บานประตูเหล็กมหึมาของเรือนจำจงซานเลื่อนเปิดออกช้าๆ ส่งเสียงครืดคราดที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท เฉินเฟิง ก้าวเท้าออกมาสู่โลกภายนอกเป็ครั้งแรกในรอบสิบปี แสงแดดจ้าทำให้เขาต้องหยีตา มือที่หยาบกร้านกระชับถุงผ้าใบเล็กๆ ซึ่งมีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ และ "เหรียญนำโชค" ที่อาจารย์กู่มอบให้ก่อนท่านจะจากไปในคุกเมื่อปีก่อน
"จงจำไว้... วิชาที่คุณมีเปรียบเสมือนดาบสองคม อย่าชักมันออกมาถ้าไม่จำเป็" เสียงคำสอนของอาจารย์ยังคงดังก้อง
เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอเสียรถยนต์และฝุ่นควันในเมืองดูแปลกไปจากที่เขาจำได้ เขาไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีเงินติดตัวมากนัก สิ่งเดียวที่เขามีคือที่อยู่เดิมของครอบครัวที่เขาเขียนลงบนเศษกระดาษ
เขาใช้เวลาเดินเท้าและต่อรถประจำทางอยู่นานจนมาถึงย่านที่พักอาศัยกึ่งสลัม บ้านหลังเดิมที่เขาเคยทำลายชีวิตพ่อยังคงอยู่ที่นั่น แต่มันดูทรุดโทรมกว่าเดิมมาก
"คุณ... คุณเฟิง?"
เสียงสั่นเครือดังมาจากหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนซักผ้าอยู่หน้าบ้าน หลินชิง ดูแก่ลงไปมาก ผมของเธอมีหญ้าแพรกสีขาวแซมอยู่ และดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะพรรณนา
"ชิง... ผมกลับมาแล้ว" เฉินเฟิงเอ่ยคำที่เขาซ้อมพูดมานับหมื่นครั้งในคุก
หลินชิงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะปล่อยผ้าในมือลงถังน้ำ เธอไม่ได้วิ่งเข้ามากอด แต่กลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว "คุณกลับมาทำไมตอนนี้... ในวันที่ทุกอย่างมันกำลังจะพังลงอีกครั้ง"
"มันเกิดอะไรขึ้น? เฉินไห่อยู่ไหน?" หัวใจของเฉินเฟิงบีบคั้น
หลินชิงร้องไห้ออกมาอย่างไร้เสียง เธอยื่นจดหมายทวงหนี้ฉบับหนึ่งให้เขาดู มันไม่ใช่จดหมายจากธนาคาร แต่เป็กระดาษแผ่นเล็กที่มีตราประทับรูปัสีเขียว... ตราประทับของบ่อน "ัเขียว" ที่เขาคุ้นเคยดี
เฉินเฟิงรีบบึ่งไปยังย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่นั่นแสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องปกปิดความโสมมเื้ั เขาเดินเข้าไปในตึกแถวที่ดูธรรมดา แต่เมื่อผ่านประตูนิรภัยเข้าไป กลิ่นควันบุหรี่และเสียงกระทบของลูกเต๋าก็พุ่งเข้าใส่หน้าเขาเหมือนฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอน
ที่กลางวงพนันไพ่โป๊กเกอร์ วัยรุ่นชายคนหนึ่งกำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความละโมบและตระหนก มือของเขาสั่นเทาขณะจับไพ่ห้าใบในมือ
"ตาม! อีกห้าหมื่นหยวน!"
"ไห่! หยุดเดี๋ยวนี้!" เฉินเฟิงะโก้อง เสียงของเขาคุมโทนจนคนทั้งบ่อนหันมามอง
เฉินไห่ ชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นมองชายแปลกหน้าที่ดูคุ้นตาในชุดเสื้อเชิ้ตสีซีด ความใฉายผ่านดวงตาเพียงครู่เดียว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเ็าและความโกรธแค้น
"คุณมาทำไม? ใครให้คุณมาที่นี่!" เฉินไห่ตะคอกใส่พ่อแท้ๆ "กลับไปเข้าคุกของคุณซะ อย่ามาวุ่นวายกับชีวิตผม!"
"กลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้ เฉินไห่ ลูกกำลังเดินลงนรก" เฉินเฟิงเดินเข้าไปใกล้ แต่กลับถูกชายฉกรรจ์สองคนขวางไว้
"เฮ้ย ลุง! อย่ามาเกะกะคนจะรวย" เหมยลี่ หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่นั่งข้างเฉินไห่เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอาบยาพิษ "อาไห่เขากำลังมือขึ้น อีกตาเดียวเขาก็จะล้างหนี้ทั้งหมดได้แล้ว... จริงไหมจ๊ะอาไห่?"
เหมยลี่ลูบไหล่เด็กหนุ่มอย่างแ่เบา เฉินเฟิงมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้คือ "นกต่อ" ที่ถูกส่งมาล่อลวงลูกชายของเขาโดยเฉพาะ
"มันเป็กับดัก! ไห่ ฟังพ่อนะ ไพ่ในมือคุณน่ะ..."
"หุบปาก!" เฉินไห่ลุกขึ้นยืนถีบเก้าอี้จนล้ม "คุณมีสิทธิ์อะไรมาสอนผม? คุณมันก็แค่ฆาตกรที่ฆ่าปู่! คุณมันก็แค่ผีพนันที่ทำลายบ้านเรา! ผมที่ต้องมาลำบากหาเงินก็เพราะคุณไม่ใช่เหรอ!"
คำพูดของลูกชายเหมือนมีดที่กรีดหัวใจเฉินเฟิงจนขาดวิ่น เขาเห็นภาพซ้อนของตัวเองเมื่อสิบปีก่อนในตัวของเฉินไห่... ความดื้อรั้น ความโลภ และความโง่เขลา
"ไพ่ในมือเด็กนั่นคือฟูลเฮาส์ (Full House)..." เ้ามือฝั่งตรงข้ามหัวเราะหึๆ "ส่วนในมือฉันคือสเตรทฟลัช (Straight Flush)... เสียใจด้วยนะหนุ่มน้อย แกติดหนี้บ่อนเราเพิ่มเป็ห้าแสนหยวนแล้ว"
เ้ามือหงายไพ่ขึ้น เฉินไห่หน้าซีดเผือดล้มลงไปนั่งกับพื้น ร่างกายสั่นสะท้านเหมือนโลกพังทลายลงตรงหน้า
"ไม่มีเงินจ่ายงั้นเหรอ?" เ้ามือส่งสัญญาณให้ลูกน้อง "งั้นเอามันไปที่ห้องหลังบ่อน ตัดนิ้วมันทิ้งเป็ดอกเบี้ยก่อนแล้วกัน!"
"หยุด!" เฉินเฟิงะโออกมา ประสาทััของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด เขาได้ยินเสียงหัวใจของเ้ามือที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย และเห็นความผิดปกติที่ปลายนิ้วกลางของอีกฝ่ายที่ขยับไพ่เมื่อครู่
"ฉันจะเดิมพันแทนลูกชายฉันเอง" เฉินเฟิงก้าวออกมาข้างหน้า แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันนิ่งสงบและน่าเกรงขามจนเ้ามือถึงกับขมวดคิ้ว
"คุณมีเงินเหรอ?" เหมยลี่ถามอย่างดูแคลน
เฉินเฟิงหยิบเหรียญนำโชคเก่าๆ ออกมาวางบนโต๊ะ "ฉันไม่มีเงิน... แต่ถ้าฉันแพ้ ฉันจะยกชีวิตนี้ให้พวกคุณ จะเอาอวัยวะส่วนไหนก็ได้ไปขาย แต่ถ้าฉันชนะ... หนี้ทั้งหมดของลูกชายฉันต้องเป็ศูนย์!"
เ้ามือมองเหรียญแล้วหัวเราะ "ชีวิตคนขี้คุกมีค่าแค่นั้นเหรอ? แต่ก็ได้... ฉันชอบดูบทดราม่าพ่อลูกล้างหนี้เื มาเริ่มกันเลย!"
เฉินไห่มองแผ่นหลังของพ่อด้วยความรู้สึกสับสน ทั้งเกลียดชัง ทั้งขยะแขยง แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายที่เขาเรียกว่า "ไอ้ขี้คุก" มาตลอดสิบปี