หลังจากนักฆ่าจากไป แสงกับหมอกก็ค่อยพาทไวซ์มาขึ้นรถ และ กลุ่มของสาก็มาถึงพอดี สาเข้าไปทำแผลให้ทไวซ์กับหมอกเบื้องต้น พวกแสงนั้นยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านนอกข้างตัวรถ ระหว่างที่สาทำแผลทไวซ์ก็เริ่มบทสนทนาขึ้น
" ลุงรู้จักนักฆ่านั้นด้วยเหรอ " ทไวซ์ถาม หมอกเองก็สงสัยในเื่เดียวกัน
" นายรู้จักกลุ่ม กายาะไหม " แสงพูดพร้อมกับสูบบุหรี่ไปด้วย
" กลุ่มนักฆ่าที่มีข่าวลือว่าเป็ะไม่มีวันตาย ไม่ใช่ว่าพวกนั้นก็แค่กลุ่มนักฆ่าที่ฝีมือดีแล้วรับแต่ภารกิจเสี่ยงตายเฉยๆ เหรอ " ทไวซ์พูด
" ก็นายก็เห็นกับตาตัวเองแล้วนี่ว่าคนพวกนั้น ปืนกับมีดทำอะไรมันไม่ได้ " แสงพูด
" นี่พวกนายไปเจอตัวอะไรมาเนี่ย " สาบ่นทั้งที่มือยังทำแผลให้ทไวซ์อยู่
" แต่ว่าคนที่นายเจอวันนี้ไม่ได้เป็คนในกลุ่มนั้น แต่กลุ่มนั้นสร้างขึ้นมาโดยมีหมอนั้นเป็ตัวต้นแบบ " แสงพูด
" หมายความว่าไงครับลุง " หมอกถาม
" หมอนั้นเป็นักฆ่าที่ฉันต้องเจอั้แ่สมัยฉันยังเป็ตำรวจอยู่แล้ว มันมีร่างกายที่ค่อนข้างพิเศษยิงหรือฟันไม่เข้า " แสงพูดพร้อมกับดับบุหรี่ทิ้ง
" ... " ทุกคนต่างตั้งใจฟังเื่ที่แสงจะเล่า
" ในตอนนั้นหมอนั้นมีชื่อเสียงมากเพราะร่างกายพิเศษ ทำให้อัตราความสำเร็จเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่อยู่ๆ มันจะหายตัวไป "
" งั้นพวกกลุ่มกายาะก็มีร่างกายพิเศษเหมือนกันเหรอลง " ทไวซ์ถาม
" เปล่า คนที่มีร่างกายพิเศษมีแค่หมอนั้น ส่วนคนในกลุ่มกายาะ นั้นมีวิธีพิเศษบางอย่างทำให้ฟันแทงไม่เข้า " แสงอธิบาย
" แล้วลุงรู้อะไรเกี่ยวกับนักฆ่านั้นบ้าง " หมอกถาม
" ไม่มาก ในตอนนั้นพวกตำรวจเรียกมันว่า ผีชุ่มเื แต่หลังๆ ฉันเรียกมันว่า ญิน " แสงพูด
" แล้วเราจะทำยังไงต่อ จะปล่อยให้มันจบแบบนี้เหรอ " หมอกพูดเขารู้สึกโกรธ ที่เบาะแสเดียวเกี่ยวกับคดีของครอบครัวเขาหายไป
" ฉันไม่รู้.... " แสงเกาหัวก่อนจะเดินหายไปจากรถ ปล่อยให้ทุกคนสงบสติอารมณ์
แสงเดินกลับไปหาศพของผา เขาอยากได้เบาะแสอะไรกลับไปบ้าง แต่เวลาของเขามีไม่มาก จากเสียงปืนทำให้มีคนโทรไปแจ้งตำรวจแล้ว แต่กว่าตำรวจจะมาเขาน่าจะพอมีเวลาตรวจสภาพสถานที่เกิดเหตุบ้าง ในที่เกิดเหตุจากสภาพศพของผา เขาโดนตีเข้าที่ลูกกระเดือกทำให้ส่งเสียงไม่ได้และมีรอยช้ำที่ลำคอด้านหน้า ถูกฟันเข้าที่ขาเพื่อไม่ให้หนี มีรอยเืและรอยคลาน ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตายทันทีเมื่อได้โอกาส คงเป็เพราะ้าม้วนวิดีโอ พอได้ม้วนวิดีโอแล้วเขาก็ถูกปาดคอซึ่งเป็สาเหตุของการตาย แสงเอาถุงมือออกมาใส่ก่อนจะค้นตัวศพ ในตัวศพไม่มีอะไรเลยนอกจากเงินสดเล็กน้อยติดกระเป๋า แสงได้แต่ถอนหายใจ เขาควรถามคนงานคนอื่นไหม มันอาจทำให้มีคนจำหน้าเขาได้แล้วนำข้อมูลไปให้ตำรวจ มันอาจทำให้เื่วุ่นวายเพิ่มขึ้นถ้าคนที่ตามหาตัวเขาได้ข้อมูลนั้นไป แต่เขาก็ไม่มีเบาะแสอื่นแล้วสุดท้ายแสงได้แต่ต้องเสี่ยง เขาทำใจไม่ได้ถ้าต้องเสียเบาะแสเดียวของคดีน้องชายเขาไป
แสงเข้าถามข้อมูลคนงานก่อนที่เขาจะรู้ที่เก็บของ ของคนงาน ผามีกระเป๋าสะพายใบเล็กหนึ่งใบ ในนั้นมีมือถือหนึ่งเครื่อง กุญแจรถกับกุญแจบ้าน แสงเก็บมือถือไว้ก่อนที่เขาจะโทรหาทไวซ์ ไม่นานสาก็เข้ามาหาแสงพร้อมกับที่ปั๊มกุญแจ แสงปั๊มกุญแจทั้งสองดอกไว้ก่อนที่เขากับสาจะออกจากห้องเก็บของคนงาน หลังจากที่เขากลับไปรวมกลุ่มแสงบอกให้ทุกคนออกจากไร่สวนก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
" ทไวซ์นายพอมีคนที่จมูกไวบ้างไหม " แสงถามในระหว่างที่เขาขับรถ
" ผมไม่แน่ใจถ้าต้องให้หาในระดับเดียวกับลุง " ทไวซ์พูด
" เอาที่พอไว้ใจได้ก็พอ ให้ไปเฝ้าตำรวจที่สน. ตำรวจจะพาไปหาที่อยู่ของผาเอง คนในวันนี้ส่วนใหญ่คนงานเห็นหน้ากันแล้ว มันมีแต่ทำให้เพิ่มอันตรายขึ้นซะเปล่าๆ ถ้าหนึ่งในเราไปคอยเฝ้าตำรวจ " แสงพูด
" แบบนั้นไม่ใช่ว่าตำรวจจะได้เบาะแสอะไรไปก่อนเราเหรอลุง " หมอกพูด
" ถ้าตำรวจได้เบาะแสไป เดี๋ยวเราก็หาทางสืบข่าวมาได้เองนั่นแหละ แค่กันไว้เผื่อตำรวจพลาดอะไรไป " แสงตอบ
" แล้วญินล่ะลุง " ทไวซ์ถามขึ้น
" ...หมอนั่นไม่ใช่พวกทำอะไรเกินความจำเป็ จริงอยู่ที่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย แต่เราก็ไม่จำเป็ต้องกังวลว่าญินจะมาตามล่าเรา " แสงตอบ
" ลุงอาจพอรู้จักญิน แต่ถ้าคนจ้างเขาไม่ยอมล่ะ " ทไวซ์ถาม
" ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนจ้างวานพยายามต่อรองหรือเล่นแง่กับญิน สุดท้ายคนพวกนั้นลงเอยข่าวหน้าหนึ่งแทน " แสงพูดจบทุกคนในรถต่างนิ่งเงียบ กับบรรยากาศที่แสนน่าอึดอัด หมอกและทไวซ์รู้ตัวดีว่าครั้งนี้พวกเขาแค่โชคดีในวันนี้ ถ้าแสงไปช้ากว่านี้พวกเขาคงตายไปแล้ว ถ้าพูดให้ตรงคือเพราะเป็แสงที่มาถึงทันเวลา ถ้าเป็สาหรือตำรวจคนอื่นหมอกกับทไวซ์ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผลจะออกมาเป็ยังไง พวกเขาใช้เวลาสองสามชั่วโมงในการขับรถกลับ ระหว่างทางทไวซ์ก็ติดต่อให้คนไปเฝ้าตำรวจตามแผน ตลอดทางพวกเขาคอยเปิดวิทยุเพื่อฟังข่าวว่าข่าวของผาจะออกสื่อไหม
พอถึงที่พักพวกเขาก็แยกย้ายต่างพักกันด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แสงแม้ว่าเขาจะมีมือถือของผาอยู่แต่เขาก็เหนื่อยจากการขับรถเกินกว่าจะตรวจสอบมัน ส่วนหมอกนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังติดอยู่ในความทรงจำของเขา เขาหายตัวไปอยู่ที่ตึกเก่าเพื่อฝึกร่างกายจนเหนื่อยและหลับไป ส่วนกลุ่มของทไวซ์กับสาพวกเขากลับร้าน แต่พวกเขาก็ไม่ได้เปิดร้านในวันนี้ ทไวซ์ทิ้งตัวลงนอนเพื่อพักร่างกายของเขา สากับรามกลับมาอยู่ที่ร้านแม้ว่าจะไม่เปิดร้านพวกเขาก็ยังคงทำความสะอาดร้าน สาได้แต่จมอยู่กับความคิดเธออยู่กับทไวซ์มานานนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นว่าเขาาเ็ บางครั้งทไวซ์ก็าเ็หนักกว่าครั้งนี้มาก ไม่รู้ว่าเป็เพราะพักหลังมานี้ทไวซ์ไม่ได้าเ็มานาน หรือเธอแค่คิดมากเกินไปเอง
" เป็อะไรเหรอครับ " รามถาม
" เปล่า " สาตอบสั้นๆ
" แต่แก้วใบนั้นเช็ดมาสามรอบแล้วนะครับ " รามพูด
" ... " สาเพิ่งรู้ตัวเธอวางแก้วลง
" ทไวซ์เคยถามว่าฉันอยากเรียนไหม " สาพูดเสียงเบา
" แล้วคุณตอบว่ายังไงเหรอครับ " รามพูดพร้อมกับเช็ดหน้าต่าง
" ฉันไม่รู้ " สาตอบ
" แน่ใจนะครับว่าอยากคุยเื่นี้ " รามถามอีกครั้ง
" ไม่รู้สิฉันอาจแค่กำลังสับสนอยู่ " สาพูดจบเธอเริ่มเช็ดแก้วใบถัดไป
" เหตุผลที่คุณทไวซ์อยากให้คุณกลับไปเรียน อาจเป็เพราะเขาไม่แน่ใจว่าเขาอาจพลาดเข้าสักวัน แล้วถ้าวันไหนพลาดเขาคงอยากให้คุณยังมีชีวิตอยู่อย่างสงบก็ได้ " รามพูด
" ...รู้ใช่ไหมว่าที่พูดมาไม่ได้ช่วย " สาตอบกลับ
" ... " รามไม่ตอบกลับเขาแค่ยิ้มอยู่คนเดียว
ในระหว่างที่ทุกคนแยกย้ายอยู่ในมุมของตัวเองนั้น มีชายคนหนึ่งใส่ชุดสีดำทั้งตัว ยืนอยู่นอกบ้านของแสง
มุมมองนักเขียน
ครับหลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับแสงเราคงต้องอ่านกันต่อในสัปดาห์หน้า ผมหวังว่ากลุ่มคนที่มีร่างกายพิเศษนี้จะเพิ่มอรรถรสมากขึ้น อย่างไรก็ตามเื่การมีบางกลุ่มที่มีร่างกายพิเศษนี้เป็เื่ที่ผมวางแผนอยากให้มีั้แ่แรก มันคงสนุกไม่น้อยถ้าในเื่มีศัตรูที่ยากต่อการสู้ไล่ล่าพวกเขาบ้าง อย่างเทอร์มิเนเตอร์ หรือ เนเมซิส อ่าผมอาจเปรียบเทียบได้เวอร์เกินไปแต่หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับมันนะครับ