หลังจากที่ภัทรกับแดงได้กินอาหารจนอิ่มหนำสำราญ (แค่แดงคนเดียว) ภัทรกับแดงก็ได้มาเข้าเวรยามเพื่อคอยรักษาความปลอดภัยของคืนนี้
“วันนี้เ้าเป็เวรยามรึ”มีเสียงจากข้างหลังของทั้ง 2 คน พอทั้ง2คนได้หันกลับไปก็เห็นว่านั่นคือพระราเมศวร ทั้ง 2 ใอย่างมากจึงรีบคุกเข่าลง
“ไม่ต้องมากพิธีรีตรองหรอก ข้าแค่มาเดินรับลมเท่านั้น ยืนขึ้นเถอะ” พระราเมศวรเอ่ย
หลังจากได้ยินภัทรกับแดงจึงได้รีบลุกขึ้น แต่เมื่อทหารเห็นดังนั้นจึงได้รีบพูดขึ้นว่า “แค่ไอ้พัดคนเดียว มึงคุกเข่าลง!!) แดงจึงใอย่างมากจึงรีบคุกเข่าลงจนเหงื่อไหลออกมากลัวที่จะโดนสั่งปะาเหมือนมีมีดมาค้างไว้ที่คอรอแค่ออกแรงฟันเท่านั้น
“ชั่งมันเถอะมันเป็เพื่อนไอ้พัด ก็ปล่อยมัน”พระราเมศวรเอ่ย
“เ้าชายเสด็จมารับลมมีเื่อันใดที่ไม่สบายพระทัยหรือขอรับ” ภัทรถามด้วยความสงสัย เพราะคนที่จะเดินมารับลมดึก ๆดื่นๆ ก็มีแต่คนที่มีเื่ให้คิดเท่านั้นแหละ
“ก็พรุ่งนี้ข้าได้รับหน้าที่บัญชาการแนวรบฝั่งปีกขวาน่ะสิ” พระราเมศวรกล่าว
“เ้าชายไม่ได้นะพะย่ะคะ เื่ความลับของกองทัพไม่ควร…” เมื่อนายทหารกำลังจะกล่าวต่อไป
ทันใดนั้นพระราเมศวรจึงยกมือขึ้นบอกให้หยุด
“ไม่ต้องห่วง ยังไงไอ้พัดก็จะรู้อยู่แล้วเพราะพรุ่งนี้มันก็อยู่ในทัพที่ข้าบัญชาการ ดีซะอีกข้าจะได้ระบายความในใจข้าออกมา” พระราเมศวรกล่าวออกมาอย่างหนักใจ
“ไม่ต้องห่วงขอรับพระองค์ทรงเก่งกล้าสามารถ ทัพของพม่าต่างหากที่จะทรงหนักใจ”ภัทรพูดเพื่อให้กำลังใจ
“พรุ่งนี้ข้าทราบว่าทัพที่ข้าจะต้องเผชิญหน้าคือทัพของพระเ้าแปรที่สามารถเอาชนะเสด็จพ่อของข้าได้“ พระราเมศวรกล่าวอย่างกังวล
“พระองค์อย่าพึ่งตระหนกเลยขอรับ ที่พระเ้าแปรชนะในครั้งนั้นเพราะพื้นดินไม่ดีต่างหาก เพราะหากพื้นดินสมบูรณ์แล้ว พ่ออยู่หัวคงสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน อีกอย่างพระเ้าแปรก็เป็คนเหมือนกันไม่ใช่ผีสางเทวดา หาก 1 คนเอาชนะไม่ได้ ก็เพิ่มไปอีกคน และหากยังเอาชนะไม่ได้อีกก็เพิ่มเป็ 100 คน พระเ้าแปรก็พระเ้าแปรเถอะขอรับ สิ้นเหมือนกันแน่”ภัทรยังกล่าวเพื่อให้กำลังใจอยู่
“ข้าก็คิดเช่นนั้น 55555 แต่เ้ามีความคิดความเห็นที่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป ถึงกับแปลกประหลาดด้วยซ้ำ 100 ต่อ 1 รึ ถ้าเป็แบบนั้นข้าก็คิดเช่นเ้า พระเ้าแปรคงหนีไปไหนไม่พ้น แต่การที่จะเป็เช่นนั้นคงไม่มีทางเป็ไปได้แน่” พระราเมศวรกล่าวพร้อมกับคิดอย่างหนัก
“ก็ไม่แน่นอนหรอกขอรับ เ้าชายเคยได้ยินคำ ๆ นี้หรือไม่ รอซ้ำยามเปลี้ย นะขอรับ”ภัทรพูดพร้อมกับยิ้มให้พระราเมศวรอย่างชั่วร้ายย
.
.
.
เช้าต่อมาวันสู้ศึก
พวกเ้าทั้งหลายหากวันนี้เราพ่ายแพ้ พ่อ แม่ พี่ น้องของเราจะกลายเป็ทาส เราจะต้องสู้หลั่งเืเพื่อแผ่นดินเพื่อ พ่อแม่ เพื่อเมีย!!!
เสียงของแม่ทัพอยุธยาพูดเพื่อให้ขวัญกำลังใจให้แก่เหล่าทหารนับแสนคน
บุกก!!!!! เมื่อได้ยินดังนั้น ทหารทั้ง 2 ฝั่งต่างวิ่งเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เสียงปืนใหญ่ ที่ดังไปทั่วสนามรบ เสียงร้องครางที่พร้อมจะกล่อมประสาทให้เป็ลม เสียงลมหายใจสุดท้ายต่างก็ค่อย ๆ ดังขึ้น
ฝั่งอยุธยาทรงนำโดยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ฝั่งพม่าทรงนำโดยแม่ทัพบุเรงนอง
“นั่นคือพระเ้าบุเรงนองที่ต่อมาคือผู้ที่ตีกรุงแตกเป็ครั้งแรกงั้นเหรอเนี่ย” ภัทรพูดกับตัวเองพร้อมกับต้องระวังตัวเพราะฉายาต่อมาของบุเรงนองนั้นคือผู้ชนะสิบทิศ
“ไอ้พัดแบบนี้ดีแล้วใช่ไหมวะ ที่ข้าทำอยู่ตอนนี้”พระราเมศวรถามภัทรด้วยความตื่นตระหนก
“อ้ายพัดนี่มันอะไรกันว่ะ ทำไมอยู่ดีๆ ทัพฝั่งเราถึงเสียเปรียบนี่แกวางแผนมาทั้งคืนจริงรึป่าววะ” แดงถามอย่างเร่งรีบเพราะตอนนี้ข้าศึกบุกมาจนจะไม่เห็นทหารฝั่งตัวเองแล้ว
“ใจเย็นสิพี่ รออีกหน่อยย”ภัทรตอบแบบห้วนๆ
“พ่ออยู่หัวดูเหมือนทัพของพระราเมศวรทรงจะเสียท่านะพะน่ะคะ” นายทหารคนสนิทของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกล่าวขึ้นมา
“อย่างพึ่งตัดสินลูกข้าไม่ใช่คนอ่อนแอเช่นนั้น อีกอย่างถึงไม่มีใครบัญชาการทัพปีกขวา ปกติก็ไม่สิ้นเร็วปานนี้สงสัยลูกข้าคงมีแผนการกระมัง แต่ตอนนี้เราต้องทำของเราให้ดีที่สุด เดินทัพไปข้างหน้า!!!” ข้าหวังว่าเ้าจะมีแผนนะลูกข้า
ในสนามรบตอนนี้เหล่าแม่ทัพนายกองของทั้ง 2 ฝั่ง ที่ยังไม่ลงมือต่างก็เห็นว่าทัพปีกขวาของอยุธยากำลังจะพ่ายแพ้รวมไปถึงแม่ทัพบุเรงนอง แม่ทัพใหญ่ครั้งนี้ก็มองไปที่ทัพปีกขวาของอยุธยาเหมือนกัน
.
.
.
พวกเ้าบุกเข้าไปพวกอยุธยากำลังจะพ่ายแพ้แล้วบุกเข้าไป!!!! เสียงพระเ้าแปรตระโกนอย่างสุดเสียง เพราะเห็นว่าตนได้เปรียบ เหล่าทหารก็ได้ออกแรงเต็มกำลังเพราะเห็นว่าตนได้เปรียบด้วยเหมือนกัน เสียงดังขึ้นจนสุดและเมื่อดังที่สุดแล้ว เสียงจึงค่อยๆ เบาลงในเวลาต่อมา เพราะออกแรงมากจึงกำลังจะหมดแรง
เฮ้~~~!!! ทันใดนั้นเสียงที่ดังสนั่นก็ได้ดังออกมาหลังทัพของฝ่ายอยุธยา
“นี่มันอะไรกัน กองเสริมงั้นรึ “
“พวกนั้นมาจากไหนกัน”
“อ๊ากกก “
เสียงของฝ่ายพม่าจึงตื่นตระหนกเป็อย่างมากเพราะตัวเองออกแรงจนหมด แต่กลับเป็ว่าฝ่ายอยุธยามีทหารที่มาจากไหนไม่รู้วิ่งเข้ามาในสนามรบ
“นี่พวกแก!!!” เสียงของพระเ้าแปรใเป็อย่างมากเพราะกองกำลังของตัวเองบัดนี้โดนล้อมรอบด้วยทหารของฝ่ายอยุธยาหมดแล้ว
“นี่แหละพระเ้าแปร กลยุทธ์พิชัยาที่เรียกว่ารอซ้ำยามเปลี้ย” ภัทรพูดออกมาด้วยความยินดีเป็อย่างยิ่ง