ณ. เทือกเขาเหนือมวลหมู่เมฆ คือที่ตั้งโบราณสถานเก่าแก่ ดูจากร่องรอยจากการผุพังตามกาลเวลา สามารถจะประมาณอายุได้หลายหมื่นปี ที่หน้าแปลกใจคือทั่วรอบโบราณสถานแห่งนี้ กลับกลายเป็พื้นที่ราบโล่ง กว้างหลายตารางกิโลเมตร แทนที่มันจะเป็ยอดเขาหรือ แต่เมือได้ลองมองจากที่ไกลออกไปสูงขึ้นไป กลับดูเหมือนว่ายอดเขาลูกนี้ถูกตัดออกไปเสียมากกว่า
รอบบริเวณโบราณสถานเวลานี้ ปรากฏซากศพของสัตว์ปีศาจจำนวนมากนับไม่ถ้วน ขนาดของพวกมันแตกต่างกันไป มีั้แ่ขนาดเล็กที่ไม่ถึงหนึ่งเมตรจนถึงหลายร้อยเมตร เศษชิ้นเนื้อ อวัยวะกระจัดกระจายเต็มลานกว้างรอบโบราณสถาน เืจำนวนมากมายไหลออกจากศพสัตว์ปีศาจเหล่านี้ แต่ที่หน้าสงสัยคือเืของสัตว์ปีศาจพวกนี้กลับไหลรินรวมกันที่บริเวณโบราณสถานจนกลายเป็แอ่งเืขนาดใหญ่เหมือนกับว่ามีบางอย่างดึงดูดเืพวกนี้ให้มารวมกัน
ภายในโบราณสถานนอกจากศพสัตว์ปีศาจเกลื่อนกลาด ยังมีชายหญิงคู่หนึ่ง ชายบนตัวที่เต็มไปด้วยเืจนไม่สามารถถบอกได้ว่าเป็เืของตัวเองหรือเืของสัตว์ปีศาจพวกนั้น บนตัวมีาแมากมาย และแผลฉกรรจ์ที่สามารถพรากชีวิตเขาได้ตลอดเวลาหลายแห่ง ฝ่ายหญิงเองบาทเจ็บหนักไม่แพ้กัน เธอสูญเสียแขนขวา ขาซ้ายไป ที่บริการหน้าท้องมีบาทแผลขนาดใหญ่เหมือนโดนของแหลมแทงทะลุผ่านร่าง จนสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังผ่านทางร่างของเธอได้ชัดเจน
ดูจากเหตุการณ์ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดแล้ว สามารถบอกได้ว่าชายหญิงคู่นี้ ได้รับบาทเจ็บสาหัสจากการต่อสู่รุนแรง ยาวนานกับเหล่าสัตว์ปีศาจจำนวนมากบริเวณรอบโบราณสถาน ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้พบเห็นสภาพอันน่าเวทนาของชายหญิงทั้งสอง ทุกคนสามารถพูดได้ว่า คนทั้งคู่ไม่มีโอกาศรอดชีวิตได้อีกแล้วแม้ว่าจะเป็ยอดปราชญ์แห่งการรักษามาเองก็ตาม ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ใบหน้าของพวกเขากลับแต่งเติมไปด้วยรอยยิ้มและความสุขอันล้นเอ่อ ไรซึ่งความโศกเศร้าในแววตา ราวกันว่าพวกเข้าทำสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตสำเร็จ
“สิ่งที่ข้าจำเป็ต้องทำ ข้าก็ทำจนครบแล้ว ภรรยาข้าท่านเสียใจหรือไม่ที่ทุกอย่างต้องจบลงในที่แห่งนี้”
“ท่านสามีสิ่งเดียวที่ข้าเสียใจคือ การที่ได้พบท่านท่านช้าไป ถ้ามีโอกาศข้าจะขอเคียงข้างท่านตั่งแต่เสียงร้องเริ่มต้นชีวิตของท่าน”
“อืมม. งันก็มาเริ่มขั้นต้อนสุดท้ายเถอะ”
หลักจากคุยกันด้วยรอยยิ้มเพียง สอง สาม ประโยคฝ่ายชายได้เริ่มการกระตุ้นพลังิญญาที่มากมายมหาศาลจากห้วงิญญาของตนใส่ลงในวัตถุที่มีลักษณะเหมือนกับคัมภีร์เวทมนต์ชนิดหนึ่ง
“สิ้นสุดกันที่ กับความเสียใจ ความไม่เอาไหนของข้า ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องได้รับการแก้ไขทั้งหมด”
ทันใดนั้น แสงสีทองที่สว่างไสวกลบทับเทือกเขาที่สูงหลายหมื่นเมตรลูกนี้ โดยจุดกึ่งกลางของแสงนั้นรวมอยู่ที่คัมภีร์เวทมนต์เล่มหนึ่ง
.............
หอประชุมกลางของคฤหาสน์ตระกูลทาร์เรียน
ณ. เมืองเรดกราส เมืองอันดับ 2 แห่งทวีปวิหกศิลา 1 ที่ใน 5 มหาทวีป
หอประชุมที่ด้านนอกมองเป็อาคารเก่าแก่สวยงาม ดูมีมนต์ขลัง แต่เมื่อมองด้วยสายตาของบุคคลทั่วไปก็เป็เพียงอาคารที่ทั้งเก่าแก่คร่ำครึเพียงเท่านั้น แต่ถ้าเป็สายตาของผู้ฝึกพลังิญญาหรือผู้มีความสามารถทางิญญา หรือแม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญด้าน รูนอักขระเวทมนต์ นักวางค่ายกล พวกเค้าสามารถมองเห็น รูนอักขระเวทจำนวนมากมายหลากหลายชนิดสลักบนเสา ผนัง และ บนพื้นรอบตัวอาคาร ถ้าสังเกตุให้ดี มุมสี่มุมรอบตัวอาคารจะมีเสาตั้งอยู่ 4 ทิศ คล้ายวงเวทมนต์ขนาดใหญ่คลอบอาคารไว้อีกชั้น
เมื่อเข้าไปภายในอาคารจะพบกับพื้นที่ลักษณะลานกว้างเป็วงกลมภายในมีพลังิญญาอัดแนนเป็พิเศษ ใช้สำหรับทำพิธีสำคัญของตระกูล ภายในลานกว้างมีเสากลมขนาดใหญ่ 6 ต้น ที่รูปแกะสลักสวยงาม ดูมีมนต์สะสดแก่ผู้ได้พบเห็น เสาพวกนี้สูงถึงหลังคาของอาคาร ส่วนพื้นที่รอบนอกจะเป็อัฒจรรย์ 5 ชั้นล้อมรอบลานกว้างเอาไว้ และมีที่นั่งพิเศษสำหรับผู้นำตระกูล รองผู้นำตระกูล และผู้ที่มีตำแหน่งสำคัญในตระกูล โดยตำแหน่งของที่นั่งจะหันหน้าไปทางประตูใหญ่
วันนี้เป็วันสำคัญของบรรดารุ่นเยาว์ของกระกูลทาร์เรียนที่อายุครบ 15 ปี ทุกคนจะได้รับการทดสอบ ความสอดสามารถทางิญญากับร่างกาย และธาตุทางิญญาของตน ซึ่งถือเป็พิธีบรรลุนิติภาวะของผู้เยาว์ในกระกูลด้วย หลังจากพิธีนี้รุ่นเยาว์จะสามารถเข้าทดสอบเป็ผู้ฝึกพลังิญญา สามารถประกอบอาชีพเช่นนักผจนภัย หรือเข้าเรียนต่อในสถาบัณที่สูงขึ้น
ในโลกแห่งนี้ผู้ฝึกพลังิญญา จะสามารถพัฒนาตัวเองได้ด้วยการเพิ่มพูลพลังิญญาในทะเลิญญาของตัวเอง ผู้ฝึกพลังิญญาสามารถดูดซับพลังิญญาเข้าสู่ทะเลิญญาของตัวเอง โดยการอาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่มีอนูิญญาหนาแน่น ดูดซับจากศิลาิญญา หรือ สิ่งของที่มีพลังิญญาอัดแน่นอยู่ ผู้ฝึกพลังิญญาทุกคนจะเรียกวิธีเหล่านี้ว่า ผู้ฝึกตน และเรียกวิชาที่ใช้ฝึกฝนเรียกว่า เคล็ดวิชาิญญา
การทดสอบแรกเป็การทดสอบ ความสอดคล้องทางิญญา
โดยปกติผู้ฝึกพลังิญญาส่วนใหญ่ จะมีความสอดคล้องทางิญญาอยู่ในระดับ 3 ซึ่งระดับความสอดคล้องทางิญญานี้จะสามารถเป็ตัวบ่งชี้ว่าในภายภาคหน้าจะประสบการณ์ฝึกพลังิญญาจะประสบความสำเร็จในเส้นทางผู้ฝึกพลังิญญาได้ไกลแค่ไหน
การทดสอบที่สอง เป็การทดสอบธาตุทางิญญาของผู้ฝึกพลังิญญา โดยปกติธาตุทางิญญา จะแบบออกเป็
· 4 ธาตุหลัก ดิน น้ำ ลม ไฟ
· 2 ธาตุที่พบยาก แสง และความมืด
· 4 ธาตุพิเศษ สายฟ้า ไม้ ิญญา มิติ
เช่นเดียวกับความสอดคล้องทางิญญา ธาตุทางิญญาก็สามารถฝึกฝนเพิ่มระดับด้วยการฝึกฝนวิชาิญญาเช่นกัน ผู้ฝึกพลังิญญาสามารถมีได้มากกว่า 1 ธาตุเช่นกัน ระดับของธาตุทางิญญาจะเป็ตัวบ่งบอก ความสามารถในการฝึกวิชาในธาตุที่สอดคล้องได้รวดเร็วมากน้อยเท่าไร
ปึง ปึง ปึง (เสียงฆ้อนไม้ทุบโต๊ะ)
“พิธีบรรลุนิติภาวะเริ่มได้” หลังจากผู้ดำเนินพิธีะโเป็การเปิดพิธี เขาหันไปพูดกับผู้นำตระกูลที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธาน “เรียนท่านผู้นำตระกูล ในปีนี้ตระกูลของเรามีผู้เยาว์เข้าร่วมพิธีจำนวน 15 คน”
ผู้นำตระกูลมีสีหน้ากับในตาเฉยชา มองดูแล้วไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เอ่ยปาก “อืมดี มีจำนวนมากกว่าปีที่แล้วถึง 5 คน ลูกข้าในปีนี้ก็ถึงเวลาบุตรคนเล็กของเ้าได้เข้ารวมพิธีด้วย”
กิลบิท ชายอ้วนหน้าเหลี่ยมใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หันไปทางผู้นำตระกูล “ท่านพ่อนอกจากลูกสามของข้าแล้วยังมีลูกคนรองของน้องสองด้วยที่เข้าร่วมพิธีในวันนี้ อ้อและยัง” ยังไม่ทันที่ กิลบิท จะพูดจบชายร่างผอมหน้าตาคมเข้มได้เอ๋ยแทรกขึ้น “พี่ใหญ่อย่าได้พูดถึงเ้าคนไม่รับผิดชอบ ที่ถือตัวว่าตนเองมีพร์ดีเลิศจงใจปฏิเสธการแต่งงานระหว่างตระกูลของเรา กับตระกูลคลีฟแลนด์ ทำให้มิตรภาพของ 2 ตระกูลถดถอย และสุดท้ายกลับไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนไม่รู้มาเป็ภรรยาเอก สุดท้ายยัง......”
“มักซีน เ้าหยุดพูดได้แล้ว เ้าเองก็รู้สาเหตุทำไมยังทำใจลืมเื่นี้ไปไม่ได้เสียที” ผู้นำตระกูลหันมาพูดกับบุตรชายคนรอง และเริ่มพูดต่อ “ข้าหวังว่าลูก ของเ้าลูกเหลวไหลนั้น ที่เกิดจากผู้หญิงคนนั้น จะมีพร์บ้าง”
“ท่านพ่อโปรดใจเย็นลงก่อน” กิลบิทได้พูดขึ้นเพื่อห้ามอารมณ์ของผู้นำตระกูลเพื่อให้เย็นลง และได้หันมองไปยังเด็กหนุ่มที่ไม่สดุดตาคนนึง พร้อมรอยยิ้มแปลกประหลาด
“คนที่ 1 เริ่มได้”
“น้องข้านั้นบุตรของเ้ากับอนุภรรยาคนที่เท่าไร” ผู้นำตระกูลหันไปถามเบียทริซผู้น้องชายของตนที่มีอนุภรรยาหลายคน “กับคนที่ 3 ครับท่านพี่”
“ข้า ไวส์ ทาร์เรียน บุตรคนที่ 7 ของท่านพ่อเบียทริซ”
“เริ่มได้”
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มนำมือของตนวางบนอุปกรณ์เวทมนต์ที่มีลักษณะเป็ก้อนศิลาสีไขมุกมีขนาดเท่าลูกบอล เมื่อนำมือวางลง ก้อนศิลามีปฏิกิริยาทันที
“ไวส์ ทาร์เรียน บุตรคนที่ 7 แห่งท่านเบียทริซ”
“ความสอดคล้องทางิญญา ระดับ 4 ”
“ธาตุทางิญญา ลมระดับ 5 ไฟระดับ 3”
ทันที่ผู้ดำเนินงานกล่าวจบ ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังทั่วห้องประชุมจนผู้ดำเนินงานต้องทุบโต๊ะเพื่อให้ทุกคนกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง ใน ขณะที่ เบียทริซ นั่งยิ้มอย่างดีอกดีใจ “ลูกของเ้าคนนี้มีพร์ที่ดีมากกว่าพวกพ่ี่่ของเขาทุกคน ข้าดีใจแบบนี้จะทำให้ตระกูลของเราแข็งแกรงขึ้น” ผู้นำตระกูลกล่าวกับ เบียทริซ “ขอบคุณท่านพี่”
“คนที่ 2 เริ่มได้”
“ข้า ซากาสก์ ทาร์เรียน บุตรคนที่ 3 ของท่านพ่อกิลบิท”
“เริ่มได้”
“ซากาสก์ ทาร์เรียน บุตรคนที่ 3 แห่งท่านกิลบิท”
“ความสอดคล้องทางิญญาระดับ 5”
“ธาตุทางิญญา ลมระดับ 7”
ทันที่ผู้ดำเนินงานกล่าวจบ ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังทั่วห้องประชุมจนผู้ดำเนินงานต้องทุบโต๊ะอีกครั้ง “กิลบิทลูกของเ้าคนนี้มีพร์โดดเด่นเหมือนกับพวกพี่พี่ของเค้า”
“ของคุณท่านพ่อ” กิลบิทกล่าวเดียวสีหน้าปกติไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าดีใจอยู่หรือไม่
“คนที่ 3 เริ่มได้”
“ข้า โคเซ์ ทาร์เรียน บุตรคนที่ 2 ของท่านพ่อมักซีน”
“เริ่มได้”
“โคเซ่ ทาร์เรียน บุตรคนที่ 3 แห่งท่านมักซีน”
“ความสอดคล้องทางิญญาระดับ 4 พลังิญญา 3”
“ธาตุทางิญญา ทองระดับ 8””
เมื่อประกาศเสร็จสิ้น ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังทั่วห้องประชุมดังมากกว่า 2 คนก่อนหน้าเสียอีกจนผู้ดำเนินงานต้องทุบโต๊ะเสียหลายครั้งกว่าทุกคนจะกลับไปสู่ความสงบอีกครั้ง “ดีจริง ดีมาก ลูกข้ามักซีนเ้าให้เกิดสายเืที่มีพร์กับตระลูกอีกครั้งแล้ว ดีจริง ๆ” เมื่อได้ยินคำประกาศผู้นำตระกูลเอ๋ยชมมักซีน หลายครั้ง แต่ในขณะเดียวกันกิลบิท กลับมีสายตาแฝงไปด้วยความอิจฉาซุกซ้อนไว้
หลังจากกลุ่มผู้เยาว์ที่เป็บุตรของเหล่าผู้มีอำนาจในตระกูล ต่อมาก็เป็ลำดับของผู้เยาว์เป็บุตรของผู้ทีมงานฐานะทั่วไปในตระกูล ซึ่งทุก ๆ คนล้วนมีพร์ที่อยู่ระดับที่ธรรมดา แต่ทุกคนล้วนผ่านมาตราฐาน
“ดี ดีดี ปีนี้เหล่ารุ่นเยาว์ล้วนมีมาตราฐานที่ดี” ผู้นำตระกูลเอ๋ย พร้อมรอยริ้มเล็กหน้าจนแทบจะมองไม่เห็น
“คนที่ 15 เริ่มได้”
“ข้า เอเกอร์ ทาร์เรียน บุตรของท่านพ่อมิสกัน”
เด็กหนุ่ม พูดด้วยสีหน้า เงียบสงบ เหมือนเพียง้าทำให้สิ่งตรงหน้าให้ผ่านผ่านไปเท่านั้น
“เริ่มได้”
เมื่อ เอเกอร์ ได้วางมือลงบนอุปกรณ์เวทมนต์ข้อมูลทางิญญาได้ทุกส่งมาให้ผู้ดำเนินงาน แต่ข้อมูลทางิญญาที่ผู้ดำเนินงานเห็นทำให้ผู้ดำเนินงานใ ถึงกับร้องอุทานออกมา
“ เป็ไปไม่ได้.... ”