บทที่ 9: ชำระแค้น
“เฮ้อ…มีระบบก็ไม่ได้พิเศษอะไร ไอเทมเทพๆ ก็ไม่มี แชทปลุกธาตุว่างเปล่ามาแล้ว มันดียังไงในการบำเพ็ญ” [ความเข้าใจในทุกเื่จะสูงขึ้น จากนี้ทุกวิชาที่เรียนจะอัพเกรดเอง เมื่อความสามารถมากพอ]
“อืมก็ยังดี สกิลอัพเกรดเอง เอาล่ะเริ่มเรียนวิชาใหม่ดีกว่า”
เกาจิ้งส่งมอบกิจการให้เฟิงฉิน เขาเตรียมจะไปเมืองหลวง เฟิงฉินรู้สึกขอบคุณเกาจิ้งเป็อย่างมาก
ภายในหอตำราของสำนักเกาจิ้งเลือกวิชาขั้นต้นมาสามวิชา เกาจิ้งใช้เวลาสองวันเต็มในการทำความเข้าใจขั้นแรกของเคล็ดวิชาทั้งสามที่เขาเลือกมา เมื่อผสานเข้ากับ 'รากิญญาธาตุว่างเปล่า' ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าทึ่งจนเขาเองยังต้องประหลาดใจ
วิชาแรก 'เคล็ดม่านปราณสลาย' วิชานี้กางม่านพลังป้องกันมันทำหน้าที่คล้ายหลุมดำที่สลายพลังธาตุอื่น เขาแอบทดสอบกับค่ายกลพ่นไฟของหอฝึกซ้อม ทันทีที่เปลวเพลิงััม่านพลัง มันก็ถูกสลายและดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย ลดทอนความเสียหายลงจนแทบไม่เหลือ แต่ถ้าเจอพลังโจมตีที่แรงกว่ามาก ก็จะกลายเป็ลดทอนความเสียหาย
วิชาที่สอง 'ย่างก้าวไร้ขอบเขต' วิชาตัวเบาที่ดัดแปลงจากการเคลื่อนที่พริบตา เกาจิ้งพบว่าความว่างเปล่าคือรากฐานของมิติ เขาสามารถบิดเบือนระยะทางรอบตัวได้ชั่วขณะ หากมีคนพุ่งเข้ามาโจมตี เขาเพียงแค่กางอนาเขตว่างเปล่าออกไป ศัตรูจะรู้สึกเหมือนวิ่งอยู่กับที่ ยิ่งวิ่งก็ยิ่งไม่ถึงตัวเขา เป็สุดยอดวิชาคุมพื้นที่และใช้หลบหนีชั้นเลิศ
และวิชาสุดท้าย 'กายา กลมกลืน' เนื่องจากธาตุว่างเปล่าไม่มีกลิ่นอายเฉพาะตัว เมื่อเขาเปิดใช้วิชานี้ ร่างกายและััปราณของเขาจะหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติรอบข้างอย่างสมบูรณ์แบบ ประดุจอากาศธาตุที่ไม่มีอยู่จริง แม้แต่ผู้าุโคุมหอตำราที่เดินผ่านหน้าเขาไปในระยะประชิด ก็ยังไม่รู้ตัวว่าเขานั่งอยู่ตรงนั้น แต่ตอนนี้ใช้ได้แค่1นาที
[แจ้งเตือน: ความชำนาญ เคล็ดม่านปราณสลาย เพิ่มขึ้นเป็ 10% (ระดับ: ฝึกฝนขั้น1) -แสดงผล 2 วินาที]
[แจ้งเตือน: ความชำนาญ ย่างก้าวไร้ขอบเขต เพิ่มขึ้นเป็ 10% (ระดับ: ฝึกฝนขั้น1) - แสดงผล 5 เมตร]
[แจ้งเตือน: ความชำนาญ กายา กลมกลืน เพิ่มขึ้นเป็ 10% (ระดับ: ฝึกฝนขั้น1) - แสดงผล 1 นาที]
เกาจิ้งไปหาต้าหรงแล้วซัดไปหนึ่งหมัดเข้าเต็มหน้า
“ศิษย์พี่เกาจิ้ง ข้าขอโทษที่ผ่านมาข้าไม่ดีเอง” ต้าหรงคุกเข่าอ้อนวอน
“เ้ามันชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ตอนนี้โดนคนแข็งแกร่งรังแกบ้างหวังว่าจะรู้สำนึกนะ แต่จะไว้ชีวิตเ้าหรือไม่ขึ้นอยู่กับความจริงใจของเ้า” เกาจิ้งพยายามกดเสียงต่ำให้ดูน่าเกรงขาม เพื่อให้เข้ากับบทพูดในซีรี่ย์ที่จำมา ต้าหรงรีบเอาหินิญญามาให้เกาจิ้ง
“นี่เป็หินิญญาที่ข้ามี ทั้งหมด5ก้อน หวังว่าจะชดเชยกับศิลาิญญาได้นะครับศิษย์พี่”
“เลิกนิสัยชอบรังแกคนซะ ข้าเตือนเป็ครั้งสุดท้าย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า รู้สึกเหมือนเป็ผู้พิทักษ์คุณธรรมเลย โคตรเบียวเลยตรู” 
เหลือเวลาอีก1วันก่อนที่เกาจิ้งจะเดินทางออกจากสำนักสาขาหินครามเพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขันระดับภูมิภาค มีบัญชีหนี้แค้นหนึ่งที่เขาต้องสะสางให้จบสิ้นเสียก่อน
ยามวิกาลที่เงียบสงัด เกาจิ้งใช้ ‘วิชากายา กลมกลืน’ ลบเลือนตัวตนและกลิ่นอายปราณจนหมดสิ้น ร่างของเขากลายเป็เพียงความว่างเปล่าที่เร้นกายเข้าไปในเขต ‘เขาโอสถ’ ของศิษย์สายใน เป้าหมายของเขาคือลานหลอมยาของหวังเทียน
ภายในห้องหลอมยา หวังเทียนกำลังเร่งพลังปราณอย่างบ้าคลั่งเพื่อควบคุมเปลวเพลิงใต้เตาหลอม มันคือโอสถระดับสูงที่จะช่วยรักษารากฐานที่บอบช้ำจากการใช้ยาเร่งพลังในอดีต เกาจิ้งยืนมองอยู่มุมห้องอย่างเยือกเย็นโดยที่อีกฝ่ายไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อถึงจังหวะที่ตัวยาในเตากำลังจะควบแน่น เกาจิ้งก็ใช้วิชา ‘ย่างก้าวไร้ขอบเขต’ ย่นระยะทางไปปรากฏตัวที่ด้านหลังของเตาหลอม แล้วใช้ ‘เคล็ดม่านปราณสลาย’ สลายไฟที่ฐานเตาออกไปเสี้ยวหนึ่งอย่างแเี
สมดุลของเปลวเพลิงที่หวังเทียนควบคุมอยู่พังทลายลงในพริบตา!
ตูม!! เตาหลอมะเิออกอย่างรุนแรง แรงกระแทกและเปลวเพลิงและเศษเตาหลอมที่ะเิ ตีกลับเข้าใส่ร่างของหวังเทียนจนกระเด็นทะลุกำแพง เืลมตีกลับจนกระอักเืคำโต เส้นชีพจรเสียหาย หวังเทียนนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นด้วยความเ็ป โดยที่เข้าใจไปเองว่าตนเองควบคุมไฟพลาดจนธาตุไฟแตกซ่าน
“รังแกกดขี่คนอื่นมานาน ข้าขอเป็ผลกรรมของเ้าก็แล้วกัน”
เกาจิ้งมองผลงานของตนเองด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยหรือหลักฐานใดๆ ทิ้งไว้ บัญชีแค้นนี้ถูกชำระล้างอย่างสมบูรณ์แบบ เขาหันหลังและเร้นกายกลืนหายไปในความมืด เตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไป
ณ ลานประลองกลางแดนชิงหยวน
ดินแดนชิงหยวนประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ถึงสิบแปดเมือง ตัวแทนจากแต่ละเมืองต่างมารวมตัวกันที่ลานประลองกลางอันกว้างใหญ่ไพศาล
เกาจิ้งมองไปรอบ “โอ้โห…ถ้าเมืองหินครามคือแฟชั่นแบบออริจินอล เมืองนี้แฟชั่นแบบซีรีส์ยุคใหม่สินะ”
บรรยากาศรอบด้านคึกคักจนถึงขีดสุด เหนือลานประลอง มีศิลาฉายภาพขนาดมหึมาลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ทำหน้าที่ถ่ายทอดสดทุกความเคลื่อนไหวไปยังจัตุรัสของทุกเมืองและทุกสำนัก นี่คือระบบของสมาพันธ์เมฆดำผู้จัดการแข่งขัน เพื่อให้ผู้ชมสามารถร่วมสนุกทายผลและส่งศิลาิญญาเป็ของกำนัลสนับสนุนให้กับผู้เข้าแข่งขันที่ตนเองชื่นชอบได้
ในหมู่ผู้ชมเ่าั้ ยังมีเหล่าตัวตนระดับสูงหรือยอดฝีมือเร้นกายที่เฝ้ามองหาผู้มีพร์ หากใครทำผลงานได้เข้าตา ยอดโดเนทของกำนัลที่ตกลงมาอาจมีมูลค่ามหาศาลจนพลิกชีวิตได้เลยทีเดียว
การแข่งขันรอบแรกคือ ‘ระบบแพ้คัดออก’ ผู้เข้าแข่งขันจะถูกจับสลากสุ่มเผ่าพันธุ์และสุ่มคู่ต่อสู้
เกาจิ้งถูกส่งเข้าสู่หอจำลองสภาวะ กฎพื้นฐานของโลกใบเล็กคือผู้เล่นต้องเริ่มจากการบริหารทรัพยากรั้แ่ศูนย์ ต้องสั่งให้คนงานไปตัดไม้ นำไม้ไปสร้าง ‘โรงแปรรูปไม้’ เมื่อมีไม้แปรรูปจึงจะสามารถสร้าง ‘บ้านพัก’ เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรได้ และเมื่อมีบ้านพักเพียงพอ จึงจะสามารถสร้าง ‘ค่ายทหาร’ เพื่อผลิตกองทัพได้
“โอ้ คราวนี้บนอินเตอร์เฟซมีบอกว่าถ่ายทอดสดด้วยแฮะ ให้ตั้งชื่อห้องเหรอ อืม…1ก้านธูปคือครึ่งชั่วโมงใช่มั้ย งั้นชื่อห้อง1ก้านธูปแล้วกัน”
ในรอบนี้ คู่ต่อสู้ของเกาจิ้งคือศิษย์จากเมืองหน้าด่านที่บ้าบิ่น อีกฝ่ายพยายามเร่งสร้างค่ายทหารโดยละทิ้งการสร้างรากฐานเศรษฐกิจ หวังจะบุกทะลวงั้แ่ต้น ทว่าเกาจิ้งกลับมีการบริหารจัดการที่ไร้ที่ติ นิ้วมือและสมาธิของเขาควบคุมคนงานให้แยกย้ายกันทำงานอย่างเป็ระบบ ทรัพยากรของเขาพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว เมื่อศัตรูส่งทหารชุดแรกมาถึง ฐานของเกาจิ้งก็มีป้อมปราการและกองทัพที่เหนือกว่าดักรออยู่แล้ว เกาจิ้งบดขยี้คู่ต่อสู้จนราบคาบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างง่ายดาย
เนื่องจากการถ่ายทอดสดที่มีหลายคู่ รอบแรกๆ ผู้ชมจึงไม่รู้จะจับตาดูใคร ทางผู้จัดเลยให้ผู้เข้าแข่งขันตั้งชื่อห้องของแต่ละคน ใครชนะในรอบนั้นก็จะเป็เ้าของคลิปการแข่งให้ผู้ชมเข้ามาดูย้อนหลังได้ ตอนนี้ชื่อห้อง1ก้านธูปของเกาจิ้งกำลังเป็ที่สนใจในหมู่ผู้ชม ทำให้ตอนนนี้มีผู้ชมมากมายเริ่มเข้ามาที่ห้องส่งข้อความของเกาจิ้งจำนวนมาก
“มีห้องแชทด้วยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ตอนนี้เริ่มมีข้อความมากมายลอยมาจากอีกจอหนึ่ง เหนือจออินเตอร์เฟสในห้องจำลองของเกาจิ้ง ส่วนใหญ่ถามว่าเขาจะเลือกเผ่าอะไรในรอบต่อไป
รอบชิงชนะเลิศ: ศึกเอาชีวิตรอด
หลังจากผ่านการคัดกรองอย่างดุเดือด ผู้ที่เหลือรอดเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมีเพียงเก้าคนเท่านั้น การแข่งขันในรอบนี้คือระบบ ‘พบกันหมด’ แต่กฎเกณฑ์ถูกปรับเปลี่ยนให้ท้าทายยิ่งขึ้น
ผู้เข้าแข่งขันทั้งเก้าคนจะต้องจับสลากหมายเลขหนึ่งถึงเก้า ใครได้หมายเลขน้อยที่สุดจะมีสิทธิ์เลือกเผ่าพันธุ์ที่้าเล่นได้ก่อน และเป้าหมายของรอบนี้ไม่ใช่เพียงการเข่นฆ่ากันเอง แต่ทุกคนต้องสร้างฐานที่มั่นให้แข็งแกร่งที่สุด เพื่อรับมือกับ ‘คลื่นอสูรบอส’ ที่ระบบจะส่งมาโจมตีเป็ระลอก ใครสามารถยืนหยัดต้านทานบอสและทำคะแนนได้มากที่สุดจะเป็ผู้ชนะ
ห้องแชทตอนนี้จึงกำลังเดือด ใครเชียร์ใครก็อยากให้ผู้เข้าแข่งที่ตนเชียร์ได้เปรียบ ส่วนห้องแชทเกาจิ้งนั้น…
“เอางี้ท่านผู้ชมทุกท่าน เลือกเผ่าที่ทุกคนคิดว่ายากที่สุดมาแล้วก็บริจาคเผ่าที่ห้ามข้าเล่นมา เช่นเผ่ามนุษย์นักเวทห้ามเล่น หรือเผ่ามารนักฆ่าห้ามเล่น เผ่าไหนบริจาคมากที่สุด ข้าจะเล่นเผ่านั้น และเผ่าที่ห้ามเล่นถ้ามียอดบริจาค ข้าก็จะไม่เล่น”
พอเกาจิ้งประกาศไปทำให้หน้าจอส่งข้อความของเขาก็มีการเคลื่อนไหวมากที่สุด จนคนอื่นๆ เริ่มสนใจและสงสัยว่าในห้องนั้นเกิดอะไรขึ้น
เกาจิ้งจับสลากได้หมายเลขสาม ถือเป็ลำดับที่ได้เปรียบอย่างมาก หมายเลขหนึ่งเลือกเผ่าเทวะที่ทรงพลัง หมายเลขสองเลือกเผ่ามารที่มีความเร็วในการโจมตี เมื่อถึงตาของเกาจิ้ง ผู้คนทั่วทั้งลานประลองต่างจับจ้องไปที่ภาพฉายของเขา คาดเดาว่าเขาจะเลือกเผ่าอสูรหรือเผ่ามนุษย์ที่มีความสมดุล
“ข้าขอเลือก... เผ่าแมลง” เกาจิ้งประกาศเสียงเรียบ เนื่องจากมียอดบริจาคมากที่สุด ตอนนี้ห้องแชทเขามีข้อความมากมายขึ้นมาอีกครั้ง
“ฮ่าฮ่า มันเลือกจริงด้วยว่ะ” // “เฮ้ย! เลือกจริงด้วย” เป็ต้น
สิ้นคำพูด เสียงฮือฮาและเสียงหัวเราะเยาะก็ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งลานประลอง เผ่าแมลงคือเผ่าที่อ่อนแอที่สุดในโลกใบเล็ก พวกมันมีพลังป้องกันต่ำต้อย พลังโจมตีก็แทบไม่ระคายผิวอสูรระดับสูง ไม่มีใครที่มีสติสัมปชัญญะคนไหนอยากจะเลือกเผ่าพันธุ์นี้ในรอบชิงชนะเลิศแน่ๆ
ทว่าเกาจิ้งกลับมีรอยยิ้มมุมปาก เขาไม่ได้สนใจเสียงวิจารณ์ เมื่อสัญญาณเริ่มการแข่งขันดังขึ้น สติของเขาก็พุ่งเข้าสู่โลกจำลองทันที
ตอนนี้หน้าต่างแชทยอดโดเนท แมงกุดจี่ สายพันธ์ุคนงานมียอดโดเนทเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมข้อความหัวเราะสะใจ เพราะคิดว่าเกาจิ้งยากจน ้าเงินจึงเลือกทำเช่นนี้ หลายคนจึงอยากแกล้งและอยากเห็นเขาพบกับความยากลำบากตอนแข่ง
เกาจิ้งไม่ได้เลือกสร้างกองทัพแมลงนักรบเหมือนที่คนอื่นเข้าใจ แต่เขาเลือกสั่งการยูนิตสายพันธุ์หนึ่งที่ผู้คนมองข้าม นั่นคือ ‘แมงกุดจี่’ หรือด้วงเขาสัตว์สายพันธุ์คนงาน แล้วเลือกทำเลที่ตั้ง
ในโลกใบเล็ก แมงกุดจี่มีพลังโจมตีน้อยมีแต่พลังป้องกันมาก แต่มันมีพร์ที่น่ากลัวซ่อนอยู่สองประการ ประการแรกคือ พละกำลังมหาศาล มันสามารถแบกท่อนไม้และก้อนหินที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวมันเองถึงสิบเท่า ทำให้ความเร็วในการเก็บเกี่ยวทรัพยากรของมันเหนือกว่าคนงานเผ่ามนุษย์หลาย่ตัว ประการที่สองคือ กฎการขยายพันธุ์ของเผ่าแมลง ทันทีที่เกาจิ้งสร้างรังเพาะพันธุ์เสร็จสิ้น ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ แมงกุดจี่หนึ่งตัวก็แบ่งตัวออกเป็สอง สองตัวกลายเป็สี่ สี่กลายเป็แปด... พวกมันขยายพันธุ์อย่างบ้าคลั่งทวีคูณ! ทุก4นาที ทำให้เขาอัพเกรดฐานได้เร็วกว่าใคร ที่ตายก็ปล่อยตายไป เขาเน้นการสร้างฐานเป็อันดับแรก
ผู้ชมการถ่ายทอดสดที่เคยมองข้ามเกาจิ้ง บัดนี้ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ภาพบนหน้าจอฉายให้เห็นฝูงแมงกุดจี่นับร้อยตัวที่ทำงานกันอย่างเป็ระบบระเบียบ พวกมันเคลื่อนที่ราวกับสายน้ำสีดำ พุ่งเข้าป่าเพื่อตัดไม้และขนหินกลับมาที่ฐานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทรัพยากรในคลังของเกาจิ้งพุ่งทะยานขึ้นในระดับที่ตัวเลขหมุนจนมองแทบไม่ทัน
ในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเพิ่งจะสร้างค่ายทหารแห่งแรกเสร็จ เกาจิ้งกลับนำไม้และหินมหาศาลเ่าั้มาสร้างกำแพงเมืองสูงตระหง่าน! หอคอยเวทมนตร์และป้อมธนูถูกสร้างขึ้นเรียงรายเป็ดอกเห็ด ฐานที่มั่นของเขาขยายอาณาเขตออกไปอย่างรวดเร็ว
“บ้าไปแล้ว! นั่นมันความเร็วในการสร้างฐานระดับใดกัน!” ผู้าุโบนอัฒจันทร์ชี้ไปที่หน้าจอ
เมื่อสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ท้องฟ้าในโลกใบเล็กเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน คลื่นอสูรบอสระลอกแรกบุกทะลวงเข้ามา ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต้องดิ้นรนสั่งกองทัพออกไปปะทะอย่างยากลำบาก ทว่าเมื่อบอสอสูรวิ่งมาถึงหน้าฐานของเกาจิ้ง พวกมันกลับต้องเผชิญกับห่าฝนลูกศรและเวทมนตร์นับสิบสายที่ยิงถล่มลงมาจากหอคอย บอสอสูรที่แข็งแกร่งถูกละลายหายไปก่อนที่จะได้แตะต้องกำแพงชั้นแรกเสียด้วยซ้ำ
ยอดโดเนทสนับสนุนบนชื่อของถังเกาจิ้งเริ่มพุ่งทะยานขึ้น ผู้ชมและยอดฝีมือที่เฝ้าดูอยู่ต่างเทหินิญญาให้เขาราวกับสายฝน นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังเพียวๆ แต่มันคือการใช้ความรู้ การวางแผน และการรีดเค้นศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่ให้ถึงขีดสุดต่างหาก!
เกาจิ้งโล่แมลงจำนวนมากต้านคลื่นสัตว์อสูร บนหอคอยมีพลังโจมตีจะไม่แรง แต่จำนวนก็ทดแทนได้ บวกกับการขยายพันธุ์และการสร้างทำให้เขารอดจนเป็คนสุดท้ายที่เหลืออยู่
ในการโจมตีรอบท้ายรอบที่5 เกาจิ้งใช้การสร้างกองกำลังอย่างเดียว จากการตุนทรัพยากรณ์จำนวนมาก หทารของเขาจึงออกไปยันบอสไว้ได้เพราะค่าพลังป้องกัน
เกาจิ้งชนะสร้างชื่อให้สำนักสุญตาดาราและได้รางวัลจากท่านเ้าเมืองคือ โอสถรวมจิติญญาชั้นเลิศ เพิ่มพลังิญญาในตันเถียนแบบถาวร ได้รางวัลจากหอการค้าสมาคมเมฆดำคือถุงมิติพร้อมเงิน500หินิญญากลาง เงินบริจาค200หินิญญากลาง 240ิญญาระดับต่ำ และคลิปการแข่งกับข้อความบริจาคให้เลือกเผ่าแมลง ก็มียอดคนดูเพิ่มขึ้นทุกวัน
จบตอน.