กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 หอกเงินเกล็ดหิมะปะทะดาบหลอมสายรุ้ง

            การประลองนัดสุดท้ายในรอบแรกของการประลองรอบสิบคนเป็นการพบกันระหว่างจางอวิ๋นและหยางลู่!

            ทั้งคู่ต่างก็อยู่ในระดับสูงสุดของนักยุทธ์ระดับหกในแง่ของความแข็งแกร่งแล้ว จางอวิ๋นนั้นเหนือกว่า กระนั้นหยางลู่เองก็เป็นถึงศิษย์หญิงเพียงสองคนและเป็นคนที่สวยที่สุดที่ติดรอบสิบคนสุดท้ายมาได้จึงมีคนคอยตามให้กำลังใจมากที่สุดในบรรดาทั้งหมด!

            ก่อนที่หยางลู่สาวสวยสุดน่ารักจะขึ้นมาบนเวทีก็มีเสียงโห่ร้องดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่องแล้ว!

            “หยางลู่ พยายามเข้านะ…”

            “เทพธิดาลู่ลู่ ฆ่าเจ้าจางอวิ๋นเลย…”

            “เทพธิดาหยางลู่ พวกเราจะคอยเชียร์เจ้านะ…”

            “ศิษย์พี่อวิ๋น สู้เขา!”

            เสียงเชียร์ของจางอวิ๋นที่มีจำนวนน้อยจมหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์บรรดาแฟนคลับของหยางลู่เมื่อได้ยินเสียงตะโกนให้กำลังใจอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้จางอวิ๋นที่เป็นหนึ่งในสี่อัจฉริยะก็หงุดหงิดมากคิดว่าตัวเขาไม่ได้รับความนิยมบ้างเลยหรืออย่างไร?

            เขาถอนหายใจออกมาเบาๆและตั้งสมาธิเสียใหม่ ก่อนจะหยิบเอาอาวุธที่เขาโปรดปรานออกมาเป็นหอกยาวที่มีด้ามสีเงินสดใส ‘หอกเงินเกล็ดหิมะ’ ซึ่งทำจากเงินเกล็ดหิมะชั้นเลิศและจัดเป็นอาวุธชั้นยอดสำหรับนักยุทธ์!

            ไม่ว่าโลกภายนอกจะมีเสียงดังเอะอะสักแค่ไหนจางอวิ๋นก็ตัดสินใจได้แล้วว่าตัวเขาจะต้องชนะการประลองนัดแรกนี้ให้ได้แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นสาวงามผู้โด่งดังก็ตามและจะไม่หยุดจนกว่าตัวเขาจะสามารถไต่เต้าไปถึงสามอันดับแรก!

            หลังจากที่หยางลู่ผงกศีรษะตอบบรรดาบุรุษที่คอยส่งแรงใจรอบๆตัวนางเสร็จ นางก็ชักดาบของตัวเองออกมา ซึ่งเป็นดาบสีเขียวที่ยาวเกือบสิบแปดชุ่น ‘ดาบหลอมสายรุ้ง’ เป็นอาวุธชั้นเลิศในระดับนักยุทธ์อีกชิ้น

            เซียวหลิงอวิ๋นเองก็ให้ความสนใจอย่างมากกับการประลองนัดนี้ในฐานะบุรุษ แม้ว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแต่หลังจากที่ได้รับรู้ว่าหยางลู่ที่ทั้งงดงามและน่ารักชื่นชอบเขาแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจนางก็ตาม แต่ก็ยังรู้สึกเป็นสุขในใจอยู่ดี นี่เป็นสัญชาตญาณสามัญของพวกผู้ชาย!

            แม้ตัวเขาจะมาเกิดใหม่ในร่างของคนที่ถูกเรียกว่าขยะแต่ตัวเขาก็ยังได้รับความชื่นชอบจากสาวงาม!

            ยิ่งไปกว่านั้นเซียวหลิงอวิ๋นก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับการประลองของหยางลู่ในรอบก่อนๆ เลยในคราวนี้เขาจึงอยากจะเห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของสาวน้อยน่ารักคนนี้!

            ...

            หนุ่มหล่อกับสาวสวยยืนอยู่กลางเวทีเป็นอะไรที่น่ามองอย่างยิ่ง!

            แน่นอนว่าหากมองไม่เห็นอาวุธมีคมในมือของทั้งคู่น่ะนะ!

            สิ้นการประกาศเริ่มสู้จากกรรมการการประลองจึงเริ่มต้นขึ้น!

            ในขณะที่คำว่า"เริ่มสู้" ยังคงดังก้องอยู่ในอากาศ หยางลู่เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนด้วยร่างกายที่เพรียวบางราวกับตัวชะมด นางบุกเข้าไปหาจางอวิ๋นอย่างรวดเร็วแล้วดาบหลอมสายรุ้งในมือก็กลายเป็นดั่งอสรพิษ พุ่งเข้าไปแทงจางอวิ๋น

            สั้นหนึ่งชุ่นอันตรายหนึ่งชุ่น เด็กสาวตัวเล็กน่ารักคนนี้ได้บุกเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายในระยะประชิด!

            การเคลื่อนไหวของร่างกายคล่องแคล่วทักษะดาบก็ไม่เลว แต่ฝีเท้ายังขาดเกินอยู่สักหน่อย ในการต่อสู้ระยะประชิดเช่นนี้โดยเฉพาะกับสตรีที่ร่างกายไม่แข็งแกร่งเท่าบุรุษแล้วหากไร้ซึ่งฝีเท้าที่ไม่อาจคาดเดาได้ และปราศจากการเคลื่อนไหวที่สง่างามและคล่องตัวก็ไม่เหมาะสมกับการต่อสู้ด้วยวิธีนี้!

            เซียวหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาสามารถมองข้อบกพร่องของหยางลู่ออกได้ในทันที!

            แน่นอนว่าตัวจางอวิ๋นเองก็ทำความเข้าใจในคู่ต่อสู้ของตนเองก่อนการประลองมาแล้วร่างกายที่สูงตระหง่านของเขายังคงยืนหยัดอยู่อย่างนิ่งสงบ จู่ๆหอกเงินเกล็ดหิมะที่ยาวเก้าฉื่อในมือเขาก็ขยับออกไปด้านข้างด้วยการออกแรงผลักไปในแนวนอน ก็สามารถสกัดการโจมตีที่เป็นดั่งงูของหยางลู่ได้!

            หยางลู่ส่งเสียงร้องดาบในมือของนางพลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเงาดาบจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งโจมตีใส่จางอวิ๋นแบบถาโถม ทันใดนั้นหอกเงินเกล็ดหิมะก็ถูกกลืนด้วยเงาดาบบินะเกิดเสียง "โช้งเช้งๆ" ของหอกกับดาบที่ปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

            ชั่วขณะต่อมาจางอวิ๋นก็ไถลเท้าซ้าย หมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาแล้วใช้ท้ายหอกเงินเกล็ดหิมะที่สูงเก้าฉื่อกระแทกลงไปที่พื้นอาศัยแรงสะท้อนเพื่อยกตัวลอยขึ้นข้างบน พร้อมด้วยเสียงดัง "แกร๊ง"ก็มีแสงไฟส่องไปทั่วทุกหนทุกแห่ง เงาดาบบนท้องฟ้ากระจัดกระจายหายไปร่างกายที่เพรียวบางของหยางลู่ถูกโจมตีด้วยพลังอันมหาศาลทำให้กระเด็นลอยไปข้างหลังพร้อมกับดาบของนาง

            หยางลู่พลิกตัวกลางอากาศอย่างช่ำชองและลงมายืนกับพื้นนางยังคงถอยออกไปอีกสองก้าวก่อนจะตั้งหลักได้เมื่อมองไปที่จางอวิ๋นซึ่งอยู่ตรงหน้านาง และยังคงยืนนิ่งราวกับภูเขาทั้งยังมีสีหน้าไม่สะทกสะท้าน ความตกใจปรากฏในดวงตาคู่งามของนางทันที"ไม่รู้เป็นเพราะศิษย์พี่โชคดี หรือมีสายตาที่ดีจริงๆ กันแน่ท่านสามารถเลือกดาบของจริงท่ามกลางเงาดาบจำนวนมากได้อย่างแม่นยำศิษย์พี่เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง คู่ควรกับการให้ข้าเอาจริงอย่างเต็มที่!”

            ดวงตาของจางอวิ๋นยังคงสงบนิ่งไม่ได้แสดงท่าทีเยื่อหยิ่งเลยแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินคำชมของอีกฝ่ายตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา:"ถึงแม้ว่าการสวนกลับเมื่อสักครู่จะเป็นเพราะโชคช่วยเล็กน้อยทว่ามันก็เป็นผลพวงมาจากประสาทสัมผัสและประสบการณ์ที่มากกว่า! "

            “ช่างเป็นประสาทสัมผัสและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมกระะไรเช่นนี้ศิษย์พี่โปรดระวังกระบวนท่านี้ด้วย!” ดวงตาคู่งามของหยางลู่เป็นประกายนางย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วถีบเท้าซ้ายของตัวเองออกไป ร่างของนางพุ่งไปข้างหน้าอีกหนทันใดนั้นดาบหลอมสายรุ้งในมือก็ฟาดฟันออกไปสุดแรง

            “ฮ่าๆ ศิษย์น้องไม่ต้องเป็นห่วง โจมตีด้วยกำลังทั้งหมดของเจ้าเลยแล้วคอยดูว่าข้าจะสอยแม่นางหงส์ไฟอย่างไร!”เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รวดเร็วของหยางลู่จางอวิ๋นซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความห้าวหาญก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแทงหอกเงินเกล็ดหิมะยาวเก้าฉื่อในมือของเขาออกไปเต็มแรง ในขณะที่แทงหอกออกไปมือของเขาก็กดลงและบิดมือไปด้วย เมื่อหอกแทงเข้าไปที่ดาบของอีกฝ่ายก็เกิดแรงหมุนเสริมขึ้นมา

            ในขณะที่ดาบหลอมสายรุ้งในมือของหยางลู่ปะทะกับหอกเงินของอีกฝ่ายนางรู้สึกได้ถึงพลังและความแข็งแกร่งมหาศาล ทำให้การโจมตีด้วยดาบอันทรงพลังนี้ราวกับว่าแทงโดนลูกบอลที่มีความยืดหยุ่นสูง

            ทันใดนั้นปลายดาบก็ไถลออกไปด้านข้างๆทำให้นางถึงกับกรีดร้องว่าแย่แล้วในใจจากนั้นนางก็เห็นหอกของอีกฝ่ายพุ่งตรงมาที่คอของตนราวกับสายฟ้าฟาดกระทั่งนางต้องรีบหมุนตัวและเบี่ยงศีรษะหลบอย่างรวดเร็ว

            "ฉัวะ!"

            ใบหอกแหลมคมพุ่งเฉียดคอของนางไปแต่ด้วยแรงลมที่รุนแรงก็ยังทำให้เกิดรอยช้ำที่คอเนียนขาวเป็นอะไรที่เฉียดฉิวอย่างยิ่ง เพราะเฉียดคอของนางไปเพียงหนึ่งชุ่นเท่านั้น!

            ในขณะที่หยางลู่กำลังคิดว่าตนโชคดีอยู่นั้นคอระหงที่ขาวผ่องน่าหลงใหลก็ถูกฟาดอย่างแรง ทำให้การมองเห็นของนางดับวูบร่างของนางกระเด็นลอยออกไปข้างๆ ทันที ก่อนจะร่วงลงพื้นดัง ‘ตุบ’ และหมดสติไป

            เด็กสาวคนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองหนึ่งขั้น กลับไม่มีแผนรับมือเลยนางควรใช้แผนกลยุทธ์ล่อหลอกเพื่อบั่นทอนพลังกายและพลังปราณของอีกฝ่ายถึงค่อยเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในภายหลัง

            นางกลับเลือกใช้การโจมตีที่รุนแรงตั้งแต่ตอนที่ยืนอยู่ห่างกัน เช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการใช้จุดอ่อนของตนเองเข้าโจมตีจุดแข็งของศัตรูจะพ่ายแพ้ก็ไม่แปลกแล้ว! เซียวหลิงอวิ๋นส่ายหน้าอย่างหมดคำพูด!

            ทางด้านจางอวิ๋นก็ไม่มีเวลารู้สึกยินดีจากการเอาชนะคู่ต่อสู้!

            เพราะตัวเขาต้องจมอยู่กับคำก่นด่ารอบตัว!

            “ไปตายเสียเจ้าแซ่จาง เจ้ากล้าลงมือหนักขนาดนี้กับเทพธิดาซะได้…”

            “เจ้าบ้าจางอวิ๋น กล้าทำร้ายเทพธิดาหยางลู่... ข้าจะฆ่าเจ้า...”

            หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ที่เป็นกรรมการทนไม่ไหวและตะโกนให้เงียบเสียงจางอวิ๋นคงจมน้ำลายของบรรดาแฟนคลับจำนวนมากของหยางลู่ตายไปแล้ว!

            ...

            การจับคู่ประลองรอบแรกทั้งห้านัดของรอบสิบคนสิ้นสุดลงจากนี้จะมีการพักหนึ่งถึงสองชั่วยาม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จากนั้นจะมีการนัดหมายเพื่อเริ่มรอบที่สองของรอบสิบคนต่อ!

            สำหรับรอบสิบคนนี้จะจัดขึ้นทั้งหมดเก้ารอบตลอดเวลาสามวันและในแต่ละวันจะมีการประลองกันสามรอบซึ่งหมายความว่าทุกคนจะต้องประลองกันสามนัดทุกวัน และจะมีช่วงเวลาพักเพียงสั้นๆในแต่ละรอบหลังจากครบสามรอบก็จะได้เวลาพักเต็มหนึ่งคืนสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บหรือฟื้นฟูพลังปราณ