ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวสว่างขาวราวกับเรืองแสงได้ บนใบหน้าในกรอบเส้นผมยาวสลวยสีเงินนั้นตกแต่งด้วยดวงตารียาวและสันจมูกโด่งได้รูปเดินเข้ามายังส่วนในที่มีร่างไร้สตินอนอยู่
“ชายผู้นี้คือผู้ถูกเลือก สายเืเพียงหนึ่งเดียวของท่านรุจีมาตุอย่างนั้นหรือ”
… ถูกต้องแล้วท่านเวณิก …
เวณิกเดินวนรอบร่างนั้นอีกครั้ง ทั้งที่สายตายังไม่ละจากร่างนอนนิ่ง เขากวาดสายตาไปตามใบหน้าคมเข้มสีน้ำผึ้งแต่นวลเนียนรับกับคิ้วเข้มตัดด้วยริมฝีปากบางเชิดรั้นที่ขณะนี้ปิดสนิทด้วยผลจากสภาวะรังไหม
… ท่านแสงเหนือกำลังอยู่ในสภาวะรังไหม ทำให้ยังไม่รู้สึกตัว …
“อ่อนแอแบบนี้ ข้าคงไม่อาจรับเป็ศิษย์ได้”
… แต่ท่่านเวณิก นี่คือผู้ถูกเลือกเพื่อเป็นวมนตราของท่าน …
“สิ่งที่พวกข้าต้องทำตอนนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะรับเด็กที่ ไม่รู้แม้กระทั่งวิธีใช้เวทย์มนต์มาเป็ภาระหรอกนะท่านราชินี” เวณิกกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังมองมายังราชินี “ข้าต้องอภัยท่านราชินี ข้ามีธุระที่ต้องพูดคุยกับศศลักษณ์ คงต้องขอตัว”
“นั่นเค้า 2 คนกำลังคุยกันใช่ไหม” เตชินท์กระซิบถามเมธาวี
“ใช่ นี่คือการสนทนาผ่านกระแสจิตน่ะ”
“แล้วทำยังไงพวกเราจะแอบฟังได้ล่ะ” เตชินท์ทำท่าชะโงกออกไป เมธาวีจึงใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ชายโครงอย่างแรงจนร้องเอ๋งดังลั่น จิรายุจึงต้องรีบใช้มือปิดปากไว้
… ถ้าท่านไม่ช่วยเขาไว้ ร่างนี้ก็จะหลับไหลไปตลอดกาล …
“ข้าว่ามันก็เป็การดี ถ้าเขาจะหลับไหลไปตลอดกาลโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมา”
… แต่อิสรินทร์้าท่านแสงเหนือ …
“การกอบกู้อิสรินทร์ ก็ควรเป็หน้าที่ของชาวอิสรินทร์ หาใช่มนุษย์โลกไม่ … โดยเฉพาะกับเด็กคนนี้”
… แต่คนที่จะปกป้องเขาจากอันตรายก็มีเพียงท่านเท่านั้น … ราชินีพูดในขณะที่เวณิกยังมีสีหน้านิ่งเฉยเ็าและมองแสงเหนือผ่านแววตาสีเทาของเขา
… ท่านเวณิก ถ้าเช่นนั้นข้าจะขอความกรุณาจากท่านสักอย่างได้หรือไม่ …
“ท่านราชินีมีอะไรให้ข้ารับใช้ บอกข้ามาได้เลย”
… ท่านช่วยประคองร่างขอท่านแสงเหนือมา้านี้ให้ข้าเถิด …
เวณิกยืนมองร่างนั้นเพียงครู่ แล้วนั่งย่อลงเพื่อโค้มตัวประคองแสงเหนือจากพรมหนา เขาจัดท่าทางร่างไร้สตินั้นให้ศีรษะแนบกับอกด้านซ้ายแล้วโอบช้อนหลังก่อนจะลุกขึ้นพาไปยังจุดที่ราชินีขอ เขาก้มมองหน้านิ่งนั่นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกแล้วเดินอย่างระมัดระวังเพราะเกรงว่าจะทำให้ร่างนั้นบอบช้ำโดยไม่รู้ตัว เพียงชั่วขณะที่เขาก้มมองใบหน้าดวงตาปิดสนิทนั้นอีกครั้ง จู่ๆ ดวงตาใสวาวดุจลูกกวางคู่นั้นก็ลืมขึ้นแล้วสบตาเขาอย่างเงียบๆ เวณิกหยุดเดินต่อแล้วลดแขนปล่อยร่างนั้นลงพื้นทันทีด้วยความใ แต่มือของแสงเหนือที่รั้งคอของเขาไว้ ทำให้คนที่ยืนอยู่โน้มตามลงมา เวณิกหน้าทิ่มลงตามร่างที่ร่วงก่อนจะล้มทับทาบไปบนร่างนั้น ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ แลกเปลี่ยนกันในระยะใกล้จนหัวใจของเขาทั้ง 2 คน ที่ทาบทับหน้าอกของกันและกันนั้นเต้นแรงไม่เป็จังหวะ
“นี่ฉันมาอยู่ในโรงลิเกหรอเนี่ย” แสงเหนือสะลึมสะลือถามด้วยอาการสติยังไม่สมบูรณ์
“ลิเก?” เวณิกคิ้วขมวดทวนคำพูดของแสงเหนือ
“นี่เ้า” เวณิกได้สติ รีบลุกขึ้นยืนจัดชุดตนเองให้เข้าที่มองเขม็งมายังผู้ที่นอนอยู่ เมธาวียิ้มกริ่ม
“แล้วปล่อยผมลงมาแบบนี้มันเจ็บนะ” แสงเหนือคลำหัวตัวเองป้อย พลางเหลือบมองดูรอบๆ บริเวณ
“ทำไม่นี้ผมเจอแต่เื่ประหลาดๆ คนประหลาดๆ และก็สถานที่ประหลาดๆ วะเนี่ย”
“ท่านแสงเหนือ” เตชินท์พุ่งหน้าเข้ามาหาคนที่กำลังลุกนั่งปัดเสื้อด้วยท่าทางเหมือนลูกหมาเกาะขอบโต๊ะ “ข้าชื่อเตชินท์นะ”
“ส่วนนั่น จิรายุ แล้วสวยๆ โน่น เมธาวี” เมธาวียิ้มแล้วยกมือทักทาย
“หวัด หวัดดี” แสงเหนือทักทายกลับอย่างงงๆ
“ที่นี่คืออิสรินทร์”
“นี่พวกนายกำลังถ่ายละครกันอยู่หรอ?”
“นี่ไม่ใช่ละคร ที่นี่คือโลกจริงๆ เลย โลกที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์”
‘แฮ่ม’ เวณิกกระแอมส่งสัญญาณให้รู้ว่าเตชินท์กำลังพูดมากเกินไป เตชินท์หันไปมองต้นเสียงแล้วรีบะโกลับไปข้างจิรายุและเมธาวีเหมือนเดิม เวณิกหันไปมองราชินี
“ท่านให้ข้าอุ้มแสงเหนือเพราะเหตุนี้สินะ” ปภิชญาอมยิ้ม
… เมื่อผู้มีชะตาผูกกันได้ััร่างที่เกิดสภาวะรังไหม จะสามาถทำให้สภาวะนั้นหยุดการทำงานได้ …
“ทุกคนที่นี่ก็มีชะตาผูกกับเด็กคนนี้หมด ทำไมท่านไม่ให้เป็ผู้ปลุกเขาล่ะ”
… เพราะผู้ที่มีชะตาผูกกันนั้น ต้องผูกพันทางจิติญญาด้วย นี่คือข้อพิสูจน์ว่าท่านและท่านแสงเหนือคือผู้ที่เกิดมาเพื่อผูกพันธ์กัน ในฐานะมาสเตอร์และศิษย์…
เวณิกถอนหายใจ
… ยินดีต้อนรับท่านแสงเหนือสู่อิสรินทร์ …
ผู้ฟังถึงกับขนลุกเกรียว หันมองไปรอบบริเวณ เพราะในสถานที่นี้นั้นมีคนแต่งตัวประหลาด 3 - 4 คนนี้ ที่สำคัญตอนนี้ไม่มีใครเปิดปากคุยกับเขาแม้แต่คนเดียว
… นี่คือเสียงที่สื่อสารโดยตรงถึงท่านแต่เพียงผู้เดียว ข้าคือ ปภิชญา ผู้ดูแลหอคอยแห่งจิรกาล ผู้นั่งอยู่ด้านหลังท่านในขณะนี้ … เขาได้ยินดังนั้น จึงค่อยๆ หันหลังไปบนปรัมพิธี พบร่างหญิงสาวใบหน้าน่ารักคล้ายเด็กสาวอายุประมาณ 16 - 17 ปี นั่งอยู่นิ่งๆ หลับตาและริมฝีปากที่ไม่ขยับ
… ข้ามีหลายเื่ที่อยากคุยกับท่าน แต่ข้าอยากให้ท่านดูสิ่งนี้ก่อน …
หลังเสียงนั้นจบลงก็เกิดภาพขึ้นมาในหัวของแสงเหนือ มันเป็ภาพ ไม่สิ เป็วีดีโอที่เหมือนเปิดจากกล้องวงจรปิดแล้วยิงตรงสู่การมองเห็นในสมองของเขา
เขาเห็นเหตุการณ์นั้นเป็ตอนที่ตัวเองถูกขังอยู่ในบ้านโดยที่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงไม่สามารถพังประตู หรือหน้าต่างออกไปหาแม่ได้ แม่ของเขากำลังประจัญหน้ากับหญิงแปลกหน้าอีกคนท่ามกลางกองเพลิงที่โหมไหม้ ไม่สิ ถ้ามองจากมุมนี้คือมีหญิงแปลกหน้าถึง 2 คนในชุดดำสนิท และจากระยะที่เห็นนี้มันน่าจะเป็มุมกล้องจากกล้องวงจรปิดของบ้านป้าจำเรียง แต่ใครกันจะเอาวีดีโอพวกนี้ออกมาได้ เหตุการณ์ในมุมนี้ที่เขาเห็นชัดเจนมากเลยว่า แม่ของเขาสร้างเปลวเพลิงขึ้นมาจาก 2 มือพร้อมทั้งแปลงมันเป็ธนูคันใหญ่เหมือนในฝันที่เขาเห็นไม่มีผิด
“แม่”
แม่ง้างมือแผลงศรไปยังร่างตรงหน้า เกิดเป็ห่าธนูเพลิงมหาศาลพุ่งใส่ร่างสาวแปลกหน้านั้น ก่อนจะถูกปัดไปด้วยดาบสีดำด้ามใหญ่ และเมื่อเขาหันมองย้อนกลับไปในบ้าน เขาเห็นตนเองที่กำลังหาของทุบกระจก งัดประตูบ้านเพื่อออกไปช่วยแม่ที่อยู่ด้านนอก
จากนั้นแม่และหญิงทั้ง 2 พูดคุยกันเพียงครู่ แล้วหญิงในชุดดำก็ะโขึ้นไปบนท้องฟ้า ในขณะที่แม่ง้างธนูขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ศรนั้นมีเพียงแค่ดอกเดียวแต่มันมีสีแดงเพลิงสดสว่างจนน่ากลัว หญิงบนท้องฟ้าใช้มือชูดาบขึ้นไป พร้อมหมุนตัวควงอยู่บนนั้น แล้วดิ่งร่างมาพร้อมดาบพุ่งมายังแม่ แม่แผลงศรออกไปเสียบทะลุอกหญิงคนนั้น แต่ดาบเล่มใหญ่สีดำของนางก็เสียบแทงทะลุร่างเล็กๆ ของแม่เช่นกัน น้ำตาของเขาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“แม่!!”
--- แม่... รักลูก... นะ —
“แม่!”
“พวกแกเอาวีดีโอพวกนี้มาได้ยังไง” แสงเหนือกำหมัดแน่นยืนขึ้น เข่นเขี้ยวถามด้วยความโกรธ ขณะที่เตชินท์ จิรายุ และเมธาวีกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นในบทสนทนาของทั้ง 3 คน
… ท่านแสงเหนือ ได้โปรดใจเย็นแล้วฟังข้าก่อน …
“พวกแกเป็ใคร?” สายตาเคียดแค้นของเขาเปลี่ยนเป็สีทอง เหลือบมองไปยังหญิงสาวบนปรัมพิธี ร่างของเขามีแสงสีทองปรากฏรอบๆ กายจางๆ
… ท่านแสงเหนือ คือ …
“ฉัน ถาม ว่า แก เป็ ใคร!” แสงสีทองนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีราชินีปภิชญาอย่ารุนแรง
.. กรี๊ดดดดดดดดดด …
เวณิกที่เห็นเหตุการณ์อยู่ จึงรีบใช้มนตรากั้นอาณาเขตจากแสงเหนือที่กำลังคุ้มคลั่ง แล้วย้ายร่างอย่างรวดเร็วไปด้านหลังใช้สันมือสับไปที่ต้นคอของแสงเหนือจนเขาสลบไปโดยมีอ้อมกอดของเขารับไว้
“ท่านราชินี” เดือนและดารา ภูติอารักษ์ปรากฏกายะโขึ้นไปบนปรัมพิธีประคองร่างของราชินีที่กำลังใ
“ท่านไม่เป็อะไรใช่ไหมราชินี” เวณิกถามด้วยความห่วงใยปนสำนึกผิดที่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากราชินีในการรับแสงเหนือไปดูแล
… ข้าไม่เป็อะไรท่านเวณิก …
เวณิกก้มมองร่างหมดสติในอ้อมกอดตนเองอีกครั้ง
… ท่านเห็นถึงพลังมหาศาลนี้แล้วใช่ไหม … เวณิกพยักหน้าแทนคำตอบ
… ได้โปรดเถอะ ท่านเวณิก …
FYI
ข้อมูลแนะนำในตอนนี้นะคะ
1. เวณิก เบญจามหาเวทย์ที่ 5 ฉายา คีตาสังหาร
อายุสัมบูรณ์ที่ 24 ปี สูง 182 ซม. ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวสว่างขาวราวกับเรืองแสงได้ บนใบหน้าในกรอบเส้นผมยาวสลวยสีเงินนั้นตกแต่งด้วยดวงตารียาวและสันจมูกโด่งได้รูป แต่มักแสดงสีหน้านิ่งสงบ เยือกเย็น ไร้อารมณ์ เป็ 5 จอมเวทย์ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งคนสุดท้ายทำให้ไม่มีนวมนตราในความดูแล จนได้พบกับแสงเหนือ
2. แสงเหนือ
เด็กหนุ่มอายุ 18 ปี สูง 190 ซม. ผู้ถูกนำตัวเข้าไปในอิสรินทร์ มีนิสัยทะเล้น สดใส เป้าหมายเดียวของเขาตอนนี้คือตามหาแม่ที่หายตัวไปในคืนนั้น แต่กลับต้องมาพัวพันกับเื่ราวเหนือจินตนาการ