บทที่ 23
สืบหา
เจียงเฟิงลองครุ่นคิดดูแล้ว ผลออกมาเป็ว่าคนที่มีโอกาสร่วมมือกับิญญาทมิฬมากที่สุด จะเป็นายน้อยของตระกูลจางมีมากที่สุด
หลังจากนั้นก็เป็พ่อค้าต่างถิ่นที่เพิ่งเดินทางมาถึง และพวกที่มีโอกาสที่จะเป็ไปได้น้อยที่สุดก็คือหอแสงจันทร์
แน่นอนว่าแม้ว่าหอแสงจันทร์จะมีโอกาสเป็ไปได้น้อย แต่เจียงเฟิงก็ไม่ได้ตัดความมั่นใจนี้ออกไปเลย
เพราะแม้จะมีโอกาสเป็ไปได้น้อย แต่ว่าโอกาสเพียงเล็กน้อยนั้นก็ยังคงเป็โอกาสที่อาจจะเกิดขึ้น
เจียงเฟิงมักจะทำอะไรรอบคอบอยู่เสมอ เพราะแบบนั้นเลยไม่คิดตัดโอกาสที่จะเป็หอแสงจันทร์ไปได้
ไม่ว่าผู้ใดก็มีโอกาสที่เป็ไปได้ทั้งสิ้น
เจียงเฟิงหันไปสั่งการกับซินอวี้“แอบปล่อยข่าวออกไปว่าในจวนแม่ทัพใหญ่มีแขกพิเศษเข้าพัก”
“ไม่ต้องให้คนรู้เยอะ ข่าวที่ปล่อยออกไปให้เป็ข่าววงในที่รู้เพียงไม่กี่คนก็พอ”
“ข้าอยากจะทดสอบความสามารถของอีกฝ่ายว่าจะได้ยินข่าวข้าหรือไม่”
ซินอวี้ผู้แสนพูดน้อยรีบรุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วก็ออกไปจัดการตามคำสั่งในทันที
เฉินอวี้มองคุณชายของตนเอง เจียงเฟิงััได้ถึงสายตาของนาง “มีอันใดงั้นหรือ?”
“คุณชายให้คนของพวกเราลงมือไม่ดีกว่างั้นหรือเ้าค่ะ”
“คุณชายเพิ่งฟื้นมาไม่นาน ครั้งนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ธรรมดา”
เจียงเฟิงใบหน้าเรียบเฉย “พวกิญญาทมิฬเป็พวกที่ซ่อนตัวเก่ง และพวกมันยังเก่งเื่หลบความวุ่นวาย”
“ เื่นี้คนรู้มากขึ้นก็ยิ่งทำให้มันสามารถหลบเลี่ยงการลงมือในครั้งนี้ได้ง่ายดายขึ้น”
“จากคนรอบตัวทั้งหมด ข้าในตอนนี้เชื่อใจเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น”
“ไม่ต้องกังวลมากสุดก็เป็ิญญาทมิฬขอบเขตสี่”
“แม้ว่าจะอันตรายอยู่บ้างแต่ว่าข้ายังไม่ได้ลงมือในตอนนี้ทันที”
“แน่นอนว่าจำเป็จะต้องรอ”
เจียงเฟิงรู้ดีว่าพวกิญญาทมิฬพวกนี้มีนิสัยเป็อย่างไร จริงอยู่ที่ว่าเขากำลังในมือไม่น้อย
มองดูจากยอดฝีมือที่อยู่ภายในจวนแม่ทัพแห่งนี้ เพียงแค่ออกคำสั่งเพียงครั้งเดียวก็อาจจะสามารถสืบหาิญญาทมิฬได้ หลังจากนั้นก็ลงมือสังหารมันเพื่อจบปัญหาปัญหาในทันที
แต่ว่าไม่มีอันใดที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน ว่าิญญาทมิฬนั้นไม่มีทางหนีทีไล่
พวกิญญาทมิฬเป็พวกที่มักจะทำอันใดรอบคอบอยู่เสมอเสมอ โดยเฉพาะเื่การเอาตัวรอดของพวกมันถือได้ว่ายอดเยี่ยมอย่างถึงที่สุด
เจียงเฟิงเคยพบเจอมากับตนเอง ในตอนนั้นเขาไล่สังหาริญญาทมิฬตนหนึ่ง
จำเป็จะต้องสังหารมันถึงสิบครั้งกว่าที่จะสามารถสังหารมันให้ตายได้อย่างจริงๆ
เพราะว่าิญญาทมิฬตนนั้นปูทางลอดเอาไว้ให้กับตนเองไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
กล่าวได้ว่าพวกมันตายยากยิ่งกว่าพวกแมลงสาบเสียอีก เพราะแบบนั้นในครั้งนี้การลงมือเจียงเฟิงเลยคิดจะลงมืออย่างรวดเร็วและสังหารมันได้ในทันที
ต้องลงมือโดยที่มันไม่ทันตั้งตัวแล้วก็ปิดทางหนีทั้งหมดของพวกมัน
ถ้าเกิดว่าปล่อยให้มันหนีรอดออกไปมันก็คงจะมีปัญหาตามมาไม่น้อย
เพราะแบบนั้นเจียงเฟิงเลยไม่คิดขอความช่วยเหลือจากคนภายในจวนแม่ทัพ
ิญญาทมิฬตนนั้นดูเหมือนว่าจะขอบเขตไม่สูง และมันเองก็ยังคงาเ็อยู่
พวกิญญาทมิฬเมื่อิญญาของพวกมันาเ็ สิ่งที่พวกมันต้องใช้ในการรักษาก็คือปราณชีวิต
มันไม่เหมือนผู้ฝึกตนที่เมื่อาเ็เพียงแค่ดูดกลืนปราณิญญาจากฟ้าดินก็สามารถสามารถรักษาอาการาเ็ของตนเองได้
แต่ว่าพวกิญญาทมิฬมีรูปลักษณะเป็ิญญา แถมพวกมันเองก็เป็สิ่งมีชีวิตที่ถูกปฏิเสธจากฟ้าดิน
พวกมันเลยไม่สามารถใช้ปราณิญญาฟ้าดินในการรักษาอาการาเ็ได้
อาการาเ็ของพวกมันจะสามารถฟื้นตัวได้โดยการดูดชีวิตจากสิ่งมีชีวิตต่างๆ
มองดูจากการลงมือก่อนหน้านี้เมื่อโดนเปิดโปงแล้ว ิญญาทมิฬนั้นคงจะไม่ลงมือไปอีกซักพักนึง
สามารถยืนยันได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่สามารถฟื้นฟูอาการาเ็ได้ไปอีกสักพัก
…
สองวันต่อมา
ยามราตรีที่มืดมิด
ในเมืองเฟิงเฉินเต็มไปด้วยแสงไฟมากมาย แม้ว่าจะเป็แดนเหนือที่รกร้างแต่ใน่หลายปีที่ผ่านมาในเมืองแห่งนี้ก็มีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น
เลยทำให้เมืองแห่งนี้มีความเจริญไม่แพ้เมืองขนาดกลางกลางของแคว้นต้าเฉินเลยแม้แต่น้อย
นี่เองก็ต้องยกความดีความชอบให้กับแม่ทัพใหญ่เจียงด้วย
เพราะว่าการที่กองทัพเข้ามาดูแลดินแดนแห่งนี้ มันสามารถสร้างความสงบสุขให้กับดินแดนทางเหนือได้อย่างเห็นผล
และเมืองเฟิงเฉิน ที่ถือได้ว่าเป็เมืองขนาดใหญ่ของแดนเหนือที่ถูกสร้างขึ้นมา มีการป้องกันอย่างรัดกุมแถมยังสามารถมอบความปลอดภัยให้กับเหล่าผู้คนภายในเมืองได้
นั้นก็ทำให้ผู้คนในดินแดนรกร้างทางเหนือแห่งนี้ เดินทางมาที่เมืองแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
และสุดท้ายก็กลายเป็สภาพการณ์ว่าเมืองแห่งนี้กลายเป็เมืองที่เจริญ ไม่แพ้กับเมืองกลางของราชวงศ์เลยแม้แต่น้อย
รถม้าคันหนึ่งวิ่งออกจากจวนแม่ทัพใหญ่
รถม้าเคลื่อนที่อย่างช้าๆ มุ่งตรงไปยังหอสุราเลื่องชื่อในเมืองแห่งนี้
เมืองเฟิงเฉินเพิ่งสร้างขึ้นได้ไม่นาน แน่นอนว่าความบันเทิงใน่ยามราตรีมีอยู่เพียงแค่ไม่กี่แห่ง
หนึ่งในนั้นก็คือหอสุรา แล้วก็มีหอคณิกา ที่เหล่าบุรุษมากมายต่างพากันไปหาความสำราญใน่ยามราตรี
หอคณิกาในเมืองแน่นอนว่ามีสตรีงดงามมากมายคอยรับรอง บุรุษที่ไปดื่มเหล้าที่สถานที่แห่งนั้นต่างหาหาความสำราญให้กับตนเองได้อย่างดี
เพราะว่ามีแม่นางรูปโฉมงดงาม คอยปรนนิบัติรับใช้มีผู้ใดบ้างไม่ชื่นชอบ
ส่วนหอสุราไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้หอคณิกา มันตั้งอยู่ห่างกันคนละถนน หอสุรานั้นเป็สถานที่ที่เหล่าบุรุษมักจะมาดื่มสุราสังสรรค์กับเหล่าสหาย
ส่วนใหญ่แล้วพวกบุรุษที่มักจะมาดื่มสุราที่หอสุรา เป็พวกบุรุษที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียง
และก็รักษาชื่อเสียงของตนเองเพื่อไม่ให้คนพูดถึงในทางแย่ๆ ยกตัวอย่างเช่นเหล่าบัณฑิตที่กำลังจะเข้าสอบเป็ขุนนาง
หรือแม้กระทั่งพวกคุณชายของตระกูลใหญ่ๆที่มีชื่อเสียง คนพวกนี้มักจะไม่ได้เดินทางไปหอคณิกา พวกเขามักจะมาดื่มสุรากันที่หอสุราในเมืองแห่งนี้
ในวันนี้เจียงเฟิงก็เดินทางมาที่หอสุราแห่งนี้เช่นเดียวกัน
มันเป็หอสุราสูงสามชั้นความใหญ่โตนั้นไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับขนาดของเมือง
เจียงเฟิงเดินลงมาจากรถม้า มองเห็นแผ่นป้ายของหอสุราก็หรี่ตาลง
หอสุราท่องราตรี
สิ่งที่ทำให้เจียงเฟิงรู้สึกประหลาดใจก็เป็เพราะว่า ดูเหมือนว่าด้านในหอสุราจะมียอดฝีมือแฝงตัวอยู่
น่าจะไม่ใช่พวกยอดฝีมือธรรมดา อาจจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีขอบเขตถึงขอบเขตหก
ไม่คาดคิดว่าหอสุราธรรมดาจะมียอดฝีมือคอยนั่งบัญชาการแบบนี้อยู่ด้วย
ตามที่เจียงเฟิงทำความเข้าใจมาแล้ว มันทำให้เขานั้นรู้ว่าหอสุราแห่งนี้ ไม่ใช่หอสุราในมือของจวนแม่ทัพ
นั่นแสดงว่ามีคนเป็เ้าของ ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ด้านหลังของหอสุราแห่งนี้จะไม่ธรรมดา
เจียงเฟิงขบคิดแล้วก็เหมือนว่ามันน่าแปลกประหลาดเป็อย่างยิ่ง
ภายในเมืองเล็กๆที่อยู่ในดินแดนรกร้างทางเหนือแบบนี้ มันกลับมีพวกขุมกำลังที่ไม่ธรรมดาหลายขุมกำลังมาแฝงตัวอยู่
ไม่ว่าจะเป็หอแสงจันทร์จากนครแสงจันทร์ และยังมีหอสุราแห่งนี้อีก นี่ยังไม่รวมกับตระกูลจางที่ไม่รู้ทำไมถึงต้องย้ายตระกูลเข้ามาในเมืองเฟิงเฉิน
ก่อนหน้านี้ตระกูลจางของดินแดนแห่งนี้เป็ตระกูลใหญ่ เพราะแบบนั้นพวกเขาเลยอาศัยอยู่ภายในเมืองขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่ง
แต่ว่าหลังจากที่บิดาของเขาได้รับหน้าที่มาเป็เ้าของศักดินาดูแลดินแดนแห่งนี้ สร้างเมืองแห่งนี้ขึ้นมาตระกูลจางที่โดนลดทอนอำนาจลง กับจงใจย้ายตระกูลของตนเองเข้ามาในเมืองเฟิงเฉิน
ทั้งที่ความเป็จริงแล้วตระกูลจางควรจะ อยู่ห่างจากเมืองแห่งนี้ที่บิดาของเขาเป็ผู้ดูแล อีกฝ่ายกลับพาตัวเองเข้ามาภายในเมือง เหมือนกับนกที่อยู่ๆก็เข้ามาภายในกรงขังเอง
เื่นี้ไม่ว่ามองอย่างไรมันเองก็น่าแปลกประหลาดเป็อย่างยิ่ง