หลีจยง และหยวนลี่หยางมารวมตัวกันครบแล้ว จ้าวหลงกวาดสายตามองทุกคนที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบในท่ายืนตรงเพื่อรอรับคำสั่งจากตน
เขากล่าวกับลูกน้องทั้งหกคนอย่างจริงจังว่า
“ถึงเวลาที่พวกเราจะลองทดสอบวิธีค้นหาทางเข้าสุสานปริศนาเหมือนกับวิธีที่ณิชาเคยใช้มาก่อน หวังว่าทุกคนจะมีสมาธิตลอดเวลาห้ามคิดฟุ้งซ่านนอกลู่นอกทางเด็ดขาด เป็นวิธีที่อาจเกิดอันตรายได้ตลอดเวลาทุกคนพร้อมเสี่ยงไปกับฉันไหม?”
จ้าวหลงไม่ต้องการให้ลูกน้องเสี่ยงชีวิตโดยไม่จำเป็นถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้านายทว่าบางเรื่องหากทำด้วยความสมัครใจจะส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีมากกว่าการถูกบังคับให้ทำตามคำสั่งเท่านั้น
“ยินดีครับ!”ลูกน้องทั้งหกคนขานรับคำถามจากเจ้านายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจ
จ้าวหลงพยักหน้าพึงพอใจจากนั้นเขาสั่งการทุกคนอย่างเคร่งเครียดและแฝงความกังวลด้วยว่า
“ดีมาก!รอให้ถึงตอนเย็นก่อน เพราะผลลัพธ์ของกระบวนนี้ จะได้ผลชัดเจนเมื่อเริ่มมีแสงจันทร์ทอแสงชัดกว่าแสงอาทิตย์เมื่อถึงเวลาจงเตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะเป็นคนนำทางเพื่อค้นหาทางเข้าสุสานปริศนาเอง”
“รับทราบครับผม!”ทั้งหกคนขานรับแผนการนัดหมายเวลาจากจ้าวหลงอย่างเชื่อมั่น
“แล้วเจ้านายจะให้ใครเข้าร่วมเพิ่มอีกคนหรือครับ?” หลีจยงถามจ้าวหลงด้วยความสงสัย
ทั้งนี้เขาจดจำได้ว่าณิชาใช้คนทั้งหมดแปดคนซึ่งสามารถจัดวางตำแหน่งแต่ละคนได้แปดทิศพอดิบพอดี
“นี่ไงให้เหิงไคร่วมด้วย เขาเคยผ่านกระบวนการนั้นมาก่อน ย่อมมีประสบการณ์สูสีกับพวกเรา”
จ้าวหลงชี้นิ้วตรงไปยังตำแหน่งที่ไกด์สองพ่อลูกกำลังวาดผังแผนที่ของเนินทรายทั้งหมดอยู่ซึ่งเป็นคำสั่งที่พวกเขาได้รับจากจ้าวหลงเนื่องด้วยเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญอีกทางที่จะช่วยในการวิเคราะห์ค้นหาทางเข้าสุสานให้ชัดเจนขึ้น
หลังจากที่ทีมเสือขาวเข้าใจแผนการทั้งหมดของจ้าวหลงแล้วเขาเดินไปตรวจการทำงานของสองพ่อลูกแซ่เหิงด้วยความสนใจ
“นี่คือตำแหน่งที่เธอหายตัวไปใช่ไหม?” จ้าวหลงชี้นิ้วบนแผนที่พร้อมถามย้ำสองพ่อลูกอีกครั้ง
“ใช่ครับเจ้านายผมจดจำรายละเอียดแถบนี้ได้เป็นอย่างดี”เหิงไคตอบจ้าวหลงด้วยน้ำเสียงแสดงความมั่นใจ
“ดี ถ้างั้นพวกเราลองใช้เครื่องค้นหาเหรียญหยกให้ละเอียดอีกที”
จ้าวหลงพยักหน้ารับอย่างมีความหวังเขาต้องการที่จะใช้เครื่องหาเหรียญหยกทำงานอย่างละเอียดเฉพาะจุด เพื่อค้นหาทุกองศาในบริเวณเป้าหมายเพราะเชื่อว่าวิธีเช่นนี้อาจเป็นเบาะแสสำคัญในการค้นพบทางเข้าก่อนที่จะถึงเวลาทดสอบการใช้พลังจิต
จากนั้นจ้าวหลงหันหน้าไปบอกทีมเสือขาวที่เดินตามมาสังเกตการณ์ซึ่งรวมเหิงไคเข้าไปด้วยเพื่อทำการทดสอบค้นหาทางเข้าสุสานอีกครั้งในตำแหน่งเจาะจงดังกล่าว
“ตรงตำแหน่งนี้พวกเราจะไปค้นหาอย่างละเอียดอีกครั้ง จะไม่พลาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ฉะนั้นต้องสังเกตให้รอบคอบมากขึ้น”
“ครับผม!”ทั้งหกคนขานรับอย่างเข้าใจ
เขาสั่งการทุกคนเสียงเข้มจริงจังเพราะมีความหวังในการตามหาตัวหญิงสาวมากขึ้นโดยเขาสังหรณ์ใจว่าการปฏิบัติครั้งนี้อาจช่วยให้พบเงื่อนงำหรือข้อมูลสำคัญของทางเข้าสุสานปริศนาได้
ครั้นทุกคนเดินทางมาถึงตำแหน่งเป้าหมายแล้วจ้าวหลงเป็นคนถือเครื่องมือเองเพื่อให้เรดาร์ตรวจจับสัญญาณเหรียญหยกทำงานอย่างละเอียดเพราะไม่เชื่อใจคนอื่นว่าจะทำงานได้รอบคอบกว่าตนเอง
ส่วนทีมเสือขาวต่างค้นหาร่องรอยบนพื้นทรายในบริเวณพื้นที่ที่จ้าวหลงกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจน
..........
ฝ่ายณิชาเริ่มต้นทำงานเป็นคนปรุงอาหารซึ่งเป็นงานง่ายมากสำหรับเธอเพราะแค่ทำหน้าที่ตรวจสอบและชิมอาหารที่คนครัวทั้งหลายกำลังปรุงอยู่ก่อนที่จะเพิ่มเติมเครื่องปรุงรสบางอย่างเข้าไปแล้วให้คนครัวชิมอีกครั้ง
ทั้งนี้เธอไม่ต้องการให้การปรุงอาหารกลายเป็นหน้าที่ผูกขาดของเธอคนเดียวเพราะณิชาตั้งใจว่าจะไม่อยู่สำนักนิรนามนานเกินไปเธอแค่รอเวลาให้ความทรงจำฟื้นคืนกลับมาหรือไม่ก็ทักษะล่องหนกลับคืนมาครบถ้วนเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเธอเป็นกังวลแค่เรื่องของอาจารย์ที่อาจไม่ยินยอมปล่อยเธอแต่โดยดีเพราะเมื่อคืนเธอวิเคราะห์หลายอย่างจากคำเตือนของศิษย์พี่สามที่เตือนไว้อย่างจริงใจเป็นผลให้เธอต้องคิดการณ์สิ่งใดให้รอบคอบไว้ก่อน
“อื้อฮือ! ไม่น่าเชื่อว่าศิษย์น้องเล็กจะเพิ่มเกลือนิดหน่อยก็ช่วยให้อาหารอร่อยขึ้นได้แล้ว”
ศิษย์โรงครัวคนหนึ่งที่กำลังปรุงต้มจืดผักกาดอยู่และขอให้ณิชาช่วยตรวจสอบรสชาติอาหารพอณิชาหยิบเกลือใส่เพิ่มพร้อมคนในหม้อใหญ่เล็กน้อยเท่านั้น ปรากฏว่ารสชาติดีขึ้นมากกว่าเดิมสร้างความพึงพอใจและประหลาดใจให้กับแม่ครัวเป็นอย่างมาก
ณิชายิ้มรับคำชมจากศิษย์หญิงอย่างยินดีเธอตอบกลับอย่างใจเย็นโดยอาศัยข้อมูลประสบการณ์ของณิชามาตอบว่า
“การปรุงอาหารหรือการทำงานใดๆหากใช้หัวใจเข้าร่วมด้วย ย่อมบังเกิดผลดีเหมือนกับที่ฉันใส่เกลือแล้วคนในหม้อนุ่มนวล เพื่อให้เกลือกระจายอย่างทั่วถึงแค่นี้ก็จะช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้นได้ ทุกขั้นตอนการปรุงอาหารล้วนมีเทคนิคค่ะ”
“ว้าว! ดีจังเลย ถ้างั้นศิษย์น้องเล็กแนะนำฉันบ้างสิฉันอยากปรุงอาหารอร่อยบ้าง”
แม่ครัวหญิงส่งเสียงตื่นเต้นยินดีที่ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญเป็นผลให้แม่ครัวและพ่อครัวคนอื่นต่างพากันหูผึ่งและกรูเข้ามาดูผลงานของแม่ครัวหญิงด้วยความสนใจ
ณิชาจึงแนะนำเกร็ดเล็กน้อยในการปรุงอาหารแม้แต่การคัดเลือกและจัดเตรียมวัตถุดิบที่ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้เครื่องเทศต่างๆ ล้วนมีความสำคัญและรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องจดจำ
ปรากฏว่าบรรยากาศโรงครัววันนี้เหมือนการสอนบรรบายและสาธิตการฝึกปฏิบัติเพื่อเรียนรู้กระบวนการปรุงอาหารจากณิชาอย่างออกรสมีการแลกเปลี่ยนสนทนากันอย่างสนุกสนาน ซึ่งณิชารู้สึกผ่อนคลายเพราะเป็นการทำงานในด้านที่ตนถนัด
ทันใดนั้นมีศิษย์ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาณิชาพร้อมขวดกระเบื้องสีขาวในมือเขายื่นให้ณิชาพร้อมพูดตามที่ได้รับคำสั่งมาว่า
“อะนี้ศิษย์น้องเล็กศิษย์พี่สามฝากยาบำรุงครรภ์มาให้เจ้า เขาบอกว่าให้เจ้ากินทันทีหนึ่งเม็ดและต้องกินทุกวันก่อนนอนวันละหนึ่งเม็ด มันจะช่วยให้ทารกเกิดมาสมบูรณ์”
ณิชาเลิกคิ้วมองขวดกระเบื้องและลอบจับสังเกตชายหนุ่มผู้เป็นศิษย์พี่ในแผนกโรงครัวด้วยความแปลกใจเธอพบว่าน้ำเสียงเขาสั่นในบางจังหวะเหมือนกับไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ทว่าเธอยื่นมือออกไปรับอย่างยินดีแล้วกล่าวขอบคุณว่า
“จริงหรือคะศิษย์พี่? ขอบคุณมากค่ะฝากขอบคุณศิษย์พี่สามด้วยที่เมตตาฉัน”
ท่าทางรับแต่โดยดีพร้อมด้วยคำกล่าวขอบคุณจากณิชาทำให้อู๋หมิงลู่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ภารกิจตนเองสำเร็จแต่โดยดีโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าในเวลาต่อมาจะกลายเป็นดั่งฝันร้ายสำหรับตัวเขา
ณิชายังไม่เปิดเผยสิ่งผิดปกติในตอนนี้เพราะเธอคิดว่ายังมีเวลาสืบค้นหาตัวการส่งยามาให้ตนเองในภายหลังจึงตั้งใจเปิดขวดกระเบื้องเพื่อพิสูจน์ยาบำรุงดังกล่าวด้วยความสนใจ
พลันณิชาตาโตและรีบเอามือปิดปากตนเองคล้ายกับเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนจากนั้นเธอรีบพุ่งตัวไปทางห้องสุขาอย่างรวดเร็วโดยนำขวดกระเบื้องติดตัวมาด้วย
‘ชิชะ! คิดจะให้ฉันกินยานี่ทันทีเลยหรือ? มันไม่ใช่ยาจากศิษย์พี่สามแน่ๆคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ?หน็อยแน่! ยัยหน้าเนื้อใจเสือ’
ณิชาจำป็นต้องแสดงละครเหมือนคนแพ้ท้องให้แนบเนียนเพราะไม่ต้องการโพล่งออกไปให้ศัตรูรู้ตัวโดยเธอคิดที่จะไปสั่งสอนอีกฝ่ายในภายหลัง
อย่างไรก็ตามณิชาจดจำกลิ่นเครื่องหอมของอู๋หมิงฉือสาวสวยที่แอบหลงรักศิษย์พี่สามและคอยตามตอแยตนเองเกือบทั้งวันในเมื่อวานนี้ทว่าเธอไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือรวดเร็วเช่นนี้
ประการสำคัญคือเธอพบกลิ่นเครื่องหอมที่ยังติดอยู่ที่ขวดกระเบื้องบางเบานอกจากนั้นไม่มีกลิ่นอะไรในยาบำรุงแต่เธอไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีน้ำใจกับตนเองเช่นนี้โดยเฉพาะการแอบอ้างใช้ชื่อของฝ่ายชายที่ยิ่งทำให้เธอมั่นใจความคิดของตนมากขึ้นว่า
‘ตั้งใจมอบยาบำรุงครรภ์ให้ฉันงั้นหรือ? แต่ยาเม็ดนี่ไม่ธรรมดาแน่ๆมันไม่มีกลิ่นใดๆ สักนิดเลย แปลกเกินไป หรือว่าจะมียาพิษปลอมปนมาด้วยทดสอบดูก่อนดีกว่า’
ณิชาคิดว่าหญิงสาวที่ไม่ถูกชะตากับตนเองย่อมไม่มีทางเป็นมิตรต่อกันจึงคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะลอบทำร้ายตนมากกว่า เธอหยิบยาออกมาหนึ่งเม็ดแล้วหย่อนลงในขันที่ตักน้ำเล็กน้อยเพื่อดูสภาพการเปลี่ยนแปลง
ปรากฏว่าเม็ดยาสลายทันทีเมื่อสัมผัสน้ำพร้อมกับมือข้างถือขันน้ำรู้สึกอุ่นขึ้นฉับพลัน ครู่หนึ่งเกิดเสียงฟู่ขึ้นเบาๆพร้อมน้ำใสในขันกลายเป็นน้ำสีน้ำตาลเข้มโดยส่งกลิ่นเหม็นเล็กน้อยออกมา จากนั้นน้ำค่อยๆกลับคืนเป็นสีใสดังเดิมพร้อมกับไม่มีกลิ่นใดๆ
ณิชาหรี่ตามองการเปลี่ยนแปลงของเม็ดยาที่ถูกปลอมปนพิษมาอย่างแนบเนียนพลางยิ้มมุมปากแล้วคิดในใจว่า
‘ถึงแม้ว่าฉันจะอ่อนด้อยเรื่องยาพิษโบราณแต่สัมผัสเอสเปอร์ของฉันไม่เคยผิดเพี้ยน คิดจะกำจัดฉันงั้นหรือ? ในเมื่อเล่นแรงกับฉัน ก็อย่าโทษที่ฉันจะเล่นแรงกลับคืนยังไงฉันก็ไม่ใช่คนดีแต่เดิมอยู่แล้ว ยกเว้นร่างเก่าที่ใจดีและโง่ซื่อ’
ณิชาหัวเราะเบาๆเธอมั่นใจในการต่อกรกับศัตรูมากขึ้น ตั้งแต่พบว่าพละกำลังเพิ่มมากกว่าเดิมเมื่อเริ่มฝึกกลั่นฉีจึงไม่เป็นกังวลแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจกว่าเนื่องด้วยเธออ่านตำราทั้งสองเล่มเข้าใจเป็นอย่างดี พลางคิดว่าสามารถฝึกฝนได้เร็ววัน
อนึ่งจิตวิญญาณของเธอที่เป็นเอสเปอร์แต่เดิมเมื่อผสานเข้ากับร่างใหม่กอปรกับได้รับการฝึกฝนการกลั่นฉีจนทำให้เธอสามารถผสานความแข็งแกร่งที่มีแต่เดิมเริ่มฟื้นฟูจนกลับคืนมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้วทำให้เธอต้องการทดสอบความ
แข็งแกร่งของตนเองด้วยการแก้แค้นหญิงสาวคู่กรณีอย่างตั้งใจ
จากนั้นณิชาส่งเสียงอาเจียนปลอมออกมาอีกหลายครั้งพร้อมกับทิ้งระยะเวลาสักครู่ก่อนที่จะปรับสีหน้าและท่าทางตนเองให้พร้อมสำหรับการแสดงละครต่อไปหลังจากออกไปจากห้องสุขา
ครั้นณิชาเดินออกมาจากห้องสุขาอย่างท่าทางอ่อนระโหยพร้อมกับมีเสียงอาเจียนที่สมเหตุสมผลก่อนหน้าทำให้ผู้คนแผนกโรงครัวปราดเข้าไปซักถามและประคองเธอด้วยความห่วงใยว่า
“ตายละ!นี่อู๋หมิงลู่เอายาอะไรมาให้ศิษย์น้องเล็กกิน?”
“จริงด้วย! ก่อนหน้านั้นยังเห็นดีๆ อยู่นี่นา”
“เอ! ยาก็ไม่เห็นมีกลิ่นอะไรเลยนี่?”
แม่ครัวที่ณิชาช่วยปรุงอาหารหยิบขวดยาจากในมือของเธอขึ้นมาเปิดดมด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้าหญิงสาวไม่เคยแสดงท่าทีแพ้ท้องเหมือนกับคนตั้งครรภ์แม้แต่น้อย
ทว่าเมื่อมีเหตุการณ์ของศิษย์ชายนำขวดยาบำรุงครรภ์มามอบให้เธอเท่านั้นซึ่งทุกคนต่างเป็นกังวลว่ายาดังกล่าวอาจทำให้เธอแพ้ท้องหรือมีอาการผิดปกติมากกว่าเดิม