“แม่เ้า! ทำไมมีฆ่าคนด้วยเนี่ย…”
โก่วเม่ยตกตะลึงถึงขีดสุดเมื่อพบศีรษะคนอยู่บนโคมไฟบนเพดาน นี่คือความรู้สึกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับตอนที่เห็นศพซอมบี้ โดยเฉพาะพฤติกรรมผิดมนุษย์ อย่างเช่น การตัดศีรษะคนนำไปแขวนไว้บนโคมไฟแบบนี้ ไม่ว่าเป็ใครมาเห็นก็ต้องขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
“ฆาตกรต้องโรคจิตด้วยนะฉันว่า...”
เซี่ยปู้เอ้อร์ส่ายหน้าด้วยความอนาถใจ หยิบเสื้อแจ็คเก็ตที่ตกอยู่บนพื้นมาเช็ดคราบเืออกจากมีด 18 นิ้ว ก่อนจะเหน็บเข้ากับเข็มขัดข้างเอวเอาไว้ใช้เป็อาวุธสำรอง หลังจากนั้น เด็กหนุ่มก็เริ่มออกเดินอย่างระมัดระวังโดยมีหอกอยู่ในมือ
พื้นที่ส่วนกินเลี้ยงของชั้นที่ 2 มีขนาดใหญ่มากกว่าชั้นที่ 3 ไม่เพียงแต่ทางเดินจะมีลักษณะเหมือนเขาวงกตเท่านั้น แต่ยังมีการแบ่งพื้นที่เป็หลายโซนอีกด้วย รวมถึงยังมีห้องส่วนตัวหลายห้อง มีประตูลับอยู่บนทางเดินหลายสิบบาน ทำให้กลุ่มเด็กหนุ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบเวลาเดินผ่าน
“อย่าไปยุ่งกับประตูนะ อย่าเปิดประตูเด็ดขาด…”
เซี่ยปู้เอ้อร์รู้สึกเหมือนพวกของตนเองเป็ิญญาเร่ร่อนที่เข้ามาอยู่ผิดที่ผิดทาง ประตูถูกออกแบบมาให้ผลักเข้าด้านใน ตราบใดที่พวกเขาไม่รนหาที่ด้วยการเปิดประตูเข้าไป ทุกคนก็ยังปลอดภัยกันอยู่ เนื่องจากซอมบี้ภายในห้องไม่มีสติปัญญามากพอที่จะเปิดประตูออกมาได้เอง แต่ทันใดนั้น กลุ่มเด็กหนุ่มก็ได้กลิ่นไวน์ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อเดินต่อมาได้อีกหน่อย ทั้งสามคนจึงพบว่าบนพื้นมีขวดไวน์ต่างประเทศราคาแพงแตกกระจัดกระจายไม่เหลือชิ้นดี
“มีบาร์เหล้าเล็กๆ อยู่ตรงนี้ด้วย…”
โก่วเม่ยเงยหน้ามองด้วยความไม่อยากเชื่อ ครั้งล่าสุดที่มีอาหารตกถึงท้องก็คือเมื่อตอนเช้า ขณะนี้พวกเขารู้สึกหิวโหยมาได้พักใหญ่แล้ว แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่ลืมที่จะกระซิบเตือนว่า “อย่าทำเสียงดังนะ บาร์เหล้าอยู่ตรงกลางระหว่างเฉลียงทางเดิน 2 จุด อยู่ติดกับบันไดทางขึ้นลง นับเป็จุดที่อันตรายมากที่สุด นายสองคนต้องระวังตัวให้ดี”
“ครับลูกพี่”
โก่วเม่ยและโต่วโต่วระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิมทันที หลังจากแน่ใจแล้วว่าภายในบาร์เหล้าไม่มีใครอยู่ เด็กหนุ่มทั้งสองคนก็ทำตามที่เซี่ยปู้เอ้อร์บอก บนผนังทั้ง 3 ด้านของบาร์เหล้าไม่มีประตูอยู่เลย แต่กลับตกแต่งไว้เพียงผนังกระจกที่สวยงามเท่านั้น เมื่อลองหันไปมอง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าประตูที่อยู่ด้านตรงข้าม เป็เหมือนกับปากของปีศาจกระหายเื
“พี่เอ้อร์ ฉันหิวจังเลย”
โต่วโต่วยกมือลูบท้องอย่างน่าเวทนา ทำท่าจะออกค้นหาอาหารภายในบาร์เหล้า แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ออกคำสั่งว่า “ไม่ต้องรีบร้อน หาอะไรมาขวางบันไดไว้ก่อน ถ้าไม่มีอันตรายแล้ว เราค่อยมานั่งกินกันอย่างสบายใจทีหลัง ยังมีพวกซอมบี้อยู่ชั้นล่างอีกเยอะเลย เราจะประมาทไม่ได้”
แต่เมื่อพวกเขาเดินมาถึงตรงบันไดทางขึ้นลงระหว่างชั้นบนและชั้นล่าง
“เดี๋ยวนะ ทำไมมีของมาขวางไว้อยู่แล้วล่ะ”
โก่วเม่ยพูดด้วยความประหลาดใจ เซี่ยปู้เอ้อร์มึนงงไม่แพ้กัน ตรงหน้าพวกเขามีโซฟาและโต๊ะกาแฟจำนวนมากมาขวางทางขึ้นลงบันไดไว้หมดแล้ว โก่วเม่ยโพล่งขึ้นด้วยความตกตะลึงว่า “ใครเป็คนเอามาขวางไว้กันนะ หรือว่าจะเป็พวกของหวังเอ้อโกว”
“เป็ไปไม่ได้ ถ้าพวกเขาเอามาขวางไว้แล้ว บนชั้น 3 ต้องไม่มีซอมบี้สิ น่าจะมีคนรอดชีวิตอยู่ที่นี่มากกว่า”
เซี่ยปู้เอ้อร์ตื่นตัวขึ้นมาในทันที สุดท้ายเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงไม่มีซอมบี้โผล่มาอีกเลย มันเป็เพราะว่ามีคนปิดกั้นทางเดินเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วนั่นเอง แต่ทันใดนั้น โก่วเม่ยชี้มือไปที่ทางเดินด้านหน้าและพูดว่า “บนพื้นมีเืกับกระดูกอยู่เต็มไปหมด น่าจะเป็ของพวกคนที่ถูกซอมบี้กินนะ ถ้ามีใครรอดชีวิตอยู่ที่นี่ก็คงตายหมดแล้วมั้ง”
“ช่างมันเถอะ รีบไปดูรถของหวังเอ้อโกวที่หน้าตึกดีกว่า อย่าเสียเวลาเลย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เดินถือหอกออกนำหน้าอีกครั้ง ตามข้อมูลที่ซงเจี่ยเหวินบอกเอาไว้ รถยนต์ของหวังเอ้อโกวอยู่ในลานจอดรถระหว่างโรงแรมกับตึกหลังนี้ ก่อนหน้านี้มัวแต่รีบหนีเอาชีวิตรอด พวกเขาจึงไม่ได้สังเกตว่ามีรถจอดอยู่แถวนั้นหรือไม่ และห้องกินเลี้ยงบนชั้น 3 ก็อยู่ติดกับด้านหลังูเา พวกของเซี่ยปู้เอ้อร์จะต้องแอบหนีออกไปโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นได้
“โห เจอของกินแล้ว…”
โต่วโต่วส่งเสียงะโด้วยความดีใจ บนพื้นตรงหน้าเขามีกองขนมขบเคี้ยวและผลไม้ตกหล่นอยู่ โต่วโต่วจะหยิบแตงโมขึ้นมากิน แต่โก่วเหม่ยร้องห้ามเอาไว้เสียก่อนว่า “โยนทิ้งไปเดี๋ยวนี้ นายอยากตายเป็ผีดิบด้วยอีกคนหรือไง ห้ามกินของสกปรกเด็ดขาดนะ”
“โธ่”
โต่วโต่วโยนแตงโมทิ้งไปด้วยความเสียดาย ก่อนที่จะหยิบถุงมันฝรั่งทอดขึ้นมาและส่งให้กับเซี่ยปู้เอ้อร์ แต่ผู้เป็พี่ใหญ่โบกมือปฏิเสธ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ประตูฝั่งตรงข้ามซึ่งมีรอยขีดข่วนแตกต่างจากประตูบานอื่น
“อย่าบอกนะว่ามีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เดินตรงเข้าไปอย่างไม่อยากเชื่อ และในทันใดนั้นเอง ประตูบานนั้นก็แง้มเปิดออก ใบหน้าซีดขาวของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นหลังประตู แต่ใบหน้าของเซี่ยปู้เอ้อร์ก็กลับกลายเป็ซีดขาวเช่นเดียวกัน เขาส่งเสียงร้องะโเหมือนกับเห็นผี
“เฮ้ย!”
เซี่ยปู้เอ้อร์ใจนหันมาศีรษะโขกกับผนัง นอกจากจะล้มก้นจ้ำเบ้าแล้ว เขายังเจ็บศีรษะอีกด้วย โก่วเม่ยที่กำลังกินขนมอยู่รีบหยิบหอกประดิษฐ์ของพวกเขาขึ้นมาถือทันที
แต่เมื่อได้เห็นว่าเ้าของใบหน้านั้นเป็ใคร เด็กหนุ่มก็ได้แต่ร้องออกมาอย่างไม่อยากเชื่อว่า “หลี่โหยง!”
หญิงสาวที่ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาในตอนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็เป้าหมายในการต้มตุ๋นของพวกเขาเมื่อเช้านี้ หลี่โหยงเป็เ้าของโรงแรมแห่งนี้ แต่เธอตายไปแล้ว เธอคือซอมบี้ตัวแรกที่พวกเขาเจอ กลุ่มเด็กหนุ่มไม่คิดเลยว่าเธอจะหาทางออกมาจากตึกที่ทำการได้อย่างนี้
“ฆ่ามันเลย”
เซี่ยปู้เอ้อร์ออกคำสั่งด้วยความใ โต่วโต่วดึงมีดสับกระดูกออกจากข้างเอวและพุ่งเข้าไปหาหญิงสาว แต่ดูเหมือนว่าหลี่โหยงจะหวาดกลัวจนต้องปิดประตูหนี แต่ก่อนที่ประตูจะงับปิดลง โต่วโต่วก็ยื่นมือเข้าไปกระชากตัวเธอออกมา เด็กหนุ่มกดหญิงสาวอยู่บนพื้น ง้างมือขึ้นเตรียมสับมีดลงไป
“อ๊าก…”
ตอนที่เซี่ยปู้เอ้อร์คิดว่าศีรษะของหลี่โหยงจะต้องแหลกไม่มีชิ้นดี ทันใดนั้นโต่วโต่วกลับส่งเสียงร้องลั่น และล้มตัวกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นพร้อมกับยกมือปิดใบหน้า โก่วเม่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังรีบเข้าไปช่วย แต่เมื่อเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว โก่วเม่ยก็ล้มลงกับพื้นและร้องออกมาเสียงดัง
“โก่วเม่ย!!”
เซี่ยปู้เอ้อร์ร้องะโด้วยความใและเดือดดาล เขากำหอกในมือแน่นและพุ่งเข้าไป แต่เมื่อไปถึงข้างกายหญิงสาว พลันปรากฏละอองของเหลวไม่ทราบชนิดถูกฉีดเข้ามาหาตัวเขาจากด้านในห้อง เด็กหนุ่มะโหลบไปข้างประตู แต่มีกลิ่นเหม็นติดจมูกไม่หาย เซี่ยปู้เอ้อร์ประหลาดใจที่พบว่ามีคนอื่นอยู่หลังประตูบานนั้นด้วย
“สวบ”
เซี่ยปู้เอ้อร์แทงหอกเข้าไปหลังบานประตูด้วยความดุร้าย เกิดเสียงกรีดร้องขึ้นทันที กระป๋องยาฉีดยุงถูกเขวี้ยงกลับออกมา แต่ในขณะที่เซี่ยปู้เอ้อร์กำลังจะเป็ฝ่ายคว้าชัยชนะนั้นเอง หลี่โหยงกลับพลิกสถานการณ์ ด้วยการจับโก่วเม่ยเป็ตัวประกัน
“ถ้าแกขยับอีกก้าวเดียว ฉันจะฆ่ามัน”
หลี่โหยงะโอย่างโกรธแค้น มีดปอกผลไม้ในมือจ่ออยู่กับลำคอของโก่วเม่ย เด็กหนุ่มผู้ปลอมตัวเป็หญิงสาวถูกฉีดยากันยุงเข้าเต็มใบหน้า จนตอนนี้ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้อีกแล้ว แต่ขณะนั้นเอง เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ตาสว่างแล้วว่า ซอมบี้ที่พวกเขาเจอตัวนั้นไม่ใช่หลี่โหยง พวกเธอแค่มีหน้าตาคล้ายกันเท่านั้น ถ้าหลี่โหยงเป็ซอมบี้จริง คงไม่ใช้มีดปอกผลไม้จับคนอื่นเป็ตัวประกันเช่นนี้แน่
“อย่าเพิ่งทำอะไรวู่วามนะ ผมว่าเราเข้าใจผิดกันแล้วล่ะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์รีบขยับกายถอยออกมา สายตายังไม่ละจากหลี่โหยง หญิงสาวยังคงสวมใส่ชุดสีดำนำแฟชั่นล้ำสมัยอย่างที่ใส่อยู่เมื่อเช้านี้ เธอมีอายุไม่มากกว่า 23 - 24 ปี เป็คนไม่อ้วนไม่ผอม แต่มีโครงสร้างใหญ่เหมือนชาวตะวันตก จมูกโด่งดวงตาโต และมีใบหน้าที่สวยพอสมควร
“คุณ้าอะไร…”
คราวนี้ หญิงสาวในชุดพนักงานให้ความบันเทิงก้าวเท้าออกมาจากห้องและมองกลุ่มเด็กหนุ่มด้วยความหวาดกลัว แต่หลี่โหยงะโตอบกลับตาเขียวปัดว่า “ไม่ต้องคิดพูดจาไร้สาระ ส่งตัวเ้าดำนั่นมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะปาดคอนังนี่”
“ได้สิ แต่ก่อนอื่น คุณต้องหาน้ำให้พวกเขาล้างตาก่อนนะ เดี๋ยวพวกเขาจะตาบอดเอาได้…”
เซี่ยปู้เอ้อร์โยนหอกในมือทิ้งลงไปบนพื้น ไม่คิดเลยว่าเ้าโง่โต่วโต่วจะฉลาดขึ้นมาแล้ว โต่วโต่วพลันยกมือปิดใบหน้าและกลิ้งตัวไปมาบนพื้นอีกครั้ง แต่หลี่โหยงยังคงพูดกับเขาอย่างไม่หายโกรธว่า “ตาบอดเหรอ นักต้มตุ๋นอย่างพวกแกตาบอดไปก็สมควรแล้วนี่”
“แต่ถ้าเขาตาบอดไป ผมไม่เอาพวกคุณไว้แน่”
หลังจากที่เซี่ยปู้เอ้อร์ทำสีหน้าอำมหิตแล้ว เขาก็หยิบขวดโค้กบนพื้นขึ้นมาเทใส่มือให้โต่วโต่วใช้ล้างดวงตา เสียงร้องด้วยความเ็ปของโต่วโต่วกลายเป็เพียงเสียงครางในลำคอ และในเวลาเดียวกันนั้น โก่วเหม่ยหยุดส่งเสียงร้องไปแล้ว เนื่องจากเพื่อนร่วมห้องของหลี่โหยงได้นำขวดน้ำแร่มาเทล้างใบหน้าให้กับเด็กหนุ่ม
“มีดที่แกเหน็บอยู่ข้างเอว โยนทิ้งไปเดี๋ยวนี้…”
หลี่โหยงซึ่งเริ่มรู้สึกอับอายเล็กน้อย ยังคงออกคำสั่งอย่างดุร้าย ลักษณะการถือมีดของเธอดูมีทักษะความชำนาญและอำมหิตมากกว่าที่เซี่ยปู้เอ้อร์คาดคิดเอาไว้ ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นพ้องกันว่า หญิงสาวที่อายุน้อย หน้าตาสวย และร่ำรวยอย่างเธอ น่าจะเป็เมียน้อยของใครสักคน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ เธอน่าจะเป็อะไรที่มากกว่านั้นแล้ว
“ระวัง! ข้างหลังมีซอมบี้…”
จังหวะนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์ะโพร้อมกับชี้มือไปทางหลังห้อง หญิงสาวที่ถือขวดน้ำแร่หันกลับไปมองด้วยความใ แต่เด็กหนุ่มไม่คิดเลยว่าหลี่โหยงไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ แถมยังยิ้มออกมาด้วยความเย้ยหยัน และชี้มีดมาทางเขา “เ้ากระต่ายน้อย แกยังเด็กเกินไปที่จะหลอกฉันได้นะ ถ้าอยากหลอกคนให้แเี เดี๋ยวฉันจะสอนให้…”
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่โหยงจางหายไปในพริบตา เมื่อในมืออีกข้างของเธอเหลือแค่เพียงวิกผมเท่านั้น ส่วนตัวของโก่วเม่ยได้วิ่งกลับมายืนอยู่ข้างเซี่ยปู้เอ้อร์แล้ว หลี่โหยงเพิ่งรู้ในตอนนี้เองว่า โก่วเม่ยไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็เด็กหนุ่มที่ปลอมตัวมาต่างหาก
“ไงล่ะครับ”
เซี่ยปู้เอ้อร์หัวเราะหึๆ พร้อมกับชักมีด 18 นิ้วออกจากข้างเอว โต่วโต่วถือหอกอยู่ในมือมีดวงตาแดงก่ำ พลันหลี่โหยงถอยหลังไปยืนติดกำแพงทันทีด้วยความหวาดกลัว เธอละล่ำละลักว่า “ใจเย็นก่อน พวกเธอยังเด็ก อย่าทำลายอนาคตตัวเองด้วยเื่แบบนี้เลยนะ”