ตอนที่16
อัศดินทร์ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับนับนทีขณะที่ดึงให้เดินเข้าไปยังห้องนอนเล็กห้องที่นับนทีเคยใจเต้นแรงแม้เข้ามาจัดเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงให้อัศดินทร์คราวที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่เพราะเต็มไปด้วยความทรงจำอันร้อนแรงของคืนนั้นความหวาดหวั่นก่อขึ้นในใจของนับนทีเล็กๆเมื่อถูกดึงเข้าไปหยุดยืนอยู่ในห้องนั้นอัศดินทร์ปล่อยมือออกจากข้อแขนที่ลากมาั้แ่ด้านล่างให้นับนทียืนอยู่กลางห้องขณะที่ตัวเองผละไปจุดเทียนที่วางอยู่ที่โต๊ะสูงมุมหนึ่งในห้องห้องทั้งห้องก็สว่างขึ้นด้วยแสงนวลจากเทียนที่สะท้อนดวงหน้าซีกหนึ่งที่กำลังเครียดขมึงของอัศดินทร์ก่อนแสงนั้นจะถูกบดบังด้วยแผ่นหลังกว้างเมื่ออัศดินทร์หันหน้ามามองนับนทีท่ามกลางความเงียบที่ไม่มีฝ่ายใดปริปากใดใดออกมาอัศดินทร์ยกมือขึ้นดึงเนคไทออกจากลำคอแล้วโยนทิ้งที่มุมห้องอย่างไม่ใยดีก่อนจะทิ้งร่างลงพิงชั้นไม้เื้ัในท่ากอดอกโดยสายตายังจับจ้องมาที่นับนทีไม่วางตาในขณะที่นับนทียังยืนเคว้งอยู่ที่กลางห้องด้วยสภาพมึนงง
“อัศมีอะไรไม่สบายใจเหรอ อยากเล่าให้พี่ฟังมั้ย” นับนทีถามเสียงอ่อนขณะเป็ฝ่ายขยับเข้าไปยืนเบื้องหน้าอัศดินทร์ที่สีหน้ายังเรียบตึงและความกรุ่นโกรธยังแผ่ซ่านรอบตัว
“วันนี้ผมเพิ่งได้คุยกับน้อยหน่า” อัศดินทร์เริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเรียบๆทว่าก็ดูออกว่าพยายามสะกดอารมณ์ไว้เต็มที่
“เื่อะไรเหรอ” นับนทีใช้น้ำเสียงอ่อนโยนถาม
“ก็ทั่วๆไป เื่ผมกับพ่อ”
“อ้อ” นับนทีพยักหน้ารับรู้เดาว่าท่าทีโกรธขึ้งของอัศดินทร์อาจจะเกี่ยวกับพ่ออย่างที่มักเป็มาแบบนั้นเสมอจนเมื่ออัศดินทร์เอ่ยประโยคต่อมา
“แล้วก็เื่ต่างๆที่เกิดขึ้น่ที่ผมไปเรียนต่อ”
นับนทีรู้สึกเย็นะเืขึ้นที่กลางหลังเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของอัศดินทร์ที่จ้องมาเข้มขึ้นขณะที่เอ่ยประโยคนั้นออกมาหากแต่ก็ยังระงับสีหน้าไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยน
“ไม่ได้เจอน้อยหน่านาน อัศคงมีเื่คุยเยอะเลยใช่มั้ย”
“อืม แล้วพี่ล่ะ มีอะไรที่อยากจะเล่าให้ผมฟังหรือเปล่า่ที่ผมไปเรียนต่อผมพลาดอะไรไปบ้าง”อัศดินทร์ถามเสียงนิ่งหากแต่ดูออกว่าพยายามสะกดอารมณ์ที่กำลังเดือดเป็อย่างมากไว้ภายใต้น้ำเสียงนั้นขายาวๆก้าวเข้ามาหานับนทีด้วยท่าทีชวนให้กริ่งเกรง นับนทีก้าวถอยหนีโดยไม่รู้ตัว
“มะ…ไม่มีอะไรที่สำคัญเกิดขึ้นหรอกอัศ” นับนทีตอบไม่เต็มเสียงนักในขณะที่ไม่กล้าสบตาอัศดินทร์ตรงๆ
“จริงเหรอ แต่ผมว่ามีอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้นและผมไม่รู้นะ”อัศดินทร์ยังคงกล่าวเสียงเรียบก็จริงหากแต่สันกรามบดเข้าหากันจนเป็สันนูนชัดเจนภายใต้แสงเทียนนับนทีมองอย่างหวาดหวั่นเล็กๆในใจสัญชาตญาณบอกนับนทีว่าอัศดินทร์กำลังสงสัยอะไรบางอย่าง
“เอ่อ พี่ว่าข้างในนี้ชักร้อนแล้ว เราออกไปคุยกันข้างนอกดีไหม”
“เดี๋ยวผมเปิดแอร์ให้”อัศดินทร์ไม่รอให้นับนทีได้หาเหตุผลเลี่ยงที่จะตอบเดินดุ่มไปกดรีโมทเปิดแอร์แล้วเดินมาหยุดยืนใกล้ๆนับนทีแทบเรียกได้ว่าประชิดตัวเอ่ยถามเสียงเรียบ “หายร้อนหรือยัง”
“อื้ม แต่พี่…พี่หิวน้ำ พี่ขอออกไปกินน้ำ”นับนทีจะเดินเลี่ยงร่างของอัศดินทร์ที่ปักหลักเป็กำแพงหนาอยู่ด้านหน้าออกไปด้านนอกทว่าก็ถูกมือใหญ่ของอัศดินทร์ดึงรั้งแขนไว้เสียก่อนดวงตาของอัศดินทร์ดูเข้มขึ้นจนน่ากลัวขณะที่มองจ้องนับนทีไม่วางตา
“ทำไมพอผมถามเื่พวกนี้ขึ้นมาพี่ถึงทำเหมือนไม่อยากพูดถึงมีเื่อะไรที่พี่ไม่อยากให้ผมรู้งั้นเหรอ”
นับนทีหลุบตาลงหลบตาอัศดินทร์เมื่อถูกเค้นทั้งคำพูดและสายตาเค้าลางอะไรอย่างหนึ่งเริ่มเด่นชัดขึ้นจนรู้สึกถึงแรงบีบรัดของหัวใจตัวเองสัญชาตญานบอกว่าความเกรี้ยวกราดที่แผ่ซ่านออกมาของอัศดินทร์ในตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพ่อเลยสักนิดแต่เกี่ยวกับนับนทีโดยตรง
“ว่าไง ทำไมพี่ถึงไม่อยากพูดเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างสี่ปีก่อนมีเื่อะไรที่ผมไม่ควรรู้งั้นเหรอ” อัศดินทร์ถามย้ำเสียงหนักมือที่กำรอบต้นแขนของนับนทีเพิ่มแรงบีบรัดตามแรงอารมณ์ของเ้าของจนนับนทีรู้สึกเจ็บ
“มะ…ไม่มี ไม่มีอะไรเลยอัศ มันก็แค่ชีวิตประจำวันในทุกวันก็เท่านั้น”
“งั้นผมถามได้มั้ย ใครคือพ่อของของขวัญ”
นับนทีแทบกลายเป็หินอยู่ตรงหน้าอัศดินทร์เมื่อถูกคำถามจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวทุกส่วนบนร่างเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
“ว่าไง” อัศดินทร์ถามย้ำขึ้นอีกและแรงบีบที่ต้นแขนก็แน่นขึ้น
“พี่…พี่ไม่อยากรื้อฟื้นเื่นั้นแล้ว มันผ่านมาตั้งนานแล้วอัศไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงหรอก”นับนทีปฏิเสธเสียงเบาหวิวรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นมากะทันหันไม่กล้าแม้แต่จะสบตาอัศดินทร์
“ไม่มีประโยชน์เลยเหรอ แม้แต่นิดเดียวก็ไม่อยากพูดถึงเลยเหรอ”น้ำเสียงและสีหน้าของอัศดินทร์แปรเปลี่ยนเป็ปวดร้าวและผิดหวัง
ท่าทีปวดร้าวของอัศดินทร์ทำให้นับนทีอยากดึงเข้ามากอดและเอ่ยปลอบโยนด้วยคำพูดทั้งหมดที่จะทำให้อัศดินทร์รู้สึกดีขึ้นได้หากแต่สิ่งที่ทำได้จริงๆมีเพียงการเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิวเท่านั้น
“พี่…พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“งั้นก็บอกผมมาว่าใครคือพ่อของของขวัญ!” อัศดินทร์ถามเสียงดังแทบะโใส่หน้านับนที
นับนทีน้ำตาคลอขณะที่ช้อนสายตามองคนตรงหน้าที่กำลังสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธเอ่ยวอนขอเสียงเครือ “ขอร้องอัศ อย่าถามพี่เื่นี้อีกเลย”
“งั้นผมก็ขอร้อง ขอร้องให้พี่พูดความจริงกับผมพี่รู้ใช่มั้ยว่าผมเกลียดคนอยู่สองประเภท คนโกหกกับคนทรยศ”
ประโยคที่อัศดินทร์เอ่ยออกมายิ่งบีบรัดหัวใจนับนทีมากยิ่งขึ้นนับนทีส่ายหน้าที่น้ำตาคลอเอ่ยวอนขอ “อัศขอร้อง พี่ไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้นอย่าบังคับพี่เลย”
แรงบีบที่ต้นแขนของนับนทีแน่นขึ้นอัศดินทร์ทอดสายตาผิดหวังอย่างสาหัสจ้องมายังนับนทีขณะเอ่ยด้วยเสียงรวดร้าว“มาถึงขนาดนี้แล้วพี่ยังคิดจะปิดผมอีกเหรอ เวลามองหน้าเขาพี่ไม่รู้สึกผิดบ้างเหรอเวลาที่เค้าเรียกพ่อว่าน้าไม่มีสักนิดที่พี่เ็ปบ้างเลยเหรอ”
“ฮึก…” นับนทีร้องไห้ออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นมองอัศดินทร์ด้วยดวงตาที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา และโดยไม่ทันตั้งตัวนับนทีถูกผลักลงบนเตียงนอนความนุ่มหยุ่นของมันไม่ทำให้รู้สึกเจ็บสักนิดอัศดินทร์ตามมาคร่อมทับด้วยสีหน้าโกรธจัดจ้องตานับนทีด้วยความโกรธขึ้งอย่างที่สุดพร้อมพรั่งพรูสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในใจมากมายที่้าคำตอบจากนับนที
“เมื่อสี่ปีก่อน คืนก่อนที่ผมจะไปเรียนต่อพี่คงจำได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้บนเตียงนี้เราอยู่กันตามลำพังหลังจากน้อยหน่ากับพี่เชษแบกผมที่เมาเหมือนหมามาทิ้งไว้ให้พี่ดูแลและเราตื่นมาด้วยสภาพที่เสื้อผ้าถูกโยนไว้รอบทิศของเตียงที่เละเทะเหมือนผ่านามาอย่างหนักตัวพี่แดงเถือกเต็มไปด้วยรอยดูด ไม่ต้องเดาว่าใครเป็คนฝากรอยพวกนั้นไว้บนตัวพี่ในเมื่อเราอยู่ด้วยกันแค่สองคนอีกทั้งปากผมและปากพี่ก็เกิดรอยแตกพอกัน หึคงคิดออกนะว่าปากแตกขนาดนี้จูบกันกี่สิบรอบและระหว่างจูบเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง”อัศดินทร์เอ่ยเสียงเจ็บร้าวปนเยาะ ในขณะที่นับนทีรับฟังทั้งสะอื้นน้อยๆเมื่อภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง
“หลังจากคืนนั้นผมไปเรียนต่อเพราะโดนปฏิเสธว่าไม่้าการรับผิดชอบเพราะพี่จะแต่งงานกับพี่เอก"
“ฮึก” นับนทีสะอื้นขณะรับฟังความเ็ปทั้งหมดของอัศดินทร์
"สี่ปีต่อมามีเด็กหญิงคนหนึ่งก่อเกิดขึ้นและเติบโตเป็เด็กที่น่ารักไม่มีใครรู้ว่าใครคือพ่อแกเพราะแม่ของแกปฏิเสธที่จะพูดถึงแต่ถึงอย่างนั้นอวัยวะที่ประกอบขึ้นเป็ตัวแกก็ฟ้องทุกอย่างเพราะถ้าพินิจให้ดีจะรู้ว่ามีแค่ดวงตากลมโตเท่านั้นที่แกได้มาจากแม่นอกนั้นล้วนได้มาจากพ่อทั้งหมดพี่เห็นด้วยมั้ย หืม” อัศดินทร์จบประโยคยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยแรงโกรธด้วยคำถามย้อนกลับมายังนับนที
นับนทียกมือขึ้นปิดหน้าสะอึกสะอื้นจนตัวโยนไม่อยากสบตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายของอัศดินทร์เพราะมันบรรจุไว้ทั้งความเสียใจความน้อยใจ แรงโกรธ ผสมปนเปกันไปหมด
อัศดินทร์เอ่ยต่อราวกับะเิเวลาที่ถึงเวลาะเิของมัน“ตอนที่รู้ว่าเค้าไม่ชอบแตงกวาพี่ไม่ใเหรอที่แม้แต่อาหารที่ไม่ชอบยังเหมือนกันมากขนาดนี้เวลามองหน้าแกไม่เคยรู้สึกว่าเหมือนพ่อราวกับถอดกันออกมาสักครั้งเลยเหรอแต่พี่รู้มั้ยหลายครั้งที่ผมมองหน้าลูก ความรู้สึกผมบอกว่ามีอะไรหลายๆอย่างบนตัวแกที่เหมือนผมแต่ทุกครั้งที่ผมคิดแบบนั้นผมก็จะด่าตัวเองที่กล้าจะคิดเข้าข้างตัวเองแบบลมๆแล้งๆเพราะพี่บอกเองว่าคนอย่างผมมันไม่เก่งขนาดจะทำพี่ท้องได้ั้แ่ครั้งแรก"อัศดินทร์บดสันกรามเข้าหากันด้วยความโกรธ
นับนทีได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความเ็ปเมื่อรับฟังคำตัดพ้อของอัศดินทร์
"เวลาลูกถามถึงพ่อพี่เตรียมคำตอบไว้ให้แกยังไงบ้างพ่อตายแล้วหรือหนูไม่มีพ่อหรอกลูก เพราะพ่อเลวๆมันไข่ไว้แล้วก็ทิ้งไปใช่มั้ยพี่ตั้งชื่อแกว่าของขวัญเพราะเปรียบแกเหมือนของขวัญสำหรับพี่แล้วไม่คิดว่าแกเองก็จะเป็ของขวัญสำหรับพ่อของแกเหมือนกันเหรอพี่อาจจะไม่รักพ่อของแกก็ได้ จะรังเกียจยังไงก็ได้แต่เค้าก็ควรมีสิทธิ์รู้การมีอยู่ของเืเนื้อเชื้อไขไม่ใช่เหรอ พี่นับพี่ไม่สงสารผมสักนิดเลยเหรอ”
“อัศ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ ฮือ" นับนทีโผขึ้นกอดอัศดินทร์เต็มแรงร้องไห้กับอกกว้างพร้อมเอ่ยอธิบายทั้งสะอึกสะอื้นราวกับใจจะขาดความมั่นอกมั่นใจของตัวเองเมื่อสี่ปีก่อนว่าสิ่งที่ทำคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดกำลังทำร้ายอัศดินทร์อย่างสาหัสนับนทีรู้ดีว่าอัศดินทร์เกลียดการโกหกและการถูกทรยศที่สุดเพราะเคยถูกพ่อทรยศมาอย่างเจ็บแสบแล้วซึ่งอัศดินทร์ก็แทบปางตายแต่นับนทีที่เป็คนที่อัศดินทร์ไว้ใจมากที่สุดกลับเป็คนซ้ำรอยแผลเดิมนั้นเสียเองอัศดินทร์คงยิ่งเ็ปกว่าถูกคนอื่นทรยศหลายร้อยเท่า “พี่แค่อยากปกป้องอัศอยากให้อัศไปเรียนต่อโดยไม่ต้องคิดถึงอะไรไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ความเ็ปตามอัศไปไม่ได้”
“พี่บอกว่าพี่ปกป้องผมด้วยการไม่บอกเื่ลูกแต่พี่รู้มั้ยว่าการที่พี่ไม่บอกคือสิ่งที่ทำร้ายผมที่สุดในตอนนี้ผมเหมือนไอ้ชั่วที่ไข่ทิ้งไว้แล้วหนีไป ปล่อยให้พี่เลี้ยงลูกคนเดียวอย่างลำบากพี่พยายามผลักให้ผมหลุดพ้นจากความเ็ปแต่ผมกลับเป็คนทิ้งความเ็ปไว้ให้กับพี่แล้วมันจะมีค่าอะไร ” อัศดินทร์ถามเสียงเจ็บร้าว
“อย่าคิดแบบนั้นอัศ ได้โปรด พี่ไม่ได้รู้สึกเ็ปอะไรเลย พี่โอเค”
“ผมคงประเมินความสำคัญของตัวเองมากไปสินะที่คิดว่าการที่พี่ไม่มีผมแล้วพี่จะเ็ปตอนนั้นผมมันก็แค่เด็กมีปัญหาคนหนึ่งที่สร้างแต่ปัญหาไม่หยุดหย่อน ทำตัวเสเพลให้พี่คอยดูแลไม่เว้นแต่ละวันพี่จะอยากให้ไปไกลๆไม่ให้รู้เื่ลูกก็ไม่แปลกในเมื่อวันๆแสดงแต่ความไม่เอาไหนให้พี่เห็นใครเค้าจะอยากเอามาทำผัว เอามาทำพ่อของลูกเนอะ น่าสมเพชจริงๆแต่ถึงผมมันจะทุเรศน่าสมเพชแค่ไหนก็อยากให้พี่รู้ไว้ข้อหนึ่งถ้าลูกคือของขวัญสำหรับพี่ แกเองก็เปรียบเหมือนของขวัญสำหรับผมเหมือนกันทันทีที่เห็นหน้าแกผมก็ตกหลุมรักแกหมดหัวใจแม้ว่าจะเข้าใจว่าแกเป็ลูกของพี่กับคนอื่นส่วนตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าผมรักแกมากแค่ไหน ผมถามจริงๆนะ…”อัศดินทร์ดันตัวนับนทีออกจากอกเพื่อสบตากับนับนทีและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจ็บร้าว“พี่รังเกียจที่จะให้ลูกมีพ่อแบบผมมากเลยเหรอ”
นับนทีโผเข้ากอดอัศดินทร์แน่นอีกครั้งและส่ายหน้ากับแผ่นอกกว้างเอ่ยปฏิเสธทั้งน้ำตา “ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะอัศ พี่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักนิด”
“แล้วทำไมไม่ยอมบอกผม แม้แต่ตอนที่ผมมาถึงวันแรกและเอ่ยปากถามพี่ว่าแกใช่ลูกผมมั้ยผมยังจำสีหน้าพี่ได้ดีตอนที่พี่ยิ้มและตอบผมว่าไม่ใช่”
“เพราะอัศมีคู่หมั้นแล้ว พี่ไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ของอัศกับเอมิลี่ ฮึก”นับนทีปล่อยโฮกับอกกว้างของอัศดินทร์
อัศดินทร์ดึงนับนทีออกจากอกอีกครั้งจ้องดวงตานับนทีที่กำลังเปียกชื้นด้วยดวงตาวาวโรจน์ขึ้นอีกหลายเท่าคำสารภาพของนับนทีเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟที่กำลังลุกโชนในใจอัศดินทร์อย่างไรอย่างนั้นมือใหญ่ที่กำอยู่ที่ต้นแขนผอมของนับนทีเพิ่มน้ำหนักบีบรัดอย่างไม่ออมแรงและถึงแม้จะเจ็บนับนทีก็ไม่ร้องขอให้อัศดินทร์ปรานียินดีที่จะรับความโกรธขึ้งจากอัศดินทร์ไว้ทั้งหมด
“ถ้าพี่บอกผม ทุกอย่างจะไม่เป็แบบนี้”อัศดินทร์เอ่ยเสียงลอดไรฟันแทบเป็คำรามดวงตาที่ดุอยู่แล้วในตอนนี้ราวกับกำลังลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธ“ผมถามอีกคำถามเดียว และห้ามโกหกเด็ดขาด ถ้าผมไม่มีคู่หมั้น พี่เคยคิดจะบอกผมมั้ย”
นับนทีหลบตาวูบเพราะนับนทีคิดมาตลอดว่าหนทางที่เลือกนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดต่อทุกฝ่ายไม่เคยคิดว่าจะบอกอัศดินทร์เลยเื่ที่เกิดขึ้นจะต้องเป็ความลับต่ออัศดินทร์ไปตลอดกาลและนับนทีกับอัศดินทร์ก็จะเป็พี่น้องกันไปตลอดชีวิตโดยไม่เคยนึกเลยว่าอวัยวะที่เรียกว่าหัวใจคือสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมนับนทีเคยคิดว่าตัวเองจะควบคุมมันได้และจะไม่รู้สึกอะไรต่ออัศดินทร์แม้จะใกล้ชิดกันเท่าไหร่ก็ตามและแน่นอนว่านับนทีคิดผิดอัศดินทร์ที่เป็ชายหนุ่มเต็มตัวและแสนจะอบอุ่นทำลายกำแพงทั้งหมดที่นับนทีคิดว่าสร้างไว้อย่างแข็งแกร่งที่สุดแล้วลงอย่างราบคาบนับนทีรักอัศดินทร์เป็ความรู้สึกที่เด่นชัดั้แ่วันแรกที่ได้กลับมาเจอกันให้หลอกตัวเองเท่าไหร่นับนทีก็รู้ว่าในหัวใจมีแต่อัศดินทร์เหมือนเมื่อสี่ปีก่อนที่อัศดินทร์จะไปเรียนต่อและไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ปีความรู้สึกทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“หึ พี่ไม่เคยคิดที่จะบอกผมเลย” อัศดินทร์เอ่ยเสียงเยาะ“รังเกียจผมมากสินะ”
อัศดินทร์ปล่อยต้นแขนทั้งสองข้างของนับนทีแล้วจะผละลุกหนีนับนทีคว้าเสื้ออัศดินทร์กำไว้ในมือแน่นก้มศีรษะให้ชนกับอกกว้างของอัศดินทร์ปล่อยน้ำตาให้ไหลรินหยดลงบนที่นอน “พี่ขอโทษอัศจะให้พี่ทำยังไงก็ได้ที่อัศจะหายโกรธพี่ แต่พี่ยืนยันว่าพี่ไม่เคยเกลียดอัศไม่เคยรังเกียจอัศเลยแม้แต่วินาทีเดียว”
“พิสูจน์สิว่าพี่ไม่รังเกียจผม แล้วผมจะเชื่อ” อัศดินทร์บอกเสียงเย็น
นับนทีเงยหน้าสบดวงตาเ็านั้น“อัศอยากให้พี่พิสูจน์ยังไงบอกมาได้เลย พี่ยอมอัศทุกอย่าง”
นับนทีถูกผลักลงบนเตียงดวงตาสองคู่มองสบกันอยู่ชั่วขณะแล้วอัศดินทร์ก็โน้มหน้าลงไปหานับนทีทว่านับนทีหันหน้าหนีก่อนที่อัศดินทร์จะได้ประทับจูบด้วยซ้ำ
“ถ้าด้วยวิธีนี้พี่ทำไม่ได้” นับนทีบอกทั้งสะอื้น
“นั่นสินะ จะทำเื่แบบนั้นกับคนที่รังเกียจได้ยังไง”
“ไม่ใช่นะอัศ” นับนทีปฏิเสธเสียงรัวเร็วหันมามองอัศดินทร์ด้วยดวงตาที่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตากลัวอัศดินทร์จะเข้าใจผิดหากแต่ก็ทำเื่ผิดต่อผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้
“พอเถอะ ผมจะไปส่งพี่ที่บ้าน พี่คงอึดอัดจนไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียวแล้ว”อัศดินทร์จะขยับลุกออกจากเตียง นับนทีรีบโผขึ้นมากอดไว้แน่นความรู้สึกในใจตีกันปนไปหมดระหว่างทำตามความปรารถนาตัวเองและหักห้ามใจไม่ให้ทำผิดต่อผู้หญิงคนหนึ่ง
“ที่พี่ไม่อยากทำไม่ใช่เพราะพี่รังเกียจอัศ แต่เพราะอัศมีคนของอัศอยู่แล้วฮึก พี่ไม่อยากเป็มือที่สามของใครอัศ ฮือ” นับนทีบอกทั้งกอดอัศดินทร์ไว้แน่นเ็ปที่แม้จะอยากมีอัศดินทร์แค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้แล้วในตอนนี้
“แล้วถ้าผมบอกว่าพี่ไม่ใช่มือที่สามล่ะ พี่จะเชื่อผมมั้ย”
“หมายความว่ายังไงอัศ” นับนทีหยุดสะอื้น ผละออกจากอกแล้วจ้องดวงตาดุของอัศดินทร์เพื่อค้นหาความหมายของประโยคเมื่อสักครู่
“อย่าเพิ่งถามผม แค่ตอบมาว่าเชื่อผมไหมสักครั้งที่เชื่อในตัวผมอย่างไม่ลังเลใจ เชื่อในตัวผมคนนี้ อัศดินทร์เวียงวานนท์ของพี่” อัศดินทร์เอ่ยถามจริงจังดวงตาที่จ้องตอบนับนทีก็เต็มไปด้วยความจริงจังไม่แพ้กัน
นับนทีมองสบสายตาแสนดุดันนั้นเพื่อค้นหาคำตอบก่อนจะยกมือขึ้นคล้องลำคออัศดินทร์แล้วโน้มตัวลงนอนบนเตียงสบสายตาที่ร้อนราวกับไฟของอัศดินทร์ก่อนเอ่ยตอบ “พี่เชื่ออัศ”
“มีใครในใจอยู่หรือเปล่า”
“ไม่เคยมีใคร”
ริมฝีปากของนับนทีถูกบดจูบทันทีที่เอ่ยประโยคจบราวกับความอดทนอดกลั้นทั้งหมดของอัศดินทร์ได้สิ้นสุดลงและสิ่งที่กำลังลุกโชนอยู่ในตัวตอนนี้คือความปรารถนาที่จะเท่านั้นชุดคลุมที่นับนทีสวมทับชุดนอนมาถูกมือใหญ่แก้ปมเชือกออกโยนทิ้งข้างเตียงอย่างรวดเร็วโดยที่ริมฝีปากไม่ได้ละออกจากริมฝีปากของนับนทีแม้แต่นิดแผงกระดุมเสื้อนอนคือสิ่งต่อมาที่อัศดินทร์พรากไปจากเนื้อตัวนับนทีมันถูกปลดออกจนหมดแถวโดยเ้าของไม่รู้ตัวสักนิดเพราะต้องตั้งรับกับรสจูบร้อนแรงที่แทบจะพรากสติไปจากตัว
100%
#ซ่อนรักอัศดินทร์
………………………………………