เช้าวันนั้นอากาศยังคงเย็นะเื แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบนผืนนาสีเขียวเข้มไทหันกลับไปมองบ้านของเขาเป็ครั้งสุดท้าย กลิ่นดิน กลิ่นสมุนไพรกลิ่นอายของพ่อยังคงอบอวลอยู่ทุกอณู เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆเก็บความทรงจำอันบริสุทธิ์เ่าั้ไว้ในใจ ก่อนจะหันหลังกลับและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น
ลุงสมและป้าผ่องมาส่งที่ปากทางเข้าหมู่บ้านใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความห่วงใย "จะไปไหนไอ้หนูไท? หนีไปอยู่กับป้าเถอะนะป้ากลัวว่าแกจะเป็อันตราย" ป้าผ่องร้องไห้อีกครั้ง
"ไม่ครับป้า" ไทตอบเสียงเรียบแต่แววตาหนักแน่น "ผมต้องรู้ว่าใครทำพ่อ ผมต้องตามหาความจริง"
ลุงสมถอนหายใจเฮือกใหญ่"ไอ้หนูเอ๊ย...โลกข้างนอกมันโหดร้ายกว่าที่แกคิดนัก แกมันเด็กบ้านนอก คอกนาไม่เคยเห็นเดือนเห็นตะวัน จะไปทำอะไรได้" แม้จะพูดจาดูถูกแต่แววตาของลุงสมกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและเป็ห่วง
ไทไม่ได้โต้ตอบอะไรเพียงแต่โค้งคำนับให้ลุงสมและป้าผ่อง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบๆมุ่งหน้าสู่ถนนลูกรังที่ทอดยาวออกไปสู่โลกภายนอกที่เขาไม่รู้จักมาก่อน
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นด้วยความยากลำบากไทเดินเท้าเป็ส่วนใหญ่ เพราะเงินติดตัวมีเพียงน้อยนิดเขากินข้าวเหนียวหมูทอดที่ป้าผ่องเตรียมให้ประทังชีวิต และอาศัยนอนตามศาลาข้างทางเมื่อเข้ามาใกล้ตัวเมืองมากขึ้น ความแตกต่างของสองโลกก็ฉายชัดหมู่บ้านของเขาเงียบสงบ อากาศบริสุทธิ์ มีแต่เสียงธรรมชาติแต่ในเมืองกลับเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมของผู้คนและยานพาหนะควันพิษลอยคละคลุ้งตลบอบอวล ตึกสูงเสียดฟ้าบดบังแสงตะวันผู้คนเดินสวนกันไปมาด้วยใบหน้าที่เร่งรีบและไร้อารมณ์ไทรู้สึกเหมือนตัวเองเป็สิ่งแปลกปลอมในมหานครแห่งนี้
เขาพยายามสอบถามเบาะแสเกี่ยวกับสัญลักษณ์ประหลาดที่เห็นข้างศพพ่อจากผู้คนที่ผ่านไปมาแต่ทุกคนต่างก็มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ บ้างก็เมินเฉย บ้างก็หัวเราะเยาะ
"อะไรของแกวะไอ้หนู? แต่งตัวมอซอ มาถามเื่บ้าๆ บอๆ"ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าตึกสูงเอ่ยเยาะเย้ย "ไปๆกลับบ้านนอกไป ปล่อยให้คนเมืองเขาทำงาน"
ไทก้มหน้าลงกำมือแน่น กลืนความรู้สึกเ็ปลงไปในลำคอ
วันแรกในเมืองผ่านไปอย่างยากลำบากไทไม่ได้เบาะแสอะไรเลย นอกจากความเหนื่อยล้าและความรู้สึกโดดเดี่ยวเขาเดินมาหยุดที่หน้าแผงขายอาหารข้างทาง กลิ่นอาหารหลากหลายชนิดโชยมาแตะจมูกทำให้เขานึกถึงอาหารที่พ่อเคยทำ
"เฮ้ยไอ้หนู! จะซื้อก็ซื้อไม่ซื้อก็อย่าบังทางคนอื่น" แม่ค้าสาวใหญ่ตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด"มองอะไรนักหนา ไม่เคยกินของอร่อยๆ รึไง"
ไทสะดุ้งเล็กน้อยเขาแค่มองไปที่วิธีการปรุงอาหารของเธอ การผัดที่รวดเร็วการเตรียมวัตถุดิบที่ดูเหมือนจะเน้นความรวดเร็วมากกว่าความใส่ใจ
"ฉัน...แค่ดูครับ" ไทตอบเสียงเบา
"ดูอะไรของแก! ไม่มีเงินก็ไปไกลๆ ไป๊!อย่ามาทำให้ร้านฉันเสียของ" แม่ค้าพูดจาดูถูกอย่างเปิดเผย"คิดว่าตัวเองเป็ใคร? จะมาเรียนรู้วิชาจากฉันรึไง? หึ! ดูสภาพแกสิ!เด็กบ้านนอกอย่างแกน่ะไม่มีวันเข้าใจอาหารในเมืองหรอก!"
คำพูดเ่าั้แทงเข้ากลางใจไทอย่างจังเขากัดฟันแน่น ใบหน้าซีดเผือด ความคับแค้นเริ่มกัดกินหัวใจ แต่เขาเลือกที่จะเงียบไม่โต้ตอบ เพราะพ่อเคยสอนว่า "คนโง่เท่านั้นที่ใช้ปากคนฉลาดจะใช้การกระทำ"
ไทเดินจากมาอย่างเงียบๆหาที่นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งเขาหยิบสมุดบันทึกของพ่อออกมาลูบไล้เบาๆ พลางนึกถึงคำสอนของพ่อที่ว่า "ความถ่อมตนคือจุดเริ่มต้นของปัญญา" เขากำหมัดแน่น"พ่อครับ...ผมจะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นเองว่าเด็กบ้านนอกคนนี้จะทำอะไรได้บ้าง"
เช้าวันรุ่งขึ้นไทตัดสินใจเดินเข้าไปในย่านร้านอาหารเก่าแก่ของเมืองเขาคิดว่าอาจจะมีใครสักคนรู้จักสัญลักษณ์นั้น หรือเคยได้ยินเื่ราวแปลกๆ เกี่ยวกับโลกใต้ดินของการทำอาหารเขามองเห็นเชฟมากมายในชุดเครื่องแบบสีขาวเดินเข้าออกร้านอาหารหรูหราบางคนดูภูมิฐาน บางคนดูหยิ่งผยอง
เขาเดินเข้าไปใกล้ร้านอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่งที่ดูสะอาดสะอ้านบรรยากาศอบอุ่น เชฟหนุ่มคนหนึ่งกำลังปรุงอาหารอยู่ในครัวเปิดไทหยุดยืนมองอยู่ห่างๆ พยายามสังเกตทุกรายละเอียด ั้แ่การเลือกวัตถุดิบ การหั่นการปรุงรส
"สนใจการทำอาหารรึหนู?" เสียงทุ้มแหบๆ ดังขึ้นจากด้านหลังไทหันไปมอง เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งเช็ดโต๊ะอยู่
"ครับ ผมชอบดู" ไทตอบ
ชายชรามองไทั้แ่หัวจรดเท้าเสื้อผ้าที่เก่าและมอมแมมของไทบ่งบอกฐานะได้เป็อย่างดี "หึ!เด็กอย่างแกน่ะจะไปรู้อะไรเื่อาหาร" ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก"มันไม่ใช่แค่การทำให้อร่อยนะไอ้หนู มันคือธุรกิจมันคือศิลปะที่คนอย่างแกไม่มีวันเข้าถึงหรอก!"
"แกคงคิดว่าแค่ได้กลิ่นอาหารก็เข้าใจแล้วสินะ? ไปๆ ไปหาอย่างอื่นทำเถอะ"เชฟหนุ่มในครัวที่ได้ยินบทสนทนาะโออกมาสมทบ "อาหารน่ะมันมีระดับของมันไม่ใช่ใครก็ทำได้ เด็กบ้านนอกคอกนาอย่างแกน่ะ ไม่มีความรู้ ไม่มีการศึกษาจะมาเป็เชฟได้ยังไง!"
คำพูดดูถูกถาโถมเข้ามาอีกครั้งแต่คราวนี้ไทกลับรู้สึกชาชินเขาไม่ได้โกรธแค้นเท่าครั้งแรกที่ถูกพ่อค้าแม่ค้าต่อว่าอีกแล้ว กลับกันเขาเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกเ่าั้ไว้ในใจให้มันเป็เชื้อเพลิงที่คอยจุดไฟแค้นให้ลุกโชน
"ผม...จะทำให้พวกคุณเห็นเอง"ไทพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่มีใครได้ยิน
เขาเดินจากร้านนั้นมาอย่างเงียบๆเดินลึกเข้าไปในเมืองเรื่อยๆ ความผิดหวังเริ่มเข้าเกาะกินหัวใจเขาจะหาเบาะแสจากที่ไหนได้บ้าง? ในเมื่อไม่มีใครเชื่อในตัวเขาเลย
ในขณะที่ไทกำลังเดินผ่านป้ายประกาศชุมชนเก่าๆสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับป้ายประกาศใบหนึ่ง มันเป็ป้ายที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆมีข้อความเขียนด้วยลายมือตัวโตๆ ว่า:
"ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันทำอาหารประจำหมู่บ้าน(เขตชุมชนตลาดเก่า)! ชิงเงินรางวัลและสิทธิ์เข้าแข่งขันระดับเขต! เริ่มรับสมัครวันนี้!"
"การแข่งขันทำอาหารระดับหมู่บ้าน..."ไทอ่านออกเสียงเบาๆ คิ้วขมวดเข้าหากัน นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนไม่เคยมีใครในหมู่บ้านของเขาพูดถึงการแข่งขันแบบนี้เลย
ในแวบแรกไทรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นในความมืดมิดของจิตใจ นี่อาจจะเป็โอกาสนี่อาจจะเป็ 'ก้าวแรก' ที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเองพิสูจน์ว่าเด็กบ้านนอกคนนี้ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกดูถูกไทมองป้ายประกาศนั้นอย่างพิจารณา และในใจเขาก็เกิดความมุ่งมั่นขึ้นมาอีกครั้ง
เขาตัดสินใจเดินตรงไปยังจุดรับสมัครทันทีโดยไม่รู้เลยว่า การแข่งขันทำอาหารระดับหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยิ่งใหญ่ ที่จะพาเขาไปสู่เส้นทางแห่งการแก้แค้นและการเป็เชฟผู้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะคาดถึง