ขณะที่จิตสำนึกของเพลิงแก่นหมาสมุทรคิดจะเข้าไปยึดครองร่างของฉางเฟิงก็ต้องถูกิญญาของภาพ์นิรันดร์เข้ามาขวางพร้อมกับใช้พลังที่แข็งแกร่งทำลายจิตสำนึกของเพลิงแก่นมหาสมุทรทิ้งในทันที
“เป็ไปไม่ได้ตัวตนเช่นนี้มาอยู่ในร่างของเด็กคนหนึ่งได้อย่างไร” เสียงกรีดร้องของเพลิงแก่นมหาสมุทรดังขึ้น
ตามจริงแล้วเพลิงแก่นมหาสมุทรนั้นถือกำเนิดมานานมากแล้วและมีสติปัญญาขึ้นมาหลายพันปีแต่เพราะถูกผนึกไว้ในตะเกียงโบราณทำให้ไม่สามารถไปใหนมาใหนได้ จนกระทั้งเสี่ยวจินได้ไปพบจึงนำมันกลับมา
เพลิงแก่นมหาสมุทรนั้นได้เฝ้ารอที่จะได้ยึดครองร่างของคนที่โลภอยากจะได้มันมาตลอดแต่ใครจะคิดว่าผลจะกลับกันกลายเป็มันถูกทำลายจิตสำนึกแทน
“จิตสำนึกชั่วร้ายเกินไปไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้จำเป็ต้องทำลายและสร้างขึ้นมาใหม่และในอนาคตมันจะช่วยเหลือนายน้อยได้มาก” ิญญาภาพ์นิรันดร์กล่าวและใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งสร้างจิตสำนึกให้กับเพลิงแก่นมหาสมุทรขึ้นมาใหม่แต่จิตสำนึกนี้เหมือนกับทารกที่พึ่งเกิดมันจะไม่สามารถสื่อสารได้แต่มันก็จะมองฉางเฟิงเป็ครอบครัวทันที
“ฟู่!!!!”
ในตอนนี้ร่างของฉางเฟิงมีเปลวเพลิงสีน้ำเงินล้อมรอบอยู่ตอนแรกเพลิงสีน้ำเงินนั้นรุนแรงและทำให้ฉางเฟิงรู้สึกเ็ปแต่ตอนนี้มันกลับให้วคามรู้สึกที่อบอุ่นแทน
“สำเร็จแล้ว” เสี่ยวจินกล่าว
ฉางเฟิงลืมตาขึ้นมาก่อนจะเรียกเพลิงสีน้ำเงินกลับเข้าร่างตอนนี้ฉางเฟิงรู้สึกดีมาก ตอนนี้ฉางเฟิงสามารถควบคุมเพลิงได้ดั่งใจนึก
“เอาละข้าพร้อมจะปรุงยาแล้ว”ฉางเฟิงนั่งลงข้างหน้าหม้อสามขาใบใหญ่ที่เสี่ยวจินนำออกมาจากนั้นก็โบกมือสมุนไพรก็ลอยเข้าสู่เตาปรุงยาพร้อมกัน
“นี่เ้าคิดจะทำอะไรการปรุงยาไม่ใช่ว่าต้องกลั่นสมุนไพรที่ละอย่างไม่ใช่เหรอ” มู่หลานตกตะลึง
“นังหนูเ้าจะไปรู้เื่อะไรการปรุงยาของนักปรุงยาแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน และสำหรับนักปรุงยาที่มีสมาธิและดวงจิตที่แข็งแกร่งไม่จำเป็ต้องแยกกลั่นสมุนไพรที่ละต้นหรอกมันเสียเวลาพวกเขาจะกลั่นสมุนไพรพร้อมๆกันได้” เสี่ยวจินกล่าว
“นังหนูงั้นเหรอเ้าอายุกี่ปีกัน” มู่หลานโกรธมากนางไม่คิดว่าหนูน้อยตัวหนึ่งจะเรียกว่านังหนู
“มากกว่าพวกเ้าคิด”เสี่ยวจินกล่าว
ฉางเฟิงไม่สนใจการทะเลาะของทั้งสองและควบคุมเปลวเพลิงอย่างชำนาญฉางเฟิงรู้สึกว่าเมื่อมีเปลวเพลิงของตัวเองการปรุงยานั้นกลับง่ายขึ้น ฉางเฟิงกลั่นสมุนไพรจนเป็ของเหลวในเวลาไม่นานจากนั้นก็ใช้โลหิตของตนเองหนึ่งหยดผสานเข้ากับของเหลวของสมุนไพร
“นายน้อยท่านไม่ควรทำแบบนี้”มู่หลินรู้ว่าโลหิตทุกหยดของฉางเฟิงนั้นล้ำค่ามากแค่ใหนและการที่ฉางเฟิงใช้โลหิตของตนเองปรุงยาแบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาอาการาเ็ทั้งหมดแต่มันจะทำให้พลังของนางก้าวหน้าด้วย
แต่ในฐานะคนที่มองฉางเฟิงเหมือนลูกหลานย่อมไม่หวังให้ฉางเฟิงทำแบบนี้ฉางเฟิงเพียงไม่หยุดลงและยังปรุงยาต่อไปหลังจากที่ของเหลวสมุนไพรผสานกันหมดแล้วฉางเฟิงก็ทำให้ของเหลวแข็งตัวทันที
“ออกมา!!!!”ฉางเฟิงเปิดผาเตาปรุงยา เม็ดยา 3เม็ดพุ่งออกมาอยู่บนฝ่ามือของฉางเฟิงทันที
“สุดยอดเม็ดยาระดับสุดยอดงั้นเหรอ” มู่หลานตกตะลึง
คุณภาพของเม็ดยานั้นจะมีการแบ่งระดับคือระดับต่ำ กลาง สูง และสุดยอด นักปรุงยาส่วนใหญ่น้อยมากที่จะปรุงยาได้ถึงระดับสุดยอดและระดับของเม็ดยานั้นมีการแบ่งคือ 1-9 ซึ่ง เม็ดยาที่ฉางเฟิงปรุงนั้นคือเม็ดยาระดับ2 ขั้นสุดยอด ซึ่งผลของมันเทียบได้กับเม็ดยาระดับ 3 ขั้นกลางเลยทีเดียว
“เ้าเป็นักปรุงยาระดับสองงั้นเหรอ”มู่หลานตื่นเต้น
“แน่นอนว่าไม่นายน้อยสามารถปรุงยาระดับ 6ได้แล้วเพียงแต่เพราะตอนนี้พลังปราณยังไม่พอไม่งั้นการปรุงยาระดับ 6ก็ไม่ยากเย็นอีกต่อไป” เสี่ยวจินกล่าว
“เ้านี่มันปากมากจริงๆ”เสี่ยวเฮ่ยอดที่จะรู้สึกรำคาญไม่ได้
“ระดับ6 มันจะเป็ไปได้อย่างไร” มู่หลานรู้สึกว่าสามัญสำนึกของตนเองมันค่อยๆถูกทำลายไปทีละน้อย
“เื่นั้นเ้าจะไปสนใจทำไมแม่นมกินนี่สิ” ฉางเฟิงมอบเม็ดยา 1 เม็ดให้กับมู่หลิน
มู่หลินซาบซึ้งจนน้ำตาใหลออกมาแต่นางก็ไม่อยากจะให้ความพยายามของฉางเฟิงสูญเปล่าจึงทานมันเข้าไป
“ฟู่!!!!!!!!!”
ไม่นานพลังชีวิตที่เสียหายและอาหาราเ็ทั้งหมดของมู่หลินก็หายไปในทันทีไม่เพียงแค่นั้นมู่หลินได้ทะลวงระดับจากระดับราชันขั้น 1 เข้าสู่ขั้น 2 ในทันที
“หญิงชราทำให้นายน้อยลำบากอีกแล้ว”มู่หลินคุกเข่าต่อหน้าฉางเฟิงทันที
“แม่นมอย่าทำแบบนี้ข้านั้นอย่างไรก็โตมาด้วยการเลี้ยงดูของท่านควรเป็ข้าสิที่ต้องตอบแทนบุญคุณท่านเอาละปัญหาของท่านคลี่คลายไปแล้วเื่หนึ่งและนี่คือจดหมายที่อาจารย์มอบให้กับข้าให้มาส่งมอบให้กับท่าน”
มู่หลินรับจดหมายมาก่อนจะเปิดอ่าน
“จากที่ข้ารู้มาดูเหมือนนิกายของเ้าจะประสบกับปัญหาที่ร้ายแรงซึ่งนั่นก็อยู่ในการคาดการของข้าอยู่แล้วในวันที่เ้ามาขอถามความเห็นเื่การปรับปรุงนิกายใหม่รวมถึงเปิดรับผู้ชายเข้ามาข้าก็พอจะเดาได้ว่าพวกคนโลภพวกนั้นย่อมแฝงตัวเข้ามา
และทักษะที่ข้ามอบให้กับนิกายของเ้าเองก็ไม่ธรรมดาพวกมันย่อมอยากจะได้แน่และสักวันหนึ่งเ้าก็อาจจะตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นข้าจะคิดแผนขึ้นมาได้ ในวันที่เด็กคนนั้นลงจากเขาข้าอขากจะให้เ้ามอบสถานะของนิกายให้กับเขาและให้เขาช่วยเหลือเ้าจนกว่านิกายบุปผาจะกลับมาเป็อันดับหนึ่งอีกครั้งเขาถึงจะสามารถเดินทางต่อได้
แม้ความคิดนี้จะออกดูเห็นแก่ตัวแต่ทำยังไงได้ละเขาอาศัยอยู่กับข้าบนเขามา16 ปี ตลอดชีวิตพบเจอกับคนเพียงแค่สองคนคือข้ากับเ้าดังนั้นเขาจึงยังไม่รู้จักความโหดร้ายของโลกนี้ดีข้าจะอยากจะให้เขาอยู่ที่นิกายของเ้าสักพักให้เขาได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่เขายังไม่เคยเจอให้เขาได้เจอกับความโหดร้ายของมนุษย์ว่ามันโหดร้ายแค่ใหนและถ้าเขาผ่านมันไปได้นั่นถือว่าเขาพร้อมอย่างแท้จริงจากซงเทียน”
เมื่อมู่หลินอ่านจบนางก็มองไปยังฉางเฟิงก่อนจะส่งจดหมายให้กับฉางเฟิงอ่านฉางเฟิงเองก็แปลกใจว่าทำไมต้องให้เขาอ่านแต่ฉางเฟิงก็นั่งอ่านแต่โดยดีเพราะในข้อความข้างในมีส่วนของฉางเฟิงอยู่ด้วยซึ่งส่วนนี้ซงเทียนเขียนให้กับฉางเฟิงโดยเฉพาะ
แจ้งให้ผู้อ่านการลงนิยายจะยังเหมือนเดิม ตอนฟรีจะสองตอน เก็บเงินจะตอนเดียว และในวันที่ 2-4ผมไม่อยู่ไปต่างจังหวัด เพราะงั้นงดนิยายนะครับ ปล.วันนี้ยังเหลืออีกตอน