จวนสายหลักของสกุลซูคือจวนของอดีตท่านราชครูในรัชกาลก่อนยามนี้ผู้ปกครองจวนมีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าของจวนนามหลินฮุ่ยเหอซูจิ้นผิงบุตรชายเพียงคนเดียวของนางตายจากไปนานแล้วบุตรสาวอีกสองคนนั้นคนหนึ่งแต่งเข้าจวนสกุลจางซึ่งเป็สกุลของอดีตฮองเฮาส่วนอีกคนแต่งเข้าจวนสกุลหยางซึ่งเป็จวนของแม่ทัพใหญ่หลายปีมานี้ภายในจวนสกุลซูมีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าและซูเหม่ยถิงเท่านั้น นานๆครั้งซูอี้หรานผู้เป็บุตรสาวคนโตของฮูหยินผู้เฒ่าจึงจะมาเยี่ยมเยียนส่วนซูอี้หลันที่เป็สะใภ้ใหญ่ของสกุลหยางต้องไปติดตามสามีไปอยู่ชายแดนั้แ่แต่งงานออกไปน้อยครั้งมากที่จะได้กลับมาที่จวน
ในเมื่อวันนี้ซูอี้หรานผู้เป็บุตรสาวคนโตมาเยี่ยมเยียนฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้ให้การต้อนรับอย่างเต็มที่เพียงแต่ในวันนี้อยู่ๆซูอี้หรานก็เอ่ยถึงซูเหม่ยถิงขึ้นมาด้วยอายุและคุณสมบัติของหลานสาวของตนมีหรือที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่เข้าใจในจุดประสงค์การมาเยี่ยมเยียนของบุตรสาว
“อย่าได้มัวอ้อมค้อมพูดธุระออกมาตามตรงเถิดสาเหตุที่เ้ามาหาข้าในวันนี้เป็เพราะเื่ใดกันหรือ”ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยออกมาตามตรงยามนี้บ่าวและสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติบนเรือนเหลือแต่คนสนิทที่ไว้ใจได้ทั้งสิ้นฮูหยินผู้เฒ่าจึงไม่กังวลว่าจะมีผู้อื่นเอาคำพูดของนางและบุตรสาวไปพูดที่อื่
“ท่านแม่คุณชายใหญ่จวนของข้ายามนี้อายุย่างจะสิบเจ็ดแล้วแต่เื่การหมั้นหมายกลับไม่มีการพูดถึงท่านแม่สามีของข้าร้อนใจยิ่งนักจวบจนคิดได้ว่าข้าผู้เป็สะใภ้รองยังมีหลานสาวที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่คนหนึ่งแม้ว่ายามนี้นางจะมีอายุน้อยไปสักหน่อยแต่ก็คุ้มค่าที่คุณชายใหญ่จะรอคอย”คำพูดของซูอี้หรานทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพลันยิ้มออกมาในทันที
“แม่สามีของเ้าพึงใจถิงถิงแล้วพี่สะใภ้ใหญ่ของสามีของเ้าเล่านางว่าอย่างไรข้าได้ยินมาว่านางเองก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะให้หลานสาวของนางหมั้นหมายกับบุตรชายของนางมิใช่หรือ”คำถามของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ซูอี้หรานยิ้มออกมา
“ด้วยนิสัยของพี่สะใภ้ใหญ่ท่านแม่สามีของข้าไม่มีทางอยากได้เด็กสาวจากสกุลของนางแต่งเข้าสกุลจางอีกคนหรอกเ้าค่ะ”คำพูดของซูอี้หรานทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มออกมาอย่างเข้าใจ
ยามนี้คนที่คอยดูแลและควบคุมเรือนหลังของจวนสกุลจางก็คือซูอี้หรานผู้เป็สะใภ้รองส่วนจี้หยวนฝูผู้เป็สะใภ้คนโตกลับไม่ได้รับไว้วางใจจากแม่สามีเื่นี้ทำให้จี้หยวนฝูไม่พึงพอใจในตัวของซูอี้หรานเป็อย่างมากเื่เดียวที่จี้หยวนฝูสามารถเอาชนะซูอี้หรานได้ก็คือเื่บุตรชายแต่งงานนานหลายปีแต่ซูอี้หรานกลับไม่สามารถมีบุตรชายได้เสียทีในขณะที่จี้หยวนฝูกลับคลอดบุตรชายที่ดีอย่างจางเหวินจิ้งออกมาได้
“การแต่งงานไม่ใช่แค่เพียงการผูกสัมพันธ์ระหว่างคนเพียงสองคนแต่ญาติพี่น้องก็มีส่วนในการผูกสัมพันธ์ของคนทั้งคู่หากหมั้นหมายและแต่งงานกันไปในอนาคตไม่ว่าอย่างไรสะใภ้คนโตของสกุลจางก็จะเป็แม่สามีของถิงถิงข้าไม่อยากให้ความบาดหมางระหว่างเ้ากับนางทำให้ถิงถิงต้องได้รับความลำบากใจในอนาคตมิสู้หาคนที่ครอบครัวเรียบง่ายให้นางแต่งเข้าไปน่าจะดีกว่า”คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ซูอี้หรานส่ายหน้า
“ท่านแม่วางใจเถิดตราบใดที่ยังมีข้าอยู่ในจวนสกุลจางข้าย่อมจะไม่ปล่อยให้ผู้อื่นรังแกหลานสาวของข้าแน่และอีกอย่างแม้ว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะไม่ค่อยจะได้เื่เท่าใดนักแต่บุตรชายของนางกลับดีเป็อย่างยิ่งท่านแม่ ถิงถิงก็เป็หลานสาวของข้าเช่นกันมีหรือที่ข้าจะไม่อยากให้หลานสาวของตนเองได้แต่งกับคนที่ดีการหมั้นหมายในครั้งนี้หากตกลงกันได้ข้าขอรับรองว่าผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงจะต้องริษยาถิงถิงเป็แน่”คำพูดของซูอี้หราน ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มออกมา
“คุณชายใหญ่สกุลจางข้าเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของเขาอยู่เช่นกันสามารถสอบเข้าสำนักราชบัณฑิตหลวงได้ั้แ่อายุยังไม่ถึงสิบขวบดีนับว่าเป็อัจฉริยะในหมู่ผู้คนโดยแท้แต่ถิงถิงของข้าเองนางก็ไม่แพ้ผู้ใดอายุยังไม่ถึงสิบสี่ปีเต็มแต่กลับมีความรู้อันกว้างขวางข้าเชื่อว่าหากให้นางลองสอบเข้าสำนักราชบัณฑิตดูนางคงจะสามารถสร้างผลงานได้ไม่แพ้คุณชายใหญ่สกุลจางเป็แน่”
“ท่านแม่ข้ารู้ว่าถิงถิงเองก็ไม่ด้อยแม่สามีของข้าก็ย่อมจะรู้ถึงเื่นี้เช่นเดียวกันนางจึงยินยอมที่จะรอให้ถิงถิงถึงวัยปักปิ่นก่อนแล้วจึงค่อยพูดถึงเื่พิธีแต่งงานส่วนเื่ของหมั้นรับรองว่าไม่มีทางทำให้ถิงถิงต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”คำพูดของบุตรสาวทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าที่จริงแล้วตัวนางเองก็พึงพอใจจางเหวินจิ้งอยู่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ตอนที่นางเคยปรึกษากับแม่สื่อเื่การหมั้นหมายของซูเหม่ยถิงคนแรกที่นางหมายตาก็คือคุณชายใหญ่จวนสกุลจางผู้นี้นี่แหละไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตานิสัยใจคอรวมทั้งความสามารถคนผู้นี้ไม่เป็สองรองใครแต่สาเหตุที่นางยังคงบ่ายเบี่ยงอยู่เช่นนี้เป็เพราะอยากให้บุตรสาวคนโตออกหน้ารับปากว่าจะดูแลซูเหม่ยถิงผู้เป็หลานสาวให้ดีอย่าได้ปล่อยให้ผู้อื่นมารังแกหลานสาวของนางอย่างเด็ดขาด
“ถ้าเช่นนั้นก็เป็อันตกลงเ้าอย่าได้ลืมถ้อยคำที่เ้าพูดกับแม่เชียวนะถิงถิงเป็เด็กอาภัพข้าจึงอยากให้่ชีวิตหลังจากแต่งงานของนางเต็มไปด้วยความสุข”เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้ซูอี้หรานก็รีบรับคำด้วยความยินดี
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวลข้าขอสัญญาว่าวันหน้าข้าจะดูแลถิงถิงเป็อย่างดีไม่ปล่อยให้มีผู้ใดมารังแกนางทั้งสิ้น”เมื่อซูอี้หรานเอ่ยเช่นนี้สัญญาการหมั้นหมายระหว่างซูเหม่ยถิงและจางเหวินจิ้งจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ซูเหม่ยถิงที่ยังคงจดจำเื่ราวในชาติก่อนของตนเองได้เป็อย่างดีเมื่อได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถึงการหมั้นหมายจึงไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจเท่าใดนักนางได้แต่ครุ่นคิดและคาดเดาว่ายามนี้ในเมื่อองค์รัชทายาทยังคงเป็องค์ชายใหญ่หลี่เทียนหลงอยู่ภายในจวนสกุลจางจึงน่าจะยังคงสงบร่มเย็นอยู่
“เ้าคิดตำหนิย่าหรือไม่ที่ตอบรับการขอหมั้นหมายโดยที่ไม่สอบถามเ้าก่อน”คำถามประโยคนี้ของอูหยินผู้เฒ่าทำให้ซูเหม่ยถิงพลันส่ายหน้าในทันท
“หลานจะตำหนิท่านย่าทำไมกันเล่าเ้าคะแม้ว่าหลานจะยังไม่ค่อยจะรู้ความแต่หลานก็เชื่อในการตัดสินใจของท่านย่านะเ้าคะ”คำพูดของซูอี้หรานทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มออกมา
“เด็กดีย่าดีใจที่เ้าเชื่อใจย่าเท่าที่ย่ารู้มาคุณชายใหญ่สกุลจางเป็คนที่ดีมากวันหน้าเขาจะต้องดีต่อเ้ามากเป็แน่”
“เ้าค่ะเขาจะต้องดีต่อข้ามากเป็แน่”ซูเหม่ยถิงเอ่ยออกมาพลางคิดถึงเื่ที่หลังจากนี้เขาจะต้องมาขอยกเลิกการหมั้นหมายด้วยตนเองที่จวนเป็แน่นางที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วว่าชาตินี้นางจะไม่ปล่อยให้คนรักสันโดษอย่างจางเหวินจิ้งต้องตายจากไปโดยที่ไม่มีคู่ชีวิตดังเช่นชาติก่อนๆอย่างเด็ดขาดย่อมจะไม่ยอมให้เขาสามารถทำได้สำเร็จในเมื่อยามนี้เขาและนางมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันแล้วนางก็ไม่คิดที่จะเปิดโอกาสให้เขามาขอยกเลิกการหมั้นหมายดังเช่นในชาติที่แล้วของนางอย่างแน่นอน