ในวันต่อมาองค์กรโลกสมัยใหม่ก็ได้ประกาศออกไปให้คนทั่วไปได้รับรู้ ข่าวนี้สร้างความตื่นตะลึงเป็อย่างยิ่ง โดยเฉพาะพวกเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงทั้งหลายต่างพากันเฝ้ารอวันที่องค์กรเปิดรับสมัครอีกครั้ง นี่เป็หนทางเดียวที่พวกเขาจะเติบโตและได้ออกผจญภัยในดินแดนที่ไม่รู้จัก
บรรดาคนกล้ามโตทั้งหลายที่ไม่ผ่านการทดสอบพวกเขาก็ได้รู้สักทีว่าเพราะตนเองไม่มีพร์ในเื่การฝึกพลัง
วันนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์และเป็สัปดาห์สุดท้ายที่ทหารฝึกหัดทุกคนจะได้ผ่อนคลาย หลังจากนั้นจะเข้าสู่การฝึกที่แท้จริง
ในวันนี้โจออกเดินเล่นด้านนอกอีกครั้ง ั้แ่มาที่โลกก็ผ่านไปแล้วกว่าสองสัปดาห์ ทุกวันเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกภาษามนุษย์จนเขาเริ่มชำนาญและไม่ค่อยได้ใช้เครื่องแปลเท่าไรหากไม่เจอคำยากๆที่เขายังไม่เคยพบ
“เศร้าใจจริง ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจนขนาดนี้มาก่อน” โจเดินผ่านร้านอาหารและภัตตาคารหลายแห่ง เขาเห็นของน่ากินไม่น้อยแต่พอคิดจะก้าวเข้าไปในร้านเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่มีเงินของมนุษย์ เขามีแต่เงินสากลที่ใช้กันในสหพันธ์
เขาเดินและคิดอะไรไปเื่เปื่อยจนไม่ทันสังเกตุว่าตัวเองกำลังเดินข้ามถนนและมีรถกำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
เอี๊ยดดดดดด!!
เสียงล้อเสียดสีกับพื้นถนนดึงสติโจให้กลับมา เขามองรถคันสีแดงที่ดูหรูหราและเขาคิดว่าราคาของมันน่าจะไม่ใช่น้อยๆ
“นี่นาย!! อยากตายรึไง” กระจกรถถูกลดลงเผยให้เห็นใบหน้าขาวเนียนและริมฝีปากแดง เธอสวมแว่นตากันแดดแบรนด์ดัง ถึงแม้จะมองไม่เห็นดวงตาแต่ริมฝีปากกำลังเผยอเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังโมโห
โจเดินเข้าไปหาและแบมือ “ห้าหมื่น”
“อะไร?” หญิงสาวมึนงง
“ค่าทำขวัญ” โจพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ค่าทำขวัญอะไร เห็นกันอยู่ชัดๆว่านายเดินข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือ แล้วยังมีหน้ามาขอค่าทำขวัญอีก” หญิงสาวที่โมโหเป็ทุนเดิมก็โกรธเข้าไปใหญ่
“ผมเดินข้ามทางม้าลายและไฟสัญญาณเป็สีเขียวให้คนเดินข้าม คุณขับรถโดยประมาทและเกือบจะชนผม ผมเรียกค่าทำขวัญแล้วผิดตรงไหน” โจอธิบายอย่างใจเย็น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้อ่านหนังสือมาหลายเล่มและได้อ่านหนังสือกฏหมายด้วย เขาจึงรู้เื่นี้ดีและที่สำคัญเขากำลังหาเื่ไถเงินผู้หญิง
“นาย!!!” หญิงสาวมองไปที่ไฟสัญญาณและเป็อย่างที่ชายหนุ่มคนนี้พูด เธอรู้สึกขายหน้าและเถียงไม่ออก ปกติแล้วไม่เคยมีใครทำแบบนี้กลับเธอสักครั้ง ทุกคนเมื่อเห็นเธอก็มักจะประนีประนอมและขอเลี้ยงข้าวเธอแทน เธอไม่เคยจ่ายอะไรทั้งสิ้นแม้ว่าเธอจะผิดก็ตาม
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเจอเหตุการณ์ไม่ปกติ
“คุณจะจ่ายตรงนี้หรือจะไปคุยกันในศาล” โจย้ำเตือนอีกครั้ง
“ดี เอาไปเลยแค่เศษเงิน” หญิงสาวควักแบงค์พันออกมาเป็ปึกในรถ โจได้แต่คิดว่านี่คุณเธอพกเงินสดใส่รถไว้มากแค่ไหน
หลังจากรับเงินแล้วโจก็ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี เขามีเงินไว้ซื้อของกินแล้ว “ผมไปล่ะ”
“เดี๋ยว! นายชื่ออะไร มาจากไหน" หญิงสาวขัดจังหวะการจากไปของชายหนุ่ม
“ชื่อโจ เป็ทหารฝึกหัดในองค์กรโลกสมัยใหม่” โจไม่คิดปิดบังใดๆ ไม่แน่เขาอาจหาทางไถเงินเธอได้อีก เพราะเขาคิดดูแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็พวกชอบประมาท ไม่แน่วันข้างหน้าเธออาจขับรถชนเขาจริงๆก็ได้ ถึงเวลานั้นเขาจะได้ไถเงินให้มากขึ้นอีก
เขาไม่กลัวว่าถูกชนแล้วจะตาย เพราะร่างกายเกินขีดจำกัดไปไกลเกินกว่าจินตนาการได้แล้ว
หญิงสาวยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอปิดกระจกรถแล้วขับจากไป โจไม่สนใจท่าทางของเธอ ตอนนี้เขาได้สิ่งที่้าแล้วนั่นก็คือเงิน ตอนแรกเขากังวลว่าจะหาเงินจากไหนนึกไม่ถึงว่าจะมีคนเอาเงินมาส่งให้ถึงที่
โจไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ต่อให้เป็สาวสวยเขาก็ไม่ไว้หน้า และที่สำคัญเขาไถเงินอย่างถูกต้อง มันเป็เื่จริงที่กฏหมายบนโลกระบุไว้ว่าผู้เสียหายสามารถเรียกค่าทำขวัญได้แต่ต้องไม่มากเกินไป
โจรู้ดีว่าเงินห้าหมื่นเป็จำนวนมากเกินกำหนดแต่เขาเห็นรถหรูและรู้ว่าต้องเป็คนรวยเขาจึงเรียกเงินเยอะๆ
“สาวไฮโซคนเมื่อกี้หน้าตาดีเหมือนกันแหะ เทียบได้กับเผ่าชั้นสูงเลยทีเดียว” โจนึกถึงใบหน้าขาวเนียน แต่ปากร้ายไปหน่อย
โจตระเวนหาของกินจนหนำใจแล้วเดินทางกลับองค์กร หลังจากกลับมาถึงเขาก็ไปคลุกอยู่ที่ห้องพักเหมือนเดิม รอคอยวันพรุ่งนี้ที่องค์กรจะเริ่มดำเนินการตามแผนที่พวกเขาระบุไว้
ตามกำหนดการของวันพรุ่งนี้องค์กรโลกสมัยใหม่จะเปิดให้ทำภารกิจและเริ่มให้ใช้ทรัพยากรที่พวกเขาจัดมาให้ ไม่ว่าจะเป็อาคารฝึกพลัง หรือแม้แต่การต่อสู้จำลอง
โชคร้ายที่มนุษย์ยังไม่เคยพบพวกสเปคทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะเรียนรู้การรับมือกับพวกมันยังไง พวกเขาได้รับข้อมูลจากสหพันธ์รวมถึงประเภทต่างๆของศัตรู วิธีการรับมือหลากหลายแต่ไม่รู้ว่าอันไหนที่พวกเขาใช้ได้บ้าง
ตามที่โจคิดสิ่งแรกที่มนุษย์ต้องทำคือการออกไปสู้กับพวกมัน ดั่งคำในหนังสือที่เขาอ่านที่ว่า “เรียนรู้สิบปีไม่เท่าเจอของจริงวันเดียว”
แน่นอนว่าต้องมีคนตาย แต่ใครจะยอมสละตัวเองเพื่อให้คนอื่นได้ก้าวต่อไป โจได้แต่คิด
วันต่อมาได้มีการรวมตัวเหล่าทหารฝึกหัด
“วันนี้ทางองค์กรได้เปิดภารกิจให้ทำและอนุญาตให้ใช้ห้องฝึกได้ ในอีกหนึ่งเดือนจะมีภารกิจพิเศษซึ่งก็คือการสำรวจดาวร้างแห่งหนึ่ง ว่ากันว่าดาวดวงนี้มีศัตรูที่ชื่อว่าสเปคหลบซ่อนอยู่ พวกมันมีไม่เยอะจึงเป็โอกาสดีที่พวกคุณจะได้รับประสบการณ์โดยตรง แน่นอนว่ามันอันตรายมาก แต่หากเทียบในอนาคตที่ต้องเจอมากกว่านี้ นี่ถือเป็เื่เล็กน้อยและนี่จะเป็ก้าวแรกของมนุษย์!! ใครที่มีพลังที่ใช้ในการต่อสู้ได้คุณมีสิทธิ์รับภารกิจนี้ และสำหรับสายสนับสนุนพวกคุณสามารถรับภารกิจนี้ได้เช่นกัน แต่ต้องเป็พลังที่เป็ประโยชน์อย่างเช่น พลังในการรักษา พลังลดน้ำหนักสิ่งของเป็ต้น”
โคลมองเหล่าทหารฝึกหัดที่กำลังเฝ้าคอยอย่างใจจดใจจ่อก่อนจะพูดต่อว่า “สำหรับรางวัลในครั้งนี้ ทุกคนจะได้หินพลังงานไร้ธาตุคนละสามก้อน!!”
สิ้นเสียงของหัวหน้าหน่วยก็เกิดเสียงในหมู่ทหารฝึกหัด พวกเขารู้ดีว่าหินพลังงานมีค่ามาก การที่ได้รับคนละสามก้อนจะทำให้คนๆหนึ่งก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว
โจคิดไม่ถึงว่าทางองค์กรจะใช้ไม้นี้ ให้ทหารฝึกหัดเป็คนออกไปแนวหน้าเพื่อเก็บข้อมูลแถมยังฉลาดใช้คำปลุกใจและของรางวัลมาล่อ แต่กลับไม่บอกว่าอันตรายที่พูดถึงหมายถึงความตาย เขาคิดอยู่ในใจว่าจะมีสักกี่คนที่รอดในเหตุการณ์นี้
“หินพลังงานคนละสามก้อน? หึ…จะมีคนกลับมารับมันสักกี่คน สุดท้ายทางองค์กรก็เสียทรัพยากรเล็กน้อยแต่ได้ผลประโยชน์มากกว่า” โจยกปากยิ้มอย่างเหยียดหยัน
“ดูเหมือนว่ามนุษย์เองก็จ่ายให้สหพันธ์ไปไม่น้อยเพื่อหินพลังงานพวกนี้” เขาอยากรู้จริงๆว่าสหพันธ์ได้รับอะไรเป็การตอบแทนจากการขายหินพลังงานเหล่านี้