ตอน รีดความลับ
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนอย่างสดใส แสงทองอ่อนๆ สาดส่องกระทบยอดภูผาที่ปกคลุมด้วยหิมะให้ระยิบระยับ นกน้อยใหญ่ต่างบินออกจากรัง ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วออกหากิน
ตามกิ่งไม้ กระรอกตัวจิ๋ววิ่งไต่ไปตามลำต้นอย่างคล่องแคล่ว อากาศยังคงเย็นสบายแต่ก็บริสุทธิ์สดชื่น ชาวบ้านต่างพากันเดินทางออกจากกำแพงเมืองที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ เพื่อเข้าป่าเก็บของป่าและล่าสัตว์ตามวิถีชีวิตประจำวันของพวกเขา
ภายในปราสาท ความกระตือรือร้นและเร่งรีบเข้าปกคลุมทุกย่างก้าว ท่านมิวะ เ้าเมืองผู้ทรงอำนาจและน่าเกรงขาม สวมชุดทำงานที่ทะมัดทะแมง ยืนคุมการหล่อเหล็กสร้างปืนใหญ่อย่างใกล้ชิด เสียงค้อนกระทบเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว คนงานทาสชายหลายร้อยคนขะมักเขม้นกับการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาต้องเร่งสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันรับมือกับภัยาที่อาจเกิดขึ้นทุกเวลา
ท่านมิวะมองดูการทำงานของลูกน้องด้วยสายตาที่มุ่งมั่น แววตาของท่านเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะปกป้องเมืองและประชาชนของท่านจากข้าศึกที่จ้องจะเข้ามารุกราน
ณ อีกมุมหนึ่งของลานกว้างในปราสาท ท่านหญิง อุอินะ สวมชุดคลุมผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา กำลังนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เธอสอนทาสหญิงหลายสิบคนให้ตัดเย็บเกราะอ่อนจากหนังสัตว์อย่างพิถีพิถัน
เกราะเหล่านี้จะถูกใช้สำหรับทหารใหม่ที่ท่านมิวะกำลังจะคัดเลือก ซึ่งทาสที่แข็งแรงและชาวบ้านทุกคนที่อายุเกินสิบแปดปีสามารถมาสมัครคัดเลือกเป็ทหารได้ทั้งชายและหญิง หากผ่านการคัดเลือกก็จะได้รับการแต่งตั้งเป็ทหาร ได้รับอาวุธ เกราะ และมีเงินเดือนก้นถุงเป็ค่าตอบแทน
ท่านหญิง อุอินะ อธิบายวิธีการตัดเย็บและประกอบเกราะอย่างใจเย็น มือเรียวสวยของเธอสาธิตการจับเข็มและดึงเส้นด้ายอย่างคล่องแคล่ว ทาสหญิงทุกคนต่างตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างขยันขันแข็งด้วยความหวังว่าตนเองหรือคนในครอบครัวจะได้เป็ส่วนหนึ่งของกองทัพที่จะปกป้องเมือง
แสงแดดยามสายสาดส่องลงมายังลานกว้างในปราสาท บรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเร่งรีบ แต่แล้ว ความผิดปกติบางอย่างก็เริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ขณะที่ท่านหญิง อุอินะ กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับการสอนทาสหญิงตัดเย็บเกราะ เธอรู้สึกถึงสายตาบางอย่างที่จ้องมองมา เธอเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ มองไปรอบๆ
ไม่มีใครผิดสังเกต ทุกคนยังคงทำงานกันตามปกติ
แต่แล้ว สายตาของท่านหญิง อุอินะ ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่บนหลังคากำแพงปราสาทที่ยังสร้างไม่เสร็จ ร่างนั้นผอมเพรียว แต่งกายด้วยชุดสีดำสนิท กลมกลืนไปกับเงามืดของกำแพง
หัวใจของท่านหญิง อุอินะ เต้นแรงขึ้นอย่างกะทันหัน เธอรู้ดีว่านั่นไม่ใช่ทหารหรือคนงานของปราสาท
ในวินาทีต่อมา ร่างนั้นก็ะโลงมาจากกำแพงอย่างรวดเร็วและไร้เสียง เขาเป็ชายฉกรรจ์ แต่งกายด้วยชุดสีดำมิดชิด ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีดำ เหลือเพียงดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความมุ่งร้าย
ชายฉกรรจ์คนนั้นพุ่งตรงเข้ามาหาท่านหญิง อุอินะ อย่างรวดเร็ว มือของเขากำมีดสั้นเล่มหนึ่งที่ส่องประกายวาววับ มันมาจากดินแดนของขุนศึกสามพ่อลูกอย่างแน่นอน เขาถูกว่าจ้างมาเพื่อสังหารท่านหญิงผู้เป็ดั่งเทพธิดาของชาวเมือง
ท่านหญิง อุอินะ มีสติ เธอไม่ได้กรีดร้องอย่างที่นักฆ่าคาดคิด แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด เธอรีบยกเกราะอ่อนจากหนังสัตว์ที่กำลังเย็บอยู่ในมือขึ้นรับคมมีดสั้น เสียงมีดกระทบกับหนังสัตว์ดัง ฉึก! คมมีดบาดผ่านเนื้อเกราะเข้ามาเล็กน้อย สร้างรอยกรีดบนแขนของท่านหญิง อุอินะ
นักฆ่าไม่ลดละ มันยังคงจู่โจมอย่างต่อเนื่อง มีดในมือวาดวนหมายปลิดชีพท่านหญิง อุอินะ ทาสหญิงที่กำลังนั่งเย็บเกราะอยู่ใกล้ๆ ลุกขึ้นด้วยความใ พวกนางทุกคนกรีดร้องะโขอความช่วยเหลือให้ท่านหญิงที่กำลังกึ่งรับกึ่งถอยหนีการจู่โจมของนักฆ่า
เสียงกรีดร้องของทาสหญิงทำให้ทหารที่กำลังควบคุมการหล่อเหล็กอยู่ด้านในปราสาทหันมามอง พวกเขารีบวิ่งเข้ามายังลานกว้าง แต่ระยะทางยังไกลเกินกว่าจะเข้าถึงตัวนักฆ่าได้ทัน
นักฆ่ากระโจนเข้าประชิดหวังจะแทงมีดปลิดชีพท่านหญิง อุอินะ ในพริบตา ท่านหญิง อุอินะ พยายามหลบหลีกสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถหลบพ้นคมมีดที่พุ่งตรงมาได้
ทันใดนั้นเอง ร่างเล็กๆ ของสตรีวัยเยาว์นางหนึ่งที่กำลังนั่งเย็บเกราะอยู่ข้างๆ ก็พุ่งเข้ามา เธอหันหลังรับมีดสั้นแทนท่านหญิง อุอินะ เสียงมีดปักลงกลางหลังดัง "ฉึก!" สตรีวัยเยาว์นางนั้นกอดท่านหญิง อุอินะ ไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดขาวด้วยความเ็ป
ทหารที่วิ่งมาถึงพอดี พวกเขาเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็ตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรีบระดมยิงธนูใส่นักฆ่าอย่างรวดเร็ว ลูกธนูหลายดอกปักเข้ากลางลำตัวนักฆ่าอย่างจัง มันร้องครางด้วยความเ็ป แล้วล้มลงไปนอนไร้สติ หน้าฟุบกับพื้นดินที่ยังคงปกคลุมไปด้วยหิมะ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของท่านมิวะดังสนั่นลั่นลานกว้าง เขามาถึงจุดเกิดเหตุด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ร่างของนักฆ่าที่นอนจมกองหิมะอยู่ตรงหน้า ท่านมิวะชักดาบยาวจากฝัก เตรียมจะเงื้อฟันลงไปตัดหัวมันให้ขาดออกจากบ่า
"ท่านพี่! หยุดก่อนเพคะ!" ท่านหญิง อุอินะ ร้องห้ามเสียงดัง เธอรีบพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของสามีไว้แน่น "อย่าเพิ่งฆ่ามันเลยเพคะ เราต้องรีดความลับจากมันก่อน"
ท่านมิวะชะงัก ดาบในมือของเขายังคงสั่นระริกด้วยความโกรธ "มันสมควรตาย! กล้าดียังไงมาทำร้ายเ้า!"
"อุอินะเข้าใจเพคะ แต่เราต้องรู้ว่าใครอยู่เื้ัเื่นี้" ท่านหญิง อุอินะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่านมิวะมองหน้าภรรยาครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เก็บดาบเข้าฝัก
"หามมันไปในคุก!" ท่านมิวะออกคำสั่งเสียงก้อง เหล่าทหารที่ยืนล้อมอยู่รีบเข้ามาหามร่างของนักฆ่าที่ยังคงหายใจรวยรินออกไปทันที
ท่านหญิง อุอินะ รีบหันกลับมาประคองร่างของสตรีวัยเยาว์ผู้กล้าหาญที่ถูกมีดปักกลางหลัง เธอพาเด็กสาวเข้าห้องนอนใหญ่ของตนเองอย่างทะนุถนอม บรรยากาศในห้องอบอุ่นและปลอดภัย ท่านหญิง อุอินะ ลงมือทำแผลให้เด็กสาวด้วยตัวเองอย่างละเอียดอ่อน ใช้ยาสมานแผลชั้นดีจากสมุนไพรที่เธอเก็บมา และยังให้ยาบำรุงอีกหลายขนาน เด็กสาวมองท่านหญิงด้วยแววตาซาบซึ้งใจ
ท่านหญิง อุอินะ นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงจนกระทั่งมั่นใจว่าทาสหญิงปลอดภัยดีแล้ว อาการของเธอน่าจะพ้นขีดอันตราย เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินออกไปหาท่านมิวะ
"ท่านพี่เพคะ พาอุอินะไปที่คุกใต้ดินได้ไหมเพคะ" ท่านหญิง อุอินะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ท่านมิวะพยักหน้า เขารู้ดีว่าภรรยาของเขามีความมุ่งมั่นเพียงใด ท่านนำทางท่านหญิง อุอินะ เดินลงไปยังคุกใต้ดินของปราสาท
เส้นทางลงไปยังคุกใต้ดินค่อนข้างมืดและชื้นแฉะ แสงไฟจากคบเพลิงที่ถืออยู่ส่องสว่างเพียงเล็กน้อยพอให้เห็นทางเดิน ผนังหินเย็นเฉียบเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเืจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดัง "ติ๋งๆ" เป็ระยะๆ บรรยากาศวังเวงและน่าขนลุก
เมื่อเดินลงมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของคุก พวกเขาก็พบกับห้องขังเดี่ยวที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับนักฆ่า แสงสลัวๆ จากคบเพลิงที่ปักอยู่หน้าห้องทำให้เห็นภายในห้องขังได้อย่างเลือนราง
นักฆ่าถูกจับแก้ผ้า ร่างกายของเขาเปลือยเปล่า ถูกล่ามโซ่ทั้งแขนและขา ขึงพืดติดอยู่กับพื้นหินแข็งๆ ในห้องขัง ใบหน้าของเขาฟุบอยู่กับพื้น หอบหายใจอย่างแ่เบา ร่างกายเต็มไปด้วยาแจากการถูกธนูยิงและถูกลากเข้ามา เสียงโซ่กระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งเบาๆ ยามที่เขากระตุกตัวเล็กน้อย
ท่านหญิง อุอินะ ยืนอยู่เบื้องหน้านักฆ่าที่ถูกขึงพืดอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าเรียวสวยของเธอดูเ็าและเด็ดเดี่ยว แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบดวงตาคมกริบของเธอให้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น
"บอกมา! ใครคือหัวหน้าของเ้า! ใครคือผู้ว่าจ้าง! และมีกำลังเสริมซ่อนอยู่หรือไม่!" ท่านหญิงสั่งเสียงกร้าว มือเรียวคว้าแส้หนังที่เตรียมไว้ขึ้นมา ฟาดลงบนร่างเปลือยเปล่าของนักฆ่า "เพี๊ยะ!" เสียงแส้กระทบเนื้อดังสนั่น
นักฆ่ากรีดร้องด้วยความเ็ป ร่างกายของเขากระตุกเกร็ง "อ๊า! เจ็บ! ข้าไม่บอก!" เขาะโตอบด้วยเสียงแหบแห้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้
ท่านหญิง อุอินะ ฟาดแส้ลงไปอีกครั้ง "เพี๊ยะ!" "บอกมา! หรือเ้าอยากจะทรมานจนตาย!"
นักฆ่ากัดฟันแน่น เืซึมออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก เขาจ้องมองท่านหญิงด้วยแววตาที่ท้าทาย "ฆ่าข้าเลยสิ"
ท่านหญิง อุอินะ มองนักฆ่าด้วยแววตาที่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านมิวะ สามีรักที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ท่านมิวะพยักหน้าให้ดั่งรู้ใจภรรยา
"ตามใจเ้าเถิด" ท่านเ้าเมืองกล่าวเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะสั่งทหารที่เฝ้าในคุกใต้ดินออกไปทั้งหมด "พวกเ้าออกไปให้หมด!"
เมื่อทหารออกไปจากคุกจนหมดแล้ว ท่านหญิง อุอินะ ก็ค่อยๆ ถอดชุดคลุมของตนเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างเพรียวขาวอรชรที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง
นักฆ่าที่นอนอยู่บนพื้นถึงกับตาค้างโต แสงจากคบเพลิงส่องกระทบผิวกายของเธอให้ดูเรืองรอง แท่งเอ็นของเขาก็ผงาดขึ้นในทันใด ทั้งๆ ที่ร่างกายกำลังบอบช้ำและอ่อนแรง
ท่านหญิง อุอินะ ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เธอค่อยๆ เคลื่อนไหวร่างกาย รำยั่วยวนไปมาอย่างช้าๆ ทั่วทั้งเรือนร่างที่เปลือยเปล่า ราวกับเทพธิดากำลังเต้นรำในแสงจันทร์ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างศีรษะของนักฆ่า แล้วเอื้อมมือเรียวขาวของเธอออกไป กำลูบปลายหัวแท่งเอ็นที่บานแดงของนักฆ่าอย่างแ่เบา
"อืม! โอยยย!" นักฆ่าร้องครวญครางออกมาด้วยความเ็ประคนความเสียวซ่าน น้ำใสไหลปริออกมาจากปากรูลำของเขาอย่างห้ามไม่อยู่
"ว่ายังไง เ้าไม่อยากจะมีความสุขก่อนตายหรือ?" ท่านหญิง อุอินะ ถามด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวน ดวงตาของเธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนักฆ่า ขณะที่กำบีบแท่งเอ็นร้อนๆ ที่สั่นสู้มือน้อยๆ ของเธอ
นักฆ่ามองท่านหญิง อุอินะ ด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ความรู้สึกเสียวซ่านที่ถาโถมเข้ามาปนเปกับความเ็ป ทำให้เขาทรมานจนแทบจะทนไม่ไหว ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ต่อความปรารถนา
"ข้า ข้ายอมบอก ข้าทำงานรับค่าจ้างคนเดียว เ้าผู้ครองแคว้นประจิมเป็คนจ้างข้ามา ไม่มีหัวหน้าและไม่มีกำลังเสริมซ่อนตัวอยู่อีกขอรับ"
นักฆ่าตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
จู่ๆ ท่านหญิง อุอินะ ก็ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกลางหว่างขาของนักฆ่าผู้ถูกตรึงอยู่กับพื้น แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าเรียวสวยของเธอที่แดงระเรื่อ
ท่านหญิงก้มตัวลงต่ำ แล้วแลบลิ้นสีชมพูตวัดเลียปลายลำแท่งเอ็นที่บานใหญ่ของนักฆ่าอย่างแ่เบา ลิ้นร้อนชื้นของเธอตวัดเลียชิมน้ำใสที่ไหลซึมออกมาจากแท่งยาวของชาวต่างถิ่นอย่างละเมียดละไม
ท่านมิวะที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ถึงกับกำหมัดแน่นจนหน้าสั่น ความรู้สึกโกรธผุดขึ้นในใจ ท่านไม่เข้าใจการกระทำของภรรยาเลยแม้แต่น้อย แต่ท่านก็ไม่คิดที่จะทำร้ายภรรยาอันเป็ที่รัก ไม่ปริปากด่าหรือห้ามปรามใดๆ ทั้งสิ้น
ท่านมองเมียรักกำลังคาบหัวดอกเห็ดของนักฆ่าแล้วดูดจนแก้มป่อง มันทำให้ท่านทั้งมีอารมณ์ปรารถนาและโมโหจนเืในกายเดือดพล่าน
"เ้าจะว่ายังไง ถ้าข้าจ้างเ้ากลับไปฆ่าเ้าแคว้นประจิมด้วยสิ่งนี้"
ท่านหญิง อุอินะ เอ่ยด้วยเสียงที่แ่เบาแต่หนักแน่น พลางโยกหน้าขึ้นลง อรั่ก! ๆ ๆ เธออมดูดแท่งเอ็นของนักฆ่าเกือบมิดด้ามอย่างเร่าร้อน
"โอย! ซี๊ด! โอยยย!" นักฆ่าร้องลั่นคุก เสียงดังยิ่งกว่าตอนโดนแส้เสียอีก ร่างกายของเขาสั่นเทาไปหมด ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นแปล๊บไปทั่วร่าง
ทว่าเมื่อนักฆ่าใกล้จะถึงจุดหมาย ท่านหญิง อุอินะ กลับหยุดอมแล้วลุกนั่งยองๆ ช้าๆ เธออ้าขากว้างคร่อมแท่งเอ็นยาวโง้งที่ยังคงตั้งตระหง่านชี้เพดานห้องขัง
"แล้วถ้าข้าจ้างเ้าด้วยสิ่งนี้ล่ะ เ้าจะว่ายังไง แค่ตัดหัวคนคนเดียวเอง"
ท่านหญิง ฃเอ่ยขณะกำปลายลำร้อนๆ ของนักฆ่าถูวนไปมากับปากร่องสาวของเธออย่างแ่เบา จนกลีบเนื้ออ่อนนุ่มของเธอแยกอ้า
"โอย! ข้ายอมๆ ข้ายอมทำ!" นักฆ่าร้องตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปด้วยเืหนุ่มที่ฉีดพล่าน