บทที่ 7 พลิกผัน
ณ โถงรับรองแขก
กงกงเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา แตกต่างจากเดิมจนไป๋เจี๋ยเองก็เริ่มประหม่า ยามนี้แม้แต่ชาร้อนที่ไป๋เจี๋ยผู้เป็เ้าบ้านรินให้ด้วยตัวเอง กงกงก็ยังไม่ยกดื่ม อันผู้าุโจากวังหลวงนั้นเดาใจได้ยากเสียจริง ด้วยฐานะของฮวนหรงก็ใช่ว่าจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ตอนนี้นางกลับนั่งนิ่งสงบเสงี่ยมอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในใจของไป๋เจี๋ยเริ่มคิดแล้วว่าเหตุใดฮวนหรงไม่เข้ามาจู้จี้จุกจิกบนร่างกายของเขา นางเก่งเื่แสดงละครและเสแสร้งแกล้งทำมิใช่รึ! หรือว่านางจะจงใจทำให้สกุลมิ่งขายหน้า
[ห่ะ! นางจงใจจะทำให้กงกงรู้ทางอ้อมอย่างนั้นหรือว่าข้ารังแกนางทั้งคืน]
“ช่างเถอะ! ข้าจะไม่ยอมให้เ้าสมหวังหรอก” ไป๋เจี๋ยหันไปหาฮวนหรงแล้วหลุดพูดเสียงเบาอย่างล่องลอย
“ท่านเป็บ้าหรือ สมหวัง ไม่สมหวังอันใดกัน ยามนี้ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะ” ฮวนหรงขมวดคิ้วมุ่น นางกำลังคิดว่า ที่พยายามนั่งตัวตรงรักษากริยาอยู่นี้ก็เพราะอยากรักษาหน้าตาให้สกุลมิ่งต่างหาก ว่าแล้วฮวนหรงก็ยกมือขึ้นมาเกาเนื้อแขนโดยไม่รู้ตัว เผลอเกาแต่ละทีนางก็ออกแรงถากแรง ๆ จนิัเริ่มแดง
ไป๋เจี๋ยคิดว่าฮวนหรงก็เหมือนจิ้งจอกเ้าเล่ห์ นางใช้เวลาหลายปีเพื่อที่จะยัดเยียดให้คนผู้หนึ่งกลายเป็สามี อยู่ดี ๆ กลับอยากเลิกรากันไปง่าย ๆ ไป๋เจี๋ยยังรู้สึกอีกว่าฮวนหรงกำลังปั่นหัวผู้อื่นเล่น ในเมื่อนางฝืนทำให้เขากลายเป็บุรุษที่มีพันธะแต่งงานแล้ว ดังนั้นเขาก็จะไม่ยอมให้นางเป็อิสระเด็ดขาด หย่ารึ! ฝันไปเถอะ
ท่ามกลางกระแสความเงียบงัน ในที่สุดกงกงผู้เฒ่าก็ยอมเปล่งเสียงพูดออกมาว่า
“สีหน้าของพวกท่านทั้งสองดูเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน”
ไป๋เจี๋ยที่นั่งบนฟูกอย่างใจจดใจจ่อควรจะดีใจมิใช่หรือ เหตุใดใบหน้าดูประหม่า ไรผมส่วนบนมีเม็ดเหงื่อเกาะพราวทั้งที่วันนี้อากาศเย็นสดชื่นั้แ่เช้าตรู่ ด้านฮวนหรงนะหรือ ยามนี้นางไม่ใคร่สนใจเื่อื่น บนลำตัวของนางเริ่มระคายเคืองมากขึ้น โดยที่บุรุษหนุ่มบุรุษเฒ่ามัวแต่หยั่งเชิงกันไปมา คงไม่ได้สังเกตเห็นทีท่าประหลาดเหล่านี้ของนางกระมัง
“คืนเข้าหอ สามีภรรยาอยู่ตามลำพัง ท่านผู้าุโคิดว่าจะเกิดเื่ใดต่อจากนั้นหรือขอรับ”
ไป๋เจี๋ยชิงพูดสวนกลับด้วยแววตาแฝงนัย ระหว่างพูดชายหนุ่มพลางเคลื่อนฝ่ามือหยาบใหญ่ เข้าไปกอบกุมหลังมือเล็กของฮวนหรงอย่างมั่นเหมาะเพื่อให้สมบทบาท อย่างไรก็จะไม่ปล่อยให้ท่านกงกงผู้เฒ่าจับพิรุธได้ว่าเมื่อคืนนี้ นอกจากจะไม่ได้เข้าหอยังเอาแต่รังแกนาง เดิมทีไป๋เจี๋ยไม่คิดจะใส่ใจสารทุกข์สุกดิบของฮวนหรงอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่าหลังมือของนางร้อนระอุกว่าปกติ ผสานเข้ากับนิสัยเดิมที่ไป๋เจี๋ยเป็คนที่ขี้ร้อน ดังนั้นชายหนุ่มจึงรู้สึกว่าหลังมือของนางร้อนกว่ามือของเขาถึงสามส่วน เมื่อััได้อย่างนี้แล้วไป๋เจี๋ยใมาก รีบวกหน้ากลับไปมองฮวนหรงให้เต็มตา พบว่าสภาพของนางเหมือนลูกแมวป่วย ผื่นสีแดงขึ้นเต็มใบหน้า
เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจ ไป๋เจี๋ยดึงแขกเล็กเรียวของนางเข้ามาใกล้ ออกแรงเลิกชายเสื้อของฮวนหรงขึ้นโดยไร้ซึ่งท่าทีทะนุถนอม ได้เห็นทันทีว่าิัที่ละเอียดลออนุ่มนิ่มดุจแพรไหมกลายเป็สีแดง เนื้อผิวขมุกขมัวไม่สม่ำเสมอ เขาคงใมากกระมัง ลืมไปชั่วขณะว่ากงกงอยู่ด้วย ครั้นนึกขึ้นได้...ไป๋เจี๋ยจึงรีบลุกขึ้นมากำบังร่างอันบอบบางของฮวนหรงไว้ แล้วรีบถอดเสื้อตัวนอกคลุมให้ฮวนหรงในทันที
สถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นกะทันหัน ไป๋เจี๋ยคิดว่าเป็ลางร้าย อย่างไรกงกงต้องตำหนิเขาแน่ ที่ดูแลฮูหยินได้บกพร่อง ไป๋เจี๋ยตั้งใจหันหน้ากลับมาเพื่อที่จะกล่าวขอขมาต่อหน้ากงกง ทว่าไป๋เจี๋ยก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเข้าไปใหญ่ เมื่อกงกงยิ้มกรุ้มกริ่มส่งตรงมาให้ไป๋เจี๋ยพร้อมกับน้ำเสียงเข้าอกเข้าใจเจือเย้าแหย่ที่ว่า
“ท่านแม่ทัพ ชายชาตินักรบอย่างท่านมีวรยุทธ ต่อให้ตากลมในหุบเขาหิมะตลอดทั้งคืนก็ไม่เจ็บไข้ แต่อย่าลืมเชียวล่ะ ว่าฮูหยินของท่านเป็สตรี ควรถนอมให้มาก กิจกรรมยามค่ำคืนก็เอาแค่หอมปากหอมคอ เห็นอย่างนี้แล้วผู้เฒ่าอย่างข้าก็วางใจ ก่อนออกจากวังได้ยินเสียงลือพูดว่าท่านแม่ทัพกับภรรยาไม่ได้ชอบพอกันั้แ่แรก ข้ายังเอาแต่คิดเป็กังวลตลอดทาง ว่าจะทูลต่อฝ่าาอย่างไรให้ละมุนละม่อม ดูท่าบัดนี้คงไม่ต้องช่วยพวกเ้าแต่งเื่แล้วกระมัง”
กล่าวอย่างเบิกบานใจเช่นนี้แล้ว กงกงก็จากไปพร้อมธารกำนัลอีกสามคนที่ติดตามมารับใช้ ไป๋เจี๋ยให้เหตุผลว่าไม่ได้ออกไปส่งท่านผู้าุโก็เพราะต้องดูแลภรรยา ประโยคนี้อาจจะฟังดูแปลกปลอมสำหรับฮวนหรง แต่สำหรับไป๋เจี๋ยแล้วนั้น ย่อมรู้ดีว่ากลั่นกรองออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ เพราะการที่ฮวนหรงมีสภาพเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะไป๋เจี๋ยตักกุ้งให้นางกิน
ว่าแล้วก็ช้อนวงแขนลงไปโอบอุ้มฮวนหรงขึ้นมาบนแผงอก แล้วเดินหน้าตั้งพานางไปยังห้องหอหลังเดิม ยามนี้อาภรณ์ของสามียังคงคลุมปิดศีรษะจรดหน้าของนางอยู่ ประจวบกับอาภรณ์ตัวนอกบางเบานัก จากมุมมองนี้สามารถเห็นใบหน้างาม ๆ ของไป๋เจี๋ยทั้งหมดได้อย่างปรุโปร่งโดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้เนื้อรู้ตัว ว่ากำลังถูกดวงตาคู่หงจับจ้องและชื่นชมความหล่อเหลาอยู่ไม่ห่าง
*****
ณ โรงครัวจวนมิ่ง
ขณะนี้ผู้เป็นายอยู่ในโถงรับแขกไม่รู้เป็อย่างไรบ้าง อิ่นจูปลีกตัวมาต้มยาแก้แพ้ให้ฮวนหรงั้แ่กงกงผู้เฒ่ามาถึง บัดนี้หยูกยาก็พร้อมแล้ว อิ่นจูเร่งร้อนที่จะนำชามยาไปส่งยังโถงรับแขกให้ทันก่อนที่ผื่นสีแดงจะผุดขึ้นมา มิเช่นนั้นคุณหนูเฟยคงได้อับอายต่อหน้ากงกงแล้ว
คิดได้อย่างนี้อิ่นจูก็เดินเร็วขึ้น บนทางเดินเป็ลานปูด้วยหินกรวดขัดเงาไม่มีสิ่งใดกีดขวาง แต่สิ่งที่ทำให้ชักช้ากลับเป็อู๋หวา คนสมองลาปัญญาแกะอย่างอิ่นจูย่อมเดาไม่ออกว่าอู๋หวามากเล่ห์เพทุบาย อีกทั้งการปรากฏตัวของนางมิได้ใคร่เป็มิตร อู๋หวาจงใจออกมาจากมุมเรือนกะทันหัน ซ้ำยังเดินผ่านด้วยท่าทีเก้งก้าง คล้ายจงใจชนเข้าที่ชามยาร้อนของฮวนหรง
เดินชนคนครั้งนี้ต่อให้โดนลวกแขนไปหนึ่งซีก ก็ยังนับว่าทำการค้าไม่ขาดทุน ในหัวของอู๋หวากำลังคิดว่า ทำเป็โวยวายสักหน่อย บีบน้ำตาสักสาย อู๋หวาย่อมรู้ดีว่าท่านแม่ทัพพื้นเพเป็คนเที่ยงธรรมและขี้สงสาร อีกอย่างหนึ่งอู๋หวาเป็ถึงบุตรหลานของท่านแม่นมผู้เลี้ยงดูฟูมฟักท่านแม่ทัพมาั้แ่อ้อนแต่ออก ท่านแม่ทัพไม่มีทางเข้าข้างผู้อื่นแน่ ท้ายที่สุดสาวใช้ของฮวนหรงก็จะถูกตัดสินว่าก่อเื่ และถูกขับไล่ออกจากจวน ส่วนฮวนหรงงั้นหรือ ค่อยหาทางกำจัดทีหลัง
อู๋หวาลำพองใจเช่นนี้...คงคิดว่าตนเองทำเื่ต่ำตมได้อย่างแยบยลแล้วกระมัง บางทีนางอาจจะแบ่งสมองไปคิดแต่เื่ชิงชังริษยามากเกินไป จนลืมคิดไปว่าเวลานี้ เป็เวลาที่คุณหนูรองเสี่ยวเหมยกำลังถูกเคี่ยวกรำฝึกวรยุทธอยู่ในลานตรงข้าม และแน่นอนว่าหากอิ่นจูถูกหาเื่ขึ้นมาจริง ๆ เฉาจิ้งกับเสี่ยวเหมยสามารถเป็พยานให้ได้ เช่นนั้นดูท่าว่าอู๋หวาจะเจ็บตัวฟรีเสียแล้ว
ผ่าน่เช้าอันแสนวุ่นวายมาได้อย่างหวุดหวิด ไป๋เจี๋ยพาฮวนหรงกลับมาถึงห้อง พอลับตาคนก็โยนหญิงสาวลงเตียงนอนอย่างแรง ตามด้วยควักขวดยาลูกกลอนให้นาง แล้วพูดเสียงเย็นว่า “กินซะ”
ฮวนหรงร่างกายอ่อนแอเซื่องซึมทันทีหลังจากกิน จู่ ๆ ก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว บัดนี้นับโมงยามดูแล้ว หลังจากที่รู้สึกตัวอีกครั้งก็เป็่บ่ายแก่ ๆ ค่อนไปที่ยามเซิน (15.00 น.) เปลือกตาอันบอบบางราวปลีกแมลงทับค่อย ๆ เปิดกว้าง ฮวนหรงเหลือบไปที่ปลายเตียงได้เห็นอิ่นจูหมอบหลับอยู่ข้าง ๆ
ทว่าเพียงฮวนหรงพลิกตัวกึ่งหนึ่ง อิ่นจูก็สะดุ้งตัวตื่นอย่างรีบร้อนและประสานมือยกขึ้นมาทำท่าขออภัยทันที “ขออภัยที่บ่าวหลับไปเ้าค่ะ”
ฮวนหรงคนใหม่ไม่ใคร่ที่จะถือสา หากเป็ฮวนหรงคนก่อนคงโกรธเคืองเป็ฟืนเป็ไฟ ไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ฮวนหรงสะดุดตาและเผลอโพล่งเสียงดังขึ้นมาทันที ก็คือรอยพุพองบนหลังมือของสาวใช้ ฮวนหรงกระตือรือร้นที่จะขยับเข้าไปใกล้ แล้วเลิกชายแขนเสื้อตัวนอกของอิ่นจูขึ้น “ไอ้อีคนใดทำเ้า เล่ามาให้ละเอียด!”