ศึกคราวที่แล้ว หยางหลีเหว่ยใช้ดาบหยกทมิฬฟันหัวหน้าเผ่าหมาป่าไปหลายแผล อาการสาหัส แม่ทัพแคว้นเว่ยรีบเข้ามาช่วยและพาหลบหนี ทัพแคว้นต้าหลงได้ทีตีกระหนาบจนฝ่ายนั้นกระเจิง
รองแม่ทัพสวีที่ดูแลกำลังพลในเมืองจู๋หลิงขมวดคิ้ว “บางทีิ่กังอาจจะไม่ตาย ท่านอ๋องจำไม่ได้หรือว่าหัวหน้าเผ่าหมาป่าทุกรุ่นจะมีผลึกสามชีวิตอยู่ด้วย”
อ๋องหยางพยักหน้ารับ ตามตำนานเล่าขานกันว่าหัวหน้าเผ่าหมาป่าที่อยู่ชายแดนทางตอนเหนือของแคว้นเว่ยผนึกสามชีวิตและมอบตกทอดกันต่อมา
ิ่กังซึ่งเป็หัวหน้าเผ่าคนปัจจุบันมีเื่เล่ากันว่าเคยตายมาแล้วหนึ่งครั้งแต่ก็ฟื้นคืนชีพกลับมาได้
“หากว่าิ่กังมีได้สามชีวิตจริงๆ ข้าก็คงทำให้เขาเหลือแค่หนึ่งแล้ว” หยางหลีเหว่ยเอ่ยอย่างมั่นใจ
ในตอนที่รบพุ่งกันนั้น อ๋องหยางใช้ดาบหยกทมิฬฟันที่หน้าอกของิ่กังเป็แผลขนาดใหญ่ หากไม่มีองครักษ์หมาป่าทั้งสี่พุ่งเข้ามาช่วย เขาก็คงได้ตัดหัวคนผู้นั้นกลับมาด้วยแล้ว
“พรุ่งนี้ข้าคงต้องกลับจู๋หลิงแล้วขอรับ เมื่อคืนมีข่าวเื่คนเผ่าหมาป่าเข้าปล้นชาวบ้าน”
“ไปเถิด ข้ากลับมาคราวนี้จะวางแผนออกตรวจตาายแดนให้ทั่วทุกแนวป้องกัน แต่ต้องจัดการเื่ในเมืองเฉินม่ายสักระยะก่อน”
ใน่ที่หยางข่ายผู้เป็บิดาของหยางหลีเหว่ยปกครองเมืองเฉินม่าย ในศาลาว่าการมีขุนนางหลายฝ่ายคอยช่วยดูแล ขุนนางเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็ผู้มีความรู้ความสามารถจากการสอบแข่งขันขันระดับแคว้น และอีกส่วนก็คือบุตรหลานจากตระกูลใหญ่ๆ ในเมืองเฉินม่าย
ระยะแรกของการสร้างบ้านแปลงเมือง บิดาของหยางหลีเหว่ยได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลใหญ่เหล่านี้ หยางไท่เฟยเป็บุตรสาวจากตระกูลสวีซึ่งเป็ตระกูลใหญ่ นาง้าผลักดันให้สามีกลายเป็เ้าเมืองจึงได้ยินยอมให้มีชายารองหนึ่งคนก็คือหลิ่วฉี เพราะสกุลหลิ่วเป็คหบดีใหญ่ในแถบนี้ เคราะห์ดีที่ชายารองหลิ่วก็มิใช่คนเื่มาก ทำให้เข้ากับหยางไท่เฟยได้เป็อย่างดี
เมื่อหยางไท่เฟยกลับมาถึงเมืองเฉินม่าย ชายารองหลิ่วก็ออกมาต้อนรับ “เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ไท่เฟย ข้ากังวลอยู่ทุกวัน ชิงจืออาสาไปร่วมทัพที่ จู๋หลิง ข้าเขียนจดหมายไปทั้งหลายครั้ง เขาก็ไม่ยอมกลับมา” หลิ่วฉีรีบฟ้อง
นางไม่้าให้ลูกชายเป็ทหาร เพราะหากอ๋อง หยางเป็อันใดไป ทายาทสายตรงของสกุลหยางก็เหลือเพียงบุตรชายของนางแล้ว นางไม่อยากผิดต่อสามีที่เสียไป อยากให้สกุลหยางเหลือผู้สืบทอดบ้าง
หยางไท่เฟยถอนหายใจ หลิ่วฉีดูแลความเรียบร้อยในจวนอ๋องได้เป็อย่างดี แต่นางมักจะกังวลเื่บุตรชายมากจนเกินไป ทำให้หยางชิงจืออยากหลบออกจากจวนเพื่อไปอยู่เมืองจู๋หลิงจะได้ไม่ต้องฟังเสียงมารดาบ่น
“เ้าก็ปล่อยๆ เขาไปเถอะ บุตรชายต้องเติบโตเป็ผู้นำ ชิงจือเป็เด็กเก่งและฉลาด ข้าเชื่อว่าเขาต้องเป็แม่ทัพที่ดี”
หลิ่วฉีทำปากขมุบขมิบ นางรู้ว่าหยางไท่เฟยกำลังกังวลกับสถานการณ์ชายแดน จึงไม่กล้าพูดเื่กวนใจอีกฝ่าย
“จริงสิ ั้แ่กลับมา ข้าไม่เคยเห็นท่านอ๋องอยู่ร่วมกับชายาสักครั้ง ความสัมพันธ์ของพวกเขาแย่มากเลยหรือเ้าคะ”
หยางไท่เฟยร้องอืมขึ้นมาคำหนึ่ง จากนั้นจึงเล่าสาเหตุที่บุตรชายต้องแต่งงานกับหลี่หยวนหยวนให้ชายารองฟังโดยไม่ปิดบัง
“ไท่เฟย ถ้าอย่างนั้นท่านก็คัดเลือกชายารองให้ ท่านอ๋องสิเ้าคะ จำได้หรือไม่ ก่อนท่านจะเข้าเมืองหลวง ขุนนางหลายคนมาเสนอบุตรสาวไว้”
“จริงด้วย เมืองเฉินม่ายยามนี้ก็วุ่นวาย หากว่าแต่งเอาสกุลที่มีพื้นฐานดีสักหน่อยเข้าจวนก็น่าจะช่วยได้”
เมื่อรู้ว่าหลี่หยวนหยวนไม่เป็ที่ชมชอบของหยางไท่เฟยและท่านอ๋อง บ่าวรับใช้ในจวนจึงมิได้สนใจความเป็อยู่ของชายาผู้นี้เช่นกัน
ทว่าหลี่หยวนหยวนก็มิได้สนใจ แม้มารดาของสามีจจะมิได้ถามไถ่ความเป็อยู่ของนาง แต่ก็ดีที่ไม่สั่งให้นางไปคารวะน้ำชาทุกเช้า
บ่าวรับใช้กับสาวใช้ในเรือนที่หยางไท่เฟยมอบให้ แม้จะไม่พินอบพิเทากับนางมากแต่ก็มิได้กระด้างกระเดื่อง
"หวางเฟยเ้าคะ พวกบ่าวในเรือน...”
“ซุนมามา วันนี้เ้าเรียกพวกเขามาหน้าเรือนให้หมดทุกคน ข้ามีเื่จะพูดกับพวกเขา”
บ่าวรับใช้และสาวใช้รวมแปดคน ยืนเรียงแถวอยู่ลานหน้าเรือน หลี่หยวนหยวนยืนเอามือไพล่หลังมองหน้าพวกเขาแต่ละคน
“ข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะหวางเฟย แม้ว่าวันหน้าอาจจะไม่คิดจะอยู่นาน แต่วันนี้ก็ถือว่าเป็นายหญิงของพวกเ้า ดังนั้น ข้าจึงจะมอบรางวัลให้พวกเ้าเสียหน่อย” หลี่หยวนหยวนหันไปหาซุนมามา “เ้ามอบเงินให้พวกเขาคนละหนึ่งตำลึง”
ซุนมามาตะลึง คนเหล่านี้ยังมิได้สร้างความดีความชอบอันใด เหตุใดหวางเฟยจึงต้องมอบรางวัลให้พวกเขา แต่กำลังจะอ้าปากถาม ทว่าหลี่หยวนหยวนกลับไม่เปิดโอกาส
“มอบเถิด เชื่อข้า”
ซุนมามาจึงต้องควักเอาถุงเงินออกมาแล้วแจกให้กับบ่าวพวกนั้นแต่โดยดี
หลังจากที่ได้เงินไปแล้ว คนรับใช้ทั้งหมดในเรือนของพระชายาก็ทำงานอย่างแข็งขัน ทำให้ซุนมามาไม่ต้องปากเปียกปากแฉะอย่างเดิมอีก
ในตอนเช้าของทุกวัน หลี่หยวนหยวนออกจากจวนอ๋องได้ก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าบนรถม้า นางกลายเป็ร่างเป็คุณชายหลี่ไปดูแลโรงน้ำชาทุกวันจนตกแต่งเสร็จเรียบร้อย
นางตกลงใจให้หลงจู๊จงออกหน้าแสดงตัวเป็เ้าของร้าน เพื่อมิให้ผู้อื่นรู้ว่านางเป็เ้าของร้านนี้
“ข้ามีความจำเป็ แต่เมื่อใช้งานเ้าก็ย่อมจะให้เงินตอบแทนที่คุ้มค่า เ้าเอาไปสามส่วนและเป็ของค่าเจ็ดส่วน เช่นนี้พอใจหรือไม่”
หลงจู๊จงยิ้มกว้าง “ขอรับ พอใจมากๆ ข้าจะดูแลร้านให้ท่านเป็อย่างดี ไม่ต้องห่วง”
“ต่อไปข้าจะส่งไป๋เยว่หรือไป๋ซวงไปที่บ้านเ้าเพื่อส่วนแบ่งทุกเดือน หรือหากข้าไม่ส่งคนมา เ้าก็เก็บเงินไว้ให้ก่อนก็แล้วกัน”
ในวันเปิดโรงน้ำชาจาเรอ ผู้คนต่างพากันตื่นเต้นเพราะเถ้าแก่จงประกาศแจกน้ำชาเลิศรสโต๊ะละหนึ่งกาฉลองการเปิดร้าน
ขุนนางหลายคนที่ผ่านไปและได้แวะดื่มกินต่างพากันชื่นชมในโรงน้ำชาที่ตกแต่งงดงามแปลกตา รวมทั้งอาหารและขนมที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
หยางหลีเหว่ยที่ตระเวนตรวจเมืองไปพร้อมกับผู้ใต้บังคับได้ยินเสียงตีฆ้องร้องป่าว ประกาศเื่การเปิดโรงน้ำชาแห่งใหม่
“นั่น ร้านใหม่หรือ ดูแปลกตาดีจริง”
กุนซือเฉามองตามสายตาของผู้บังคับบัญชาตนเอง ครั้นเห็นผู้คนต่อแถวกันรอเข้าไปในร้านก็รู้สึกตื่นเต้น
“น่าสนใจจริง พวกเราเข้าไปลองดูสักหน่อยดีหรือไม่”
“เอาสิ ข้ากำลังหิวพอดี” อ๋องหยางได้กลิ่นหอมลอยมาตามลมก็เงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจ “หอมเสียด้วย ท่าทางจะรสชาติดี”
กลุ่มบุรุษแต่งกายดูดีทั้งสี่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน เถ้าแก่จงมองเห็นก็รีบเข้ามาต้อนรับ
“ท่านอ๋อง เชิญขอรับ”
เฉาเฟิงชี้ไปยังโต๊ะที่ระเบียงยกระดับไม่สูงจากถนนด้านหน้าร้าน “นั่นโต๊ะนั้นก็แล้วกัน”
อ๋องหยางเห็นว่าตำแหน่งนั้นมองดูคนผ่านไปผ่านมาได้สะดวกจึงพยักหน้าตกลง เถ้าแก่จงกระวีกระวาดต้อนรับ
“ร้านเรามีคอกรอรับรายการอาหารนะขอรับ เขียนรายการอาหารที่้าแล้วนั่งรอ เสี่ยวเอ้อจะขานชื่อแล้วค่อยไปรับอาหารเองตรงคอกนั้น ส่วนจาน ช้อน และน้ำดื่ม ไปหยิบเองได้ทางนั้น”
***********