ณ อุทยานรโหฐาน — คุกแก้ววิไลแห่งนางสีดา
ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายของโลกภายนอกที่กำลังตื่นตะลึงกับ 'ศิลาเนตรทิพย์' ทว่า ณ ส่วนลึกที่สุดของพระราชวังลงกา... กลับมีดินแดนหนึ่งที่เงียบสงบและงดงามประดุจ์ชั้นดุสิตหล่นลงมาบนดิน
นั่นคือ 'อุทยานอโศก' สถานที่ซึ่งทศกัณฐ์ (องค์เดิม) ทรงจัดเตรียมไว้เพื่อพำนักของนางสีดา หากปุถุชนทั่วไปจินตนาการถึงภาพการกักขังที่เต็มไปด้วยโซ่ตรวนและคุกมืด พวกเขาคงต้องประหลาดใจจนสิ้นสติ เพราะเบื้องหน้าของนางสีดายามนี้คือ 'วิมานจำลอง' ที่สร้างจากแก้วผลึกใส ล้อมรอบด้วยสระโบกขรณีที่มีดอกบัวสัตตบงกชบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมรื่นรมย์ตลอดทั้งวัน
"พุทธัง... ชีวิตในป่ากับพระรามที่ข้าเคยตรากตรำมานั้น ช่างห่างไกลจากที่นี่ราวนรกกับ์"
นางสีดา รำพึงกับตนเองเบาๆ ขณะที่เอนกายลงบนตั่งทองคำบุด้วยผ้าแพรไหมพรรณเนื้อนุ่มลื่นผิว ในมือของนางมิใช่พวงมาลัยหรือเครื่องสดเพื่อบูชาเทพเ้า ทว่ากลับเป็ 'จอกแก้วมณี' ที่บรรจุน้ำทิพย์รสเลิศเย็นฉ่ำ ซึ่งเหล่าอสุรีรับใช้ (บ่าวรับใช้) คอยนำมาถวายไม่ขาดสาย
ภายในห้องหับของนางถูกจัดสรรไว้อย่างเป็ระเบียบและสะดวกสบายถึงขีดสุด มีเครื่องหอมชั้นเลิศจากทั่วไตรภูมิคอยรมประโคมผิวพรรณ มีกระจกเงาบานั์ที่หลอมจากเงินยวงเจียระไนอย่างวิจิตร และที่สำคัญที่สุด... ทศกัณฐ์มิเคยได้ล่วงเกินหรือบังคับขืนใจนางเลยแม้แต่น้อย ทรงเพียงแต่จัดหาทุกสรรพสิ่งที่นาง้ามาวางไว้แทบเท้า ราวกับนางคือเ้าชีวิตที่แท้จริงของลงกา
"อาภรณ์ผ้าทอจากเส้นใยเมฆา เครื่องประดับทองนพคุณ... และอาหารทิพย์เหล่านี้" สีดาทอดสายตามองไปยังเหล่าบ่าวเฒ่าที่กำลังจัดเตรียมเครื่องเสวยชุดใหม่ "หากต้องกลับไปเสวยผลไม้ป่าและนอนบนพื้นดินเย็นเยียบในอาศรมอีกครั้ง... ใจของข้าก็อดที่จะสั่นไหวด้วยความขยาดมิได้"
ทางด้าน วายุ (ทศกัณฐ์ในร่างจำแลง) แม้ดวงจิตจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของนางสีดาในอุทยานแห่งนี้ และรู้ดีว่าทศกัณฐ์องค์เดิมทรง 'ทุ่มเท' มหาศาลเพียงใดเพื่อเอาชนะใจนาง ทว่าเขากลับเลือกที่จะวางตัวเหินห่างและมิยอมย่างกรายเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เื่รักสามเส้าระหว่างั์ มนุษย์ และสตรีผู้งดงามที่สุดในปฐี... มันช่างน่าปวดหัวเกินกว่าที่ระบบเนตรทิพย์ของ เรา จะเข้าไปแทรกแซง' วายุคิดพลางหรี่ตาลง 'ในเมื่อนางอยู่อย่างสะดวกสบายจนแทบจะลืมพระรามไปเช่นนี้ ก็ปล่อยให้กงล้อแห่งพรหมลิขิตหมุนไปตามทางของมันเถิด เรา มีหน้าที่เพียงแค่คุมระบบข่ายใยมนตราให้ครอบคลุมสามโลกก็พอแล้ว!'
วายุตระหนักดีว่า การเข้าไปยุ่งกับ 'สีดา' ก็เท่ากับเข้าไปยุ่งกับชนวนาที่อาจทำให้แผนการใหญ่ของเขาพังพินาศ เขาจึงเมินเฉยต่อเสียงร่ำลือถึงความงามของนาง และมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานผู้ใช้ศิลาเนตรทิพย์ไปยัง 3 ภพ แทนที่จะเสียเวลากับเื่เสน่หาที่ทศกัณฐ์คนก่อนทำค้างไว้
ณ บรรยากาศภายในศาลาถ่ายทอดสด (การไลฟ์สด) ที่เคยคึกคักครื้นเครงพลันเย็นเยียบลงถนัดตา เมื่อข้อความท้าทายในเื่การกักขังนางสีดาพุ่งทะยานขึ้นมาประดุจสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวงเสวนา เหล่านักสิทธิ์วิทยาธรนับแสนที่ถือศิลาเนตรทิพย์ (สมาร์ทโฟน) อยู่ในมือต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความระทึก รอคอยดูว่าบุรุษลึกลับภายใต้หน้ากากผู้นี้จะจัดการกับคำสบประมาทที่รุนแรงเช่นนี้อย่างไร
วายุ นิ่งสงบอยู่บนอาสนะดุจขุนเขาเมรุมาศที่มิสั่นคลอนด้วยแรงลม ภายใต้หน้ากากศิลาอันวิจิตร รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของจอมราชันย์ั์ทศกัณฐ์ แววตาคมกริบภายใต้ช่องหน้ากากวาวโรจน์ขึ้นเพียงชั่วครู่ พระองค์ทรงััได้ทันทีว่าข้อความลึกลับนี้มิได้มาจากผู้ฝึกตนพเนจรทั่วไป แต่มันแฝงไปด้วยไออาคมฝ่ายธรรมะที่กำลังพยายาม 'หยั่งเชิง' (การทดสอบเพื่อหาจุดอ่อน) เพื่อตรวจสอบว่าผู้ที่ถือครองระบบศิลาเนตรทิพย์นี้คือมิตรหรือศัตรู หรือเป็อสูรร้ายที่สวมหน้ากากมาลวงโลกกันแน่
'หึ... พวกพระรามเริ่มส่งหน่วยสอดแนมทางจิตมาลองดีในข่ายใยมนตรา (โลกอินเทอร์เน็ต) ของ เรา แล้วสินะ'
วายุทรงตระหนักดีว่า หากพระองค์ใส่อารมณ์โต้ตอบกลับไปอย่างรุนแรง หรือแสดงท่าทีเข้าข้างฝ่ายอสูรอย่างชัดเจน พวกฝั่งธรรมะที่แฝงตัวอยู่ย่อมจะคาดเดา 'ตัวตน' (ไอเดนทิตี) และ 'ที่มา' ของระบบนี้ได้ในทันที และนั่นจะทำให้แผนการใหญ่ที่ต้องอาศัยความเป็กลางในการดึงดูดคนทั้งสามโลกพังพินาศลง
"สหายผู้ใฝ่รู้..." สุรเสียงทุ้มต่ำดังกังวานผ่านระบบศิลาเนตรทิพย์ น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาอารมณ์ "คำถามของ ท่าน ช่างเต็มไปด้วยอคติที่ปรุงแต่งขึ้นมาจาก 'เื่เล่า' ของผู้อื่น ข่ายใยมนตราแห่งนี้มีไว้เพื่อรังสรรค์นิมิต (สร้างคอนเทนต์) อันเกิดจากปัญญาและตบะ มิใช่พื้นที่สำหรับชำระความแค้นหรือสอดส่องเื่ส่วนตัวของผู้ใด ไม่ว่าจะเป็าาอสูรหรือจอมทัพมนุษย์ ต่างก็อยู่ภายใต้กฎเหล็กของระบบเนตรทิพย์นี้อย่างเท่าเทียมกัน!"
เป็การตอบปัดที่มีชั้นเชิงยิ่งนัก วายุเลือกที่จะชู 'กฎของระบบ' ขึ้นมาบังหน้า เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเป็กลางไว้อย่างเหนียวแน่น ก่อนที่พระองค์จะทรงสะบัดพระหัตถ์ตัดหน้าจอข้อความนั้นทิ้งไปประดุจปัดฝุ่นละอองที่ไร้ค่า
"อย่าได้เสียเวลากับเศษเสี้ยวแห่งความสงสัยที่รังแต่จะถ่วงรั้งการบำเพ็ญเพียรของพวก ท่าน เลย ลำดับต่อไป... เรา จะแสดงวิชาลับที่สำคัญที่สุดในการดึงดูดสายตาผู้คน นั่นคือ 'การเปิดศาลาเสวนาสด' (การเริ่มไลฟ์สด) เพื่อสร้างบารมีและยอดผู้ติดตาม!"
วายุทรงปรับเปลี่ยนอารมณ์ของศาลาถ่ายทอดสดทันที แสงสีทองจากหน้าจอกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง พระองค์เริ่มสาธิตวิธีการจัดวางองศาของหน้าจอ การใช้แสงสว่างจากกองกูณฑ์ (ไฟสตูดิโอ) และเทคนิคการเจรจาพาทีที่จะมัดใจผู้ชมให้ยอม 'บูชาถวายของกำนัล' (การส่งของขวัญหรือเปย์) เป็แก้วมณีมหาโชติให้แก่ผู้สร้างนิมิต
"จงจำไว้... ในข่ายใยมนตราแห่งนี้ 'ผู้ที่น่าสนใจที่สุด' คือผู้ที่จะครองอำนาจเหนือใคร! และบัดนี้ เรา จะสอนให้พวก ท่าน ได้เห็นว่า เพียงแค่ขยับนิ้วเพียงนิด ชีวิตของพวก ท่าน ในป่าหิมพานต์นี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล!"
กระแสตอบรับช่างกึกก้องเกรียงไกร ภายในศาลาแก้วอันเงียบสงัดที่มีกลิ่นหอมของกำยานอ่อนๆ ร่างของวายุประทับอยู่อย่างองอาจ ทว่าใบหน้าของเขากลับถูกปกปิดด้วย "หน้ากากศิลาขาวมุก" ที่สลักลวดลายโบราณอันวิจิตร ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าบุรุษลึกลับผู้นี้แท้จริงแล้วคือ ทศกัณฐ์ จอมั์แห่งลงกาที่จำแลงกายมา และยิ่งไม่มีใครรู้ซึ้งไปถึงดวงจิตข้างในที่เป็ชายหนุ่มจากโลกปัจจุบัน!
วายุในร่างจำแลงมนุษย์ขยับนิ้วเรียวยาวประคองศิลาเนตรทิพย์รุ่นพิเศษ พลางจับจ้องยอดผู้เข้าชมที่พุ่งทะยานทะลุหลักแสน 'เอาล่ะ... ลำดับต่อไป ข้าพเ้า จะใช้ 'อาคมสุ่มเชื่อมจิต' (การสุ่มดึงผู้ชมขึ้นมาร่วมรายการ) เพื่อชี้แนะแนวทางที่สอดคล้องกับตบะของพวก ท่าน แต่ละคน!'
เพียงอึดใจ ภาพของผู้โชคดีคนแรกก็ปรากฏขึ้น เขาคือ "มาดาลือชา" ผู้มีตบะแก่กล้าแห่งอาศรมโอสถ มาดาผู้นี้พนมมือไหว้บุรุษหน้ากากด้วยความเลื่อมใส "ประหลาดใจนักท่านผู้ลึกลับ... ข้าพเ้า มิคิดเลยว่านิมิต (คอนเทนต์) ของ ข้าพเ้า จะถูกเลือกขึ้นมาในเพลานี้"
วายุยิ้มภายใต้หน้ากาก "สหายมาดา... ท่าน มีวิชาหลอมโอสถทิพย์ที่ล้ำลึกยิ่งนัก นิมิตที่ ท่าน ควรสื่อสารผ่านระบบนั้น มิควรเป็เพียงภาพเพลา (่เวลา) ที่เตายาธรรมดากำลังคุกรุ่น แต่จงสำแดงให้เห็นถึง 'กระบวนการผสานธาตุ' (เทคนิคการเล่าเื่และการถ่ายทำ) ที่วิจิตรบรรจงจนผู้คนต้องตกตะลึง และจงฟังให้ดี... ท่าน สามารถใช้ศิลานี้ร่ายอาคมทำ 'การป่าวประกาศเชิญชวน' (การยิงโฆษณา) เพื่อให้เหล่านักสิทธิ์วิทยาธรที่โหยหาอายุวัฒนะ ได้ประจักษ์ในผลงานของ ท่าน และเดินทางมาร่วม 'บูชาแลกเปลี่ยน' (การซื้อขายสินค้า) โอสถทิพย์ถึงอาศรมของ ท่าน เอง!"
มาดาลือชาเลิกคิ้วด้วยความตื่นเต้น "หมายความว่า... ข้าพเ้า สามารถนำพาผู้คนมาหาถึงที่ โดยมิพักต้องก้าวเท้าออกจากอาศรมเลยรึขอรับ?"
"ถูกต้อง!" วายุสำทับ "และเมื่อใดที่ ท่าน มีผู้ สวามิภักดิ์ (ผู้ติดตาม) เป็จำนวนมหาศาล ท่าน ยังสามารถรับ 'อาณัติจ้างวาน' (งานรีวิวหรือสปอนเซอร์) จากเ้าของสวนว่านยาคนอื่น เพื่อแลกกับแก้วมณีมหาโชติได้อีกด้วย!"
ต่อมา วายุสลับไปหาผู้โชคดีคนที่สอง "พราหมณ์ชลินทร์" ชายพเนจร "ท่านผู้ทรงความรู้... ตัว ข้าพเ้า ชอบท่องเที่ยวไปตามปราสาทร้างและสระอโนดาต นิมิตของ ข้าพเ้า จะมีผู้ใดสนใจรึขอรับ?"
"สนใจสิ!" วายุตอบทันควัน "ท่าน จงตั้งตนเป็ 'ผู้บันทึกนิมิตสัญจร' (บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว) บันทึกภาพทิวทัศน์ที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจ เพื่อดับความกระหายของพวกที่เอาแต่หมกตัวในอาศรม... แต่จำไว้ ห้ามลืมร่าย 'อาคมดนตรีทิพย์' (การใส่เพลงประกอบ) ครอบทับนิมิตด้วย ไม่อย่างนั้นนิมิตของ ท่าน จะจืดชืดเกินไป!"
วายุใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง 40 นาที ในการชี้แนะแนวทางให้แก่ผู้คนหลากหลาย จนกระทั่ง่ท้าย เสียงแจ้งเตือนของขวัญชิ้นใหญ่ก็ดังขึ้นจนศาลาแก้วสั่นะเื!
"มุนีอัคนีนาคา น้อมถวาย 'ปราสาทศิลาเนตรทิพย์' (ของขวัญที่มีมูลค่าสูงสุดในระบบ) แด่บุรุษหน้ากาก!"
วายุหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ท่านมุนี... ขอบน้ำใจสำหรับของกำนัลทิพย์ชิ้นใหญ่ มีสิ่งใดให้ ข้าพเ้า ชี้แนะแก่ ท่าน หรือไม่?"
"ท่านผู้าุโ!" มุนีอัคนีนาคาประณมมือด้วยใจสั่นสะท้าน "ข้าพเ้า เป็ช่างหลอมธนูศัสตรา แต่กระบวนท่าของ ข้าพเ้า มันวิปลาส (แปลกประหลาด) แตกต่างจากผู้อื่นจนถูกคนตราหน้า ข้าพเ้า ควรทำอย่างไรดีขอรับ?"
วายุหัวเราะ "สหายมุนี... ความวิปลาสนั่นแหละคือ 'เสน่ห์' ในโลกแห่งนิมิตสั้น (คลิปสั้น) ความเหมือนคือความตาย ความต่างคือยอดผู้ชม! จงแสดงความบ้าคลั่งของ ท่าน ออกมาให้เต็มที่ และอย่าลืมนำ 'ผลลัพธ์ที่รุนแรงที่สุด' ของศัสตราเ่าั้ มาวางไว้ที่่ต้นของนิมิตเสมอ!"
เมื่อสิ้นสุดการถ่ายทอดสด วายุกดปุ่มปิดอาคมทันที 'ปัง!' หน้าจอศิลาดับวูบ ทิ้งความตื่นตะลึงไว้ให้คนนับแสน "อยากดูสีดางั้นเหรอ?" วายุเหยียดยิ้มภายใต้หน้ากาก "ถ้าอยากดูนัก เดี๋ยวจะทำ 'นิมิตพิเศษเฉพาะผู้สมัครำาญ' (ระบบสมาชิกรายเดือน) เก็บค่าเข้าดูคนละร้อยแก้วมณีมหาโชติ... จะสูบเงินพวกที่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้านให้เกลี้ยงเลยคอยดู!"
ทันใดนั้น ข้อความลับจาก พ่อค้ากุมภัณฑ์ ั์ยอดนักเจรจาภายใต้บังคับบัญชาของท่านนนทสูร ก็เด้งขึ้นมาแจ้งข่าวด่วน: "ขอเดชะฝ่าา! ศิลาเนตรทิพย์ สองแสนเครื่องที่ส่งไปล็อตแรก บัดนี้ถูกบูชาจนหมดเกลี้ยงคลังแล้วพะยะค่ะ! ตอนนี้พวกนักสิทธิ์และพราหมณ์ต่างแย่งชิงกันจนวุ่นวายไปหมดแล้วพะยะค่ะ!"
วายุหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ พลางกดสั่งซื้อเพิ่มอีก สี่แสนเครื่อง ทันที 'ใครจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากนี้คือทศกัณฐ์... และใครจะรู้ว่าฝ่าาทศกัณฐ์องค์นี้กำลังจะรวยที่สุดในสามโลก!