“หลายปีแล้วที่ตาราเมศร์ไม่ได้กลับมาเมืองไทย คราวนี้ลูกคงจะได้เจอกับพี่เขาสักทีนะ”
คุณหญิงสโรชิณีเอ่ยกับลูกสาวพลางนึกถึงลูกชายอีกคนของคุณหญิงนัยนาที่ไปเรียนต่อเมืองนอกและปักหลักลงทุนทำธุรกิจเป็ของตัวเองอยู่ที่นั่นนานถึง5ปี.
เ้าสัวชัชชัยสามีของคุณหญิงนัยนาได้เอ่ยปากขอหมั้นหมายาาวดีไว้ให้ราเมศร์ลูกชายคนเล็กไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนแทนที่จะเป็รัฐกรผู้เป็พี่ชายเพราะอายุของรัฐกรกับาาวดีนั้นห่างกันเกินไป ชลกรจึงต้องตกปากรับคำเพราะเห็นว่าครอบครัวอัศวนัยเองก็มีหลักประกันที่มั่นคงอยู่แล้ว มันก็น่าจะเป็ผลดีต่ออนาคตของาาวดีจึงตกปากรับคำยกลูกสาวให้ไป .
“ค่ะ”
าาวดีพยักหน้าให้ผู้เป็แม่ แล้วแววตาของเธอก็วูบหมองลงเมื่อนึกถึงราเมศร์ ผู้ได้ชื่อว่าคู่หมั้นของตัวเอง .
หลายปีมานี้หญิงสาวอดคิดไม่ได้เลยว่าที่เขาไม่ยอมกลับมาเมืองไทยมันเป็เพราะเธอรึเปล่า เขาคงไม่อยากแต่งงานกับเธอตามที่ผู้ใหญ่้า เขาเป็นักเรียนนอกหัวสมัยใหม่ก็คงไม่ชอบการถูกคลุมถุงชนเท่าไหร่นัก อีกทั้งการหมั้นหมายก็เป็การพูดปากเปล่าไว้เท่านั้นไม่ได้มีหลักประกันอะไร ทุกคนอาจจะลืมเื่นี้ไปแล้วก็ได้
“เป็อะไรไปลูก”
“หนูไม่ดีใจที่ได้เจอพี่เขาหรอกหรอ?” คุณหญิงสโรชิณีถามลูกสาว.
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะแม่” าาวดีรีบปฏิเสธแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำเพราะจะทำให้กลัวทุกคนรอนาน.
“งั้นเดี๋ยวปรางขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ เดี๋ยวหนุ่มๆ จะรอนาน” าาวดีหมายถึงรวิญช์ ปัณณธรและปกรณ์น้องๆ ทั้งสามคนของเธอ.
“โอ้ย สามหนุ่มนั่นใจร้อนล่วงหน้าไปก่อนแล้วล่ะจ้ะ”
.
.
.
@โรงแรมอันดาสิริ
ราเมศร์จำต้องกลับมาเมืองไทยทั้งที่หัวใจยังร้าวระบมอยู่เพราะถูกคนรักที่คบกันมาหลายปีบอกลาเพื่อไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นที่รู้จักกันได้เพียงไม่นาน พูดง่ายๆคือในระหว่างที่คบกับเขามธุรสก็แอบคบผู้ชายคนอื่นไปด้วย แล้วหล่อนก็เลือกผู้ชายคนนั้นเพราะเห็นว่ามีอนาคตมากกว่าเขาที่เป็แค่นักเรียนทุนที่เพิ่งบุกเบิกลงทุนธุรกิจเท่านั้น อนาคตก็ยังไม่มั่นคงพอที่จะตัดสินได้ว่าจะจะดูแลหล่อนได้รึเปล่า
วันนี้เป็วันแต่งงานของพี่ชาย ชายหนุ่มจึงหลีกเลี่ยงไม่กลับมาไม่ได้ พอลงจากสนามบินชายหนุ่มจึงตรงมาที่งานเลี้ยงเลย ซึ่งงานแต่งงานของพี่ชายก็ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตภายในโรงแรมในเครือของครอบครัวเขา.
ชายหนุ่มเองก็เพิ่งทราบสาเหตุที่พี่ชายต้องแต่งงานกะทันหันจากแม่ของเขาว่าเ้าสาวของรัฐกรกำลังตั้งท้องอยู่ทั้งที่คบกันได้ไม่ถึงปีเท่านั้นและแม่ของเขาก็ไม่ค่อยปลื้มลูกสะใภ้เท่าไหร่นัก.
.
.
“แม่มองหาอะไรหรอครับ” รัฐกรถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของผู้เป็แม่
“น้องชายแกมาถึงโรงแรมแล้ว” คุณหญิงนัยนาบอกลูกชาย
“แม่จะออกไปรับน้องด้านหน้าสักหน่อย แกก็อยู่รับแขกกับเ้าสาวแล้วก็แม่ยายของแกก็แล้วกัน”
คุณหญิงนัยนาปรายตามองลูกสะใภ้และมาดามรัศมีแม่ของหล่อนแว๊บหนึ่งแล้วเดินออกไปรับราเมศร์ด้านนอก.
“คุณหญิงแม่ของคุณรัฐไปไหนหรอคะ?” แม่ยายของรัฐกรถามขึ้นด้วยความสงสัย.
“ออกไปรับน้องชายผมน่ะครับ”
รัฐกรบอกผู้เป็แม่ยาย ในขณะที่เ้าสาวของเขากำลังถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนของหล่อนอยู่และกวักมือเรียกชายหนุ่มให้เข้าไปร่วมเฟรมด้วย.
"คุณรัฐคะ"
.
.
"นี่ถ้าพี่ชายแกไม่แต่งงาน แกก็คงไม่คิดจะกลับมาเมืองไทยเลยสิท่า" คุณหญิงนัยนาบ่นลูกชายคนเล็กทันทีที่เห็นหน้า
"ก็ผมงานยุ่งนี่ครับแม่" ราเมศร์อ้างกับผู้เป็แม่.
"แต่ตอนนี้ผมย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้วนะครับ" เขาพูดต่อ.
"ทำไมล่ะ บริษัทที่แกทำกับเพื่อนเจ๊งแล้วรึไง" คุณหญิงนัยนาค่อนแคะลูกชาย.
"ฉันพูดกันปากจะเปื่อยอยู่แล้วว่าให้แกกลับมาช่วยตารัฐบริหารโรงแรม แล้วตอนนี้เป็ไง....พี่ชายแกก็มัวทำแต่งานงกๆ ไม่มีเวลาเจอผู้หญิงดีๆ จนพลาดท่าเสียทีให้แม่มธุรสไงล่ะ"
"เดี๋ยวนะครับแม่ มธุรสหรอ....?"
ราเมศร์สะดุดกับชื่อที่แม่ของเขาเอ่ยถึงเพราะมันเป็ชื่อเดียวกันผู้หญิงที่ทำให้เสียใจจนแทบไม่เป็ผู้ไม่เป็คนอยู่เกือบเดือน มธุรสแฟนสาวที่คบกันมาหลายปีผู้หญิงที่เขาวางแพลนจะใช้ชีวิตร่วมกับหล่อน แต่หล่อนกลับทิ้งเขาไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นที่สามารถให้ทุกอย่างกับหล่อนได้มากกว่า.
"ก็ใช่น่ะสิ ทำไมล่ะ? หรือว่าแกรู้จักแม่นั่นด้วย?" คุณหญิงนัยนาถามลูกชาย.
"เปล่าหรอกครับ"
ราเมศร์ปฎิเสธเพราะคิดว่าเื่มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นที่พี่สะใภ้ของเขาจะกลายเป็มธุรสแฟนสาว.
"ผมจะไปรู้จักเ้าสาวของพี่รัฐได้ยังไงล่ะ"
"บริษัทที่ผมทำกับเพื่อนมาเปิดสาขาที่เมืองไทยแล้ว ต่อไปนี้ผมจะมีเวลาเข้าไปช่วยแม่กับพี่รัฐบริหารโรงแรมมากขึ้น แม่คิดว่าไงล่ะครับ"
ราเมศร์เปลี่ยนเื่ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเศร้ามาเป็ความยินดีของผู้เป็แม่เพราะเขารู้ว่าท่านอยากให้ตัวเองกลับมาอยู่เมืองไทยมากแค่ไหน.
"คิดว่าไง ก็ดีนะสิ" คุณหญิงนัยนาจึงยิ้มออกมาได้บ้าง
"รีบเข้าไปข้างในเถอะ พี่ชายแกรออยู่"
.
.
.
อีกด้านของลานจอดรถ าาวดีและคุณหญิงสโรชิณีก็เดินทางมาถึงโรงแรมพอดี.
"เพราะปรางช้าเลยทำให้แม่เสียเวลา ปรางขอโทษนะคะ" าาวดีขอโทษผู้เป็แม่ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินเข้าไปในโรงแรม
"ช้าอะไรกัน เราก็มาเวลาปกติ"
"สามหนุ่มนั่นต่างหากล่ะที่ใจร้อน"
"นี่คงจะรีบพากันไปดูสาวๆที่มาในงานอีกนั่นแหละ"
คุณหญิงสโรชิณีพูดอย่างรู้ทันลูกชายตัวดีทั้งสามที่ดูท่าแล้วคงจะพาเื่ปวดหัวมาให้นางได้แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะลูกชายคนกลาง.
"เราเข้าไปในงานกันเถอะลูก ป่านนี้ตาราเมศร์ก็คงจะอยู่ในงานแล้วล่ะ"
คุณหญิงสโรชิณีจูงมือลูกสาวเดินเข้าไปในงานพร้อมกับแขกคนอื่นๆ
ในขณะเดียวกันอีกฝั่งของงานราเมศร์กำลังเดินตามหลังผู้เป็แม่เข้าไปเช่นกัน แต่ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเดินผ่านป้ายบอกทางไปงานแต่งของพี่ชายนั้น สายตาคมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างจนก้าวเท้าต่อไม่ออก....
..........................
ไรท์ขอฝากนิยายกากๆ ไว้อีกสักเื่นะคะ.