Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    No.14 ปลอกคอทาส

    ทุกคนภายในห้องประชุมของสมาคมนักล่าพากันนั่งเครียด ผิดกับกันต์ที่เริ่มมีอาการสัปหงกจนเกือบจะหลับ ส่วนกลุ่มคนของกันต์กลับสงสัยในท่าทีของกันต์ซะมากกว่า เพราะพวกเขายังไม่เคยเห็นกันต์เป็นแบบนี้มาก่อน ทั้งการพูดจาราวกับผู้เชี่ยวชาญ การประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ที่ลึกซึ้ง แต่ลักษณะท่าทางยังคงเหมือนเดิม คือปล่อยตัวตามสบายอย่างไม่ทุกข์ร้อน หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่สามผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่าก็เอ่ยปากขึ้น
    "พวกเรายินดีซื้อข้อมูลของเธอ แต่พวกเราสามคนต้องจ่ายคนละ 1,000 เหรียญทองเลยงั้นหรือ!?" ลุงเหมาเป็นตัวแทนของสมาคมนักล่าเอ่ยถามขึ้นก่อน
    "ก็ประมาณนั้นครับ หรือจะให้คนใดคนนึงอยู่ฟังแล้วเอาไปเล่าต่อก็ได้ แต่ว่าคนที่รับฟังแล้วเอาไปเล่าต่อจะบอกละเอียดแค่ไหนไม่เกี่ยวกับผมนะ อ่อ!! ถ้าจะแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็พอได้นะครับ" กันต์เอ่ยอย่างราบเรียบ
    "แลกเปลี่ยนอะไร!?" เจ้ภัสรีบถามขึ้นทันที
    "กลุ่มผมมาที่นี่เพื่อสร้างกิลด์ ค่าใช้จ่าย 2,000 เหรียญทอง ที่เป็นค่าสมัครและสถานที่ตั้งกิลด์ ผมอยากสร้างกิลด์ที่เขตใต้โดยไม่ต้องใช้เงิน แล้วก็ให้สมาคมนักล่าออกประกาศหลังจากนี้อีกสามวันว่ากิลด์ผมรับสมัครคน แค่นี้พวกคุณก็ถือว่าได้กำไรไปไม่น้อยเหมือนกันนะครับ" กันต์พูดอย่างเฉยชาแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
    "โอ้ววว!! ไม่ยักรู้ว่านอกจากจะแข็งแกร่งแล้ว ยังเจ้าแผนการซะด้วยนะ" ลุงเหมาอุทานอย่างแปลกใจ ก่อนจะปรึกษากับสองผู้ก่อตั้งแล้วเอ่ยข้อสรุปของพวกเขา "พวกเราตกลง"
    "ขอบคุณครับ" กันต์ตอบรับหน้าตายพลางหันไปถามสองขั้วอำนาจใหญ่ที่เหลือ "แล้วพวกคุณล่ะ จะซื้อข้อมูลหรือกลับกิลด์"
    "เฮ้อ!! ผมตกลงซื้อข้อมูลครับ" ชาตอบรับอย่างเสียดายเงินไม่น้อย แต่ก็ยอมควักออกมาจ่ายโดยดี
    "ฉะ..ฉัน..ตกลง" โรสกัดฟันตอบอย่างฝืนทนจ่ายเงินไป เพราะก่อนหน้านี้เธอก็เพิ่งเสียไป 1,000 เหรียญทองหยกๆ แถมยังต้องมาเสียเพิ่มอีกต่างหาก แต่เมื่อบวกลบคูณหารแล้วก็จำต้องตกลงซื้อ
    กันต์กวาดเงินเข้าคลังส่วนตัวอย่างรวดเร็ว พลางส่งข้อมูลสัตว์กลายพันธุ์พิเศษ 10 ชนิด ที่เขาได้บันทึกเอาไว้ ถ่ายโอนไปให้กับสามผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากิลด์ทั้งสอง ทำเอาพวกเขาถึงกับเบิกตากว้างไปไม่น้อย เพราะข้อมูลพวกนี้จัดว่าคุ้มค่ามาก มันสามารถช่วยให้พวกเขาวางแผนในการล่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนที่กันต์จะเริ่มเอ่ยขึ้น
    "นั่นคือข้อมูลโดยละเอียดของพวกมัน ข้อมูลที่สองเงื่อนไขการดรอปอัญมณีขนาดกลาง คือค่าสถานะ 500 ขึ้นไปถึงจะดรอปได้ ถ้าค่าสถานะ STR ถึง 500 ก็จะดรอปได้แค่อัญมณีขนาดกลางสีแดงเท่านั้น ฉะนั้นถ้าจะดรอปให้ได้ครบทุกสี ก็ต้องมีค่าสถานะให้ถึง 500 ทุกอัน ส่วนสัตว์กลายพันธุ์ที่ดรอปอัญมณีขนาดกลางมี 2 ประเภท คือสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงอัตราการดรอป 30% สัตว์กลายพันธุ์พิเศษอัตราการดรอป 40-70% แล้วแต่ชนิด"
    "ดะ..เดี๋ยว..นี่นายมีค่าสถานะเกิน 500 ทุกอันเลยหรอ" โรสรีบถามขัดขึ้นด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
    "อืม..ทำไมหรอ!?"
    "ที่นายขอท้าประลอง ก็เพื่อที่จะหลอกเอาเงินฉันสินะ"
    "เปล่า!! ก็เห็นว่าเธอร่ำรวยมากที่สุดในจุดอพยพที่ 1 ผมก็เลยท้าดวลด้วยก็เท่านั้นเอง" กันต์ตอบหน้าตายราวกับคนซื่อ ทำเอาโรสถึงกับพูดไม่ออก ส่วนทุกคนในห้องถึงกับหัวเราะลั่น ก่อนที่ชาจะเริ่มถามต่อ
    "แล้วข้อมูลการเพิ่มความแข็งแกร่งแบบลัดล่ะครับ" สิ้นเสียงชาภายในห้องก็กลับมาอึมขรึมอีกครั้ง เพราะข้อมูลนี้จัดว่าค่อนข้างมีมูลค่ามาก ทว่ากันต์กลับเอาปลอกคอแปลกๆ ออกมาวางบนโต๊ะ ทำเอาทั้งห้องถึงกับมึนงงไปไม่น้อย
    "ง่ายๆ วิธีการเสริมความแข็งแกร่งแบบลัดวิธีแรกคือ จับสัตว์กลายพันธุ์มาเป็นอสูรรับใช้ สามารถให้พวกมันช่วยต่อสู้ได้ ตามแต่ความสามารถของพวกมัน ส่วนวิธีที่สองคือการอัพเกรดระบบเป็นระดับ 5 แต่ขอแนะนำอะไรสักอย่างนะ วิธีที่สองนั้นหากพวกคุณที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำของที่นี่ยังไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะควบคุมได้ทุกอย่าง อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นรับรองว่าได้เกิดความโกลาหลภายในจุดอพยพที่ 1 แน่นอน"
    "จะ..จับสัตว์กลายพันธุ์มารับใช้เนี่ยนะ เจ้าหนุ่มแน่ใจแล้วหรอว่ามันเป็นไปได้น่ะ" ลุงเหมาถามขึ้นอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่
    กันต์เพียงแค่โชว์แหวนที่นิ้วมือข้างซ้าย พร้อมกับเอ่ยสั้นๆ "ออกมา!!"
    ฉับพลันนั้นเองก็มีร่างของเสือขาวมีปลอกคอสีดำ ขนาดเกือบสองเมตรปรากฏตัวออกมา ด้วยรูปร่างและขนาดที่ใหญ่โตของมัน ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับรีบชักอาวุธเตรียมพร้อมทันที ทว่าทุกคนถึงกับต้องอึ้งหนักกว่าเดิม เมื่อเสือขาวที่ดูน่าเกรงขามตัวนั้น กลับหมอบอยู่ตรงหน้าของกันต์ เมื่อเห็นท่าทีของเสือขาวตัวนั้นแล้วทำให้ทุกคนเริ่มเบาใจลง ก่อนที่ลุงเหมาจะถามอย่างสงสัย
    "เสือขาวตัวนี้ดูแปลกๆ นะ พวกเราไม่เคยเห็นสัตว์กลายพันธุ์ชนิดนี้มาก่อนเลย"
    "มันน่าจะเป็นสัตว์กลายพันธุ์พิเศษสินะครับ" ชาเริ่มเอ่ยขึ้นบ้าง
    ทุกคนก็เหมือนจะคิดกันไปในทิศทางเดียวกัน แม้แต่กลุ่มของกันต์ที่เคยพบเจอกับเสือขาวมาก่อน ตอนที่ออกไปตามหาลัคกี้ แม้ว่าขนาดตัวจะพอๆ กัน แต่กลับให้ความรู้สึกที่ต่างกันมาก
    "พี่เขย หนูรู้สึกว่าเสือขาวตัวนี้แข็งแกร่งกว่าตัวที่พวกเราเคยเจออีกนะคะ" ใบหม่อนที่เอะใจถามขึ้น
    "ใช่แล้ว ภายในห้องนี้นอกจากพี่ คิดว่าคงไม่มีใครเอาชนะมันได้ เพราะอสูรรับใช้จะมีค่าสถานะเหมือนกับมนุษย์ และเจ้าตัวนี้มีค่าสถานะเกิน 500 ทุกอัน" กันต์เอ่ยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
    "โหดเว่อร์!!" ทั้งห้องอุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน
    "อ่อ!! จริงสิพี่จับเจ้านี่มาให้เรานะใบหม่อน" กันต์หันไปพูดกับใบหม่อน พลางเรียกกระดาษหนังแปลกๆ ออกมา และเริ่มเอ่ยอย่างจริง "เจ้าสิ่งนี้คือตราทาส คนที่ครอบครองมันสามารถควบคุมอสูรรับใช้ได้" พร้อมกับยื่นให้ใบหม่อน พอใบหม่อนรับตราทาสมาจากกันต์ถึงกับสะดุ้งโหยงทันที
    "พะ..พี่เขย สะ..เสือขาว มะ..มันพูดได้" ใบหม่อนถึงกับพูดตะกุกตะกัก ทำเอาทั้งห้องอึ้งหนักกว่าเดิม
    "มันพูดไม่ได้หรอก มีแต่คนที่เป็นเจ้าของที่สามารถพูดคุยกับอสูรรับใช้ได้" กันต์ตอบอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทีของใบหม่อน
    เจ้ภัสมองเสือขาวอย่างชั่งใจอยู่ครู่นึง ก่อนจะเอ่ยถามหลังจากที่เงียบมานาน "เจ้าหนุ่ม เธอบอกว่าสัตว์ตัวนี้เป็นอสูรรับใช้สินะ แล้วถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของไปทำร้ายมันจะเป็นยังไง"
    "หากเจ้าของสั่งให้มันอยู่เฉยๆ รับการโจมตี มันไม่กล้าขัดขืนแน่นอน แต่ถ้าเจ้าของไม่อยู่ใกล้ๆ มันจะโจมตีสวนกลับหรืออาจฆ่าทิ้ง และที่สำคัญถ้ามีใครโจมตีหรือคิดร้ายผู้เป็นเจ้านายของมัน มันจะฆ่าทิ้งโดยไม่ลังทันที"
    "นายบอกว่ามันแข็งแกร่งกว่าพวกเราทุกคนในห้องใช่ไหม ถ้างั้นลองให้มันรับการโจมตีสุดแรงเกิดของฉันคงได้สินะ" โรสเริ่มพูดขึ้นมาบ้างเพราะเธอโดนฉีกหน้ามาหลายครั้งแล้ว เลยอยากเอาคืนบ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี ผิดกับกันต์ที่ได้แต่ยิ้มขำๆ ราวกับรู้ว่าโรสกำลังคิดอะไรอยู่
    "ใบหม่อน เธอลองสั่งให้อสูรรับใช้รับการโจมตีของหัวหน้ากิลด์สาวหน่อยสิ"
    "ค่ะ" ใบหม่อนก็ลองพูดคุยกับเสือขาวอยู่สักพัก ภาพที่คนอื่นๆ เห็นก็คือใบหม่อนพูดคนเดียวแล้วก็หัวเราะไปมาอยู่ครู่นึง ก่อนที่เธอจะหันไปหาโรส "โจมตีได้เลย จะใช้อาวุธด้วยก็ได้นะ"
    สิ้นเสียงใบหม่อนทำเอาทุกคนถึงกับฉงนไม่น้อย ส่วนโรสราวกับกำลังโดนเด็กสาวฉีกหน้าอีกคน เธอไม่รอช้าเรียกดาบยาวระดับสามออกมาแทนอาวุธหลักของเธอ แล้วอัดพลังลงไปอย่างเต็มที่ราวกับโกรธแค้นมาแต่ชาติปางก่อน ก่อนจะพุ่งเข้าไปฟาดฟันเข้ากลางลำตัวของเสือขาวสุดแรงเกิด
    "!!!!?"
    ดาบยาวระดับสามเมื่อสัมผัสกับลำตัวของเสือขาวมันก็หักลงทันที มันแทบจะไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับเสือขาวได้เลยแม้แต่น้อย ส่วนกันต์ได้แต่ยิ้มขำๆ ให้กับโรส ไม่รู้ว่าจะสงสารเธอดีหรือเปล่า เพราะตั้งแต่เสียเงินจากการประลอง ยังต้องเสียเงินซื้อข้อมูล มิหนำซ้ำยังเสียอาวุธระดับสามไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกด้วย ถือว่าขาดทุนไปไม่น้อยกับความหัวร้อนของตัวเธอเอง
    ส่วนทุกคนในห้องได้แต่อึ้งกับความแข็งแกร่งของเจ้าเสือขาวตัวนี้ มีเพียงโรสเท่านั้นที่อยากจะจับมันไปทำเสือร้องไห้แทน เพราะไม่เพียงจะเป็นฉีกหน้าตัวเองซ้ำซ้อนแล้ว ยังทำให้อาวุธระดับสามที่มีราคาแพงหักอีกด้วย แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก และมีอาการเด็กสาวที่อยากจะร้องไห้แต่พยายามเก็บอาการซะมากกว่า
    "เอาล่ะๆ โชว์วันนี้ขอให้จบแค่นี้ก็แล้วกันนะครับ ผมขอพากลุ่มไปพักผ่อนและจัดการเรื่องกิลด์ให้เรียบร้อยก่อน หลังจากนี้อีก 3 วัน ปลอกคอทาสกับวิธีการใช้งานมัน ให้มาติดต่อสอบถามและซื้อขายที่พี่โชคได้เลย ซึ่งพวกมันมีสามราคาคือ 1 เหรียญทอง 10 เหรียญทอง และ 50 เหรียญทอง ในช่วงสามวันนี้ก็ไปศึกษาสัตว์กลายพันธุ์ที่อยากจะจับไว้ก่อนก็แล้วกัน แล้วก็ไม่ทราบว่าใครจะเป็นคนพากลุ่มผมไปที่พักของกิลด์เขตใต้ครับ"
    กันต์รีบกล่าวปิดงานด้วยตัวเอง ทำให้คนอื่นๆ ไม่สามารถคาดคั้นถามอะไรได้อีก และสุดท้ายเป็นลุงเหมาที่พากกลุ่มของกันต์ไปยังที่ตั้งของกิลด์เขตใต้ และมอบหนังสือสัญญาการครอบครองพื้นที่ไว้ให้กับกันต์
    พอทุกคนเข้าไปสำรวจภายในกิลด์ก็พบว่ามันก็เหมือนกับคฤหาสน์ซะมากกว่า ซึ่งมีเนื้อที่ราวๆ 8 ไร่ มีห้องนอน [ห้องน้ำในตัว] 13 ห้อง ห้องสำหรับแม่บ้าน 5 ห้อง ห้องเก็บของกับห้องทำงานอย่างละ 3 ห้อง ห้องน้ำภายนอก 8 ห้อง รอบทางเดินถูกจัดแต่งใหม่ทั้งหมด เพราะไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้จึงมีแต่ตะเกียงเทียนตามรายทาง
    ถึงพวกเขาจะดูมีความสุขที่มีที่พักสมบูรณ์แบบ หากแต่สิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำกลับไม่ใช่การพักผ่อน แต่เป็นการทำความสะอาดซึ่งหากทำการประเมินคร่าวๆ แล้ว อย่างน้อยคงต้องช่วยทำกันทั้งวันเป็นแน่ กลุ่มของกันต์ได้แต่หันมามองหน้ากันเองปริบๆ พลางได้แต่ครุ่นคิดในใจตรงกันว่า
    "ไปหาบ้านเช่าเล็กๆ อยู่ด้วยกันแบบเดิมจะดีกว่าไหมนะ!!"