ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    เสาะหาของวิเศษ

      “มันคือไม้จันทน์หอมน่ะ ฉันชอบกลิ่นของมัน” เธอบอก            ฉันยังไม่คลายความสงสัย “กลิ่นมันแปลกจริง ฉันขอดูหน่อยได้ไหม”            “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” เธอบอก ฉันสังเกตเห็นคนรับใช้ที่เดินตามเธอมามีอาการกระวนกระวายใจเล็กน้อย            เธอบอกว่าห้องนี้เป็นห้องนอนของเธอ ฉันเดินตามเธอเข้าไปภายใน กลิ่นนั้นรุนแรงขึ้น ฉันเดินไปที่กระถางธูปนั้นและหยิบมันขึ้นมา ที่ใต้กระถางนั้นมันมีพืชบางอย่างซ่อนอยู่ “นี่มันคือจันทน์เทศนี่” ฉันบอก            “อะไรคือจันทน์เทศ” เธอถาม ฉันสังเกตเห็นว่าคนรับใช้ที่ติดตามเธอมามีอาการพิรุธมากขึ้น            “จันทน์เทศ เป็นพืชชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณเรื่องกลิ่นบำบัด แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปมันจะทำให้คนที่สูดดมมีอาการประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา และควบคุมตัวเองไม่ได้ บางคนถึงกับป่วยทางจิตและฆ่าตัวตายไปเลย ฉันเคยได้กลิ่นมันในตอนที่ยังเป็นเด็ก และฉันก็นอนขวัญผวาไปตลอดคืน ” ฉันบอกเธออย่างจริงจัง            เมริษาหน้าซีดและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด “มิน่าล่ะพักหลังๆฉันถึงนอนฝันร้ายทุกคืน ถ้าฉันตายไปก็คงไม่มีใครรู้เลยสินะว่าเกิดจากอะไร พวกเขาคงจะคิดว่าฉันฆ่าตัวตายไปเอง”            “แล้วทำไมคุณถึงเอาจันทน์เทศมาใช้แบบนี้ หรือมีคนทำสิ่งเลวร้ายนี้ใส่คุณ”            เมริษาหันกลับไปมองคนรับใช้ทันที “ป้าผ่อง ป้าเป็นคนดูแลห้องฉัน ป้าทำไมทำกับฉันแบบนี้”            เมื่อความจริงปรากฏ คนรับใช้ที่ชื่อว่าป้าผ่อง ก็เปลี่ยนสีหน้าจากความหวาดกลัวมาเป็นความดุร้ายและพูดออกมา “คุณเป็นต้นเหตุทำให้สามีฉันต้องตาย ฉันต้องการให้คุณชดใช้ด้วยชีวิต”            เมริษาตอบกลับด้วยอารมณ์โกรธ “ฉันหรือเป็นต้นเหตุ ฉันช่วยเหลือป้ากับสามีอย่างเต็มที่แล้ว สามีป้าติดหนี้การพนัน ฉันก็ให้ยืมเงินไปใช้หนี้จนหมด แต่สามีของป้าก็ยังไม่หยุดเล่นการพนัน ซ้ำยังจะมาขอยืมเงินเพิ่มอีก”            “ก็เพียงแค่ขอยืม ถ้าคุณยอมให้ เขาก็คงจะไม่ต้องถูกตามฆ่า” ป้าผ่องยังต่อว่าเมริษา             “ถ้าฉันให้มันก็จะวนเวียนไปแบบนี้ไม่จบไม่สิ้น สามีป้าทำตัวเองจนต้องชดใช้หนี้ด้วยชีวิต มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย”            สายตาของป้าผ่องยังคงฉายแววอาฆาตแค้น เธอโยนความผิดให้เมริษา ป้าผ่องกรีดร้องออกมาเหมือนคนเสียสติ เธอชักมีดออกมาและวิ่งมาหมายที่จะแทงเมริษา ตะวันที่ยืนอยู่ข้างฉันก็ปรี่เข้าไปแย่งมีดจากมือป้าผ่องอย่างรวดเร็ว และจับตัวเธอเอาไว้            “จับป้าผ่องไปขัง และเฝ้าเอาไว้อย่าให้หนีไปได้” เธอตะโกนเรียกบอดี้การ์ดที่เฝ้าหน้าประตูให้มาจับตัวป้าผ่องไปขังเอาไว้“พรุ่งนี้ค่อยเอาไปส่งให้ตำรวจ” เธอบอก บอดี้การ์ดชายสองคนจับตัวป้าผ่องลงไป            เมริษาสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เธอเสียใจมากที่คนใกล้ตัวคิดที่จะทำร้ายเธอ คืนนี้เธอย้ายไปนอนที่ห้องรับรองแขกข้างๆห้องที่เธอจัดเอาไว้ให้ฉัน            ฉันนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ฉันรู้สึกว่าหลังจากที่ฉันปรุงโอสถทิพย์ พลังงานของฉันมันน้อยลงเหลือเกิน เตียงที่นี่ก็ใหญ่โตและนุ่มสบายเหลือเกิน ฉันกลิ้งไปสิบตลบก็ยังไม่ตกเตียงเลย ฉันผล็อยหลับไปในที่สุด            เช้าวันต่อมา ฉันตื่นขึ้นเพราะตกใจเสียงร้องของเมริษา เกิดอะไรขึ้นกับเธอ ฉันรีบวิ่งไปที่ห้องของเธอ ฉันเปิดประตูเข้าไปโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของห้อง เธอยืนอยู่ที่หน้ากระจก และร้องไห้ออกมา ตายล่ะ โอสถทิพย์ของฉันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ฉันรู้สึกกังวล            “ค..คุณเมริษา เป็นอะไรหรือเปล่า” ฉันถามด้วยความกังวล            เธอค่อยๆหันกลับมา ฉันแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น คุณพระช่วย            เธอสวยมาก ผิวหน้าของเธอขาวเนียวและเปล่งปลั่ง แม้ว่าเธอจะอายุเข้าวัยสามสิบปีแล้ว แต่ผิวหน้าเธอไม่มีแม้ริ้วรอย ดวงตาเธอเปล่งประกายแวววาวฉ่ำหวาน มันเป็นภาพที่ฉันมองเธอผ่านจอโทรทัศน์เมื่อครั้งที่ฉันยังเด็กๆไม่มีผิด            “ฉันสบายดี ฉันๆ” เธอร้องไห้พรั่งพรูออกมา “ไพลิน ฉันขอบคุณเธอมาก ที่ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน ต่อไปนี้เธอคือน้องสาวของฉัน ไม่ว่าเธอมีอะไรให้ฉันช่วยเหลือ ก็บอกมาได้เลยนะ” เธอเดินเข้ามาจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของฉัน            ฉันเห็นรอยยิ้มของเมริษาแล้วก็รู้สึกดีใจไปกับเธอ ใบหน้าของเธอกลับมาสวยดังเดิม            “เอาล่ะ ฉันมีเรื่องที่ต้องเคลียร์” เธอสวมเสื้อคลุมและเดินลงไปที่ชั้นล่าง ฉันและตะวันเดินตามเธอไปติดๆ            เมื่อมาถึงห้องเล็กๆด้านหลังที่มีบอดี้การ์ดเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้อง เมริษาเดินมาถึง บอดี้การ์ดของเธอก็หลบให้ทันที เธอช่างดูสง่าราวกับนางพญา ที่เยื้องย่างไปไหนเหล่าบรรดาบริวารก็ต้องยอมสยบ            เมริษาเปิดประตูห้องเข้าไป พบกับป้าผ่องที่นั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้อง“ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่อยากติดคุก” ป้าผ่องก้มลงกราบอ้อนวอนทันทีที่พบเมริษา แต่เมื่อเห็นหน้าของนายหญิง สาวใช้ก็ต้องตะลึง “ใบหน้าของคุณไม่มีรอยแผลแล้ว”            “ใช่!ใบหน้าของฉันหายแล้ว แค่ความแค้นของฉันยังอยู่  เรื่องที่ป้าคิดวางยาฉัน ฉันมั่นใจว่าป้าไม่ได้เป็นคนทำด้วยตัวเอง บอกฉันมาว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง” เมริษาพูดออกมาด้วยเสียงดุ            “ไม่ๆ ฉันบอกไม่ได้” ป้าผ่องไม่ยอมปริปาก            “ถ้าไม่บอก ฉันจะสั่งให้คนฆ่าป้าแล้วเอาไปถ่วงทะเลเดี๋ยวนี้ แต่ถ้าป้ายอมสารภาพ ฉันจะปราณี”            ความขึงขังดุดันของเธอทำให้สาวใช้กลัว ฉันก็เช่นกัน ไม่คิดว่าเวลาเธอโกรธนั้นจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ แต่ก็เข้าใจได้กับสิ่งที่เธอต้องพบเจอมาตลอด แต่หวังว่าเธอจะแค่ขู่เท่านั้นนะ            ป้าผ่องยังไม่ยอมปริปาก เมริษาจึงหันไปสั่งบอดี้การ์ดของเธอ “จัดการป้าผ่องซะ”            บอดีการ์ดควักปืนออกมา ป้าผ่องถึงกับหน้าซีด ฉันก็หน้าซีดเช่นกัน แต่เธอคงแค่ขู่ ฉันคิดเบาๆ“ฉันยอมแล้ว ฉันยอมบอกแล้ว” ป้าผ่องลนลานเมื่อถูกขู่ “คุณจันทร์จิรา  เธอเป็นคนสั่งให้ฉันทำ”            เมริษาถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเมื่อรู้ตัวคนบงการ จันทร์จิราเธอเคยเป็นเพื่อนของเธอในวงการนางงาม ในอดีตทั้งสองถูกจับมาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ ทั้งเรื่องความสวยและความดัง แต่จันทร์จิรานั้นเทียบกับเมริษาไม่ได้ ทำให้จันทร์จิราเกลียดเมริษาเข้าไส้ และที่สำคัญจันทร์จิราคนนี้เป็นคนที่แย่งสามีไปจากเธอ ก็คือนายพิทักษ์ ก่อนที่ทั้งคู่จะไปกันไม่รอดต้องหย่าร้างกันไปในที่สุด            “เธอบอกว่าเธอเกลียดคุณ คุณเหนือกว่าเธอทุกอย่าง ถึงแม้ว่าคุณจะเสียโฉมไปแล้ว แต่เธอก็ยังอยากให้คุณตายไป เธอเลยจ้างให้ฉันทำแบบนี้”            “เลวที่สุด” เมริษากัดฟันด้วยความโกรธ            เมริษาโทรแจ้งตำรวจให้มานำตัวป้าผ่องไปที่สถานีตำรวจ และติดต่อทนายให้การจัดการคดีนี้            ฉันกับตะวันขอตัวกลับเมื่อเห็นว่าเธอมีเรื่องวุ่นวายที่ต้องจัดการ ระหว่างทางตะวันถามฉันว่า“ไพลิน คุณสามารถปรุงยา เอ่อ...โอสถทิพย์ ได้มากแค่ไหน ให้ตายสิผมไม่คุ้นชื่อมันจริงๆเลย เหมือนผมกำลังดูหนังจักรๆวงศ์ๆทุกครั้งที่เรียกชื่อมัน” เขาบอก            “คุณถามฉันทำไม” ฉันมองเขาด้วยสายตาหมั่นไส้นัก            ตะวันบอกฉันว่า “ผมมีหุ้นส่วนในบริษัทที่ทำธุรกิจยา ผมต้องการสั่งซื้อยานั่นกับคุณ หรือคุณต้องการเป็นหุ้นส่วนในบริษัทด้วยก็ได้นะถ้าคุณต้องการ”            “ฉันก็อยากได้เงินอยู่หรอกนะ แต่ยานี่มันมีกรรมวิธีปรุงที่พิเศษ มันต้องใช้พลังจากฉัน ซึ่งพลังของฉันมันมีจำกัด”            ตะวันถอนหายใจ หากสามารถปรุงยาออกมาได้มาก บริษัทยาของเขาจะมีชื่อเสียงและกลายเป็นบริษัทใหญ่โตระดับโลกแน่            “น่าเสียดายมากเลย” เขารำพึงเบาๆ            ฉันเปลี่ยนแอคเคาน์เฟซบุ้กของฉันให้กลายเป็นเพจ เพื่อที่จะได้มีผู้ติดตามได้ไม่จำกัด เพจของฉันเป็นเพจที่มีระดับสูง ทำให้มีส่วนแบ่งในสัดส่วนที่มากขึ้น แต่ฉันก็ต้องใช้เงินเยอะไปกับการรักษาน้องชายฉัน แต่อย่างไรฉันคิดว่าฉันต้องแบ่งเงินมาจำนวนหนึ่งเพื่อซื้ออุปกรณ์ในการล่าท้าผี มันอาจจะช่วยฉันในสถานการณ์คับขันได้ ฉันก็ไม่อยากตายระหว่างไลฟ์สดหรอกนะ            ฉันเสาะหาข้อมูล ก็ไปพบกับอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นพลังงาน เอาไว้ตรวจจับวิญญาณที่ฉันมองไม่เห็น และฉันยังเสาะหาเครื่องรางของขลังเพิ่มเติม ตอนนี้ฉันมีเพียงตะกรุดที่ยายมอบให้ฉันไว้ตั้งแต่เด็ก และกริชอาคมเพียงเท่านั้นที่คอยช่วยปกปักรักษาฉัน แต่ของขลังต่างๆมันก็มีทั้งของจริงและของปลอมที่แหกตา ฉันต้องรอบคอบและหาเครื่องรางของขลังที่ถูกปลุกเสกและมีความศักดิ์สิทธิ์มาครอบครอง การต้องเผชิญหน้ากับผีวิญญาณร้ายไม่ใช่เรื่องล้อเล่นฉันเริ่มกลายเป็นคนเล่นของไปทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว