มิลาสมองเมอร์ลินด้วยสายตาอันวิปลาส เขานั้นชื่นชอบการต่อสู้เป็อย่างมากเช่นเดียวกับอาจารย์ของเขาผู้ซึ่งเป็ผู้กล้าแห่งไบแซนไทน์ “คนคลั่งสีเขียว เจโร” เขานั้นเป็เสาหลักแห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ ชายร่างใหญ่ผู้มีนิสัยชื่นชอบการต่อสู้อย่างบ้าคลั่งดังเช่นฉายาของเขา
บอลเพลิงถูกปล่อยออกไปจำนวนนับไม่ถ้วนก่อนหน้านี้มันเป็ความ้าของมิลาสเพื่อทดสอบความสามารถของเมอร์ลิน เมื่อเห็นว่าเมอร์ลินสามารถป้องกันบอลเพลิงทั้งหมดได้ใบหน้าของเขาจึงฉีกรอยยิ้มกว้างออกมา ดวงตาเบิกขยายจ้องมองเมอร์ลินอย่างหลงไหล นั่นจึงทำให้ใบหน้าของเขานั้นดูวิปลาสเป็อย่างยิ่ง
"เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยกต่อไปคือการเอาจริงของข้า"
มิลาสพูดพลางหัวเราะเสียงประหลาดของเขา
"ดูเหมือนเ้านั้นจะมีความสามารถอยู่บ้างเข้ามาสิข้ารอเ้าอยู่"
เมอร์ลินใช้มือของเขาเปิดเสื้อคลุมที่ปกปิดใบหน้าออกเผยให้เห็นถึงใบหน้าของเขามุมปากของเขาถูกยกขึ้นสูง สายตาอันเฉียบคมมองไปยังมิลาส เขานั้นกระทั่งยื่นมือออกไปข้างหน้าแล้วกระดิกนิ้วมือเพื่อท้าทายมิลาส
ใบหน้าของผู้ชมทุกคนนั้นล้วนเขียนคำว่า "ตกตะลึง"
ชายคนหนึ่งพูดว่า “เขาเป็ใครกันข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขากล้าแสดงท่าทางแบบนั้นเพื่อท้าทายจอมวิปลาสเขามาจากตระกูลใดกัน เื้ัของเขานั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหนถึงได้มีความกล้าเช่นนี้”
การที่เมอร์ลินเปิดเผยใบหน้านั่นเพราะเขามีเหตุผลของเขาเขานั้น้าเปิดเผยตัวตนที่ซ่อนอยู่ เมื่อบ่มเพราะปราณเซียนได้ถึงขั้นก่อลำต้นเขานั้นสามารถฝึกเป็ผู้ใช้เวทมนต์ได้
เพื่อปกปิดการบ่มเพาะปราณเซียนเขานั้นจึงต้องใช้พลังเวทมนต์และพลังอักขระเพื่อซ่อนเร้นกลบเกลื่อนตัวตนของเขา
มิลาสยิ่งเห็นท่าทางของเมอร์ลิน เขานั้นยิ่งชอบใจเป็อย่างมาก
“เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก รับมือ!"
จบคำพูดร่างของมิลาสก็มีเปลวเพลิงสีฟ้าที่โพยพุ่งความร้อนนั้นทำให้แผ่นดินแตกระแหง
ตึง! มิลาสโผล่มายังด้านหน้าของเมอร์ลินอย่างรวดเร็วแล้วเตะไปที่กลางลำตัวของเด็กน้อยเกิดเสียงที่ดังสนั่น แรงกดดันพลังเวทย์และเพลิงลุกท่วมตัวของเขา
เมอร์ลินใช้กิ่งไม้เข้ารับลูกเตะเพลิงของมิลาสอย่างใจเย็นท่าทางที่ดูเหมือนเชื่องช้านั้นกลับมีความรวดเร็วแฝงอยู่
เมื่อแรงกดดันพลังเวทย์ปะทะกับพลังปราณเซียนที่ห่อหุ้มกิ่งไม้พวกเขาทั้งสองก็ถึงกับต้องร่นถอย
คิ้วของเมอร์ลินขมวดยุ่งเล็กน้อย เขาไม่คิดว่ามิลาสจะสามารถทำให้เขาถอยได้
“นี่สินะ การต่อสู้ของเวทมนต์” เมอร์ลินคิดในใจ
ด้านมิลาสนั้นไม่ได้มีท่าทีที่แตกตื่นแต่อย่างใด เมื่อตั้งตัวได้เขาก็ดีดตัวและพุ่งเข้าโจมตีเมอร์ลินอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เขาใช้ลูกเตะที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงจำนวนมากในการโจมตี
มิลาสทำการเตะออกไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละลูกเตะที่ถูกเตะออกไปนั้นมีความเร็วและความรุนแรงเป็อย่างมาก
ตูม ตูม ตูม
เป็ไปดังที่คาดไว้ เมอร์ลินนั้นสามารถรับลูกเตะเขาได้อย่างฉับไวเช่นเคยมิหนำซ้ำใบหน้าของเด็กน้อยนั้นยังแฝงไปด้วยความสนุก
วันนี้มิลาสได้เจอคนที่มีนิสัยเช่นเดียวกับเขาแล้ว
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก
การต่อสู้เป็ไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงกระทั่งคนดูบางคนไม่สามารถมองการต่อสู้นี้ได้เสียงะเิตูมตามดังออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับว่านี้ไม่ใช่การต่อสู้ในระดับนักเวทย์
ความเร็วของมิลาสนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมอร์ลินไม่กล้าที่จะประมาท การต่อสู้นี้ยึดเยื้อไปสักพักแล้ว
จนในที่สุดเมอร์ลินนั้นก็ไม่สามารถใช้กิ่งไม้เพียงอย่างเดียวได้ มืออีกข้างหนึ่งถูกใช้ร่วมกับการต่อสู้
การต่อสู้นี้ทวีความรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดมิลาสก็สามารถใช้เท้าของเขาเตะเข้ากลางลำตัวของเมอร์ลินได้สำเร็จ
ตูม!
ร่างของเมอร์ลินปลิวถลาออกไปเกือบสิบเมตรด้านข้างของเขานั้นปรากฏรอยแดงเถือกเพราะเปลวไฟสีฟ้าของมิลาส
ไม่จบเพียงเท่านั้น มิลาสสูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่จนลำตัวของเขาแอ่นไปยังด้านหลัง ไม่นานนักก็ปรากฏบอลเพลิงลูกั์ที่มีขนาด 1 เมตรพ่นออกมาจากปากเขา
ซูม!
บอลเพลิงนั้นพุ่งตรงไปยังเมอร์ลินด้วยความเร็วดั่งลูกธนู
ตูม
แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อพริบตานั้นบอลเพลิงั์กลับถูกผ่าออกเป็สองซีก
บอลเพลิงั์นั้นยังไม่สิ้นฤทธิ์มันทั้งสองซีกนั้นยังทำลายฝืนป่าที่กวาดผ่านนับสิบๆ เมตร เผาไหม้เป็ทางยาวตามแนว
“ดูนั่นสิ” ผู้ชมคนหนึ่งชี้ให้เพื่อนของเขาดู
สิ่งหนึ่งที่สร้างความใให้กับผู้ชมคือร่างของเมอร์ลินนั้นกำลังลอยอยู่กลางอากาศ
“เป็ไปได้ยังไงกันเด็กคนนั้นลอยได้” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างใ
“ไม่ใช่ว่าเด็กคนนั้นอยู่ขั้นปลายของผู้ใช้เวทย์ไม่ใช่หรือเขาทำได้อย่างไรกัน” เสียงวิจารณ์กล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง
“หรือนี่อาจจะเป็ไปได้ว่าเขาคืออัจฉริยะธาตุลมเขาอาจเป็ผู้เชี่ยวชาญธาตุลมมีเพียงผู้เชี่ยวชาญธาตุลมเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้”หญิงสาวคนหนึ่งพูดออกมาอย่างตื่นตะลึง
“อาจเป็ไปได้ เพราะการลอยตัวกลางอากาศได้นั้นจะต้องเป็จอมเวทย์ขึ้นไปถึงจะสามารถทำได้เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้เป็เพียงผู้ใช้เวทย์ผู้หนึ่งแต่เขากลัยลอยตัวกลางอากาศได้ เหตุผลที่น่าเชื่อถือมากที่สุดคือเด็กคนนั้นจะต้องเป็ผู้เชี่ยวชาญธาตุลมอย่างแน่นอน”
“ไม่น่าเชื่อว่าเด็กอายุเท่านี้จะสามารถฝึกธาตุลมจนเชี่ยวชาญได้ขนาดนี้เขาเป็อัจฉริยะมาจากอาณาจักรใดกัน ทำไมข้าถึงไม่ได้ยินถึงชื่อของเขา” ชายคนหนึ่งวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
การต่อสู้ยังเป็ไปอย่างดุเดือด เมอร์ลินใช้กิ่งไม้กวัดแกว่งกระบวนท่าฟาดฟันออกไปหลายครั้ง ปราณกระบี่พุ่งไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ตูม ตูม ตูม
ในสายตาของคนภายนอกเมอร์ลินนั้นเป็ผู้เชี่ยวชาญธาตุลมการโจมตีด้วยกิ่งไม้ที่ก่อเกิดเป็พลังที่ไร้รูปร่างอันร้ายกาจนั้นทำให้พวกเขาคิดว่ามันเป็หนึ่งในบทเวทย์ธาตุลมที่เมอร์ลินใช้โจมตี
ทั้งการโจมตีไร้รูปทางอากาศและการลอยตัวทำให้ยิ่งเสริมความเชื่อที่ว่าเมอร์ลินนั้นเป็ผู้เชี่ยวชาญธาตุลม
ในที่สุดทั้งสองก็พักหยุดมือลง จุดที่มิลาสยืนอยู่นั้นปรากฏฝุ่นควันปกคลุมอย่างคละคลุ้ง
แต่ทว่าไม่นานฝุ่นควันนั้นก็เหมือนกำลังถูกบางสิ่งดึงดูดเข้าไป
เมื่อฝุ่นควันเริ่มจางลง นั่นจึงปรากฏให้เห็นว่ามันเป็การสูดลมหายใจของมิลาสเขานั้นได้ทำการสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่จนฝุ่นควันก็พลอยถูกดูดไปด้วย
“นั่นเขากำลังจะทำอะไร” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ดูนั่นสิ ดูที่แขนของจอมวิปลาสเขานั้นถูกตัดแขน” ชายอีกคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างใ
การโจมตีของเมอร์ลินเมื่อครู่ทำให้มิลาสไม่สามารถรักษาแขนของเขาเอาไว้ได้เขาไม่สามารถหลับการโจมตีของเมอร์ลิน
ในตอนนั้นเองบอลเพลิงั์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 เมตรก็ปรากฏขึ้น บอลเพลิงนั้นถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็วจากปากของมิลาส
ซูม!
แต่ทันใดนั้นเองก็เหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อผู้ชมทุกคนต่างตื่นตะลึงกับเหตุการณ์นี้
“เขาทำได้ยังไงกันเด็กคนนั้นทำได้ยังไงกัน”
เหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึงนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าผู้คนนั้นตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า ภาพที่เด็กน้อยที่ใช้กิ่งไม้หยุดการโจมตีของบอลเพลิงั์ที่มีขนาด2 เมตร
ปลายกิ่งไม้นั้นสามารถหยุดบอลเพลิงั์ให้หยุดนิ่งได้นี่คือภาพที่ทุกคนเห็น แต่หากเป็ผู้ฝึกตนผู้หนึ่ง พวกเขาก็ต้องตกตะลึงด้วยเช่นกันเพราะปลายกิ่งไม้นั้นถูกเคลือบไปด้วยปราณเซียน มิหนำซ้ำปราณเซียนนั้นยังครอบคลุมไปถึงบอลเพลิงั์อีกด้วย
การใช้ปราณเซียนของเมอร์ลินจึงถือว่ายอดเยี่ยมเป็อย่างมากหากอยู่ในโลกของการฝึกตนสามารถกล่าวได้ว่าเขานั้นเป็อัจฉริยะได้อย่างเต็มปาก
มือน้อยๆ นั้นสะบัดปลายกิ่งไม้ไปยังทิศทางอื่น บอลเพลิงั์นั้นพุ่งออกไปด้วยความเร็วและรุนแรง
ตูม!
ความรุนแรงของบอลเพลิงั์นั้นทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่เผาผลาญพื้นที่ป่านับหลายสิบเมตร
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก
ด้วยเสียงหัวเราะอันวิปลาสนั้นทำให้ความสนใจถูกหันกลับมายังมิลาสอีกครั้งแขนที่ถูกตัดออกไปของเขานั้น พลันปรากฏเปลวเพลิงสีฟ้าลุกท่วมขึ้น เปลวเพลิงนั้นเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
มิลาสจับแขนที่ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงสีฟ้านั้นขึ้นมาแล้วต่อกลับไปยังบริเวณเดิม
เปลวเพลิงสีฟ้านั้นลุกโชติ่ขึ้นเกือบเท่าตัว มันส่งเสียงหวีดหวิวเหมือนคนกำลังกรี๊ดร้องออกมาอย่างระงม
มิลาสเผยยิ้มกว้างออกมา พร้อมกับใบหน้าที่แสดงความพึงพอใจเขาแหงนหน้าขึ้นแล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก
ไม่นานนักแขนที่ถูกตัดออกไปของมิลาสก็กลับมาเคลื่อนไหวผู้คนได้แต่จ้องมองอย่างงงงันเมื่อมิลาสสามารถต่อแขนของเขาให้กลับมาใช้งานดังเดิมได้
“หรือว่านี่จะเป็พลังขีดจำกัดทางสายเืของเขาพลังเปลวเพลิงที่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้” ผู้ชมคนหนึ่งพูดขึ้น
“มันเหมือนกับไม่ใช่พลังของมนุษย์ จอมวิปลาสนั้นไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างตกตะลึง
หลังจากที่มิลาสได้ฟื้นฟูแขนของเขาจนสำเร็จเขาก็หันไปพูดคุยกับเมอร์ลินต่อ
"เอาล่ะ ... มาสนุกกันต่อเถอะเคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก"
เมื่อจบคำพูดของมิลาส ทันใดนั้นเองก็ปรากฏลำแสงหนึ่งพุ่งเข้ามายังจุดต่อสู้ด้วยความเร็วสูงลำแสงนั้นพุ่งผ่านมายังด้านหน้าของมิลาส
ตูม
ลำแสงนั้นคือลูกศรของธนู
ลูกธนูนั้นไม่ได้หมายเอาชีวิตของมิลาสมันเพียงพุ่งมาปักยังพื้นที่ด้านหน้า
ลูกธนูนั้นเต็มไปด้วยอำนาจของพลังเวทย์มันทั้งรวดเร็วและอาบไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ
เมื่อลูกธนูัักับพื้นดิน พลังเวทย์นั้นก็ะเิออกมาเสาไม้ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาออกจากพื้นดินนับสิบๆ ต้น มันพุ่งขึ้นสูงตระหง่านนับสิบๆเมตร ผู้คนต่างหันไปมองยังทิศทางที่มาของลูกธนู
"หยุดการต่อสู้นี้ได้แล้ว ก่อนที่พวกเ้าจะทำลายพื้นที่ป่าไปมากกว่านี้" น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความสง่างามถูกเปล่งออกมา
ชายหนุ่มรูปงามที่มีผิวสีขาวซีด ั์ตาสีเขียวและมีผมยาวสีทองถูกรวบตรึงไว้ยังด้านหลังจุดที่น่าสังเกตที่สุดคือหูของเขานั้นยาวกว่ามนุษย์ทั่วไป กลิ่นอายของเขานั้นเต็มไปด้วยความสง่างามและน่าประทับใจ
เขาคือเอลฟ์
"นั่นใช่เขาหรือไม่ ศรสีทองมิคาเอล ศิษย์ของแสงสีทอง เลโอเนล หนึ่งในฝืนป่าแห่งเนเปิลล์" ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“นี่มันเื่อะไรกันทำไมปีนี้ถึงได้ปรากฏศิษย์ของเสาหลักอาณาจักรถึงสองคน”ผู้ชมคนหนึ่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าเชื่อ
“เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก ข้าก็นึกว่าใครที่แท้ก็เ้าหูยาวเผ่าเอลฟ์นี่เอง” มิลาสพูดขึ้นราวกับว่าเขานั้นไม่เห็นมิคาเอลอยู่ในสายตา
ตูม ตูม ตูม
มิลาสใช้เปลวเพลิงสีฟ้าของเขาทำลายเสาไม้เ่าั้ภายในพริบตา
ฉายาของเขาคือจอมวิปลาส การกระทำของเขาล้วนไม่อาจคาดเดา ไม่มีทางที่คนที่ได้ชื่อว่าจอมวิปลาสจะฟังคำสั่งจากใคร
"เ้าหูแหลม ข้าไม่สนว่าเ้าจะเป็ใครบนเกาะแห่งนี้ล้วนไม่มีผู้ใดที่จะสามารถทำให้ข้าเชื่อฟังได้ หาก้าให้ข้าเชื่อฟังจงเอาชนะข้าให้ได้”มิลาสพูดพลางแหงนหน้าและใช้มือของเขาชี้ไปยังมิคาเอล
“เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยกไว้ข้าเสร็จธุระตรงนี้แล้วเมื่อไหร่ ข้าจะไปเล่นกับเ้า”
จบคำมิลาสพุ่งเข้าใส่เมอร์ลินในทันทีการโจมตีนี้ปราศจากคำเตือน
แต่ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อร่างของมิลาสนั้นถูกปกคลุมด้วยม่านพลังที่ก่อตัวรูปร่างคล้ายโดมมันเกิดขึ้นรวดเร็วเป็อย่างมาก
อักขระสีฟ้ามากมายเรียงตัวกันอย่างเป็ระเบียบลอยอยู่รอบๆตัวของมิลาส
ในที่สุดเด็กน้อยที่นิ่งเงียบอยู่นานก็พูดขึ้น
"หากเขาไม่สามารถหยุดเ้าได้ เช่นนั้นเป็ข้าล่ะข้ามีความสามารถพอที่จะสั่งให้เ้าหยุดได้หรือไม่"
คำพูดของเมอร์ลินนั้นทำให้ทุกสิ่งหยุดนิ่งผู้คนต่างเหม่อมองอย่างเงียบงัน ร่างของเมอร์ลินที่ลอยอยู่กลางอากาศดั่งผู้ทรงพลังมือขวาที่ถูกยกขึ้นมานั้นกำลังควบคุมอักขระสีฟ้าที่ปรากฎออกมาตัวแล้วตัวเล่า
ดั่งมนต์สะกดที่ทำให้ทุกคนพูดไม่ออก ทุกคนนั้นอ้าปากค้างหลายคนนั้นเต็มไปด้วยความงงงวย ร่างทั้งร่างของพวกเขากลายเป็สั่นสะท้าน
เหมือนเวลาทั้งหมดถูกหยุด หายคนนั้นไม่กล้าที่จะหายใจแรงที่แห่งนี่กลายเป็ความเงียบงัน
จนในที่สุดชายคนหนึ่งก็พูดขึ้น
“นั่นมัน! เป็เขา... เขาคือผู้ใช้อักขระ” หนึ่งในคนดูพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบที่น่าตกตะลึง