ตึก!! ตึก!! ตึก!! ในคืนฝนตก ณ ซ้อยเปลี่ยวๆ แถวชานเมือง
"เห้ยมันไปไหนแล้วว่ะ!! มันต้องอยู่แถวนี้แน่ ไป!! ค้นให้ทั่ว เจอแล้วยิงได้เลย!" ชายวัยกลางคนมีหนวดเครารุงรัง ใบหน้าโเี้ มีรอยบากที่แก้มซ้ายไปถึงหู บอกถึงการผ่านการสู้รบมาอย่างโชคโชน มือซ้ายถือปืนสั้นอยู่ในมือ ถ้าดูดีๆจะเห็นเืที่ไหลลงมาจากแขนซ้าย
ตึก ตึก
"หัวหน้าครับเรายังหามันไม่เจอครับ แต่เห็นคราบเืทิ้งไว้ที่ตึกด้านหน้าครับ" ลูกน้องของชายคนนั้นวิ่งมาอย่างเร่งรีบ
"ดี บอกทุกคนให้ไปทางนั้น หาให้เจอก่อนเช้าไม่งั้นถึงเช้าเมื่อไรที่นี้จะมีตำรวจมาตรวจสอบเวลานั้นเราแย่แน่" ชายวัยกลางคนเริ่มขมวดคิ้ว และเอามือขวากดาแที่แขนซ้ายไว้
"หัวหน้าครับ ผมว่าท่านรีบไปโรงพยาบาลเถอะครับ ไม่งั้นท่านจะเสียเืไปมากกว่านี้น่ะครับ"ลูกน้องทำท่าทีล้นลานไม่กล้าแตะตัวหัวหน้า
"ไม่ต้อง!! ไปบอกพวกมันซ่ะให้หาเจอเร็วที่สุด ใครฆ่ามันได้ลอสจะให้รางวัลอย่างงาม แตุ่้าเราปล่อยมันรอดไปได้ล่ะก็ งานนี้มีแต่ตายอย่างเดียวเท่านั้น!! เร็ว
รีบไปซ่ะ"
"ครับหัวหน้า ผมจะรีบไปเดี่ยวนี้" เมื่อฟังคำพูดของหัวหน้าแล้วลูน้องถึงกับสดุ้งแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
ตัดมาอีกด้านหนึ่ง บนตึกร้างที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จมีชายวัย30ต้นๆ นั่งผิ่งกำแพงอยู่ด้วยท่าอิดโรย
ฮา ฮือ ฮา ฮือ (เสียงหายใจแรงๆ)
"กรอด!! บัดซบ พวกนั้นทำกับฉันจนได้ อุสามาหลบในที่แบบนี้แท้ๆ ยังตามมาจนได้ " ชายคนนั้นเอามือซ้ายที่กดท้องตัวเองอยู่ออกมาเจอกับมือที่เปื้อนไปด้วยเื ปากที่แห้งกรังสั่นระรั่ว
"ฮือ ฮือ ฮือ ฉันคงมาได้เท่านี้แล้วสิน่ะ ขอโทษน่ะครับแม่ ผมไม่สามารถทำตามที่แม่ขอไว้ได้" ชายคนนั้นหลับตาแล้วรำลึกถึงคำที่แม่ของตนได้ขอไว้ก่อนตาย
" เย่เออร์....ฟังเเม่น่ะลูก ลูกจงอย่าคิดแก้แค้นตระกูลฉิงเป็อันขาด จงไปซ่อนตัวซ่ะ อย่าได้คิดแก้แค้นจำไว้......" หญิงชราหมดลมหายใจในวินาทีถัดมา
" แม่!!! แม่!!! แมื่ครับฮือ~~ แม่" ชายหนุ่มนั่งจับมือแม่ของเจาแล้วร้องไห้พร้อมน้ำตา
กลับมาปัจจุบันชายคนนั้นลืมขึ้น
" ตระกูลฉิงถ้าชีวตหน้ามีจริงฉัน ฉิงเย่คนนี้จะทำให้พวกแกไม่ได้ตายดี!!"
แสงสีขาวเป็เส้นสายบินลงมาที่จุดชายหนุ่มตามด้วยเสียง
เปรี้ยงๆ เสียงฟ้าผ่าลงมาที่จุดที่ชายหนุ่มยืน จนเกิดแสงสีขาวสว่างจ๋าแสบตาไปทั่วบริเวณ
"อ้ากกกกกกกกกก" ชายหนุ่มกรีดร้องด้วยความเ็ปอย่างรุนแรง
"ตรงนั้นไปเร็ว บอกทุกคนให้ไปที่ตกนั้น!! " ชายวัยกลางคนสั่งลูกน้องไปทางตึกที่ชายหนุ่มอยู่
ตึกๆ กลุ่มของชายวัยกลางคนขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตึก ระหว่างทางพบได้ว่ามีรอยเืตามทาง
เมื่อกลุ่มของตนมาถึงชั้นบนสุด กลับไม่เจออะไร
มีแต่รอยไหม้เกรียมและครันอบอวนทั่วบริเวณ ทั่งๆ่ี่ฝนตก "มันหายไปไหน?" ทุกคนต่างหันซ้ายหันขวาไม่เจออะไร อยู่ๆมีคนในกลุ่มทักจึ้นมาแล้วชี้ไปที่มุมตึก "ท่านครับ ตรงนั้นมีปืนของมันตกอยู่" ทั้งกลุ่มหันไปตามเสียงแล้วเห็นกับปืนกระบอกหนึ่งที่นอนอยู่กับพื้นที่กำแพงมีรอยคราบเืติดอยู่
"มันต้องอยู่ที่นี้แน่ๆ ไปหาทั้งตึกให้ทั่ว"
วี้วอ วี้วอ วี้วอ เสียงรถตำรวจเปิดไซเรนมาแต่ไกล
"ชิ มาจนได้รู้เื่เร็วจริงๆ ไปพวกเราออกจากที่นี้" ชายวัยกลางคนรีบวิ่งลงบันได
"แต่ท่านครับ แล้วมันล่ะ ถ้าเรากลับไปแบบนี้ บอสไม่ฆ่าเราหรอครับ" ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นมา
'นั้นสิ ใช่ๆ เอาไงดี หนีไหม แต่จะรอดหรอ บอสเลยน่ะ' ทุกคนต่างวิตกกันไปหมด
"พวกแกจะกลัวอะไร ก็บอกว่ามันตายแล้วสิเสียเืขนาดนั้น หนีไม่รอดหรอก อีกอย่างถ้ามันรอดมาได้เจอตำรวจมันก็ตายอยู่ดี อย่าลืมสิฉันมีพรรคพวกอยู่เมื่อถึงตอนนั้นมันก็จะตายแน่นอน ไป!!ตอนนี้คือออกจากที่เกิดเหตุก่อนตำรวจจะมา"
"ครับ!!" ทุกคนรีบมุ่งหน้าออกจากสถานที่เกิดเหตุทันที
ปัง!! เรียกคนปิดประตูรถ
"เป็ไงบ้างหมวด" ชายวัย50ปีสวมชุดลำลอง มองไปยังชายวัยกลางคนที่สวมชุดตำรวจเต็มยศ
"ไม่เจอบุคลก่อเกิดครับท่าน ทางเราที่ได้รับแจ้งมาว่ามีการรุมยิงกันที่นี้ พบเพียงปลอกะุ และรอยเืเ่ท่านั้น ซึ่งเหตุเกิดขณะฝนตกทำให้รอยเืเริ่มจางหายไป คาดการณ์ว่าบุคคลที่ลงมือเป็มืออาชีพครับ" ชายหนุ่มตะเบ๊ะแล้วจบการรายงาน
"อืม ค้นหาต่อไป แล้วตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงหาบุคคลที่ก่อเหตุให้ได้" ชายชรานวดคางคิ้วแล้วออกคำสั่ง
"ครับผม"ชายหนุ่มรีบวิ่งไปจัดการทันที
" เห้อออ ฉิงเย่เอ๋ย หวังว่าเ้าจะปลอดภัย ลุงสามารถทำให้เ้าได้เท่านี้ " ชายชราพึมพำแล้วขึ้นรถกลับออกไป
---------------------------------------------
ปีคศ.2248 วันที่ 18 กรกฏาคม
ณ บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองขานซี
ก็อกๆๆ
"เย่เออร์ตื่นได้แล้วลูก" สาววัย40เคาะประตูห้องของบุตรชาย
"ตื่นได้แล้วลูก วันนี้เป็วันเปิดเรียนวันแรกน่ะ ลูกจะได้สายไม่ได้น่ะ" หญิงวัย40แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนวัย30 ใบหน้ารูปไข่ ขาวหมดจดไร้ร่องรองจุดด่างดำสวยระดับดาราชื่อของเธอคือ มู่หลินเป็แม่ของฉิงเย่ เปิดประตูเข้าไปแล้วตบที่เท้าของเขาเบาๆ
"อืมมม~~ ขออีก5นาทีน่ะแม่"ฉิงเย่เอาผ้าห่มคลุมหัวแล้วนอนต่อ
" เอ๋ะ เด็กคนนี้หัดดือั้แ่เมื่อไร ตื่นเลยน่ะ เดี่ยวแม่ไม่ทำผัดพริกหวานให้กินน่ะ"
"ตื่นเเล้วๆ" ชายหนุ่มลุกขึ้นมามองคนตรงหน้า
"......"เขาถึงกับอ้าปากค้าง แล้วน้ำตาเริ่มไหล
"มะ..แม่" เสียงสั่นเครือที่เปร่งออกมา
"ก็ใช่น่ะสิ แกนึกว่าใครล่ะ เร็วเข้าลุกไปอาบน้ำได้แล้ว เดี่ยวไปมหาลัยไม่ทัน" มู่หลินท้าวสะเอว
"แม่!!! ฮือ~~~ ผมคิดถึงแม่มากเลยฮือ~~"ฉิงเย่พุงเข้าไปกอดแม่ของเขาอย่างรวดเร็ว
"โอ้เด็กดีๆ ฝรรร้ายสิท่า ไม่เป็ไรๆ แม่อยู่นี้" มู่หลินตบหลังเขาเบาๆ
"ไปๆ ไปอาบน้ำแต่งตัวสะ แม่จะไปทำกำข้าวรอ" มู่หลินดึงฉิงเย่ออก
"เมื่อกี้แม่พูดว่ามหาลัย? มหาลัยอะไรหรอครับแล้ว" ฉิงเย่เช็ดน้ำตาแล้ว พูดแต่น้ำเสัยงยังสั่นเครือ
"เอ๋ะเด็กนี้ นี้วันเปิดเรียนวันแรกแกจะลืมแล้วเหรอ" มู่หลินเริ่มโมโหแล้วปิดหัวฉิงเย่
"โอ๋ย ๆๆ พอแล้วเเม่ พอแล้ว ผมเจ็บ ผมจะไปแต่งตัวเดียวนี้และ" ฉิงเย่รีบวิ่งไปเอาผ้าเช็ดตัวกำลังจะวิ่งเข้าห้องน้ำแต่หยุดที่หน้าประตูเห็นปฏิทิน
'2248? เราย้อนเวลามาเหรอ เป็ไปได้ยังไง เราจำได้ว่าโดนฟ้าผ่านี้ ย้อนมา12ปีเลยหรอ วันที่ 18 กรกฎาคม? 20กรกฏาคม world of infinite เปิดตัวนี้ อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้ ดีเลย เตรียมตัวไว้เถอะพวกตระกูลฉิง ชั้นจะเอาคืนให้สาส-'
โป็ก!!! "โอ็ย" อยู่มีอะไรก็ไม่รู้บินมาชนที่หัวของเขา พอก้มลงพบกับหนังสือเรียนตอนม.6ของเขา เขาเลยเงยหน้าเห็นแม่ของเขายืนถือไม้เรียวอยู่ "ยืนเหม่ออะไร ไปอาบน้ำ!!". "ครับ!!" ฉิงเย่รีบวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว