
เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
……………………..
สายลมยามเย็นพัดพากลิ่นดอกไม้ให้หอมหวนไปทั่วบริเวณ อากาศก็เริ่มชื้นและเย็นมากขึ้นเพราะแสงสุดท้ายใกล้จะลับขอบฟ้า
สนามฟุตบอลยังเหลือเด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่เพียงสามคน ใกล้ๆมีเด็กหนุ่มกับหญิงสาวนั่งเคียงกันที่ม้านั่งหินฝ่ายเด็กหนุ่มเป็คนผิวคล้ำ ร่างสันทัดและไร้ไขมันส่วนเกิน เนื่องจากออกกำลังกายเป็ประจำส่วนฝ่ายหญิงก็คือ "จิตหรา" ผู้ถูกติดตามจากบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์
" เฮ้อ..... ออกกำลังกายแล้วสดชื่นจังเลยนะครับ " เด็กหนุ่มหลับตาพริ้ม พร้อมแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
" จ้ะ เอ่อ….. " หญิงสาวอ้ำอึ้ง เธอยังหาจังหวะสอบถามไม่ได้
" ว่าแต่.....พี่ตามหาผมทำไมหรือครับ " เด็กหนุ่มถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่
" ก็ไม่แน่ใจว่าคนที่ตามหา จะใช่เธอรึเปล่าคือแม่หมอมาลีแนะนำให้พี่มาหา...หมอโอม ใช่เธอมั้ย" หญิงสาวถาม ในใจไม่รู้สึกศรัทธาเด็กหนุ่มบ้านนอกเลยซักนิด
" หา! คุณยายมาลีบอกให้พี่มาหาอะไรนะอุๆ อุ้บ.... " ทันทีที่เด็กหนุ่มได้ยิน เขาก็ลืมตาขึ้นมาและอมยิ้มนิดๆท่าทางเหมือนพยายามจะกลั้นหัวเราะ
" หมอโอม....... " หญิงสาวลากเสียงยาวและเน้นคำ เธอเริ่มยัวะขึ้นมานิดๆเหตุเพราะคิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามองเธอเป็จำอวด
" อุ….อุ้บ…..ฮ่าๆ ก้ากๆ เอิ้กๆ คุณยายมาลีฮ่าๆ " เด็กหนุ่มหัวเราะก๊ากอย่างรุนแรงจนเกือบตกจากม้านั่งหิน
จิตหรากอดอกนิ่ง เธอมองเด็กหนุ่มด้วยประกายตาเขียวปั้ด ในใจกำลังขบคิดและคั่งแค้น
" ตบให้หน้าหันซะดีมั้ยเนี่ย "
" ฮะๆ ขอโทษที เื่ที่พี่พูด มันชวนขำจนทนไม่ไหวน่ะ" หลังจากหัวเราะอย่างเมามันได้พักใหญ่ เด็กหนุ่มก็ถอดแว่นออก แล้วเช็ดน้ำตาที่เล็ดลอด
" ตกลงหยุดได้แล้วใช่มั้ยว่าแต่เธอขำอะไร บอกมาซะดีๆ " เสียงหญิงสาวฟังดูขุ่นๆ
" จะไม่ให้ขำได้ยังไง ก็คุณยายมาลี แกตั้งให้ผมเป็หมอซะอย่างงั้นเป็อย่างงี้ทุกที คนก่อนๆที่คุณยายแนะนำมา ก็มาถามหาหมอโอมแบบเดียวกับพี่นี่แหละ" เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ เหมือนจะแอบขำอยู่เล็กน้อย
" แล้วตกลง เราน่ะใช่หมอโอมรึเปล่า" จิตหราเริ่มหน้างอ
" ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็แค่ไอ้โอมธรรมดานี่แหละ" เด็กหนุ่มพูดไปยิ้มไปดุจเดิม
" เฮ้อ...... " จิตหราคอตกลงเล็กน้อย เมื่อโอมเห็นดังนั้น สีหน้าก็คลายรอยยิ้มและหันมาสอบถามอีกครั้ง
" ว่าแต่......คุณยายแนะนำให้พี่มาหาผมด้วยเื่อะไรหรือครับ "
จิตหรามองหน้าโอมนิ่งๆ เธอไม่มั่นใจในตัวเด็กหนุ่มมาดเซอร์คนนี้เลย
โอมมองหน้าสาวสวยแพล็บนึง จากนั้นก็เอนหลัง แล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกครั้งปากก็กล่าวเนือยๆ
" คุณยายส่งคนที่มีปัญหามาให้ผมหลายครั้งส่วนใหญ่หาไม่เจอ บางคนหาเจอ ก็เผ่นหนีไปเลย เพราะคิดว่าผมไม่น่าจะช่วยอะไรได้ แต่มีบางคนที่ยอมให้ช่วยซึ่งคนๆนั้นต้องเล่าเื่ทั้งหมดให้ผมฟัง สุดท้ายผมจะเป็คนตัดสินใจว่า......จะรับงานหรือไม่ "
สีหน้าของจิตหราบิดเบี้ยวเล็กน้อย เพราะรู้สึกสับสนอย่างรุนแรง ครั้นจะให้ช่วยก็เกรงว่าจะล้มเหลวครั้นจะไม่ให้ช่วยก็กลัวว่าจะเสียเที่ยวเปล่า หญิงสาวนิ่งอยู่นานสองนาน ก่อนตัดสินใจเลือกอย่างแรก
" ตกลง พี่จะเล่าเื่ทั้งหมดให้เธอฟัง"
" เชิญครับ " เด็กหนุ่มเด้งตัวขึ้นมาทันควันเขาจ้องหน้าหญิงสาวนิ่งๆ พลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย สีหน้า ท่าทางดูสุขุมและเป็ผู้ใหญ่ขึ้นนับสิบปีผิดกับเมื่อครู่นี้ราวกับเป็คนละคน
" จ้ะๆ เื่เป็มาอย่างนี้......"
จิตหราเล่าเื่ทั้งหมดให้เด็กหนุ่มฟัง ั้แ่เื่ที่มีปัญหาขัดแย้งกับกุลสตรีจนเป็เหตุให้เกิดการฆ่าตัวตายจากนั้นเธอก็พบเื่ประหลาดที่อธิบายไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องตื่นทุกตีสาม เพื่อมาเจอเงาดำปริศนา
" บรื้อ..... " เมื่อเล่าถึงตรงนี้ หญิงสาวรู้สึกขนลุก
" แล้วยังไงต่อครับ " เด็กหนุ่มก้มหน้าลงนิดหนึ่งสองมือประกบไว้ที่ปลายคาง แววตาแน่วแน่พลันประสานกับดวงตาคมซึ้งของหญิงสาว
" อืม...... " หญิงสาวจ้องมองเด็กหนุ่มอยู่นิ่งๆ เธอแอบคิดในใจว่า......
" แท้จริงแล้วเด็กหนุ่มคนนี้มีดีที่ดวงตามันเป็ดวงตาที่กลมโตและสดใสคล้ายดวงตาของกวางน้อยหรือไม่ก็เด็กเล็กๆ ทว่าภายในนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่มันแน่วแน่ ทรงพลังและมีเสน่ห์อย่างประหลาดจนไม่อาจละสายตาไปจากมัน "
" พี่…..เล่าต่อสิครับ กำลังมันเลย " โอมเอื้อมมือไปสะกิดหัวไหล่ของจิตหราเบาๆจนหญิงสาวต้องตื่นจากภวังค์
" เอ่อ..... ขอโทษจ้ะ เอ.....พี่เล่าถึงไหนแล้วนะ "หญิงสาวกล่าวตะกุกตะกักด้วยท่าทางขัดเขิน
"ถึงตรงที่พี่ได้รับคำแนะนำให้ไปหาคุณยายมาลีครับ " เด็กหนุ่มตอบยิ้มๆ
หญิงสาวไม่อาจคาดเดาว่าเด็กหนุ่มคิดอะไรอยู่ในใจ เพราะั้แ่สนทนากันมาเด็กหนุ่มคนนี้แทบไม่เคยหยุดยิ้มหรือหัวเราะเลย
พอหญิงสาวตั้งสติได้ เธอก็เล่าเื่ราวที่เจอต่อไป หลังจากถ่ายทอดทุกคำพูดของแม่หมอมาลีเด็กหนุ่มก็หยุดยิ้มอย่างถาวร แถมยังตีหน้าขรึม เลยทำให้บรรยากาศโดยรอบดูอึมครึมไปโดยปริยาย
" เื่ก็มีอยู่เท่านี้แหละค่ะ" หญิงสาวเพิ่มค่ะขึ้นมาด้วย ดูเหมือนเธอจะเริ่มนับถือเด็กหนุ่มคนนี้ขึ้นมานิดๆ
" อืม.....เท่าที่ฟังมา พี่แน่ใจหรือครับ ว่าเจอิญญาตามรังควานอยู่จริงๆ "เด็กหนุ่มถามขึ้นมาลอยๆ ดวงตากลมโตเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย
" ที่พูดแบบนี้ หมายความว่ายังไง" หญิงสาวถามกลับ เพื่อขอรายละเอียด
" ก็หมายความว่า สิ่งที่พี่เจอ อาจเป็เพราะ…..ส่วนลึกของจิตใจเกิดการสำนึกผิดในสิ่งที่กระทำ เลยสร้างมโนภาพขึ้นมาเป็ปีศาจเพื่อใช้ลงโทษตัวเอง " เด็กหนุ่มแจงในแนวจิตวิทยา ทำให้หญิงสาวตกตะลึง ในใจนึกสงสัยว่าเด็กหนุ่มซอมซ่อที่อยู่ตรงหน้าทำไมถึงคิดอะไรได้ลึกซึ้งขนาดนี้
" ใช่ พี่ยอมรับว่ารู้สึกผิด ทีแรกก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าควรจะไปหาใครดีระหว่างจิตแพทย์กับหมอผี แต่หลังจากได้พบกับแม่หมอมาลี ก็รู้แน่ชัดว่า.......พี่ไปหาหมอผีดีกว่า " หญิงสาวแจงด้วยสีหน้าจริงจัง
" อ้าว.....ทำไมถึงคิดงั้นล่ะ พี่ " เด็กหนุ่มถามต่อ
" เพราะพี่รู้ว่าแม่หมอมาลีคือของจริงแกสามารถติดต่อกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้ แม่หมอแจ้งชัดเจนว่าสิ่งที่พี่เจอมันคือิญญาร้ายที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาต พี่เชื่อแกสุดตัว เหตุเพราะ....." ถึงตรงนี้หญิงสาวลดเสียงลงเล็กน้อย ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ
" เพราะ.....พี่เองก็เห็นเ้าสิ่งนั้นเหมือนกัน ใช่มั้ยครับ "เด็กหนุ่มตอบกลับในทันที
" เอ๊ะ ใช่ น้องรู้... " หญิงสาวงง เด็กหนุ่มรู้เื่นี้ได้ยังไง
" มันเป็ความสามารถพิเศษของคุณยายมาลีน่ะครับแกสามารถทำให้คนธรรมดาเห็นพวกนี้ได้แวบนึง " เด็กหนุ่มชี้แจงเรียบเฉย เหมือนสิ่งที่พูดเป็เื่ธรรมดาสามัญ
" งั้นแปลว่า เธอเองก็ยืนยันว่ามันคือ.....เื่จริง " หญิงสาวย้อนถาม
" ครับ ที่ถามเมื่อครู่ เพราะ้าเช็คดูว่าพี่พอจะเข้าใจเื่ราวได้มากแค่ไหนถ้าเป็คนที่ไม่ยอมรับรู้หรือดื้อด้าน ไม่พยายามทำความเข้าใจเื่พวกนี้ผมก็ป่วยการที่จะช่วย " เด็กหนุ่มชี้แจงอย่างเป็งานเป็การราวกับพวกมืออาชีพเฉพาะทาง
" งั้นก็แปลว่า เธอพอจะช่วยพี่ได้" หญิงสาวยิ้มสดใส เธอเริ่มมีความหวัง
" ยังครับ ผมยังไม่รับปาก ผมต้องใช้เวลาไตร่ตรองก่อน" เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ
" อืม.....อย่าหาว่าพี่ดูถูกเลยนะ บางทีเธออาจ้าค่าใช้จ่าย " หญิงสาวพูดจบเธอก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือ เพื่อควานหาแบงค์แผ่นน้อยๆ
" ไม่ต้องครับ มันไม่ใช่เื่เงิน" เด็กหนุ่มเอื้อมมือเล็กๆมาแตะที่มือของจิตหราเป็เชิงห้าม หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความเนียนนุ่มอันผิดกับมือผู้ชายทั่วไป
" เงื่อนไขที่รับงาน มันค่อนข้างซับซ้อนครับแทบไม่เคยมีเคสไหนเลยที่ผมจะเรียกเงิน เต็มที่ก็แค่เลี้ยงข้าวมื้อหนึ่งในกรณีที่ลูกความเป็คนรวย" เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ
" อ่า......จ้ะ " หญิงสาวรู้สึกมึนงง เด็กหนุ่มเรียกเื่พวกนี้ว่า "เคส"มิหนำซ้ำยังเรียกคนเดือดร้อนที่มาขอความช่วยเหลือว่า "ลูกความ"
" ผมจะให้คำตอบพรุ่งนี้เช้าครับ" เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน พลางบิดี้เี
" หา!ตั้งพรุ่งนี้เลยรึ " หญิงสาวร้องเสียงหลง
" ครับ จริงๆแล้ว อยากจะบอกอะไรซักอย่างซึ่งพี่อาจไม่เชื่อ ตอนที่แหงนหน้าขึ้นไปเมื่อครู่ ผมได้ยินเสียงที่แหบห้าวและน่าสะพรึงกลัวมันกล่าวคำๆหนึ่งออกมา " เด็กหนุ่มหยุดยิ้ม ใบหน้าดูหมองคล้ำ
" คำอะไร " หญิงสาวห่อกาย อากาศรอบตัวเหมือนจะหนาวขึ้นเล็กน้อย
" ฆ่า " เด็กหนุ่มพูดห้วนๆพร้อมหันหน้ามามองหญิงสาว สีหน้าอ่อนเยาว์แปรเปลี่ยนเป็ตึงเครียด
" เฮือก "หญิงสาวได้แต่กลืนน้ำลาย เธอรู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วทั้งกาย พริบตาต่อมา ใบหน้าของเด็กหนุ่มก็กลับมายิ้มละไมพร้อมกล่าวเชื้อเชิญ
" เื่นี้ใหญ่มากครับ ยังไงผมขอเชิญพี่ไปกินข้าวที่บ้านก่อน"
ทันใดนั้นเอง ก็มีเด็กผู้หญิงอายุราวๆ 10 ขวบ วิ่งลิ่วมาหาเด็กหนุ่มและหญิงสาวด้วยความเร็วในการจ้ำ บ่งบอกถึงพละกำลังที่ดีเยี่ยม
" พี่โอม กลับบ้านเถอะ พริกอยากจะกลับแล้ว" เด็กผู้หญิงผมสั้น ผิวขาว ยิ้มกว้างให้เด็กหนุ่ม ทำให้ดวงตาตี่ๆยิ่งหรี่เข้าไปอีก
" โอเค พี่จะกลับแล้ว เอ่อ.....วันนี้น้า เฮ้ย....พี่จิตหราจะมากินข้าวที่บ้านเราด้วยไหว้พี่เขาก่อนซิ " เด็กหนุ่มรีบเปลี่ยนสรรพนามจาก "น้า" มาเป็ "พี่"หลังหันไปเห็นหน้าเครียดๆของหญิงสาว
เด็กน้อยผิวขาวผู้มีนามว่า "พริก" ยืนกอดอกจ้องหน้าจิตหราอยู่พักใหญ่แววตาเล็กตี่ดูถมึงทึงชอบกล วินาทีต่อมาเธอก็ปฏิเสธห้วนๆ
" ไม่ไหว้ หนูไม่ชอบป้าคนนี้ไม่ให้กินข้าวด้วย " พูดจบเธอก็หันหลังหนี พลางทำท่างอน
" จ้าก..... ไหงไปพูดกับพี่เขาอย่างนั้น ไปขอโทษเดี๋ยวนี้เลย " โอมตกตะลึง
" ไม่ " เด็กหญิงกอดอก พร้อมส่ายหน้าไปมาอย่างดื้อดึง
" หึๆ มะ....ไม่เป็ไรน้องเขายังเด็กอยู่ พี่ไม่ถือสาหรอก ฮึ่ม….. "จิตหราพยายามปั้นหน้ายิ้ม พร้อมกล่าวให้อภัย แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับฟังดูขุ่นเคือง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
