ตอนที่ 8 พลังพิเศษปรากฏ
หลินหร่วนมิได้มัวแต่เกรงใจป้าโจ เพราะหากมีเพียงนางคนเดียวมิว่าสถานการณ์จะเป็เยี่ยงไรก็พอจะถูไถให้ผ่านพ้นไปได้ แต่เนื่องจากหลินหันกับหลินซิ่วยังเยาว์ยามราตรีหากค้างคืนตากลมอยู่ข้างนอก พวกเขาจะต้องป่วยอย่างแน่นอน
ดังนั้นสามพี่น้องจึงตามกันไปที่บ้านของป้าโจว
แม่สามีของป้าโจวได้ทำอาหารเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นพวกหลินหร่วนเดินเข้ามา จึงลากหลินหร่วนเข้าไปหาพลางถอนหายใจยาวออกมาจากนั้นก็ด่าทอสองป้าหลานตระกูลหวังอีกรอบ
หลังมื้อเย็น หลินหร่วนพาหลินซิ่วเข้านอนในห้องเก็บของที่มิใช้แล้วของตระกูลโจว
หลินซิ่วที่ยังเยาว์ นอนลงได้เพียงมินานก็เข้าสู่ภวังค์ความฝันอันหอมหวาน
ส่วนหลินหร่วนที่คิดว่าตนเองจะนอนมิหลับผลคือร่างกายนี้อ่อนล้าเต็มทีแล้ว เมื่อหัวถึงหมอนจึงหลับไปทันที
เมื่อตื่นขึ้นมา ท้องนภาก็สว่างโร่แล้ว
ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากภายนอกหลินหร่วนจึงลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้า
“อาหร่วน เหตุใดมินอนต่ออีกสักหน่อยล่ะ ? ” สีหน้าของสะใภ้ใหญ่ตระกูลโจวเต็มไปด้วยความเป็ห่วง“นอนมิสบายใช่หรือไม่ ? ”
“พี่สะใภ้ ข้านอนสบายเป็อย่างมาก ทั้งยังหลับลึกมากอีกด้วยให้ข้าช่วยท่านทำอาหารเช้าเถิด”
‘ฉินซื่อ’คิดว่าหลินหร่วนคงรู้สึกว่าการมาขออาศัยบ้านพวกเขาอยู่ชั่วคราวนั้นเป็การเพิ่มภาระให้แก่พวกเขา ดังนั้นจึงนอนหลับมิสนิท เนื่องจากมิอยากทำให้หลินหร่วนรู้สึกอึดอัดใจนางจึงมิเกรงใจอีกต่อไป
ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องครัว หลินหร่วนก่อไฟ ฉินซื่อทำอาหารพวกนางต่างร่วมมือกันได้อย่างลงตัว
เมื่อกินมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ป้าโจวกับสามีก็ได้พาบุตรชายกับลูกสะใภ้รวมไปถึงหลินหร่วนและหลินหันไปยังบ้านหลังเก่า เนื่องจากหลินซิ่วยังเด็กจนเกินไปจึงถูกทิ้งไว้ที่บ้านตระกูลโจวโดยมีท่านย่าโจวคอยดูแลอยู่
เมื่อถึงบ้านหลังเก่า หลินซานหลางกับกลุ่มชาวบ้านที่มาช่วยงานเมื่อวานก็ได้มารออยู่ก่อนแล้วและพวกเขายังนำเครื่องมือที่ต้องใช้ในการสร้างกำแพงติดไม้ติดมือมาด้วย
เนื่องจากพวกหลินหร่วนต้องรีบย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านดังนั้นลุงโจวและคนอื่น ๆ จึงได้ปรึกษากันว่าจะมิรื้อกำแพงบ้านเดิมทิ้งแต่จะเพิ่มความแข็งแรงด้วยการก่อกำแพงอีกชั้นหนึ่งที่ด้านนอกแทน
บรรดาบุรุษช่วยกันก่อกำแพงส่วนบรรดาสตรีไปช่วยกันตัดหญ้าที่เชิงเขาเพื่อนำมาทำเป็หลังคาบ้าน
ในมือถือของหลินหร่วนถือเคียวเกี่ยวหญ้าอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่กำลังเกี่ยวหญ้าอยู่นั้น ก็ได้มีไก่ป่าบินออกมาจากกอหญ้าลอยข้ามศีรษะของนางหนีขึ้นไปบนูเา
หลินหร่วนที่ถูกฝึกมาด้วยคำกล่าวที่ว่า‘เมื่อเห็นอาหารผ่านหน้าต้องรีบไล่ตาม’ ยามที่ยังอยู่ในยุคปัจจุบัน ดังนั้นนางจึงรีบทิ้งหญ้าในมือเมื่อคว้าเคียวได้ก็วิ่งตามไก่ป่าไปทันที
“อาหร่วน รีบกลับมา ไก่ป่าสามารถบินได้เ้าไล่ตามทันมิทันหรอก”
เมื่อป้าโจวเห็นนางพุ่งเข้าไปในป่า ก็อดส่ายศีรษะอย่างช่วยมิได้
หลินหร่วนไล่ตามไก่ป่าขึ้นมาบนูเาเป็ไปตามที่ป้าโจวกล่าว เ้าสิ่งนี้มีปีก แม้จะบินได้มิสูงนัก แต่ก็มิอาจไล่ตามได้ทันอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นเ้าไก่ป่าตัวอ้วนกำลังจะหนีหายไปจากระยะสายตาหลินหร่วนจึงกระทืบเท้าด้วยความมิพอใจ
ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก !
หากเ้าไก่ป่าตัวนั้นหยุดอยู่กับที่และนางสามารถนำไก่ป่าตัวนั้นกลับไปได้ก็คงจะดีจะได้ทำอาหารให้ชาวบ้านที่มาช่วยเหลือนางเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง
นางเม้มปากแน่น แล้วหันหลังเตรียมจะจากไป ทันใดนั้นนางก็พบว่า...เ้าไก่ป่าตัวนั้นหยุดอยู่กับที่อย่างแท้จริงมันมิขยับแม้แต่น้อย
หลินหร่วนมิได้คิดอันใดมาก นางรีบคว้าเคียวแล้วเหวี่ยงไปทางไก่ป่าตัวนั้นทันที
เมื่อไก่ป่าเห็นเคียวพุ่งเข้ามาแม้จะร้อนใจจนร้องกะต๊ากกะต๊าก ทว่ามันยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่โดยมิขยับตัวไปที่ใด
“ฉัวะ”คอของไก่ป่าถูกเคียวตัดขาดเป็สองท่อน
แม้ว่าไก่ป่าจะมิมีหัวแล้ว ทว่ามันยังคงดิ้นรนอยู่บนพื้นดวงตาของหลินหร่วนทอประกายความประหลาดใจออกมา
การแสดงออกของเ้าไก่ป่าเมื่อครู่แปลกประหลาดจนเกินไปทั้งที่กลัวแทบตายแต่กับมิบินหนีไป ราวกับถูกบางสิ่งควบคุมไว้
คนที่ย้อนเวลามาจากโลกอนาคตอย่างนางรู้สึกคุ้นเคยกับสถาณการณ์นี้อย่างประหลาด
เหตุใดนางถึงถูกกรงเล็บของซอมบี้แทงทะลุจนตายน่ะหรือ ?
ก็เพราะว่าในตอนนั้น นางและหน่วยย่อยของนางซึ่งเป็กองกำลังต่อสู้กำลังพยายามกำจัดซอมบี้ที่มีพลังพิเศษตัวหนึ่งอย่างสุดกำลังและพลังพิเศษของซอมบี้ตัวนั้นก็คือ ‘การควบคุม’
หลังจากที่เ้าซอมบี้ตัวนั้นถูกฆ่า นางใช้มีดผ่าศีรษะของมันเพื่อนำเอาผลึกพลังที่ฝังอยู่ในสมองของมันออกมาผู้ใดจะทราบว่าเ้าซอมบี้ตัวนั้นยังมิตายสนิท มันใช้เล็บยาวแทงนางหนึ่งครา
ก่อนที่จะตาย ในมือของนางได้กำผลึกพลังของซอมบี้ตัวนั้นเอาไว้
หรือว่าในตอนนี้นางจะมีพลังพิเศษของเ้าซอมบี้ตัวนั้นกัน ?
หลินหร่วนกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึก นางเดินไปรอบๆ ป่าบนูเาอยู่ชั่วครู่ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นหนอนผีเสื้อตัวหนึ่งซึ่งกำลังคลานอยู่บนพื้นอย่างเกียจคร้านนางรีบนั่งลงแล้วลองทำเหมือนเมื่อครู่อีกครา นางเอ่ยในใจว่า ‘ลุกขึ้นมาหมุนตัว’
ทันใดนั้นเ้าหนอนผีเสื้อก็ยืดตัวขึ้นมาแล้วค่อยๆ หมุนวนอยู่กับที่
เมื่อเอ่ยในใจว่า ‘หยุด’ เ้าหนอนผีเสื้อก็กลับลงไปคลานอยู่บนพื้นทันที
ทันในนั้น นางก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในเมื่อสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของพวกมันได้เช่นนั้นจะสามารถควบคุมการเติบโตของพวกมันได้ด้วยหรือไม่ ?
หลินหร่วนจดจ้องไปยังหนอนผีเสื้อแล้วเอ่ยในใจว่า‘จงโตขึ้น’
หนอนผีเสื้อมิได้เปลี่ยนแปลงรูปร่างแต่อย่างใด
หรือว่าจะมิได้ผลกัน ?
ในใจของหลินหร่วนรู้สึกมิยินยอม ดังนั้นนางจึงลองคิดเป็ภาพในศีรษะแทน‘เ้าหนอนผีเสื้อได้ขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าหนึ่ง’
ทันใดนั้นลำตัวของเ้าหนอนผีเสื้อผู้น่าสงสารก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าบัดนี้มันมีขนาดยาวเท่ากับหนอนสองตัวรวมกัน
หัวใจของหลินหร่วนเต้นระรัว ยกสองมือกุมไว้ตรงหน้าอกนางตื่นเต้นจนสองแก้มแดงก่ำ
สัตว์และแมลงต่างก็สำเร็จผล แล้วกับพืชเล่า ?
ทั่วทั้งูเามีพืชอยู่เต็มไปหมด หากคิดจะทดสอบช่างง่ายดายยิ่งนัก
เมื่อเห็นกับตาว่าดอกตู้เจวียนที่มีขนาดแค่หนึ่งฝ่ามือเพียงพริบตาเดียวมันก็สูงเท่าเข่าของนางและออกดอกเบ่งบานทุกกิ่งก้านโดยที่มิใช่ฤดูกาลของมัน
หลินหร่วนก็มีความสุขจนอยากจะร้องะโออกมา
์เมตตานางเกินไปแล้ว !
์พาตัวนางมาจากโลกอนาคตที่แสนจะวุ่นวายนั่นแล้วส่งนางมาในยุคสมัยนี้ ทั้งยังมอบนิ้วทองคำที่แข็งแกร่งให้นางอีกด้วย ์ตั้งใจให้นางครองตัวเป็ใหญ่ในห้วงมิตินี้หรือเยี่ยงไร ?
ป้าโจวและคนอื่น ๆ ต่างก็ตัดหญ้าที่เชิงเขาเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นว่าหลินหร่วนยังมิกลับมาจึงรู้สึกมิวางใจ นางบอกกล่าวกับคนอื่น ๆ สองสามคนแล้วเดินขึ้นไปบนูเา
ป้าโจวยังเดินไปได้มิไกลเท่าใดนัก พลันเห็นหลินหร่วนหิ้วไก่ป่าไร้หัวตัวหนึ่งออกมาจากูเา
“ไอหยา...เ้าไล่จับได้จริง ๆ ด้วย เด็กน้อยเ้าช่างเก่งกาจยิ่งนักถึงกับไล่ตามไก่ป่าได้ด้วย”
หลินหร่วนพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นภายในใจ จากนั้นก็หัวเราะออกมาแล้วเอ่ยว่า“วันนี้ยามอู่ สามารถเพิ่มรายการอาหารได้แล้ว”
ป้าโจวรู้สึกมีความสุขมากยิ่งนัก“เ้าไก่ตัวนี้อวบอ้วนดีจริง อีกประเดี๋ยวเมื่อนำกลับไปก็มอบให้ข้าจัดการเถิด เ้าจะได้ลองชิมฝีมือป้าบ้าง”
“เช่นนั้น พวกเราถือเป็ลาภปากของพวกเราแล้ว”
ทั้งสองคน คนหนึ่งนำหน้า คนหนึ่งตามหลังเดินตามกันลงมาจากูเา หลินหร่วนที่ลอบทดสอบพลังบนร่างของป้าโจวหนึ่งคราพบว่าพลังวิเศษใช้กับมนุษย์มิได้ ใช้กับพืชและสัตว์ได้เท่านั้น
ในการควบคุมความเคลื่อนไหวของสัตว์เพียงแค่ออกคำสั่งในใจก็พอแล้ว แต่หาก้าเปลี่ยนแปลงรูปร่างของพวกมัน ก็เพียงแค่นึกภาพผลลัพธ์ที่้าในสมองเท่านั้น
สำหรับหลินหร่วนแล้ว เื่นี้มิได้ยุ่งยากอันใด
ทั้งพี่สะใภ้และคนอื่น ๆเมื่อเห็นว่าหลินหร่วนจับไก่ป่ามาได้ก็ดีใจเป็อย่างมาก
แต่ละบ้านต่างก็มิได้มีชีวิตที่ร่ำรวย หากมิใช่่เทศกาลโดยปกติแล้ว มิค่อยมีบ้านใดทำใจกินเนื้อสัตว์ได้ลง
แม้ว่าด้านหลังหมู่บ้านตระกูลหลินจะเป็ูเาฝูหนิวทว่าในหมู่บ้านกลับมีเพียงมิกี่คนเท่านั้นที่ล่าสัตว์เป็อย่างมากก็แค่วางกับดักไว้บนูเาเท่านั้น
เนื่องจากมีคนเข้าออกูเาฝูหนิงตลอดเวลาสัตว์ป่าบนูเาจึงมีมิมากนัก เพราะสัตว์ต่างก็พากันหนีเข้าไปยังูเาลูกใหญ่กว่าที่อยู่ด้านหลังูเาฝูหนิวอีกทีซึ่งูเาลูกนั้นถูกเรียกว่า ‘เขาเฉินวู’กล่าวกันว่าภายในนั้นมีสัตว์ป่าและแมลงพิษอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง มีเพียงมิกี่คนเท่านั้นที่กล้าเข้าไป
ดังนั้นเ้าไก่ป่าตัวนี้จึงมีค่าอย่างมากในสายตาของทุกคน
หลินหร่วนรู้สึกเสียดายยิ่งนักหากพบว่าตนเองมีพลังพิเศษเร็วกว่านี้ นางจะทำให้เ้าไก่ป่าตัวนี้อวบอ้วนขึ้นอีกหน่อยเช่นนี้ทุกคนก็จะได้กินเนื้อเพิ่มอีกคนละคำสองคำแล้ว
แต่ว่ามิเป็ไร ในเมื่อตอนนี้นางมีพลังวิเศษแล้วภายหลังยังจะขาดแคลนเนื้ออยู่อีกหรือ ?
รอจนจัดการเื่บ้านเสร็จแล้ว เมื่อนางมีเวลาว่างคงต้องขึ้นไปบนูเาสักครา แล้วจับสัตว์ป่ามาสักกอง จากนั้นก็แบ่งให้บ้านละสองสามตัวถือว่าเป็การขอบคุณที่พวกเขามาช่วยเหลือตนในยามที่ยากลำบาก