ปรากฏว่าเมื่อหลายชั่วยามก่อน ขณะที่ดาบหนึ่งกำลังนำกลุ่มสมุนิญญาออกล่าทรัพยากรอยู่นั้น พวกเขาพบเจอความผิดปกติที่บึงน้ำใกล้ ๆ เข้าโดยบังเอิญ
พอส่งคนลงไปตรวจสอบพบว่ากลายเป็ทางน้ำใต้ดินอยู่ก้นบึง ข้างล่างนั่นเป็เหมือนโพรงถ้ำขนาดใหญ่ แต่ไม่ทันได้สำรวจให้ละเอียดมากไปกว่านี้
ฝูงคางคกทองคำเคราิญญาก็ปรากฏตัว เข้าโจมตีสมุนิญญาจนต้องล่าถอยกลับขึ้นมา
ทว่าไม่เพียงพวกเขาจะถูกขับไล่ให้พ้นสถานที่ดังกล่าวเท่านั้น คางคกเคราิญญายังพากันตามออกมาจากก้นบึง บุกล่าสังหารพวกเขาอย่างดุร้าย
ดาบหนึ่งกับกลุ่มสมุนที่เหลือ ต่างถูกฝูงคางคกเคราิญญาถล่มจนแตกกระเจิง กระทั่งนำไปสู่เหตุการณ์ที่ทั้งคู่ได้พบกันที่เพิ่งผ่านมา
แต่เหตุผลที่ทำให้ดาบหนึ่งอยากให้โจวเฉินเดินทางมาที่นี่ เป็เพราะดาบหนึ่งเกรงว่าจะถูกฆ่าตายก่อนได้แจ้งข่าวสำคัญแค่นั้น
ข่าวที่ว่าเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติ นั่นก็คือมีความเป็ไปได้ว่าอาจมีเถาองุ่นแาอยู่ในทางน้ำใต้ดิน
“แน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจผิด” โจวเฉินเน้นย้ำคำถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ดาบหนึ่งที่ได้ยินดังนั้นเอาแต่พยักหน้ายืนยันซ้ำ ๆ ก่อนจะนำผลองุ่นเรืองแสงสีครามขึ้นมาส่งให้
โจวเฉินก็ไม่รอช้ารับมาตรวจสอบ แล้วเปิดปากตามความคิดเห็น “เป็องุ่นแาจริง ๆ ข้างล่างก็น่าจะมีเถาองุ่นแาอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าใกล้ ๆ บริเวณนั้นมีสายแร่หยกิญญาครามไม่ผิดแน่”
องุ่นแาเป็ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่มีสรรพคุณบำรุงิญญา เถาองุ่นแามักเติบโตใกล้ ๆ สถานที่ที่มีสายแร่หยกิญญาครามปรากฏ
ส่วนหยกิญญาครามนั้น เหมาะนำมาทำประโยชน์ได้หลายรูปแบบอย่างเช่น สร้างเป็เครื่องราง นำไปทำเป็ฐานการก่อตัวรูปแบบขนาดใหญ่ หรืออื่น ๆ อีกมาก
แต่แน่นอนว่าวิธีการใช้งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คงหนีไม่พ้นการนำไปแกะเป็เครื่องรางป้องกันนั่นเอง
ในระหว่างนั้น โจวเฉินยังคงจมอยู่กับความคิดที่หาทางออกไม่ได้ เหมืองหยกิญญาครามกระตุ้นความโลภของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ด้วยความสามารถตอนนี้ เขาจะมีพลังเพียงพอเก็บของล้ำค่านั้นไว้ได้หรือไม่
นี่ต่างหากคือสิ่งที่ทำให้เขากังวล หากจัดการได้ไม่ดีจากโอกาสอาจกลายเป็ตรงกันข้าม หรือแม้แต่แปรเปลี่ยนเป็หายนะก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้
คนไม่ผิด ผิดที่หยก โจวเฉินย่อมเข้าใจคำพูดนี้ดี แถมนี่ไม่ใช่แค่ตรงตามความหมายเท่านั้น แต่มันคือหยกของจริงแล้วยังเป็หยกทั้งเหมืองอีกด้วย
หลังจมอยู่กับความคิดไตร่ตรองหาทางแก้ไขซ้ำไปซ้ำมาได้สักระยะ สมุนิญญาตัวใหม่อย่างคางคกเคราิญญาก็ถูกสร้างเสร็จพอดี
ในฐานะที่มันเคยอาศัยอยู่ทางน้ำใต้ดิน เขาจึงค้นหาความจริงจากคางคกเคราิญญาเพื่อความแน่ใจ
และในที่สุด เื่ที่เขาเรียนรู้มาไม่ได้คลาดเคลื่อนไปจากนี้เลย โพรงน้ำใต้ดินที่อยู่ก้นบึงมีเถาองุ่นแาอยู่จริง ๆ
ที่สำคัญไปกว่านั้น สายแร่หยกิญญาครามก็ได้รับการยืนยันจากผู้เคยอาศัยใกล้ ๆ แล้วว่า มีอยู่จริง ๆ ด้วย
แต่ทว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ เหมือนมีบางอย่างที่ทำให้เกิดการปะทุขึ้นมา กระทั่งนำไปสู่ความผิดปกติของบึงที่อยู่้า
เมื่อโจวเฉินทราบข้อเท็จจริงดังนั้นแล้ว เขาจึงไม่ชักช้านำสมุนิญญาทั้งสองเดินทางไปที่บึงโดยด่วน
ในเวลาเดียวกันก็หาทางจัดการกับคางคกเคราิญญา ที่อาจจะเฝ้าอยู่บริเวณรอบ ๆ และทบทวนหาทางออกในสิ่งที่ยังคิดไม่ตกไปพลาง ๆ
พอมีคางคกเคราิญญามาใช้เป็พาหนะ ความเร็วในการเดินทางเลยได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่
เหนือสิ่งอื่นใด คราวนี้เขาได้ถอนคำสาปิญญาออกจากดาบหนึ่ง ย้ายไปประทับใส่พาหนะสีทองตัวนี้อีกด้วย
การทำเช่นนั้น ได้ส่งผลให้พวกเขาไปถึงที่หมายรวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้เวลายืนบนหลังคางคกเคราิญญาต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก็เข้าใกล้บึงที่ว่านั่นแล้ว
ขณะเดียวกันโจวเฉินไม่รอช้า มองหาตำแหน่งเหมาะ ๆ ที่เว้นระยะห่างจากบึงเล็กน้อย ก่อนจะสั่งให้พาหนะ่ของเขาที่เคยมีสีทองไปจอดรอตรงบริเวณดังกล่าว
จากนั้นจึงปล่อยให้ดาบหนึ่งทำหน้าที่เป็เหยื่อล่อ แล้วนำสัตว์อสูรที่บึงน้ำกลับมาในจุดนัดพบ
“หากเป็คางคกตัวน้อยที่ยังอยู่ในระดับหนึ่งก็ให้พามาทีเดียวมาก ๆ แต่ถ้าเป็ตัวใหญ่ที่มีระดับสองจงนำมาแค่หนึ่งตัวก็พอ”
เมื่อดาบหนึ่งได้รับคำสั่งแล้ว ร่างในชุดคลุมดำของเขาพลันเคลื่อนที่เข้าหาบึงน้ำโดยไม่ลังเล
ไม่นานนัก ตัวล่อที่เพิ่งหายไปก็กลับมาพร้อมเงาร่างขนาดใหญ่กระโจนไล่ตาม
พอเพ่งสายตาตามระยะที่มองเห็น ชัดเจนเลยว่าตัวแรกที่หลงกลเข้ามาในกับดักคือสัตว์อสูรระดับสอง
ถ้าลองตัดสินจากรัศมีของคางคกเคราิญญาตัวนี้ นับว่าไม่เป็รองพาหนะของเขาก่อนที่จะกลายมาเป็สมุนิญญาแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน เมื่อพาหนะของเขาได้ผ่านการปรับปรุงจากคำสาปิญญา อาจกล่าวได้ว่ายามนี้ทั้งสองฝ่ายมีพลังต่างชั้นกันอย่างเทียบไม่ติด
“ใช้ลิ้นจัดการมัน” โจวเฉินออกคำสั่งให้คางคกเคราิญญาของเขาโจมตี โดยที่ระบุวิธีการเอาไว้อย่างชัดเจน
เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น แล้วปล่อยให้โจมตีด้วยวิธีอื่นจนิญญาถูกทำลาย นั่นมิใช่การกระทำที่สูญเปล่าหรอกหรือ
นี่อาจกลายเป็อีกครั้ง ที่เขาพลาดโอกาสเปลี่ยนศัตรูตัวนี้ให้มาเป็สมุนของตัวเอง จนนำไปสู่การสูญเสียโดยไม่จำเป็
ในชั่วขณะนั้นคางคกเคราิญญาใต้เท้าของเขา เปิดฉากยิงลิ้นใส่ตัวที่ไล่หลังดาบหนึ่งทันทีที่เข้ามาถึงระยะโจมตี
อีกฝ่ายตัวที่ตกเป็เป้าหมายหันขวับมองมาทางนี้ ด้วยความรู้สึกที่ััได้ถึงภัยอันตราย
แต่การเสริมพลัง 3 เท่าจากคำสาปิญญาไม่ใช่เื่ตลก ความเร็วในการโจมตีด้วยลิ้นครั้งนี้รวดเร็วปานสายฟ้า
ถึง้าจะหลบแต่ไม่ทันการ ลำตัวสีทองจึงถูกเล่นงานโดนลิ้นฉกใส่เข้าเต็ม ๆ
ทว่าด้วยคุณสมบัติพิเศษของสัตว์อสูรชนิดนี้ ต่อให้จะเป็ลิ้นที่ดุร้ายปรับปรุงเปลี่ยนเป็ลื่นไหล 3 เท่า ก็ไม่สามารถเจาะผ่านิัคางคกเคราิญญาได้
สิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวะสุดท้าย จึงกลายเป็การเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ในเมื่อการทะลวงไม่ได้ผลเลยรัดร่างด้วยลิ้น จนแม้อยากจะขยับหรืออ้าปากก็ทำได้ยาก
จังหวะนี้เลยกลายเป็การดักจับเป้าหมาย โดยเปิดโอกาสให้ฝ่ายเดียวกันได้ลงมือแทน
“หนังเหนียวดีจริง ๆ” โจวเฉินบ่นพึมพำกับตัวเองพอเห็นภาพนี้ ในมือพลันปรากฏกระบี่ออกมาเตรียมพร้อม
ทันทีที่ร่างคางคกสีทองถูกลากเข้ามาด้วยลิ้นของอดีตเผ่าพันธุ์เดียวกัน โจวเฉินฉวยโอกาสนี้พุ่งสวนเล็งปลายกระบี่ไปที่จุดอ่อนของศัตรู
ในจังหวะนั้น ร่างที่อยู่ไม่ไกลก็เปลี่ยนการเคลื่อนไหว หันไปฟาดดาบใส่ดวงตาคางคกด้วยแรงอันป่าเถื่อน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อมาไม่มีทางเป็อื่นไปได้ เป้าหมายอย่างคางคกเคราิญญาตัวนั้น ถูกฟันด้วยดาบเศษดวงตาส่วนหนึ่งหลุดออกมาเืสาดกระเซ็น
หากแต่ยังไม่ทันที่มันจะได้ครางอย่างเ็ป ลูกตาอีกข้างก็โดนกระบี่แทงทะลุจมลึกเข้าไปถึงสมอง
แน่นอนว่าด้วยการออกกระบี่นี้ของโจวเฉิน ได้กลายเป็การส่งสัตว์อสูรสีทองไปสู่ความตาย
จากนั้นเขาจึงสั่งให้ลิ้นที่รัดแน่นคลายร่างสีทองออกมา แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการเพิ่มสมาชิกใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็การสร้างสมุนิญญาเหมือนก่อนหน้านี้
ถัดมากลุ่มของเขาก็เพิ่มจำนวนเป็สี่ กลอุบายเดิม ๆ ก็ยิ่งราบรื่นแทบไม่พบอุปสรรคอีกเลย
ในครั้งที่สองยังคงเป็ดาบหนึ่งที่ล่อคางคกเคราิญญามาอีกครั้ง คราวนี้เป็กลุ่มคางคกตัวเล็ก ๆ ที่อยู่แค่ระดับหนึ่ง
ทั้งสี่จึงใช้เวลาเพียงไม่นานในการจัดการทั้งหมด หลังดูแลเ้าสัตว์อสูรพวกนี้จนได้สมาชิกเพิ่มมาอีกเป็ 10 ตัวแล้ว
ครั้งที่สามจะทำอะไรก็ยิ่งง่ายขึ้น โดยรอบนี้พวกเขาได้สมาชิกที่เป็ระดับสองเพิ่มมาอีกตัว
อย่างไรก็ตาม แผนการที่ดูธรรมดายังคงดำเนินต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยข้อจำกัดด้านสติปัญญาคางคกฝูงนั้นไม่ได้เอะใจเลย
และในที่สุด โจวเฉินก็ทำการกวาดล้างคางคกเคราิญญาที่อยู่รอบ ๆ บึงได้สำเร็จ
บทสรุปกระทั่งศัตรูตัวสุดท้ายล้มลงที่บึงน้ำดังกล่าว คราวนี้เขาได้รับสมุนิญญาที่เป็คางคกเคราิญญาระดับสองมาถึง 10 ตัว
และระดับหนึ่งอีก 37 ตัว ทำให้เขามีสมุนิญญาทั้งหมด 50 ตัวเต็มอัตรา
แน่นอนหากมีโอกาสได้พบสมุนตัวที่ดีกว่านี้ คางคกเคราิญญาระดับหนึ่งย่อมต้องถูกกำจัด เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีกว่า
แล้วถ้าก่อนกลับไปยังหาสมุนใหม่ไม่ได้ เขาก็คิดจะกำจัดตัวที่มีระดับหนึ่งออกไปให้หมด
เพราะไม่ว่าอย่างไรในมุมมองเขา สมุนิญญาที่เป็เผ่ามนุษย์เหมาะสมนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างกว่ามาก
โดยเฉพาะการเข้าไปทำสิ่งต่าง ๆ ภายในเมือง ไม่ว่ามองมุมไหนในฐานะผู้ฝึกฝนที่เป็มนุษย์ ยังคงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“เ้าตัวเล็กทั้งสามตรงนั้นลงไปก่อน” โจวเฉินออกคำสั่งชี้ไปที่ลูกคางคกขนาดเท่าสุนัข หลังสังเกตการณ์อยู่ริมบึงได้สักระยะ