หลังจากเอาเช็คไปเข้าธนาคาร ตอน่ใกล้เที่ยงเงินทุนห้าร้อยล้านก็โอนเข้าบัญชีของไป๋เหวินหลิง
ไป๋เหวินหลิงใช้ประโยชน์จากเงินทุนห้าร้อยล้านนี้ไม่นานก็ช่วยดึงบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวที่จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่กลับมาจากในหลุมลึกได้แล้ว
ที่ควรพูดถึงเลยก็คือเื่ที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวถูกโจรกรรมเหมือนจะมีคนบงการอยู่เื้ั ในเวลาเพียงสามชั่วโมง ทุกบริษัทในฉวนโจวต่างก็รู้เื่นี้กันหมด
ตอนที่ซูฮ่าวมาธนาคารเป็เพื่อนไป๋เหวินหลิงพนักงานธนาคารก็แสดงออกทันทีว่าจะไม่ให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวกู้เงิน เห็นได้ชัดว่ามือมืดที่อยู่เื้ัได้สมรู้ร่วมคิดกับธนาคารแล้วได้ตกลงแล้วว่าจะทำให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวล้มละลาย
ไป๋เหวินหลิงไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าหากไม่มีเงินทุนห้าร้อยล้านนี้ของซูฮ่าวมาช่วยเหลือบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวไว้จะเป็อย่างไร
เงินทุนถูกโจรกรรมไปครั้งนี้ก็ถือว่าปลุกให้ไป๋เหวินหลิงตื่นแล้ว ภายใต้คำแนะนำของซูฮ่าวไป๋เหวินหลิงก็ฟังแผนการลดพนักงานพนักงานที่ลาออกใน่ที่บริษัทถูกโจรกรรมเงินทุนในครั้งนี้จะจ่ายเงินเดือนตามมาตรฐานหลังจากนี้จะไม่ยอมรับคำร้องขอเข้าทำงานใดๆ ของพนักงานเ่าั้อีก
ตรงกันข้ามพนักงานที่ไม่ลาออกใน่ที่บริษัทถูกโจรกรรมเงินทุนในครั้งนี้ เงินเดือนหลังจากนี้จะมีการปรับเพิ่มเงินเดือนขึ้นเป็เท่าตัวไปจนกระทั่งพนักงานเกษียณ
การกระทำนี้ทำให้พนักงานที่ลาออกจำนวนไม่น้อยเสียใจและก็ทำให้พนักงานที่ยังอยู่ในบริษัทจำนวนไม่น้อยดีใจเกินคาด ซึ่งก็เป็การเพิ่มความจงรักภักดีของพนักงานอีกขั้นแล้ว
ในขณะเดียวกันหากเกี่ยวข้องกับเื่การเงินทุกอย่างจะต้องผ่านมือของไป๋เหวินหลิง ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกสายลับที่บริษัทคู่แข่งส่งมาเอาออกไปได้อีก
เมื่อเห็นบริษัทฟื้นฟูเป็ปกติและมีระเบียบซูฮ่าวก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งแล้ว
เื่จุกจิกหลังจากนี้ ไป๋เหวินหลิงก็จะมอบให้กู้เพ่ยหลิงจัดการ เมื่อถึงเที่ยง เธอกับซูฮ่าวก็กลับไปที่วิลลาด้วยกัน
เพราะยุ่งตลอดทั้งเช้าทั้งสองคนจึงหิวมากแล้ว อีกทั้ง่สองสามวันนี้แม่บ้านกลับบ้านดังนั้นจึงไม่มีคนทำอาหารเที่ยงให้พวกเขา
ซูฮ่าวรื้อตู้เย็นดู พบว่าด้านในนอกจากแป้งจำนวนหนึ่ง ก็แทบจะไม่มีอะไร
“ซูฮ่าว ให้ฉันสั่งเดลิเวอรีมาสองชุดไหม?” ไป๋เหวินหลิงมองตู้เย็นที่ว่างเปล่าก็หัวเราะอย่างเคอะเขินกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งเดลิเวอรี
“เดลิเวอรีส่วนใหญ่ไม่สะอาดกินแล้วไม่ดีต่อสุขภาพ” ซูฮ่าวส่ายหน้า หยุดไป๋เหวินหลิงไว้
“ฉันนับวันแล้วสองสามวันนี้เป็่ที่เธอมีประจำเดือนใช่ไหม?”
ไป๋เหวินหลิงหน้าแดงเล็กน้อยในดวงตามีอาการประหลาดใจ และเม้มปากพลางพยักหน้า
ในความทรงจำของเธอซูฮ่าวคนก่อนคือคนที่รักหน้าตามาก จะไม่เสียเวลากับ่ประจำเดือนของผู้หญิงเด็ดขาด และี้เีนับเื่พวกนี้อย่างละเอียดด้วย
แต่ซูฮ่าวในตอนนี้ การใช้ชีวิตยิ่งดูมีความเป็ผู้ใหญ่ขึ้น
“สองสามวันนี้เธอกินอาหารเย็นหรือเผ็ดไม่ได้ ในเมื่อเป็อย่างนี้… ” ซูฮ่าวครุ่นคิดสักพักดวงตาก็เปล่งประกาย “เหวินหลิงฉันทำบะหมี่มีดฝานให้หนึ่งชามดีไหม?”
ชาติก่อนหลังจากที่ไป๋เหวินหลิงะโตึกฆ่าตัวตายแล้ว เขาก็สูญเสียแหล่งการเงินดังนั้นมักจะนอนอยู่ตามถนน
ระหว่างนี้เขาเคยพบกับคนแก่ตั้งแผงลอยทำบะหมี่มีดฝาน
บะหมี่มีดฝานที่คนแก่ทำ คือของชั้นเยี่ยมไม่ใช่แค่การทำที่ประณีต กระทั่งรสชาติก็ยังดีมาก อุดมไปด้วยสารอาหาร
ต่อมาเขาเพิ่งจะรู้ว่าเมื่อก่อนคนแก่คือนักรบโบราณที่ชำนาญการใช้มีดคนหนึ่ง เพราะเบื่อการแข่งขันในวงการ จึงออกจากวงการมาตั้งแผงลอยตอนพระอาทิตย์ขึ้นและพักผ่อนตอนพระอาทิตย์ตก เพื่อมีความสุขกับชีวิตธรรมดา
เขาใน่ที่ยากจนข้นแค้นก็เลยตั้งแผงลอยกับคนแก่อยู่หนึ่งปี เวลาที่อีกฝ่ายทำบะหมี่มีดฝานเขาก็เรียนรู้จนมีฝีมือสุดยอด
“นายทำบะหมี่มีดฝานเป็ด้วยหรือ?” ไป๋เหวินหลิงใ
บะหมี่มีดฝานคือบะหมี่ดั้งเดิมประจำทางเหนือมีรสชาติโดดเด่น แข็งนอกอ่อนใน นุ่มละมุนลิ้น ถูกยกให้เป็าาแห่งบะหมี่
แต่ขั้นตอนการทำบะหมี่มีดฝานมีความซับซ้อนโดยเฉพาะบะหมี่มีดฝานจะใช้มีดฝานทั้งหมด หาก้าทำบะหมี่มีดฝานที่อร่อย ความยากก็สูงมาก
“พูดตรงๆบะหมี่มีดฝานของฉันก็ไม่ด้อยไปกว่าพ่อครัวระดับห้าดาวของโรงแรมหรูพวกนั้นหรอกนะ” ซูฮ่าวมองไป๋เหวินหลิงและหัวเราะอย่างมั่นใจ
“จะชิมฝีมือฉันหน่อยไหม? รับรองว่าจะทำให้เธอพอใจแน่!”
ไป๋เหวินหลิงม้วนผมด้วยตาลุกวาว “ได้ฉันจะช่วยนายทำ… ”
พูดตามตรง เธอก็แปลกใจจริงๆว่าบะหมี่มีดฝานที่ซูฮ่าวทำออกมาจะเป็อย่างไร
พอตัดสินใจว่าจะทานบะหมี่มีดฝานทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในห้องครัว
ซูฮ่าวเทแป้งครึ่งกิโลฯลงไปในกะละมังไป๋เหวินหลิงที่อยู่ข้างๆ ใช้ขันตักน้ำขึ้นมาครึ่งขัน และค่อยๆเทลงไปในกะละมัง
เมื่อเทน้ำลงในกะละมังแล้วซูฮ่าวก็ใช้ฝ่ามือสองข้างนวดแป้งปลายนิ้วจุ่มเข้าไปในแป้ง แล้วเกลี่ยแป้งที่ติดอยู่ข้างๆ กะละมัง จากนั้นก็ใช้มือเกลี่ยจากนอกเข้าใน จากบนลงล่าง การเกลี่ยนี้ดูช่ำชองมาก
หลังจากที่เกลี่ยแป้งแล้วก็เกลี่ยลงไปตรงกลางที่เป็หลุมน้ำ ก่อนจะใช้มือคลุกเคล้าให้แป้งเข้ากันกับน้ำ จากนั้นก็ปั้นแป้งเป็รูปเกล็ดหิมะและรูปองุ่น
แค่มองจากภายนอก มันคือผลงานศิลปะที่คุ้มค่ากับการชื่นชมชิ้นหนึ่ง
“สวยมาก… ” ไป๋เหวินหลิงเห็นเช่นนั้นแล้ว ในดวงตาอันงดงามก็มีความประหลาดใจ
ซูฮ่าวฉีกยิ้มเล็กน้อยมือไวตาไว จิ้มลงบนแป้งแห้งที่เหลืออยู่ประมาณสองสามรู และคลุกเคล้าแป้งแห้งทั้งหมดกับน้ำสะอาดที่อยู่ในรูเข้าด้วยกันประกอบเป็บะหมี่รูปเกล็ดหิมะผสมรูปองุ่นก้อนแล้วก้อนเล่า
หลังจากนั้นเขาก็ใช้มือนวดแป้งบะหมี่ที่เป็รูปเกล็ดหิมะผสมรูปองุ่นเข้าด้วยกันความเร็วจะช้าบ้างเร็วบ้างสลับกัน ออกแรงนวดให้เข้าเนื้อ
แป้งบะหมี่ที่มาจากแป้ง คิดไม่ถึงว่าจะหมุนอยู่ในกะละมังปรากฏลักษณะอันยอดเยี่ยมออกมา เมื่อมองดูก็ไม่คิดเลยว่าจะเหมือนกับกำลังดูคนเล่นมายากลอยู่
สุดท้าย แป้งบะหมี่ก็ถูกนวดเป็ก้อนแป้งที่ภายนอกเกลี้ยงเกลามากหากมองใกล้ๆ ก็ยังเห็นเงาของตนเองจากด้านในได้
ทั้งกระบวนการก็ทำให้ไป๋เหวินหลิงมองจนอึ้งแล้วจริงๆ
ั้แ่เล็กจนโตเธอยังไม่เคยเห็นคนนวดก้อนแป้งได้สุดยอดขนาดนี้
จริงๆแล้วซูฮ่าวก็ไม่เหมือนกำลังนวดก้อนแป้ง แต่กลับเหมือนกำลังเด็ดดอกไม้หักใบหลิว ท่าทางดูเบิกบานใจ
ต่อมาซูฮ่าวก็หยิบก้อนแป้งที่ขาวใสออกมาจากกะละมังและวางลงบนเขียงที่สะอาด ก่อนจุดไฟตั้งหม้อ เมื่อเทน้ำมันแล้ว เขาจึงหยิบขิงสดสับ ต้นหอมสับและกระเทียมสับใส่ลงในหม้อทั้งหมด
ไป๋เหวินหลิงใจนพูดไม่ออก
พ่อครัวมีชื่อเสียงหลายคนทำอาหาร จะไม่ทำอาหารตามแบบซูฮ่าวเพราะอย่างนี้จะทำให้รสชาติของต้นหอมกระเทียมขิงปนกันและทำให้ความรู้สึกในการรับรสชาติลดลง
แต่ทางซูฮ่าวกลับต่างออกไป เขาใส่ต้นหอมกระเทียมขิงลงหม้อราวกับถูกพลังที่พิเศษควบคุม แต่ยังไม่กระจายอยู่ในหม้อ แค่ผนึกรวมกันเป็ก้อน ระยะห่างของสามอย่างนี้ไม่ปะปนกัน
หลังจากครึ่งนาทีซูฮ่าวเทสุราและเพิ่มเกลือนิดหน่อยไม่มากไม่น้อย พอดิบพอดี
เทน้ำลงไปหนึ่งขันน้ำซุปปรุงรสก็เสร็จแล้ว กลิ่นหอมฟุ้งสัตว์เลี้ยงอย่างแมวและสุนัขที่อยู่โดยรอบเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาเพราะสิ่งนี้ ทั้งยังร้องอย่างหิวโหย
ทำทุกอย่างนี้เสร็จแล้ว มือซ้ายของซูฮ่าวถือแป้ง มือขวาถือมีดฝานเฉียงสามที ฝานกลับสามที
ตอนที่เขาออกแรงมีดไม่ออกห่างแป้ง แป้งไม่ออกห่างมีด มือและตารวมกันเป็หนึ่ง ฝานเส้นแล้วเส้นเล่าตอนวางมีดราบเป็เส้นแบน พองอมีดก็มีร่องสามร่อง
“สวบๆ !”
เสียงของมีดฝานก้อนแป้งดังต่อเนื่องอย่างมีจังหวะราวกับนักดนตรีกำลังดีดแป้นเปียโน
ทุกๆครั้งที่ซูฮ่าวฝานลงไปจะตามครั้งก่อนหน้านี้ทัน ความยาวของบะหมี่แต่ละเส้น คือหกนิ้วพอดีแม่นยำไม่มีผิดพลาด
เมื่อมองอย่างละเอียดยิ่งพบว่าเส้นบะหมี่ที่เขาฝานออกมาต่อเนื่องกันเส้นต่อเส้นราวกับฝนดาวตกขึ้นสู่ดวงจันทร์
เส้นบะหมี่ลงไปในหม้อน้ำซุป ราวกับปลาเงินเล่นน้ำความรู้สึกด้านศิลปะปะทุขึ้น
ไป๋เหวินหลิงที่อยู่ข้างๆไม่รู้ว่าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาั้แ่เมื่อไรแล้ว เธอถ่ายวิดีโอไว้ทั้งหมด
ในสายตาเธอ ทุกๆการฝานของซูฮ่าวล้วนเหมือนกับผ่าอากาศ ผ่าทะลุขอบฟ้า ฟันจิติญญาออกมาแล้ว
เส้นบะหมี่ลงไปในหม้อเส้นแล้วเส้นเล่าพอเส้นหนึ่งออกห่างจากแป้งก็ฝานอีก ปลาเงินร่วงลงน้ำโต้คลื่นใบหลิวร่วงลงจากต้นตามลม
ฝีมือมีดระดับนี้ ถ้าไม่ฝึกอย่างหนักเจ็ดแปดปีก็ไม่มีทางบรรลุถึงระดับนี้แน่นอน
พอนึกถึงตรงนี้ สายตาของเธอก็ซับซ้อนขึ้นมาทันที
ความเข้าใจที่เธอมีต่อซูฮ่าวยังคงตื้นจริงๆมักจะเชื่อภาพลวงตาของภายนอก แต่กลับไม่เคยคิดที่จะไปค้นหาข้อดีของซูฮ่าว
แค่การทำบะหมี่มีดฝานนี้ซูฮ่าวก็พอที่จะมีฝีมือการทำอาหารอยู่ คำว่าไม่มีประโยชน์สักอย่างที่โลกภายนอกสรุปให้เขา ดูเหมือนจะเป็เื่ไร้สาระสิ้นดี
ห้านาทีค่อยๆ ผ่านไปบะหมี่มีดฝานสองชามก็ทำเสร็จแล้ว บนบะหมี่มีกลิ่นหอมกลุ่นลอยไปตามลม ตลบอบอวลอยู่ท่ามกลางฝุ่นในแสงอาทิตย์ หลังจากที่ได้กลิ่นแล้วก็หยุดไม่ได้
ซูฮ่าวหยิบตะเกียบออกมาจากตู้ฆ่าเชื้อสองคู่ส่งให้ไป๋เหวินหลิงหนึ่งคู่ “ลองชิมดูสิ รสชาติเป็อย่างไร?”
ไป๋เหวินหลิงต้องยอมจำนนเพาะกลิ่นหอมของบะหมี่มีดฝานนี้ เธอรับตะเกียบไปโดยไม่ลังเล แล้วก็คีบบะหมี่มีดฝานหนึ่งเส้นขึ้นมาเป่าเล็กน้อย หลังจากนั้นก็ใส่เข้าปากแล้ว
ทันใดนั้น ความรู้สึกที่จิติญญาล่องลอยขึ้นก็ขยายไปทั้งตัวราวกับตัวเธออาบน้ำอยู่ใน์แล้ว
เส้นบะหมี่ที่มีความยืดหยุ่นผสานกลิ่นหอมหลังจากที่ดูดน้ำซุปเนื้ออิ่ม รสชาติที่พิเศษของบะหมี่นี้ก็ออกมา
ทันทีที่บะหมี่เข้าปาก มันก็ไหลผ่านระหว่างริมฝีปากกับฟันซ้อนกันหลายชั้น สีกลิ่นรสครบครัน เผยรสเด็ดที่สุดยอด
ยิ่งความรู้สึกดีที่นุ่มนวลเหมือนสำลีส่งออกมา ก็ยิ่งทำให้เธอทนไม่ไหวจนอยากจะกลืนลิ้นลงไปด้วย
น้ำลายสออยู่ในปาก อร่อยติดลิ้นจนไร้ที่สิ้นสุด
นี่ก็คือคำบรรยายเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมีต่อบะหมี่มีดฝานชามนี้!
“เป็อย่างไรบ้างบะหมี่มีดฝานที่ฉันทำรสชาติใช้ได้ไหม?” ซูฮ่าวถือตะเกียบพลางถามและหัวเราะ
“อร่อยมาก ฝีมือการทำอาหารของนาย ถ้าไม่ไปเป็พ่อครัวก็น่าเสียดายจริงๆ ” ไป๋เหวินหลิงคีบบะหมี่มีดฝานใส่ปากไปด้วยชูนิ้วโป้งและพูดชมไปด้วย
บะหมี่มีดฝานที่ซูฮ่าวทำกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว เข้มข้นเตะจมูก เห็นแล้วก็ทำให้น้ำลายสอ และเจริญอาหาร เหมือนรวมรสชาติต่างๆ ในโลกมนุษย์ไว้ในชามนี้แล้ว
ที่ยิ่งหาได้ยากคือบะหมี่มีดฝานที่เขาทำ ในกลิ่นหอมไม่มีกลิ่นควันไฟหรือความเลี่ยน มีแค่รสก้อนแป้งที่ยั่วยวนไม่เหมือนกับบะหมี่มีดฝานธรรมดาทั่วไป
ซูฮ่าวเห็นไป๋เหวินหลิงกินบะหมี่มีดฝานอย่างเอร็ดอร่อยก็ฉีกยิ้มเล็กน้อย “เป็พ่อครัวคนอื่นมันเหนื่อยไป แต่เป็พ่อครัวของเธอคนเดียวก็ยังพอไหว”
เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา ทันใดนั้นเมฆขาวที่อยู่บนท้องฟ้าก็ลอยออกไปแสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างมาตามช่องเล็กๆ สะท้อนลงบนใบหน้าของซูฮ่าวครึ่งหนึ่งอย่างไม่เอนเอียงทำให้ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลเป็พิเศษ
่เวลานี้ไป๋เหวินหลิงมองจนอึ้งไปเลยทีเดียว
เธอเคยจินตนาการว่าอยากจะทานอาหารร่วมกับคนที่รักอยู่ในบ้านไปตลอด สีฟ้าของท้องฟ้าในเวลานั้นสวยมาก ก้อนเมฆก็เป็สีขาวบริสุทธิ์ ยื่นมือออกไปก็ััได้ถึงแสงอาทิตย์ที่อบอุ่น ทั้งอบอุ่นทั้งมีความสุข
แต่วันนี้ตอนที่ภาพในจินตนาการของเธอกำลังปรากฏอยู่ตรงหน้า เธอกลับวิตกกังวลกับผลได้ผลเสียอย่างรุนแรง
เธอกลัวว่านี่จะเป็แค่ความฝันและยิ่งกลัวว่าซูฮ่าวตรงหน้านี้จะหายไปจากโลกของเธอในตอนที่เธอไม่รู้ตัว
ไป๋เหวินหลิงเงียบอยู่นานก็ถามทันทีว่า “ซูฮ่าว ความรู้สึกที่นายมีให้ฉันในสองสามวันนี้มันแตกต่างจากเมื่อก่อนมากฉันอยากรู้ว่า ตัวจริงของนาย… เป็อย่างไรกันแน่?”
“ตัวจริงของฉันหรือ?” ซูฮ่าวตะลึงงันและเงยหน้ามองตะวันรอนอยู่นาน หลังจากนั้นพูดพลางหัวเราะว่า “ตัวจริงของฉัน ก็คืออย่างตอนนี้”
ไป๋เหวินหลิงตัวสั่นและมองซูฮ่าวด้วยความสงสัย “เช่น… นั้น เมื่อก่อนทำไมนายต้องแกล้งเล่นบทบาทอย่างนั้น?”
ซูฮ่าวอ้าปากแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
หากไม่ใช่เพราะผ่านการเปลี่ยนแปลงในชาติก่อนหากไม่มีการชำระล้างของเวลาและการโจมตีของชีวิต ตอนนี้เขาก็ยังเป็คนไร้ประโยชน์ที่มีชื่อเสียงแย่และฉาวโฉ่
แต่์ได้ให้ระบบจอมเสแสร้งนี้กับเขาแล้วให้โอกาสเขาเกิดใหม่อีกครั้ง จึงทำให้เขาได้กลับเนื้อกลับตัวใหม่ และชดใช้กรรมได้
เขาไม่มีทางบอกเื่นี้กับไป๋เหวินหลิงและเื่นี้ก็ไม่อาจบอกไป๋เหวินหลิงได้
เขาสูดหายใจลึกและตัดสินใจพูดโกหก
ถึงแม้ตอนที่เขามีชีวิตอยู่จะพูดจาโกหกนับไม่ถ้วนแต่เื่นี้ เขาคิดว่ามันเป็เื่ดีที่จะโกหก
“ที่ฉันแสดงบทบาทอย่างนั้นก็เพราะฉันไม่อยากให้แสงสว่างของฉันปกคลุมความพร่างพราวของเธอไม่อยากให้เธอสูญเสียความมั่นใจเพราะอยู่ใต้แสงของฉัน ชีวิตของคนคนหนึ่งฉันคิดว่าความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือไม่ว่าเื่ใดๆ ตนเองเคยแสวงหาเคยเผชิญหน้า ท้ายที่สุดจึงจะประกอบเป็ความสมบูรณ์แบบของจิตใจการแทรกแซงของคนอื่น บางครั้งก็คือความโหดร้ายอย่างหนึ่ง อ้างว่าเพื่อความสุขของเธอแต่กลับเป็ความโหดร้ายที่ทำเพื่อเธอ”
เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา มันก็ดังก้องอยู่ในห้องโถงนานมาก
ดวงตาอันงดงามของไป๋เหวินหลิงแดงก่ำ เธอซาบซึ้งจนควบคุมตนเองไม่ได้
เดิมทีแล้วการกระทำทุกอย่างของซูฮ่าวล้วนทำเพื่อเธอ
“เช่น… นั้น ความรู้สึกที่นายมีต่อฉันคือความจริงไหม?”
ซูฮ่าวเงียบทันที
เกิดใหม่อีกชาติ เขาก็มองอะไรได้ทะลุปรุโปร่ง
เขากับไป๋เหวินหลิง… อย่างไรก็ไม่ใช่คนในโลกเดียวกัน
คนที่เขารักที่สุด… สุดท้ายก็ไม่ใช่ไป๋เหวินหลิงเหมือนกัน
ในโลกของไป๋เหวินหลิงบางทีเขาอาจจะเป็ทั้งหมดของเธอ
แต่ในโลกของเขาไป๋เหวินหลิง… ก็เป็แค่แขกที่เดินทางผ่านมาในชีวิตคนหนึ่งเท่านั้น!
บางทีการพูดอย่างนี้อาจจะโหดร้ายแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่เขามาเผชิญหน้ากับไป๋เหวินหลิงในชาตินี้ ส่วนใหญ่ก็เพื่อชดใช้ความผิดพลาด และทดแทนบุญคุณ
ส่วนความรู้สึก…
สำหรับซูฮ่าวแล้วของอย่างความรู้สึก แค่มี ก็คือสิ่งที่ดี
ในเมื่อเป็สิ่งที่ดีก็ทำให้มันสวยงามต่อไปได้ก็เหมือนกับสร้างสิ่งสวยงามในความทรงจำ
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะพูดเื่โกหกนี้ให้ถึงที่สุด
“เหวินหลิงเส้นทางยังอีกยาวไกล อาจจะเป็ชาตินี้ หรืออาจจะเป็ทุกภพชาติ คนที่มีกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ต้องเดินทางร่วมกันไประยะหนึ่ง”
ไป๋เหวินหลิงได้ยินอย่างนี้ ใบหน้าน้อยๆของเธอก็บานเหมือนดอกจำปีรอยยิ้มเขียนอยู่บนใบหน้าของเธอมันเอ่อล้นด้วยความสุข
“ซูฮ่าวนายคิดว่าแสงอาทิตย์ในวันนี้อบอุ่นเป็พิเศษไหม?”
“อบอุ่นมากจริงๆ” ซูฮ่าวยื่นมือไปััแสงอาทิตย์และพยักหน้า
“แต่ฉันคิดว่ารอยยิ้มของเธอ… อบอุ่นกว่าแสงอาทิตย์อีกนะ!”
ไป๋เหวินหลิงหยุดชะงักและฉีกยิ้มมุมปากอย่างสดใส
นี่คือรอยยิ้มที่อบอุ่นมากแม้แต่โค้งตรงมุมปากก็ยังดูดี รอยยิ้มนั้นวนเวียนอยู่ในใจราวกับไม่มีทางลบได้
ซูฮ่าวเห็นไป๋เหวินหลิงยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้ก็มองแสงอาทิตย์ ในดวงตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน
ความรักเปรียบเหมือนดอกไม้ไฟที่่สวยงามย่อมสั้นเสมอคนย่อมต้องจากลา ไม่ว่าจะเป็ฉากที่งดงามและครึกครื้นแค่ไหนก็ย่อมต้องกลับสู่ความจืดจาง
ไป๋เหวินหลิงขอโทษด้วยที่ต้องโกหกเธอ
ฉันเชื่อว่าเส้นทางชีวิตของเธอจะต้องมีคนไปเป็เพื่อนและมีคนที่จากไป แต่ปากทางต่อไปคนที่จากไปก็อาจจะรอเธออยู่ตรงนั้น
แต่คนที่รอเธออยู่ตรงนั้น คงไม่ใช่ฉันแล้ว…