เอลีสนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องครัว มองสบู่ก้อนสุดท้ายในมือ สบู่ล๊อตแรกของเธอที่เพิ่งบ่มเสร็จ กลิ่นหอมละมุนของลาเวนเดอร์และกุหลาบลอยฟุ้งในอากาศทำให้เธอยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ห่อสบู่ด้วยกระดาษสีน้ำตาล ซึ่งมีลักษณะหยาบและดูเรียบง่าย ใช้วัสดุที่สามารถหาได้ในยุคนี้
เธอใช้เชือกป่านเล็ก ๆ รัดกระดาษห่อไว้แ่าเป็เงื่อนเรียบ ๆ แต่ดูน่ารักและมีเสน่ห์ เสร็จแล้วเธอก็เพิ่มััสุดท้ายด้วยการผูกดอกลาเวนเดอร์แห้งเล็ก ๆ ไว้ที่เชือกแต่ละก้อน กลายเป็ของฝากที่สวยงามและมีกลิ่นหอมสดชื่น เมื่อเธอห่อครบทุกก้อนแล้ว เอลิสนับจำนวนสบู่อีกครั้ง เป็จำนวน 20 ก้อนพอดี พร้อมสำหรับการส่งมอบให้กับพนักงานจากร้านค้าปลีกเพื่อนำไปทดลองขายในร้าน
เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว เอลิสวางสบู่ทั้งหมดใส่ลงในตะกร้าหวายที่บุด้วยผ้าลินินสะอาดและส่งมอบให้พนักงานร้านค้าปลีกที่มารับของ เธอยิ้มและเอ่ยคำขอบคุณ หวังว่าลูกค้าจะชอบสบู่ที่เธอทำ
เอลิสมองไปทางกาเบรียลที่กำลังหอบข้าวของมากมายพะรุงพะรัง ทั้งกล่องบรรจุหนังสือ โคมไฟเก่า รวมถึงเครื่องใช้บางส่วนในบ้าน ร่างสูงของเขาดูตลกไม่น้อยเมื่อเดินอย่างเงอะงะ พยายามไม่ให้กล่องหลุดมือไป เธอยิ้มขำ
ข้าง ๆ กาเบรียล อเมลีลูกสาวตัวน้อยก็กำลังช่วยขนของอย่างสนุกสนาน เธอถือกล่องใบเล็ก ๆ ที่ใส่ตุ๊กตาตัวโปรดและของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอเอง ในขณะที่ยิ้มกว้าง ใบหน้าของอเมลีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสนุก เหมือนว่าการย้ายบ้านเป็การผจญภัยครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับเธอ
เธอก้าวเท้าเข้าไปช่วยกาเบรียลซึ่งกำลังขนกล่องเอกสารอีกหลายชุดจากห้องทำงานอย่างขมักเขม้น เธอเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ฉันจัดการส่งสบู่ให้พนักงานไปแล้วค่ะ ลองช่วยดูทีนะคะว่าจะวางขายได้ราคาชิ้นละเท่าไร ฉันไม่แน่ใจเลยค่ะ ได้แต่หวังว่ามันจะโอเคนะคะ"
กาเบรียลเงยหน้ามองเอลิส เขาพยักหน้า"ไม่ต้องกังวลนะ ผมจะดูแลเื่ราคาให้และจัดให้วางตรงจุดที่ใครผ่านเข้าออกก็ต้องเห็น สบู่ที่คุณทำมันดีมาก ยังไงก็ขายได้แน่ๆ"
เอลิสรู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินแบบนั้น ขณะเดียวกันเธอก็เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายไปยังบ้านใหม่กับอเมลี เธอมองดูกาเบรียลที่กำลังตรวจเอกสารการซื้อขายบ้านอย่างละเอียด
ไม่นานนัก กาเบรียลเดินออกมาส่งเอลิสและอเมลีขึ้นเกวียนม้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปบ้านหลังใหม่ เขาช่วยประคองเอลิสและอเมลีขึ้นนั่งบนที่นั่งของเกวียนอย่างอ่อนโยน และตรวจสอบข้าวของทั้งหมดให้แน่ใจว่าพร้อมสำหรับการเดินทาง จากนั้นเขาก็เอ่ยอย่างขึ้น
“คุณไปที่บ้านใหม่ก่อนนะครับ ผมจะจัดการเอกสารการซื้อขายบ้านให้เสร็จ แล้วจะแวะไปร้านต่ออีกที ” เขาพูด
เมื่อเอลิสและอเมลีนั่งประจำที่บนเกวียนเรียบร้อย คนขับม้าก็เริ่มบังคับม้าให้เดินไปอย่างช้า ๆ เสียงเกวียนเริ่มเคลื่อนตัวไปตามถนนที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ
เกวียนม้าพาเอลีสและอเมลีมาถึงบ้านหลังใหม่ เอลิสหยุดยืนมองบ้านขนาดกลางที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของชานเมือง บ้านมีลักษณะเป็บ้านไม้สองชั้น สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งสีอ่อนที่เริ่มมีคราบเก่าเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งแรงไว้ได้ หน้าบ้านมีระเบียงเล็ก ๆ ที่มีเก้าอี้ไม้และโต๊ะเล็ก ๆ วางอยู่ เป็ที่นั่งพักผ่อนและชมทิวทัศน์ของสวนกว้างได้อย่างพอเหมาะ
สวนขนาด 200 ตารางเมตรที่อยู่รอบ ๆ บ้านเต็มไปด้วยพุ่มไม้และดอกไม้ป่าที่ขึ้นแซมอย่างอิสระ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาและพื้นที่กว้างสำหรับวิ่งเล่น อากาศเย็นสบายและสดชื่นมากกว่าบรรยากาศในเมือง เอลิสมองดูสวนแล้วรู้สึกได้ถึงความสงบ ความร่มรื่นของที่นี่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจากความกังวลต่าง ๆ ที่แบกมาจากบ้านหลังเก่า
ทันทีที่อเมลีลงจากเกวียนและเห็นสวน เธอยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น "แม่คะ สวนกว้างมากเลย! หนูขอวิ่งเล่นได้ไหมคะ?" เด็กน้อยถามอย่างตื่นเต้น ใบหน้าของเธอเปล่งประกายด้วยความสุข
"ได้เลยจ้ะ แต่ระวังด้วยนะ" เอลิสตอบพร้อมรอยยิ้ม ขณะมองอเมลีวิ่งเล่นในสวนด้วยความสนุกสนาน อเมลีวิ่งไปรอบ ๆ ลานหญ้าอย่างไร้กังวล พลางะโหยอกล้อกับผีเสื้อที่บินผ่าน เด็กหญิงน้อยสำรวจทุกมุมของสวน ดึงดอกไม้ป่าบางดอกขึ้นมาและพยายามถักมันเป็มงกุฎบนหัวตัวเอง ในไม่ช้า ร่างของเธอก็เริ่มเปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นดินและคราบหญ้าจนดูมอมแมมไปทั่วทั้งตัว แต่ใบหน้านั้นยังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ขณะที่อเมลีกำลังสนุกสนานอยู่ในสวน เอลิสและมารีซึ่งเป็แม่บ้านคนสนิทก็เริ่มขนของลงจากเกวียนทีละกล่อง ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ครัว หนังสือ และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ มารีช่วยเอลิสถือของเข้าบ้านอย่างขยันขันแข็ง ทั้งคู่เริ่มจัดเก็บของใช้ในห้องครัวก่อนเป็ลำดับแรก โดยจัดวางจาน ชาม และหม้อในชั้นวางให้เรียบร้อย ต่อด้วยห้องนั่งเล่นที่พวกเธอนำหนังสือของเอลิสมาจัดเรียงบนชั้นหนังสือและปัดฝุ่นออกจนสะอาด
เอลิสรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยแต่ก็พอใจที่เห็นบ้านเริ่มเป็ระเบียบมากขึ้น เธอหันไปมองอเมลีซึ่งยังคงวิ่งเล่นในสวนไม่หยุด แม้ตัวจะมอมแมมด้วยฝุ่นและเศษดิน แต่แววตาของอเมลีเต็มไปด้วยความสนุกและความสุข
“อเมลี เล่นสนุกไหมคะ?” เอลิสถามพลางยิ้มให้ลูกสาวที่วิ่งกลับเข้ามาหา
อเมลียิ้มกว้างและหัวเราะ "สนุกมากค่ะ แม่คะ หนูชอบที่นี่จังเลย สวนกว้างมาก ๆ หนูจะมีที่วิ่งเล่นทุกวันเลยใช่ไหมคะ?"
เอลิสยิ้มพร้อมพยักหน้า "ใช่จ้ะ หนูจะได้วิ่งเล่นในสวนนี้ทุกวันเลย" เธอลูบศีรษะของลูกสาวที่เปื้อนดินเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน
เอลิสมองดูอเมลีที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นจากการเล่นในสวน ใบหน้าของเด็กน้อยฉายแววสดใสและมีชีวิตชีวา เอลิสยิ้มพลางคิดถึงแผนที่เธออยากจะทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็ที่ที่ทั้งครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ เธอก้มลงและพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อเมลีจ๋า ถ้าแม่มีเวลาว่าง ๆ เราจะไปหาซื้อดอกไม้ ผลไม้ และผักมาลองปลูกกันดีไหมจ๊ะ?"
ดวงตาของอเมลีเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เสียงเล็ก ๆ ของเธอดังขึ้นทันที “จริงเหรอคะ แม่! หนูอยากปลูกดอกไม้จังเลย หนูจะปลูกดอกไม้สวย ๆ ให้เต็มสวนเลยค่ะ แล้วก็อยากปลูกสตรอเบอร์รีด้วย หนูจะช่วยแม่ทุกอย่างเลยค่ะ!”
เอลิสหัวเราะเบา ๆ กับความกระตือรือร้นของลูกสาว อเมลีคงลองนึกภาพสวนแห่งนี้เต็มไปด้วยดอกไม้และผลไม้ที่เธอปลูกด้วยตัวเอง เอลิสลูบศีรษะของอเมลีเบา ๆ พลางพูดอย่างอ่อนโยน
“งั้นเราต้องเตรียมตัวกันให้พร้อมนะจ๊ะ แม่จะให้หนูช่วยกันเลือกดอกไม้ที่ชอบ เราจะไปเลือกพันธุ์ดอกไม้สีสวย ๆ ผลไม้ที่อร่อย แล้วก็ผักที่แม่จะปลูกไว้ใช้ทำอาหารในครัวเอง” เธอพูดพลางยิ้มอย่างอบอุ่น
อเมลีพยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจและตื่นเต้น "หนูอยากได้ดอกเดซี่ค่ะ แล้วก็อยากได้สตรอเบอร์รีไว้ทำขนมกับแม่ด้วย เราจะมีสวนที่สวยที่สุดในโลกเลยใช่ไหมคะ แม่?"
เอลิสยิ้มรับพร้อมหัวเราะเบา ๆ "ใช่จ้ะ เราจะมีสวนที่สวยที่สุดในโลก และจะได้ทำขนมอร่อย ๆ จากผลไม้ที่เราปลูกเองด้วย"
เธอมองอเมลีที่วิ่งกลับไปที่สวนอย่างกระตือรือร้น เด็กหญิงวิ่งไปทั่วสวน พลางชี้จุดต่าง ๆ ที่เธออยากปลูกดอกไม้และผลไม้ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของอเมลีทำให้เอลิสรู้สึกอิ่มเอิบใจ