ปี 2022 โลกได้เกิดเหตุการณ์ที่อาจเรียกว่าวันสิ้นโลกเกิดขึ้นเรียกด้วยชื่อนั้นเพราะเหตุการณ์นั้นนำมาซึ่งภัยพิบัติแก่ทุกสรรพสิ่งบนโลก
ในตอนนั้นไม่มีใครทราบว่ามันจะเกิดขึ้น และไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่มันอาจเกิดมาจากฝีมือของมนุษย์ที่ทำร้ายโลกนี้มากเกินไปหรือเปล่านะ?
โลกดาวเคราะห์สีฟ้าซึ่งมีสีเขียวปนประปรายบัดนี้มีสภาพที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เปลือกโลกเคลื่อนตัว ผืนน้ำกว้างขึ้น แผ่นดินลดลงภูมิประเทศเปลี่ยน
ฝุ่นควันลอยละล่องสู่อากาศเป็ปริมาณมหาศาลจากูเาไฟปะทุและแผ่นดินไหว ก่อให้เกิดความมืดปกคลุมจนแสงส่องผ่านมาได้เพียงแค่เล็กน้อย สิ่งที่เกิดตามมาคือสภาพอากาศหนาวที่เลวร้าย
จนในท้ายที่สุด สิ่งมีชีวิตบนโลกหายไปเกือบหมดเหลือจำนวนอยู่เพียงหยิบมือเท่านั้น
เวลาล่วงเลยไปกว่า 100ปี เหตุการณ์ต่างๆเริ่มทุเลาลง ฝุ่นควันในอากาศเริ่มหายไปสภาพอากาศเริ่มกลับมาเป็ดังเดิม แต่การดำรงชีวิตก็ยังคงเป็เื่ยากลำบาก
ไม่รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีกลุ่มมนุษย์ที่เหลือรอดอยู่อีกกี่กลุ่ม
แต่มีมนุษย์กลุ่มที่เหลือรอดกลุ่มหนึ่ง หมู่บ้านของพวกเขาอยู่ในทุ่งกว้างในตอนนี้ประชากรของพวกเขาเหลือจำนวนเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น อันเป็ผลจากพวกเขาประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารมาเป็เวลายาวนานเพราะต่อให้โลกจะเริ่มฟื้นฟูแล้ว แต่มันกลับหาอาหารมาได้ยากเหลือเกิน
การล่าสัตว์ทำได้ยาก เนื่องจากสิ่งมีชีวิตแทบทั้งหมดได้สูญสิ้นไปแล้วไม่ว่าจะเป็ทั้งพืชหรือสัตว์ และต้องใช้เวลาอีกนานกว่าประชากรของสิ่งมีชีวิตต่างๆจะกลับมาเพียงพอต่อความ้า
การปศุสัตว์เริ่มทำได้บ้างทำให้ในตอนนี้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว
วันดีคืนดี พวกเขาได้พบกับเื่แปลกประหลาด
อากาศเกิดการบิดเบี้ยวขึ้น พร้อมกับการปรากฏของอักษรอะไรบางอย่างประกอบกันเป็วงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ2 เมตร แปรเปลี่ยนสภาพของอากาศว่างเปล่าภายในวงกลมเป็หลุมสีดำไม่อาจมองเห็นภายในนั้นได้ว่ามันคืออะไร...มันคือช่องว่างมิติ
ช่องว่างมิตินั้นมีมนุษย์กลุ่มหนึ่งเดินออกมา
มนุษย์ทั้ง 2 ฝ่ายได้พบกันครั้งแรกในวันนั้น
การพบกันครั้งนั้นก่อให้เกิดการพูดคุยกันขึ้นเป็เื่น่าแปลกที่ทั้ง 2ฝ่ายไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน แต่กลับเข้าใจภาษากันได้
เพื่อไม่ให้สับสน มนุษย์ทั้ง2 ฝ่ายตกลงยินยอมที่จะมอบคำนิยามให้แก่กัน เพื่อเป็ชื่อแทนต้นกำเนิดของตัวเอง
มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกเดิมนี้อยู่แล้วจะถูกเรียกว่า ‘ผู้คนของโลกเดิม’
มนุษย์ที่เดินทางมาจากอีกมิติหนึ่ง จะถูกเรียกว่า‘ผู้คนจากต่างโลก’
ผู้คนจากต่างโลก เดินทางมาจากโลกในอีกมิติหนึ่งโลกใบนั้นถูกเรียกว่า ‘เวิลด์’
พวกเขาเดินทางมายังโลกนี้ เพื่อเฟ้นหาที่อยู่ใหม่ในการอยู่อาศัยเพราะโลกใบเดิมของพวกเขานั้นพบกับปัญหาใหญ่ และไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีก
ที่จริงก็ไม่ได้ต่างจากโลกใบนี้เลยในตอนนี้มันไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะอยู่อาศัยได้แล้ว ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าทรัพยากรเ่าั้จะกลับคืนมา
กลุ่มของผู้คนจากต่างโลกเริ่มปรึกษากันแล้วจึงมีมติว่าจะลองใช้พลังวิเศษที่โลกของตนมีช่วยฟื้นฟูโลกใบนี้ดู
พลังนั้นเรียกว่า ‘เวทมนตร์’ เป็สิ่งที่สามารถดลบันดาลได้แทบทุกอย่างดั่งใจนึก
ต้นกำเนิดของพลังที่จินตนการสุดหยั่งถึงนั้นมาจากผลึกหินซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องพิเศษที่พวกเขาเอามาด้วย มันมีชื่อเรียกว่า ‘ไลฟ์’เป็ผลึกหินสีชมพูลูกขนาดเท่าลูกฟุตบอลในโลกของเรา โดยพวกเขาเปรียบผลึกหินนี้เป็ดั่งเช่นพระเ้าที่มอบพลังให้
ผู้คนจากต่างโลกนำเอาไลฟ์ออกมาจากกล่องบรรจุทันใดนั้นเองก็เกิดปาฏิหาริย์เกิดขึ้น
บริเวณพื้นที่นี้แปลกไปในทันตาสภาพในบริเวณนั้นเหมือนกลับไปอยู่ในสภาพก่อนที่จะเกิดวันสิ้นโลกขึ้น
พืชพรรณฟื้นฟูกลับมา ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือมีสิ่งมีชีวิตต่างๆกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วย ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนของโลกเดิมที่เคยตายลง
ผู้คนของโลกเดิมที่ถูกฟื้นคืนชีพอีกครั้งและต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าตนเองตายลงในวันที่เกิดภัยพิบัติเกิดขึ้น
แต่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครเลย ได้รับการฟื้นคืนชีพอีกครั้งหากตายหลังจากวันที่เกิดภัยพิบัติเกิดขึ้นไม่เช่นนั้นผู้คนของโลกเดิมที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี้ คงได้พบกับคนในครอบครัวที่จากไปก่อนแล้ว
ผู้คนจากต่างโลกบอกว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะไลฟ์อยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขาเพียงแค่ให้ไลฟ์ทำไปตามเจตจำนงของตัวเองเท่านั้น พวกเขาเชื่อว่าแท้จริงแล้วผลึกหินนี้มีชีวิตมีเจตจำนงเป็ของตนเอง
เมื่อไลฟ์ได้มาอยู่บนโลกใบนี้ทำให้เวทมนตร์ถูกใช้งานได้ และในเมื่อโลกถูกฟื้นฟูได้แล้ว ผู้คนจากต่างโลกจึงเริ่มทำการอพยพมายังโลกใบนี้ในทันที
ผู้คนทั้ง 2 ฝ่ายตกลงจะร่วมกันสร้างอารยธรรมใหม่ขึ้นมาพร้อมกันอีกครั้งหนึ่ง เละเริ่มเรียกชื่อโลกใบนี้ด้วยชื่อใหม่ว่า‘โลกใหม่’