“ทะ ทำไมแม่ทำอย่างงี้ ทำไมแม่ไม่บอกไม่ถามนันท์บ้างเลย นี่มันชีวิตทั้งชีวิตของนันท์เลยนะ นันท์มีสิทธิ์ที่จะเลือกคู่ชีวิตของตัวเองนะแม่ ยุคนี้มันยุคไอทีแล้ว จะมาจับคลุมถุงชนกันอย่างนี้ได้ยังไง”
ข่าวที่วริทธิ์นันท์ได้รับฟังอยู่นี้ ไม่รู้จะใช่ข่าวดีหรือข่าวร้าย แต่ให้รู้สึกท้องอิ่มขึ้นมาในทันทีทันใด จนต้องปล่อยช้อนส้อมลงไว้ที่จานข้าว โดยปากบางอวบอิ่มก็พร่ำตัดพ้อ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็มารดาบังเกิดเกล้า อย่างรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ไม่ถามความคิดเห็นของเธอบ้างเลยอย่างนี้
“แกก็อายุจะเข้าเลขสามแล้ว รอแกอยู่อย่างนี้ ชาตินี้แกคงไม่มีผัวอย่างพี่ๆ แล้วหรอก มัวแต่เลือกแล้วเลือกอีกอยู่ย่างนี้ ฉันก็อยากให้แก่ได้คนที่ดี พ่อดนเขาก็เป็คนดี นิสัยดี เรียนก็สูง เรียนจบมาจากเมืองนอกเมืองนาเลยนะ”
“จะดีขนาดไหน เรียนจบมาจากอ๊อกฟอด หรือ อาร์ดเวิร์ด หรือที่ไหนดังๆ ก็ช่าง นันท์ไม่สนใจ ชีวิตของนันท์ นันท์ขอเลือกด้วยตัวของนันท์เอง แม่โทรไปบอกให้เขาไม่ต้องมาเลยนะพรุ่งนี้ จะไม่มีการสู่ขออะไรทั้งนั้น”
ทองก้อนพยายามเกลี้ยกล่อม ให้วริทธิ์นันท์ใจอ่อนและคลายตามคำพูดของตัวเอง เพื่อว่าวันพรุ่งนี้จะได้เป็ไปด้วยความราบรื่น แต่วริทธิ์นันท์ก็ไม่คล้อยตามแต่อย่างใดเลย หนำซ้ำกลับพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แล้วลุกขึ้นจะเดินไปห้องนอนของตัวเอง
“แกต้องทำตามที่ฉันบอก ที่ฉันเตรียมการเอาไว้ ฉันไม่รับคำปฏิเสธใดๆ จากแก”
“แม่!!... แม่ นันท์มาดูแม่ก่อน อย่ามัวยืนบึ้งตึงอยู่ แม่เป็อะไรก็ไม่รู้เนี้ย แม่!!!!......”
ทองก้อนเริ่มมีอารมณ์โกรธกรุ่นขึ้นมา ลุกยืนขึ้น ะโด้วยน้ำเสียงดังเด็ดขาดไม่แพ้กัน แต่พอทองก้อนพูดจบประโยค ร่างก็โซเซจะล้มแหล่มิล้มแหล่ จนต้องยื่นมือไปจับพนักเก้าอี้เอาไว้ แล้วในเวลาไม่นาน ร่างทองก้อนก็ล้มวูบลง ดีว่าสุนันตรายื่นมือไปจับไว้ได้ทัน
“แม่ แม่เป็อะไรไป แม่ไปหาหมอนะ เดี๋ยวนันท์จะพาไปหาหมอ”
วริทธิ์นันท์ได้สติ ก็รีบตรงเข้ามาหามารดาบังเกิดเกล้า ที่หายใจหอบ หลับตานิ่ง นั่งอยู่ที่เก้าอี้ โดยมีพี่สาวทั้งสองคอยบีบนวดแขนขาให้ เพื่อให้อาการที่ทองก้อนเป็อยู่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ
“ฉันไม่ไป ปล่อยให้ฉันตายๆ ไปเลย ในเมื่อมีลูก ลูกก็ไม่เชื่อฟัง ปล่อยให้ฉันตายๆ ไป ฉันจะได้ไปอยู่กับพ่อพวกแก พวกแกจะได้อยู่กันอย่างอิสระไง อยากทำอะไรตามใจตัวเองก็จะได้ทำอย่างสบายใจ ไม่ต้องมียายแก่อย่างฉันมาคอยเป็ห่วง”
ทองก้อนพูดตัดพ้อ ด้วยน้ำเสียงเนืองๆ เบาหวิว และพูดทั้งที่ยังคงหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้น
“เอาแม่ไปนอนที่ห้องนอนดีกว่า จะได้ช่วยกันดูแลได้สะดวก”
นิภัศดาเอ่ยออกความเห็นขึ้นมา เพื่อรู้นิสัยมารดาดีว่าหากได้ดื้อดึงอะไรแล้ว ก็จะเป็อยู่อย่างนี้ จะงอแง เง้างอนเหมือนเด็กๆ ก็อย่างว่าคนแก่ ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งเหมือนกลับกลายไปเป็เด็กอีกครั้ง ทัศพล ซึ่งเป็สามีของสุนันตราจึงลุกเดินเข้ามาใกล้ เพื่อขันอาสาอุ้มทองก้อนเข้าไปในห้องนอน ซึ่งทองก้อนก็ยอมให้ทัศพลอุ้มแต่โดยดี
ลูกๆ และหลานๆ รวมทั้งวริทธิ์นันท์ จึงเดินตามทัศพลเข้าไปในห้องนอนของทองก้อนไปติดๆ ด้วยความเป็ห่วงเป็ใยทองก้อนเป็อย่างมาก พอทัศพลวางทองก้อนลงนอนบนเตียงนอนแล้ว ลูกสาวทั้งสามคนก็เข้าไปบีบนวดให้
“ที่แม่ทำอย่างนี้ แม่เป็ห่วงแกนะนันท์ แกก็ยอมๆ แม่ไปเถอะ แกก็ไม่มีแฟนหรือมีคนที่คุยอยู่ไม่ใช่หรือ คนสมัยก่อนเขาไม่ได้รักกันเขายังอยู่กันได้เลย ที่พูดนี่พี่ไม่ได้อะไรนะ พี่แค่ไม่อยากให้แม่คิดมาก และเป็อะไรไปมากกว่านี้ แม่ยิ่งดื้ออยู่ด้วย”
“ใช่ฉันก็เห็นด้วยกับพี่ดาอย่างนั้นเหมือนกัน แกก็ลองคิดดูดีๆ และอย่างลืมคิดถึงสุขภาพแม่ด้วย ตอนนี้แม่ก็แก่มากแล้วแกก็เห็นอยู่”
นิภัสดาหันมาพูดกับวริทธิ์นั้น อย่างเข้าใจนิสัยของมารดาเป็อย่างดี และสุนันตราก็พูดเสริม อย่างเห็นด้วยกับคำพูดของนิภัสดา ที่สองสาวพูดมานั้นไม่ได้อยากจะบังคับ แต่ด้วยความเป็ห่วงมารดาก็เท่านั้นเอง
วริทธิ์นันท์มองหน้าพี่สาวทั้งสองคนสลับกันไปมา ก่อนจะเลยไปมองดูมารดา ที่นอนเอียงหันข้างให้เธอ โดยที่ภายในใจก็ครุ่นคิดวนไปเวียนมาอย่างคิดไม่ตก ว่าจะเอายังไงดีล่ะกับเื่ที่กำลังเป็อยู่ในตอนนี้
ทองก้อนนั้นก็กำลังคิดเหมือนกัน โดยหวนคิดไปถึงเื่ราวของตัวเอง เมื่อครั้งตอนที่จะต้องแต่งงานกับ ทไทย บิดาของลูกสาวทั้งสามคนนี้......
๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔
นันท์จะทำยังไงละคะทีเนี้ย จะยอมทำตามคำสั่งของขุนแม่ หรือจะยอมทำตามใจตัวเอง......... ^_^