51 ทำคุณบูชาโทษ
หลงซานผิงกล่าววาจาเยาะเย้ยอีกฝ่ายด้วยความย่ามใจและเคยชิน เพราะที่นี่ไม่เคยมีใครเคยกล้าต่อกรกับตนมาก่อน “ เอ้า เร็วสิพวกเจ้าน่ะ รีบคลานมาลอดหว่างขาข้า และเรียกข้าว่าบิดาสักคำ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจซะก่อน” “ เอ่อ คุณชาย พวกข้าเป็นคนต่างถิ่น เพิ่งเดินทางมาถึงที่นี่ ขอท่านช่วยละเว้นพวกข้าสักครั้งจะได้หรือไม่?” เสียมหลอหลงเปลี่ยนท่าทีโดยแสร้งทำเป็นนอบน้อมกับอีกฝ่าย สร้างความผิดหวังให้กับหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของหลงซานผิง ที่เห็นว่าเขากลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาว เพียงแค่เจอกับกับอีกฝ่ายที่มีคนหมู่มากเท่านั้น “ พี่ใหญ่ ท่านจะปล่อยให้แม่นางคนนี้ถูกเจ้าคนชั่ว....” เป็นอาห่าวที่เอ่ยถามพี่ใหญ่ของตน เพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดทำอะไรอยู่ ก่อนที่อาหลงจะขยิบตาให้อาห่าวเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายนิ่งไว้ จากนั้นจึงเปิดฉากเจรจาต่อรองกับคุณชายหลงซานผู้เป็นเจ้าถิ่น “คุณชาย ข้าทราบว่าท่านต้องเป็นผู้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ของที่นี่ คงเป็นเรื่องยากที่ข้ากับพวกจะสามารถต่อกรกับท่านได้” นายอำเภอหนุ่มแกล้งเยินยออีกฝ่าย ทำให้หลงซานผิงยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาจึงยื่นข้อเสนอที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับประหลาดใจ เพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ “ อะไรนะ เจ้าขอเวลาข้าสองเค่อ(30 นาที) ถ้าเจ้าไม่สามารถจัดการกับบรรดาสมุนเกือบครึ่งร้อยของข้าได้ เจ้าจะยอมเรียกข้าว่าบิดา รวมทั้งจะยอมคลานลอดหว่างขาข้าโดยดี ฮ่าฮ่าย่อมได้ ๆ แต่ข้ามีข้อแม้คือ เจ้าห้ามเรียกให้คนมาช่วย ตกลงหรือไม่?” “ ขอบคุณคุณชายที่ใจกว้างดั่งมหาสมุทร ถ้าเช่นนั้นพวกเราออกไปตัดสินแพ้ชนะด้านนอกจะดีหรือไม่ ส่วนแม่นางคนนี้ ยังไง ๆ นางก็คงหนีท่านไม่พ้นอยู่แล้ว ท่านช่วยปล่อยนางก่อนชั่วคราวจะได้หรือไม่?” เสียมหลอหลงใช้จิตวิทยาให้อีกฝ่ายหลงคล้อยตาม ก่อนที่หลงซานผิงชักเริ่มจะสนุก เพราะไม่เคยเจอคู่ต่อกรเช่นนี้มาก่อน เขาจึงเลิกสนใจหญิงงามชั่วคราว แล้วหันมาให้ความสนใจต่อชายหนุ่มตรงหน้ามากกว่า ว่าเขาจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้เช่นไร “ เอ้า ถ้าเช่นนั้นก็เชิญเจ้าแสดงฝีมือที่เจ้ามีทั้งหมดออกมาได้เลย อย่าได้ชักช้าเสียเวลา หาไม่แล้วข้าอาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ได้นะ” เจ้าของฉายาอ๋องน้อยแห่งหลงซานพูดจากดดันและข่มขู่คนทั้งสาม ก่อนที่อาหลงจะพยักหน้าตอบรับ รวมทั้งยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมว่า ถ้าหากเขาเป็นฝ่ายชนะ ขอให้อีกฝ่ายยอมเลิกราต่อแม่นางผู้นี้ และต่อไปทุกครั้งที่เจอกันจะต้องเรียกเขาว่านายท่าน “ บังอาจมาก ฮ่า ๆ แต่เอาเถอะ ตกลงตามนี้” ตอนแรกหลงซานผิงโมโหจนควันแทบออกจากหู เมื่อได้ยินข้อต่อรองของอีกฝ่าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะเยาะเย้ย เพราะคิดว่ายังไง ๆ อีกฝ่ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับตนอยู่ดี หลังจากได้ยินอีกฝ่ายตอบตกลงรับปาก อาหลงจึงยืนหลับตาแล้วทำปากขมุบขมิบ ราวกับกำลังบริกรรมท่องคาถาอะไรสักอย่าง ท่ามกลางสายที่งุนงงของหลงซานผิงกับสมุน รวมทั้งชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ ไม่เว้นแม้กระทั่งน้องรองและน้องเล็กของตนเช่นกัน “ $#%&*@$#%&*@$#%&*@$#%&*@$#%&*@” จู่ ๆ เสียมหลอหลงก็ร้องตะโกนเสียงประหลาดคล้าย ๆ จะเป็นเสียงสัตว์ ทำเอาหลงซานผิงกับสมุนถึงกับหัวเราะงอหงาย ที่อีกฝ่ายคล้ายจะกลัวเขาจนเสียสติไปแล้ว ส่วนชาวบ้านที่มามุงดูถึงกับส่ายหัวด้วยความเวทนาที่จู่ ๆ วีรบุรุษขี่ม้าขาวกลับกลายเป็นคนบ้าเสียสติไปซะได้ หลังจากที่เขาตะโกนผ่านไปได้สักครู่ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างความผิดหวังแก่ผู้คนที่มามุงดูยิ่งนัก เมื่อเห็นเช่นนั้นอ๋องน้อยแห่งหลงซานจึงไม่อดใจรออีกต่อไป สั่งให้บรรดาสมุนเกือบครึ่งร้อยของตนจัดการกับชายหนุ่มต่างถิ่นทั้งสามให้คางเหลือง หยอดน้ำข้าวต้มในทันที “ พี่ใหญ่ เราจะทำเช่นไรกันดี เอาอย่างนี้ท่านรีบหนีไปก่อน ส่วนข้ากับน้องเล็กจะช่วยสกัดพวกมันเอาไว้เอง” ฮวยเซ็งบอกให้เสียมหลอหลงรีบหนีไปก่อน แต่ทว่าเขากลับยังยิ้มอยู่ได้ และทำเหมือนไม่เดือดเนื้อร้อนใจใด ๆ ทั้งที่ภัยกำลังจะมาถึงตัวในอีกไม่กี่อึดใจนี้ “ หนีเร็ว ๆ พวกเรารีบหนีเร็วเข้า” จู่ ๆ ก็มีเสียงชาวบ้านร้องตะโกนลั่น พร้อมกับผู้คนที่แตกฮือวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง ราวกับมีกองทัพข้าศึกที่โหดเหี้ยมบุกโจมตีก็ไม่ปาน “ หรือว่าเมื่อครู่เจ้าเรียกให้คนมาช่วย ไหนเจ้ารับปากข้าว่าจะไม่เรียกคนมาช่วยไง?” หลงซานผิงเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างใจเสียเล็กน้อย เมื่อคิดว่าอาจจะมีกองกำลังเสริมมาช่วยฝ่ายตรงข้ามตน แต่ยังไง ๆ เขาก็ยังมั่นใจว่าตนที่เป็นเจ้าถิ่นและสมุนมากกว่าครึ่งร้อยจะสามารถสยบอีกฝ่ายลงได้อยู่ดี “ ว้าก คุณชายรีบหนีเร็วเข้าขอรับ ถ้าชักช้าจะไม่ทันกาลนะขอรับ” สมุนคนหนึ่งของหลงซานผิง วิ่งเข้ามารายงานเจ้านายของตนอย่างหน้าตาตื่น เหมือนคนที่เพิ่งพบเจอสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอะไรบางอย่างมา พร้อมทั้งพยายามฉุดแขนเจ้านายของตนให้รีบเผ่นออกจากตรงนี้โดยเร็ว “ เจ้า มีเรื่องอันใดกัน เหตุใดข้าต้องรีบหนีด้วย ข้ายังไม่ได้สั่งสอนเจ้าพวกนี้เลย อีกอย่างที่นี่เป็นถิ่นของข้า ข้ายังต้องเกรงกลัวผู้ใดอีกเล่า?” หลงซานผิงยังอวดเบ่งอย่างไม่รู้กาลเทศะ เพียงชั่วครู่กองทัพผู้บุกรุกก็ดาหน้ามาถึงตรงหน้า ทำเอาบรรดาสมุนทั้งหมดของเขาขวัญแทบกระเจิง เพราะขยาดหวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า “ โฮก ๆ โฮก ๆ โฮก ๆ” เป็นเหล่าบรรดาเสือโคร่งฝูงใหญ่นับสิบ ที่ส่งเสียงคำรามเสียงดัง ทำเอาชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ส่วนหลงซานผิงเองยืนขาสั่นพั่บ ๆ ด้วยความกลัวจนฉี่แทบจะราดกางเกง เพราะว่าตนไม่เคยเผชิญหน้ากับเหล่านักล่าที่น่าเกรงขามเช่นนี้มาก่อนในชีวิต “ คุณชาย ทำอย่างไรดีขอรับ ถ้าเป็นคน พวกเราไม่มีกลัวอยู่แล้ว แต่นี่พวกมันเป็น...” คนสนิทของหลงซานผิงเอ่ยกับนายน้อยของตนด้วยใจเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ เพราะในตอนนี้พวกเสือโคร่งเหล่านี้กำลังย่างสามขุมเข้าหาพวกตนด้วยแววตาดุร้าย เสมือนต้องการจะขย้ำพวกเขาเป็นอาหารอันโอชะของพวกมัน “ นี่ เจ้านั่นแหละ เหตุใดเจ้าถึงไม่มีท่าทีกลัวพวกเสือเหล่านี้เลยล่ะ?” หลงซานผิงเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ที่เห็นเขาไม่มีอาการตกใจหรือกลัวเจ้าเสือร้ายฝูงนี้แม้แต่น้อย กลับกันเขากลับมองพวกมันด้วยแววตาที่อ่อนโยน เสมือนพวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนเชื่องของเขาก็ไม่ปาน “ $#%&*@$#%&*@$#%&*@” เสียมหลอหลงเดินเข้าไปหาฝูงเสือร้ายอย่างไม่กลัวเกรง พร้อมทั้งพูดจาภาษาประหลาด ๆ ที่ไม่มีใครฟังเข้าใจสักคน แต่น่าแปลกใจที่เสือร้ายเหล่านั้นพร้อมใจกันหมอบลงตรงหน้าเขาอย่างเชื่อฟัง ราวกับว่าพวกมันเป็นลูกสุนัขที่แสนเชื่องและเชื่อฟังเจ้าของเป็นอย่างดี จากนั้นอาหลงจึงเดินเข้าไปลูบหัวพวกมัน และหยอกล้อเล่นกับพวกมันอย่างสนิทสนม ในขณะที่อาฮวยและอาห่าวต่างก็ตกใจ และประหลาดใจที่พี่ใหญ่ของพวกตนสามารถเรียกเสือมาช่วยได้ แถมยังดูเหมือนจะพูดจากับพวกมันรู้เรื่องอีกด้วย “ พี่ใหญ่ ท่านทำพวกเราตกใจอีกแล้ว เมื่อกี้ข้าตกใจจนฉี่แทบราดเลยรู้หรือเปล่าขอรับ” อาห่าวเอ่ยกับเสียมหลอหลง ก่อนจะหันไปสบตากับฮวยเซ็ง พร้อมทั้งหลบไปยืนหลังพี่ใหญ่ของตน เพราะว่าพวกเขายังไม่ค่อยไว้ใจพวกสัตว์หน้าขนพวกนี้ ส่วนชาวบ้านที่พากันไปหลบดูสถานการณ์ เมื่อเห็นเจ้าพวกเสือร้ายพวกนี้ไม่ทำอันตรายผู้คน แถมยังดูเหมือนจะเชื่องยังกะลูกสุนัข ก็พากันออกมาชมดูเรื่องประหลาดเหล่านี้ พร้อมทั้งจับกลุ่มวิจารณ์กันยกใหญ่ “ โธ่เอ๋ย ที่แท้เจ้าเสือพวกนี้ก็เชื่องยังกะลูกแมวนี่เอง ข้าก็หลงกลัวพวกมันอยู่ได้” หลงซานผิงเอ่ยออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเสือเหล่านั้นอย่างไม่กลัวเกรงอันตราย ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของเหล่าบรรดาสมุนทั้งหลาย “ พวกเจ้าจะกลัวทำไม ไม่เห็นหรือว่าพวกมันเชื่องยังกับอะไรดี มา ๆ มาให้ข้าลูบหัวซะดี ๆ เจ้าลูกแมวน้อย ฮ่า ๆ” “ โฮก ๆ โฮก ๆ โฮก ๆ” พูดไม่ทันขาดคำ เจ้าเสือที่ดูเหมือนจะแสนเชื่อง ก็คำรามเสียงดัง พร้อมกระโจนใส่หลงซานผิงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของสตรีที่มามุงดูเหตุการณ์ “ $#%&*@$#%&*@” แต่ก่อนที่เสือร้ายจะตะครุบและขย้ำคุณชายหลงซาน เสียมหลอหลงก็กล่าวภาษาประหลาดห้ามมันไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะเดินเข้ามาเคลียคลอชายหนุ่มและเลียมือเขาอย่างว่านอนสอนง่าย “ คุณชาย ท่านมิอาจจะแตะต้องพวกมันได้ เพราะท่านไม่ได้รู้ภาษาพวกมัน เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของท่านและบริวาร จงอยู่ห่าง ๆ พวกมันเอาไว้จะเป็นการดีกว่า” นายอำเภอหนุ่มที่ปลอมตัวเป็นนักเดินทางเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยความหวังดี ก่อนที่เขาจะทวงสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า “ ก็ได้ แต่เจ้าต้องไล่เสือร้ายพวกนี้ไปก่อน แล้วข้าจะปล่อยแม่นางคนนี้ไป พร้อมทั้งเรียกเจ้าว่านายท่านตามที่ตกลงกันไว้” หลงซานผิงทำเป็นรับปากอีกฝ่าย ก่อนจะขยิบตาให้กับสมุนของตนอย่างมีเลศนัย จากนั้นเสียมหลอหลงจึงบอกให้บรรดาพยัคฆ์เหล่านั้นล่าถอยกลับป่าไปด้วยความสงบ “ เอาล่ะ คุณชาย พวกเสือเหล่านั้นไปกันหมดแล้ว ทีนี้ท่านจะปล่อยแม่นางท่านนี้ได้หรือยัง อ้อ อย่าลืมที่ท่านรับปากข้าไว้ด้วยล่ะ” เสียมหลอหลงกำลังจะเอ่ยปากทวงสัญญา แต่จู่ ๆ ก็มีทหารทางการหลายสิบนายพร้อมอาวุธครบมือ กรูเข้ามาเพื่อจะจับกุมเขา รวมทั้งยังมีหน่วยเกาทัณฑ์ที่เล็งหน้าไม้มาทางชายหนุ่มและพี่น้องทั้งคู่ของเขา “ เจ้าโจรล่าสวาท พวกเจ้าทั้งสามฟังให้ดี ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทางการล้อมพวกเจ้าไว้หมดแล้ว อย่าได้คิดหนี จงยอมให้จับเสียดี ๆ จะได้ไม่ต้องมีการเสียเลือดเนื้อ” หัวหน้ามือปราบตะโกนบอกให้อาหลงกับพวกยอมจำนวนแต่โดยดี ก่อนที่เขาจะร้องถามอีกฝ่ายว่าจะจับกุมพวกตนด้วยเรื่องอันใด “ เจ้ายังจะมีหน้ามาถาม เมื่อครู่เจ้ากับพี่น้องสองคนของเจ้าคิดจะทำมิดีมิร้ายและหมายย่ำยีแม่นางผู้นี้กลางวันแสก ๆ โชคดีที่คุณชายหลงซานกับพรรคพวกผ่านมาพบ เลยช่วยนางเอาไว้ได้ ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกเจ้า” หัวหน้ามือปราบที่อยู่ในวัยกลางคน ดูบึกบึนน่าเกรงขามเอ่ยแจ้งข้อหากับอีกฝ่ายหน้าตาเฉย กลับดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ ท่ามกลางความงุนงงของอาหลงกับพวก ก่อนที่เขาจะนึกได้ว่าหัวหน้ามือปราบผู้นี้ก็คงเป็นพวกเดียวกับคุณชายผู้นี้เป็นแน่ “ แม่นาง ท่านช่วยกล่าวยืนยันความบริสุทธิ์ของพวกข้ากับท่านมือปราบได้หรือไม่?” เสียมหลอหลงหันไปเอ่ยกับหญิงสาวเคราะห์ร้าย ที่เขาเพิ่งจะช่วยให้พ้นจากปากเหวเมื่อครู่ โดยหวังว่านางจะช่วยเป็นพยาน และยืนยันความบริสุทธิ์ของพวกเขา เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางกลับทำสีหน้าลำบากใจขึ้นมา รวมทั้งหลงซานผิงยังเดินมากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู ทำเอานางถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจ ก่อนจะค่อย ๆ ตั้งสติและหันมาให้การกับหัวหน้ามือปราบ “ เอ่อ... คือว่า เป็นพวกเขาสามคนนี้ที่คิดจะขืนใจข้าน้อยเจ้าค่ะ ใต้เท้าช่วยให้ความเป็นธรรมกับข้าด้วย” “ แม่นาง ท่าน ... เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนี้ เรื่องราวเป็นเช่นไร ท่านล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ เหตุใดท่านจึงหันมากล่าวโทษพวกเราเช่นนี้ ถือว่าพวกข้าทำคุณบูชาโทษจริง ๆ” ฮวยเซ็งกล่าวตัดพ้อหญิงสาวผู้นี้ด้วยความรู้สึกผิดหวัง และรู้สึกว่าพวกตนไม่น่ายื่นมือเข้ามาช่วยนางเลย น่าจะปล่อยให้นางประสบเคราะห์กรรมไปยังจะดีเสียกว่า “ เจ้า เจ้า พี่ใหญ่ของข้าไม่น่าสอดมือเข้ามาช่วยเจ้าเลย เจ้าช่างเป็นนางอสรพิษแท้ ๆ” อาห่าวอดรนทนไม่ไหว จนต้องตำหนินางเป็นการใหญ่ ก่อนที่เสียมหลอหลงจะห้ามน้องทั้งสองของตนอย่างใจเย็น จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับท่านผู้เฒ่าที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ “ ท่านผู้อาวุโส ท่านก็อยู่ในเหตุการณ์เมื่อครู่ ไม่ทราบว่าท่านจะเป็นพยานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ให้กับพวกเราได้หรือไม่ขอรับ?” “ เอ่อ...ขอโทษด้วยพ่อหนุ่ม ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” ท่านผู้เฒ่าเอ่ยปฏิเสธอีกฝ่ายด้วยความเห็นใจ แต่ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ เพราะตนได้เตือนเขาแต่แรกแล้วว่าอย่าได้สอดมือเข้าไปยุ่ง ในขณะที่ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างก็พากันพูดเป็นเสียงเดียวว่าพวกตนไม่เห็นเหตุการณ์อะไรทั้งนั้น เพราะว่าไม่กล้าจะขัดแย้งกับคุณชายตระกูลหลงซานซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นเจ้าชีวิตของคนในอำเภอหลงซานแห่งนี้ ส่วนทางด้านสมุนของหลงซานผิงต่างพาซัดทอดว่าเห็นเสียมหลอหลงกับพวกกำลังทำมิดีมิร้ายกับสาวงามนางนี้ ก่อนที่นายน้อยของพวกตนจะเป็นวีรบุรุษขี่ม้าขาวมาช่วยนางได้ทันเวลา “ เจ้ายังจะปากแข็งอีกรึ มีอะไรเจ้าก็ไปให้การแก้ตัวกับใต้เท้าที่ศาลก็แล้วกัน เด็ก ๆ คุมตัวพวกเขาไป” หัวหน้ามือปราบสั่งลูกน้องของตนคุมตัวคนทั้งสามไปที่จวนนายอำเภอ โดยที่เสียมหลอหลงบอกให้น้องรองกับน้องเล็กของตนให้ตามไปแต่โดยดีไม่ต้องขัดขืน ทั้ง ๆ ที่ถ้าเขาจะขัดขืนก็ไม่มีใครสามารถจับกุมเขาได้อย่างแน่นอน ณ ห้องไต่สวนคดี จวนนายอำเภอ “ ฮู่ฮู่ฮู่ฮู่ฮู่......เหว่เหว่เหว่เหว่.....ฮู่ฮู่ฮู่ฮู่ฮู่......เหว่เหว่เหว่เหว่.....” “ ปัง” เสียงรักษาการนายอำเภอตบโต๊ะเสียงดังเหมือนกับในหนังที่เสียมหลอหลงเคยดู จากนั้นจึงเริ่มการไต่สวนคดีหญิงสาวถูกขืนใจในบ้านของนางเองกลางวันแสก ๆ “ เจ้ามีชื่อว่าอะไร ต้องการร้องทุกข์อันใด?” ใต้เท้าที่ทำหน้าที่ไต่สวนคดีเอ่ยถามเจ้าทุกข์ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า พร้อมกับผู้ต้องหาอย่างเสียมหลอหลง ฮวยเซ็งและอาห่าว ก่อนที่นางจะหันไปสบตาเสียมหลอหลงกับพวกอย่างรู้สึกผิด จากนั้นจึงตัดใจเอ่ยปากให้การต่อขุนนางที่ตัดสินคดี “ ใต้เท้า ข้าน้อยมีชื่อว่ามู่เสี่ยวอิง เป็นชายสามคนเหล่านี้ที่พยายามทำมิดีมิร้ายต่อข้าน้อยในบ้านของข้าน้อยเอง โชคดีที่คุณชายหลงซานกับพวกมาช่วยไว้ทัน ข้าจึงรอดมาได้เจ้าค่ะ” นางเอ่ยใส่ร้ายอาหลงกับพวกอย่างจำใจ ก่อนที่ใต้เท้าตัดสินคดีจะเบิกตัวพยานซึ่งล้วนแต่เป็นคนของหลงซานผิงทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะให้การสอดคล้องกัน ทำให้เสียมหลอหลงกับพวกซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์และเป็นพลเมืองดีต้องกลายเป็นผู้ร้ายโดยไม่รู้ตัว “ พวกเจ้าทั้งสามจงบอกชื่อแซ่มาตามจริง อย่าได้โกหกหรือปิดบังเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะมีโทษอย่างหนัก” “ ใต้เท้า ผู้น้อยแซ่ซ่ง ชื่อเส้าเหลียง ผู้น้อยเป็นผู้บริสุทธิ์ ถูกคนใส่ร้าย ท่านโปรดให้ความเป็นธรรมแก่ผู้น้อยด้วยขอรับ” เสียมหลอหลง แสร้งบอกชื่อปลอมของตนออกไปด้วยท่าทีที่หวาดกลัว เป็นที่สะใจของหลงซานผิงที่ยืนดูอยู่ด้านข้างเป็นยิ่งนัก ในขณะที่ฮวยเซ็งและอาห่าวกลับบอกชื่อแซ่ที่แท้จริงของพวกตนออกไป พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และร่ำร้องว่าพวกตนถูกใส่ร้าย “ จากหลักฐานและพยานทุกคน ต่างให้การตรงกัน ว่าพวกเจ้าทั้งสามคือผู้ก่อเหตุ พวกเจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่?” ……………………………………………………………………………………………..คุยกันหลังฉาก.....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 51 ตามมาติด ๆ เพื่อให้รีดที่น่ารักทุกท่านได้อ่านอย่างต่อเนื่อง สำหรับตอนนี้ อาหลงและน้องร่วมสาบานทั้งสอง ก็ได้เดินทางเข้าเขตอำเภอหลงซาน และได้ยื่นมือเข้าช่วยหญิงสาวเคราะห์ร้ายผู้หนึ่งที่กำลังจะถูกทำมิดีมิร้าย แต่กลับกลายเป็นว่างานนี้เป็นการทำคุณบูชาโทษ เพราะแทนที่จะได้เป็นพลเมืองดี กลับกลายเป็นผู้ร้ายไปซะอย่างนั้น โดยเสียมหลอหลงกับพวกโดนจับกุมตัวไปขึ้นศาล ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวที่ควรจะเป็นพยานให้กับเขากลับกล่าวให้ร้ายเขาเสียเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป อาหลงกับพวกจะรอดพ้นข้อกล่าวหาได้หรือไม่ รอลุ้นและรออ่านในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน และคอยคอมเมนท์ให้กำลังใจด้วยดีเสมอมานะครับ...............................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ จะก้าวหน้า ข้าต้องกล้าเสี่ยง เพราะข้าคงจะขึ้นไปอยู่บนยอดเขาไม่ได้ โดยที่ขาอีกข้างยังอยู่ที่ตีนเขา”