ตอนที่ 17
เมื่อทั้งคนทั้งงูั์เผชิญหน้ากันอีกครั้งหลังออกจากห่วงแห่งความฝัน จากร่างสัตว์อสูรตัวใหญ่ยาวก็กลายเป็บุรุษหนุ่มหน้าสวยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขานั้นได้สวมชุดทั้งบนแล้วก็ร่างเหมือนชุดจอมยุทธ์ทั่วไปทว่ายังคงสีแดงเช่นเดิม ผมสีแดงเพลิงที่เคยปล่อยยาวสยายก็รวบมัดทรงหางม้าเรียบร้อย
ครั้งนี้มันทำให้หลิงหรงได้เห็นคนตรงหน้าอย่างเต็มๆตาโดยที่ไม่มีผมมาคอยบดบังให้รำคาญใจก็ได้รู้ว่าใบหน้าก่อนหน้าที่ว่างามแล้ว ณ ตอนนี้กลับงดงามยิ่งกว่าทั้งๆที่ร่างกายสูงใหญ่สมเป็บุรุษแต่มันก็ไม่สามารถมาลดทอนความงามบนใบหน้านั้นได้เลย หลิงหรงได้แต่คิดในใจว่าถ้าเกิดนางเป็บุรุษจริงๆนางก็จะยอมมองข้ามเพศสภาพของคนตรงหน้าไปแล้วขออีกฝ่ายให้มาเป็ภรรยาของตนโดยไม่มีข้อแม้เลยสักข้อขอเพียงคนตรงหน้าตกลง แต่ต่อให้ไม่ตกลงนางก็จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คนตรงหน้ามาเป็ของตนให้จงได้ แต่นั่นมันก็เป็เพียงความคิดละนะ….
“มองข้าตาค้างเช่นนั้น คิดจะเปลี่ยนจาก้าร่างอสูรของข้ามาเป็ตัวข้าในยามนี้รึ?”อสรพิษหนุ่มเอ่ยอย่างหยอกล้อ
“อือ ข้าก็ว่าน่าลองเหมือนกันนะ…แต่ไม่ดีกว่าข้าไม่ชอบคนที่มีเ้าของแล้ว”หลิงหรงเอ่ยออกไปก่อนที่จะเดินไปหาต้นไม้ด้านข้างที่เป็ต้นผลไม้ล้ำค่าแล้วก็ค่อยๆปล่อยพลังธาตุไม้ของตนออกไปเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของมัน ซึ่งคนในโลกนี้ไม่มีใครทำได้ต่อให้จะมีธาตุไม้เช่นหลิงหรงก็ตาม แต่ที่นางทำได้เป็เพราะธาตุไม้ที่นางมีนั้นมันพิเศษกว่าคนที่นี่นั่นเอง
“เ้ากำลังจะทำอันใด มิใช่ว่าเ้าจะเร่งการเจริญเติบโตของมันหรอกนะ แต่นั่นมัน….”ก่อนที่อสรพิษหนุ่มจะได้เอ่ยไปมากกว่านี้หลิงหรงก็หันมายิ้มน้อยๆแล้วปล่อยพลังธาตุแบบเต็มขั้น
วูบ วูบ~~
“เ้า! เ้ามันบ้าที่สุด!…”อสรพิษหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความใสุดขีดเมื่อเห็นการกระทำของหลิงหรง
หลังจากที่หยางฉีหรืออสรพิษหนุ่มได้ััถึงพลังธาตุไม้ที่หลิงหรงปล่อยออกมามันก็เข้าใจถึงสิ่งที่หลิงหรงจะทำทันที แม้ธาตุไม้พิเศษจะไม่มีให้เห็นแล้วในยามนี่แต่เมื่อสองสามพันปีก่อนนั้นไม่ใช่ เมื่อก่อนนั้นมันยังพอมีให้หยางฉีพบเห็นและรับรู้ถึงข้อดีข้อเสียของมันอยู่บ้าง เขานั้นครั้งยังเป็เพียงสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับตำนานและมีอายุเพียงห้าร้อยปีนั้นหยางฉีเคยได้มาอยู่คลุกคลีกลับพวกมนุษย์อยู่บ้างโดยใช้ร่างมนุษย์ของตนออกท่องเที่ยวไปทั่วทุกเขตแคว้นในดินแดนนี้
มันจึงทำให้เขารับรู้และเรียนรู้เื่ราวเกี่ยวกับมนุษย์มามากพอสมควรและได้เห็นได้พบเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา จนถึงที่สุดแล้วเขาก็เลยตัดสินใจกลับเข้าป่าอีกครั้งเพื่อกลับไปหาครอบครัวของเขาแต่สุดท้ายแล้วครอบครัวเขากลับถูกมนุษย์ล่าสังหารหรือไม่ก็จับตัวไปหมดรวมถึงเพื่อนรักของเขาที่กลายมาเป็คนรักของเขาในภายหลังอีกด้วย
ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันก็ทำให้หยางฉีคุ้มคลั่งเช่นกันจึงได้ออกตามล่ามนุษย์เ่าั้ เขาได้พบเห็นการใช้พลังธาตุหลายรูปแบบและรวมถึงผู้ที่ใช้พลังธาตุไม้พิเศษนี้ก็ด้วย ซึ่งหยางฉีพบคนที่ใช้ธาตุเช่นนี้ก็ตอนที่เขาได้รับาเ็จากการต่อสู้และนั่นก็คือวันเดียวกับที่เขาได้พบเพื่อนรักของเขาอีกครั้งหลังผ่านไปนานถึงสองปีที่ได้ออกตามล่าผู้คนในเหตุการณ์นั้น
และมารับรู้ทีหลังว่าเพื่อนรักของตนได้ถูกคนผู้นี้ช่วยเหลือไว้จากการตามล่า จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็อยู่ด้วยกันจนกระทั่งความเป็เพื่อนแปรเปลี่ยนเป็คนรักซึ่งคนรักของเขาก็เป็บุรุษเหมือนกัน ทว่าสัตว์อสูรเช่นพวกหยางฉีใครกันจะเข้ามาวุ่นวายและที่หยางฉีได้เห็นการใช้พลังธาตุไม้พิเศษจริงๆจังๆก็วันที่คนรักของเขาาเ็และทางเดียวที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้คือการตัดเขตแดนไปจุติใหม่เท่านั้น
ซึ่งผู้มีพระคุณของเขานั้นทั้งด้วยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันสามคนมาเนินนานจึงมีความรักและความผูกพันเขาจึงยอมสละพลังกายและอายุไขของเขาเพื่อช่วยเหลือเฮ่ยหลางคนรักของเขา ชายแซ่เสวียผู้นั้นจึงทำการใช้พลังและอายุไขของตนเร่งการเจริญเติบโตของผลตัดฟ้าหรือก็คือผลไม้ที่หลิงหรงกำลังเร่งการเจริญเติมโตของมันนั่นเอง
ซึ่งหากทุกคนถามว่าเหตุใดหยางฉีจึงได้มีอาการตื่นตระหนกเช่นนี้นั่นเป็เพราะข้อดีของการใช้พลังสายนี้คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชไม้ต่างๆ หากเป็พืช ผักหรือสมุนไพรที่ใช้การเติบโตไม่เกินหนึ่งพันปีก็จะมีมีผลเสีย แต่หากเป็สิ่งที่มีการเติบโตมากกว่านั้นสิ่งที่ต้องแลกมันมาคือพลังในกายและอายุไขที่ลดลงหนึ่งพันปีของพืชชนิดนั้นๆเท่ากับสิบปีของอายุไขผู้ใช้และนี่คือข้อเสียที่ร้ายแรงมากสำหรับมนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้าของหยางฉีอย่างหลิงหรงนั่นเอง
พึบ พึบ ตุบ ตุบ
“นี่ท่านคิดจะเล่นสิ่งใดอีกนายหญิง ท่านมิอยากมีชีวิตที่ยืนยาวหรอกหรือ?”เฮยเซ่อผู้ที่พึ่งมาถึงหลังจากได้รับสัญญาณเตือนที่กระทบต่ออายุไขของผู้เป็นายผ่านทางพันธะสัญญาเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อมาถึง
“ข้ามั่นใจว่ามิเคยสอนให้ท่านใช้อายุไขของตนเร่งการเจริญเติบโตของพืชผลพวกนี้นะขอรับ”ไป๋เซ่อกล่าวสมทบขึ้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสบอารมณ์เล็กน้อย
ส่วนหลิงหรงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเท่านั้นแต่ก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ทางด้านหยางฉีที่เห็นว่ามีคนมาใหม่ทีแรกก็เตรียมตัวจะลงมือโจมตีแล้วเพราะเขากลัวว่าจะมีคนเข้ามาขัดขวางเด็กสาวตรงหน้าแล้วทำให้ส่งผลเสียให้พลังสะท้อนกลับแก่หลิงหรงนั้นเอง แต่เมื่อได้ยินสองคนที่มาใหม่เรียกขานหลองหรงว่านายหญิงก็เลยยืนอยู่นิ่งๆเช่นเดิมก่อนหยางฉีจะได้ยินชายสวมอาภรณ์สีดำหันมากล่าวกับตน
“เ้านี่โชคดีจริงๆที่ได้มาเจอนาง หากว่าเป็คนอื่นคงมิมีใครยอมลงทุนเสี่ยงชีวิตเช่นนี้เพียงเพราะ้าแค่ร่างกายที่ไร้ิญญาของเ้า ข้าว่าเ้าควรจะมอบของขวัญตอบแทนให้แก่นางมากกว่านี้นะด้วยสิ่งนั้น สิ่งที่เ้าหวงแหนแต่มิอาจนำไปด้วยได้นะ…”เฮยเซ่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“หึ รู้ลึกดีนิ แม้เ้ามิเอ่ยปากข้าก็กำลังคิดอยู่เช่นกันว่าควรจะตอบแทนนางเช่นไร่ดีกับอายุไขที่นางเสียไป แต่ในเมื่อเ้าเอ่ยถึงมันข้าก็ยินดีที่จะมอบให้นาง ทว่ามันจะดีแน่รึที่จะให้นางรับไว้?เพราะหากนางได้ไปสิ่งที่นางจะต้องแลกคือการถูกกำหนดด้ายแดงทันทีและมิอาจเปลี่ยนได้นะ…”หยางฉีเอ่ยขึ้นและที่กล้าเอ่ยถึงเช่นนี้เป็เพราะยามนี้คนที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้นไม่รับรู้สิ่งรอบตัวแล้วและก็ไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาเอ่ยถึงกันด้วย
“นั่นเป็สิ่งที่นางควรได้รับอยู่แล้วใช่หรือหรือไม่หลิงหลิง”เมื่อเฮยเซ่อกล่าวจบขลุ่ยหยกน้อยที่อยู่ข้างเอวของหลิงหรงก็แปรเปลี่ยนเป็ร่างหญิงงามวัยประมาณ 20-25 ปีแล้วบินมาใกล้ๆกับพวกเฮยเซ่อยืนอยู่ และนี่ก็เป็ร่างจริงของหลิงน้อยที่ไม่คิดที่จะให้หลิงหรงได้เห็นเป็อันขาด
“แน่นอน นี่คือโชคชะตาของนางและเป็พวกข้าเองที่ทำให้นางมาเจอกับเ้า ลิขิตฟ้ามิอาจขัดได้โชคชะตาของนางนั้นต่อให้ที่ผ่านมาพบเจอสิ่งใดมาแต่ยามนี้และที่นี่คือที่ที่นางควรจะมีความสุขที่สุดกับคู่ของนาง…”หลิงน้อยเอ่ยขึ้นช้าๆตามแบบฉบับสตรีชั้นสูง
“อ่า มิคิดว่าชั่วชีวิตนี้จะได้พบเห็นร่างจริงของจิติญญาของอาวุธในตำนาน เฮ้อ ข้าเองก็มิมีสิ่งใดที่จำเป็ต้องรับรู้ไปมากกว่านี้ในเมื่อทุกชีวิตและทุกสรรพสิ่งล้วนเกิดมาก็มีปัจจัยของมัน และนี่คงเป็โชคชะตาของข้าสินะที่ต้องได้มาพบกับนางแต่หาก้าให้ข้ามอบสิ่งนั้นให้นางพวกท่านคงรู้ใช่หรือไม่ว่าข้าต้องทำเช่นใด?”
“ข้ารู้ และข้า้าให้เ้าทำตามวิธีที่ถูกต้องที่สุดเพื่อจะได้ไม่เป็ผลเสียกับนาง ส่วนถ้าหากเ้ากลัวว่านางจะขัดขืนหรือไม่นั้นมิต้องกังวลข้าคิดว่านางคงจะเข้าใจและยอมรับมันได้”หลิงน้อยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“แต่ข้าขอบอกเ้าไว้ก่อนเลยว่าหากว่าเ้าทำสิ่งใดมากกว่านั้น พวกข้ามิเก็บเ้าเอาไว้แน่…”ประโยคนี้เป็ไป๋เซ่อที่เอ่ยขึ้น
“ข้ารู้แล้วน่า ข้ามิได้คิดสิ่งใดกับนางและข้าก็มีคนรักอยู่แล้วและมิคิดจะมีใครอื่น แล้วข้าก็เอ็นดูนางมากแม้จะพึ่งพบเจอกันก็เถิด”หยางฉีเอ่ยตอบอย่างจริงจัง
เมื่อหยางฉีกล่าวจบก็มิมีใครเอ่ยสิ่งใดอีก หลิงน้อยนั้นเมื่อได้สนทนาจบแล้วนางก็กลับไปเป็ขลุ่ยหยกข้างกายหลิงหรงเช่นเดิมปล่อยให้ทั้งสามหนุ่มที่ไม่หนุ่มแล้วหากวัดตามอายุเฝ้ามองและดูแลความปลอดภัยให้หลิงหรงตรงนั้นต่อไป ทั้งสามเมื่อเห็นว่าจะต้องรอนานอยู่พอสมควรก็ทำเพียงนั่งลงแล้วเฝ้ามองนิ่งๆเพียงเท่านั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่าสองชั่วยาม(4ชั่วโมง)ไม่ใช่เพียงต้นไม้ต้นนั้นที่เติบโตขึ้นเท่านั้นผลของมันที่หลิงหรง้ายังเริ่มสุกจนเกือบใช้งานได้แล้วเช่นกัน แต่ที่แปลกไปกว่าปกตินั่นก็คือร่างกายของหลิงหรงที่นั่งนิ่งจับต้นไม้ตนนั้นอยู่ก็เริ่มหดเล็กลงเรื่อยๆเช่นกัน
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับนาง!?”หยางฉีกล่าวด้วยความตระหนก
“มิมีสิ่งใดหรอก นายหญิงเพียงใช้อายุไขของร่างกายเพิ่มลงไปเท่านั้นเพื่อจะทำให้ผลตัดฟ้าลูกนั้นเก็บสะสมขั้นพลังลงไปด้วย นางนำอายุไขของร่างนางลงไปด้วยเพราะนางอยากให้เ้าเมื่อไปจุติใหม่จะได้มิลำบากฝึกพลังเริ่มต้นใหม่ และสิ่งนี้มีเพียงนางเท่านั้นที่ทำได้”ไป๋เซ่อกล่าว
“หมายความว่าเช่นไร เหตุใดนางถึงต้องทำเช่นนั้นนี่ไม่นับว่านางจะกลายเป็เด็กไปอีกหลายสิบปีหรอกหรือ?”
“ไม่หรอก ร่างของนางจะเป็เด็กเพียงครู่แล้วประเดี๋ยวนางก็กลับมาเหมือนเดิมแล้ว นี่ เ้านะ เมื่อเ้าไปยังดินแดนนั้นแล้วช่วยหาและแอบส่งบุปผาดาราพิภพมาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ผ่านรอยแยกเขตแดนนะ?”ไป๋เซ่อเอ่ยขึ้น
“ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าเ้าจะเอาไปทำสิ่งใด?”
“เ้าก็เห็นนิว่านายหญิงนะมีใบหน้าเช่นไร ข้าได้ยินนางชอบบ่นว่าอยากมีใบหน้าทีเหมือนดั่งสตรีบ้างข้าก็เลยจะนำดอกไม้นั่นมาปรุงโอสถให้นางนะถ้าที่ดินแดนนี้มีข้าคงจะจัดการเื่นี้ไปนานแล้ว เฮ้อ…”ไป๋เซ่อเอ่ยไปถอนหายใจไป
“ใบหน้าก็นางก็ดูดีออก แต่ข้าก็เข้าใจล่ะนะว่าสตรีใดก็คงรักสวยรักงามกันทั้งนั้นและยิ่งใบหน้าของนางหล่อเหลายิ่งกว่าบุรุษเสียอีกคงจะลำบากในการหาคู่ครองมีน้อย แต่เื่นี้เ้ามีจำเป็ต้องจัดการสิ่งใดหรอสิ่งที่ข้าจะให้นางนั้นไม่ใช่เพียงการกำหนดคู่ครองของนางเท่านั้นแต่เมื่อใดก็ตามที่นางได้พบรักแท้ของตนเองแล้วนางจะได้ในสิ่งที่นาง้าแน่นอน…”
“ชายคนนั้นก็มี”เป็เฮยเซ่อที่เอ่ยถามขึ้น เพราะเื่ของที่เขาขอจากหยางฉีนั้นมีเพียงที่เขารู้ดีกว่าใครว่ามันมีผลเช่นไรและทำสิ่งใดได้บ้างมากกว่าคนอื่น
“ใช่ เ้าเด็กนั่นมีแต่เขาคงไม่รู้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดมันถึงมีอยู่ในตัวของเขาได้ในเมื่อคนที่ได้มันไปเป็ผู้มีพระคุณของข้า หลังจากเขาได้จากไปมันก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนจนเมื่อสามร้อยปีที่แล้วมันได้ปรากฏอีกครั้งและนี่อาจจะเป็เหตุผลที่ข้ายอมจะให้สิ่งนั้นกับนาง เพราะเ้าก็รู้ใช่ไหมว่าคนที่มีมันหากไม่ใช่คู่ของมันคนที่มีไว้ในจะไร้คู่ชีวิตไปจนวันตาย…”
“ข้ารู้ แต่ข้าไม่คิดว่าเขาจะได้มันเร็วเช่นนี้ทั้งๆที่นายหญิงพึ่งกลับมาได้ไม่กี่ปี และที่ว่ามันปรากฏเมื่อสามร้อยปีก่อนแสดงว่าชายคนนั้นมีอายุได้สามร้อยปีแล้ว?!”เฮยเซ่อเอ่ยถามพร้อมใบหน้าที่เลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย
“ใช่ เ้าเด็กนั่นมีมาั้แ่เกิด เพราะข้าััได้ถึงเศษเสี่ยวพลังของคนรักข้า ข้าจึงออกไปดูแต่กลับพบเพียงเด็กแรกเกิดจากนั้นข้าก็มิได้ไปพบเขาอีกเลยไม่รู้ว่าเขาจะเติบโตมาเช่นไรกันเป็คนเช่นไร ข้าถึงได้เอ่ยถามเ้าอย่างไรเล่าว่ามันใจจะผูกด้ายแดงให้นายเ้าจริงๆรึทั้งๆที่มิรู้ว่าคนที่ถือครองอีกฝ่ายเป็เช่นไรนะ…”
“ช่างมันเถิดเพราะนี่คือโชคชะตาของนายหญิง หากนาง้าขีดเส้นชะตาของคู่รักของตนเองข้าก็คงทำสิ่งใดไม่ได้เพราะนี่นับว่าเป็ข้อแลกเปลี่ยนที่นางได้ให้ไว้แก่เทพชราคนนั้น และอีกอย่างคนที่เป็คู่ครองของนางได้ก็คงถูกส่งมาเช่นกันและคนที่ส่งมาก็รักนายหญิงมากคงมิส่งคนมิได้ความมาหรอกกระมัง”
“นี่เ้าเอ่ยเื่อันใดของเ้ากันเฮยเซ่อ เ้าลืมไปแล้วหรือว่านายหญิงนะมีคนรักอยู่แล้วและคนผู้นั้นก็ลงมาที่นี่ก่อนนายหญิงเสียอีก”ไป๋เซ่อเอ่ยแย้งขึ้นผ่านกระแสจิตเพื่อให้ได้ยินแค่สองคน
“อ่า ไอ้คนที่มันบ้าควักหัวใจตัวเองออกมาเพื่อทำลายชีวิตตัวเองเพียงเพราะเข้าใจว่านายหญิงตายไปแล้วตามที่ญาติผู้พี่นายหญิงบอกนั่นนะน่ะ?”
“ใช่ ข้าคิดว่าต้องเป็เขาแน่ๆ แม้การกระทำของเขาจะบ้าบิ่นไปบ้างแต่เขาก็รักนายหญิงอย่างแท้จริง จะมีชายใดบ้างที่ยอมจบชีวิตตนเพียงเพราะ้าตามคนรักไปทั้งๆที่หากเขายังมีชีวิตต่อไปทั้งอำนาจและสตรีมากมายยินดีทอดกายให้เขาได้เลือกสรร และเ้าก็รู้ว่าหากเขายังอยู่คงได้ตบแต่กับสตรีที่นำข่าวไปบอกกล่าวแก่เขาแล้วจะได้ตำแหน่งเ้า์ไปครองแต่เขาก็เลือกตายตามนายหญิงทันทีที่ได้ยินว่านายจากไปแล้ว ข้าว่านี่คือรักแท้ที่ไม่อาจมีใครเทียบเขาได้”ไป๋เซ่อกล่าวขึ้นอีกทั้งในแววตายังมีความชื่นชมคนที่ตนพูดถึงไม่น้อย
“ในเื่นั้นข้าไม่เถียง แต่หากวันนั้นเขามีสติสักเล็กน้อยเขาก็จะยังมีชีวิตอยู่เคียงข้างนายหญิงไปอีกนานและนายหญิงคงมิเลือกที่จะมาเวียนว่ายตายเกิดเช่นนี้…”
“ไม่เลยเ้าดำ ข้าว่านายหญิงมาอยู่ที่ไหนก็ดีกว่าอยู่ที่นั่น จากที่ข้ากับเ้าเฝ้าตามมองนางมาตลอดไม่ว่าที่ไหนข้าก็ว่านางดูมีความสุขกว่าอยู่ที่นั่น”
“ก็จริงของเ้า……”
.
.
.
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาของหลิงหรง มายามนี้ผลตัดฟ้าที่เคยหอมเบาบางกลายเป็หอมหวนอบอวลไปทั่วแม้แต่ภายนอกถ้ำยังคงได้กลิ่นหอมของมันกระทั้งมันเรียกสัตว์อสูรในละแวกนั้นมารวมตัวอยู่หน้าถ้ำอยู่มากพอสมควรแต่ทุกตัวก็เข้ามาที่นี่ไม่ได้เพราะเฮยเซ่อได้กางม่านพลังปกคลุมไว้แล้วจะมีเพียงกลิ่นหอมของผลตัดฟ้าเท่านั้นที่ต่อให้ทำการกลบกลิ่นไปแล้วยังมีเล็ดลอดออกไปอยู่ดี
วูบ วูบบบบบบบ
นี่คือขั้นตอนสุดท้ายของการเร่งการเจริญเติบโตแล้ว เมื่อหลิงหรงรู้ว่าสิ่งที่ตน้าให้โตมันได้ที่แล้วจึงพยายามถอนพลังออกมา หากแต่การถอนพลังออกมาจากต้นไม้ที่พยายามดึงดูดพลังของตนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้นนับว่าลำบากพอสมควร เพราะถ้าจะถอนออกเลยพลังที่ปล่อยไปก็จะตีกลับหลิงหรงจึงทำได้เพียงค่อยลดพลังที่ปล่อยออกไปลงเรื่อยๆเท่านั้น
“ฟู่…สำเร็จเสียทีนึกว่าจะตายเสียแล้วเล่นเอาอายุไขหายไปตั้งร้อยปีแหนะ ช่างเป็ผลไม้ที่โลภมากและตะกละจริงๆ”หลิงหรงหลังถอนพลังกลับมาได้แล้วก็ลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยออกมา
“นายหญิงเป็เช่นไรบ้าง ข้าว่าท่านควรจะกลับเข้าไปในมิติเพื่อฟื้นพลังและขนาดตัวของท่านก่อนนะขอรับแล้วค่อยมาจัดการสิ่งที่ท่าน้าต่อ”ไป๋เซ่อเอ่ยขึ้นเมื่อก้าวเท่าเข้าไปใกล้หลิงหรงที่นั่งอยู่กับพื้น
“อือ เข้าใจแล้วประเดี๋ยวข้าจะกลับมาจัดการต่อเอง ท่านรอข้าสักครู่นะ”หลิงหรงตอบรับเฮยเซ่อและหันไปทางหยางฉีเพื่อบอกให้รอตนหน่อยจากนั้นหลิงหรงก็กลับเข้ามิติของตนไปโดยที่ไม่ได้รอคำตอบจากหยางฉีเลย
วาร์ป
เมื่อเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อ(15นาที)หลิงหรงก็ปรากฏตัวอีกครั้งตรงจุดเดิมก่อนหายไป ส่วนหยางฉีนั้นเขาไม่ได้ถามสิ่งใดทั้งนั้นทำเพียงรอเพียงเงียบๆเท่านั้น อย่างไรแล้วในเื่ที่เกิดขึ้นเขานั้นไม่จำเป็จะต้องเข้าใจไปซะทุกเื่ก็ได้เพราะอย่างไรผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนเดิมอยู่ดีและต่อให้รับรู้ทุกอย่างไปมันก็ไม่ได้ทำให้มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าจะมีสิ่งใดเปลี่ยนไป ไม่แน่ว่าการรู้มากไปก็ล้วนมักจะนำภัยมาให้ตนเสียมากกว่าจะเป็ผลดีหยางฉีนั้นมีความคิดเช่นนั้น
“เอาล่ะ ในเมื่อข้าก็กลับมาเป็ปกติแล้วเราก็มาทำให้ท่านกลายเป็ัผู้สง่างามน่าเกรงขามกันเถอะ”หลิงหรงเอ่ยขึ้นเมื่อออกมานอกมิติแล้ว
“ข้าก็หวังให้เป็เช่นนั้น แต่ก่อนอื่นข้าขอมอบของขวัญอีกชิ้นก่อนที่ข้าจะได้จากไป ข้าหวังว่าเ้าจะมิรังเกียจที่จะรับมัน”หยางฉีเดินเข้าไปใกล้หลิงหรงแล้วเอ่ยขึ้น
“อีกชิ้น มันคือสิ่งใด แล้วทำสิ่งใดได้?”หลิงหรงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มันคือลูกแก้วเพลิงตะวันฉาย มันคือของสำคัญของข้า ข้าขอมอบให้เ้าและหวังว่าเ้าจะไม่ปฏิเสธมัน”
“หากมันสำคัญต่อท่านเหตุใดท่านจึงไม่เก็บมันไว้เล่า จะให้ข้ามาทำไม เฮ้อ แต่ในเมื่อท่านเอ่ยเช่นนั้นข้าก็ขอรับมันด้วยความยินดี”คราแรกหลิงหรงกะจะไม่รับในเมื่อมันสำคัญต่ออีกฝ่าย แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังและมั่นคงในคำพูดนางก็ไม่คิดจะปฏิเสธอีกฝ่ายให้เสียความรู้สึกในเมื่อมันเป็ของสำคัญกับอีกฝ่ายแสดงว่าเขาคิดมาดีแล้ว
“คงของล่วงเกินเ้าแล้ว ข้าหยางฉีขอสละลูกแก้วเพลิงตะวันฉายให้แก่ผู้ที่คู่ควรนามว่า ฟางหลิงหรง…”
เพียงสิ้นคำกล่าวของหยางฉีร่างทั้งร่างของหลิงหรงก็ราวกับมีสิ่งที่มองไม่เห็นมาตรึงร่างของนางไว้ ส่วนร่างของหยางฉีก็พุ่งเข้าหาร่างของหลิงหรงอย่างรวดเร็วมายืนอยู่ด้านหน้าของหลิงหรงก่อนที่หยางฉีจะโน้มตัวและใบหน้าของตัวเข้าไปใกล้ร่างที่เล็กว่าให้แนบชิดยิ่งขึ้นแล้วทำการกดจูบไปยังปากบางสีชมพูอย่างดูดดื่ม
“อื้อ…เ้า!”ด้วยความใหลิงหรงจึงไม่ยอมเปิดปาก
“อย่าขัดขืน”หยางฉีเอ่ยเพียงเท่านั้นก็บดริมฝีปากของตนลงไปยังปากของหลิงหรงอีกครั้ง
และครั้งนี้เขาก็ทำได้สำเร็จเมื่อหลิงหรงยอมเปิดปากดีๆและไม่ขัดขืนอีกต่อไป แต่ไม่ใช่เพราะนางคล้อยตามแต่เพราะหลิงน้อยบอกหลิงหรงต่างหากแล้วทั้งสองก็ทำการ่ชิงลมหายใจของกันและกันอยู่นานจนหลิงหรงนั้นใกล้จะหายใจไม่ออกแล้วแต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้เพราะถึงตรึงร่างไว้อยู่
“ตอนนี้แหละ”หยางฉีคิดในใจขณะที่หลิงหรงใกล้จะหมดลมหายใจแล้วเข้าก็ส่งลูกแก้วเข้าไปยังร่างหลิงหรงทันที
“อื้อ อึก อึก….”
วูบ วูบบบบบบบบบ~~~~~~~
**อยากให้ทุกคนอ่านด้วยความสนุก และหวังว่ามันจะสนุกนะคะ อย่าพึ่งทิ้งกันไปไหนนะคะรักทุกคนคร้าาาา(◍•ᴗ•◍)❤