ตอนที่ 2 ต้านทัพ
หลังจากที่ห่าฝนธนูทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่ถูกยิงออกไปมันได้เจาะเข้าไปในลูกตาและทะลุออกที่ด้านหลังหัวของั์ชั้นทาสร่างใหญ่ทั้งสองตนและเพราะการถูกลูกธนูเหล็กดอกใหญ่เจาะทะลุหัวไปั์ชั้นทาสทั้งสองจึงะโร้องโอดครวญขึ้นด้วยความเ็ป ก่อนจะล้มลงไปตายกองกับพื้นในทันทีส่วนเหล่าอสุรกายลูกน้องของมันเองก็ตายตกไปเป็จำนวนมากเช่นกัน………
เฮ้! เฮ้! เฮ้!
“สมน้ำหน้าอ้ายพวกั์!”
“เป็อย่างไรละพวกมึง! กล้าดูถูกพวกเราเหล่ามนุษย์อย่างนั้นรึ?! ”
“กินลูกธนูเหล็กไปหน่อยเป็อย่างไร! ”
เสียงโห่ร้องอย่างดีใจและเสียงสบถคำด่ามากมายได้ดังขึ้นเมื่อเหล่าทหารของพันผ้าได้เห็นั์ชั้นทาสทั้งสองตนและอสุรกายลูกน้องของมันได้ล้มตายไปจำนวนมากจากห่าฝนธนูที่ยิงออกไป..…..
ถอย!
“ถอยก่อน! ”
เสียงะโของั์ชั้นทาสอีกตนที่อยู่หลังสุดได้ดังขึ้น เพื่อสั่งให้อสุรกายที่ยังเหลือรอดถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ส่วนตัวมันได้รีบวิ่งกลับไปหาแม่ทัพของมันที่อยู่ด้านหลังเพื่อกล่าวรายงานถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น……..
ตึง ตึง ตึง ตึง!
“ท่านแม่ทัพขอรับั์ชั้นทาสผู้นำทัพหน้าและเหล่าอสุรกายที่ถูกส่งไป ได้ถูกอ้ายพวกมนุษย์ดักซุ่มโจมตีด้วยหน้าไม้สังหารั์จนล้มตายไปเป็จำนวนมากแล้วขอรับตอนนี้ข้าน้อยได้สั่งให้ทุกตนถอยกลับมาแล้ว เพราะไม่อาจ……….”
ฉับ!!
ตุบ ตุบ ตุบ!
“ไม่ได้เื่! ไอ้พวกเลี้ยงเสียเนื้อดิบ!”
ก่อนที่ั์ชั้นทาสที่กลับมารายงานจะทันได้พูดจบ มีดเล่มใหญ่ด้ามหนึ่งก็ได้ลอยมาจากไหนไม่มีใครรู้แต่ที่รู้ๆคือมันได้ตัดร่างกายของั์ชั้นทาสที่เข้ามารายงานสถานการณ์จนขาดออกเป็สองท่อนโดยเืและอวัยวะภายในร่างกายได้ไหลออกมาและกองเต็มพื้นไปหมดอย่างน่าสยดสยองซึ่งแท้จริงแล้วดาบเล่มใหญ่เล่มนั้นมันเป็ของั์ชั้นพันผู้เป็แม่ทัพนั่นเอง…..
“ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะมีแม้แต่หน้าไม้สังหารั์ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันทั้งหมดก็ต้องตายสถานเดียวและครั้งนี้ข้าจะเป็ผู้ไปมอบบทเรียนให้กับไอ้พวกจอมอวดนั่นเอง!” ในขณะนั้นเสียงของั์ชั้นพันที่เป็จอมขมังเวทย์ได้พูดเสริมขึ้นมาซึ่งมันคิดไม่ถึงว่าหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้จะมีหน้าไม้สังหารั์ไว้ในด้วยมันจึงคิดที่จะออกรบเอง…….
……………………………………………………………………………………………
“ทหารั์และเหล่าอสุรกายทั้งหลายเตรียมเคลื่อนพล!!”
ฮั่ม! ฮั่ม! ฮั่ม! ฮั่ม!
ั์ผู้เป็แม่ทัพใหญ่ทั้งสองตนได้สั่งการพวกั์ชั้นทาสและเหล่าอสุรกายทั้งหมดที่มีอยู่ให้เคลื่อนพลเข้าไปในป่าที่ทหารของพันผาตั้งทัพอยู่ในนั้นโดยมีเสียงกลองใหญ่ให้สัญญาณของพวกั์ดังกึกก้องไปทั่วปฐีมันสามารถทำให้คนหรือสัตว์ที่ได้ยินเสียงก้องกังวานของกลองใหญ่นี้แทบหัวใจหยุดเต้นและหวาดผวากันเลยทีเดียว………
“เสียงกลอง!? ”
“นั่นมันเสียงลั่นกลองศึกของพวกั์นี่! ”
“ว่ากันว่ากลองศึกของพวกมันนั้นทำมาจากหนังช้างใหญ่นาราคีริงทั้งตัวซึ่งต้องตากแดดจนแห้งเสียก่อนแล้วจึงนำมาขึงตรึงใสต้นไม้ใหญ่ขนาดยี่สิบคนโอบเห็นจะได้และเห็นว่ามันมีแต่ในเมืองั์เท่านั้นเพราะช้างนาราคีริงอาศัยอยู่แต่ในดินแดนั์และเพราะมันเป็หนังของช้างใหญ่นาราคีริงเสียงของกลองมันจึงดังและก้องวังวานมากจนน่าหวาดกลัว”
เสียงทหารกลุ่มหนึ่งได้พูดคุยกันเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณกลองใหญ่เคลื่อนพลของพวกั์ดังกึกก้องไปทั่วปฐีซึ่งมีหลายคนที่รู้จักและไม่รู้จักสิ่งที่ใช้สร้างมันขึ้นมาเนื่องจากมีหลายคนที่ขาสั่นเพราะเสียงกลองศึกนี้……..
“ทหารทุกนายที่เหลืออยู่จงฟังข้า! ข้าดีใจและเป็เกียรติเป็อย่างยิ่งที่ได้ร่วมรบกับพวกท่านทุกๆ คนเราจะสู้และปกป้องผืนแผ่นดินของเรา ครอบครัวของเรา ตลอดจนถึงลูกหลานของเราต่อให้เราจะต้องตายในวันนี้! พวกเราก็จะไม่หนี้ไปเป็แน่แท้ตายเป็ตายใช่ไหมพวกเรา!!”
ใช่! ใช่!
“ไม่มันก็กูละวะที่ต้องตาย! ”
“เดี๋ยวพ่อจะตัดไอ้จ้อนของมันให้ขายเลย! ”
“เห้ย! เห็นเขาว่าไอ้ก้อนกลมๆของมันเป็ยาดีนะโว้ย! ”
“พวกเอ็งนิพูดเล่นอะไรกันตอนนี้วะ จริงจังกันหน่อย!”
“ก็ได้! งั้นพวกเราจะขอสู้จนตัวตายถึงแม้ร่างกายจะต้องมลายดับสูญไปในวันนี้ก็ตาม!! ”
“เย้!! ”
พันผาได้พูดปลุกใจให้กับทหารทุกๆ นายที่เหลืออยู่ในป่าใหญ่แห่งนี้ด้วยวาจาที่เข้มแข็งแน่วแน่มิได้ตื่นตนกใกลัวเลยแม่แต่น้อยทว่าทหารทุกนายที่เหลืออยู่นั้นก็จำนวนไม่มากนักแต่ทหารทุกนายก็มิได้เกรงกลัวกันแต่อย่างใด ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกกันทุกคนว่ามันแทบจะไม่มีหนทางที่จะเอาชนะพวกั์ได้เลยแม้ว่าทหารทุกๆ นายอาจจะต้องตายกันในวันนี้ก็ตาม………
สิบนาทีผ่านไป…….
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!!
โฮกกกกกกกกก!!
ฮุ ฮุ ฮุ ฮุ!
ในที่สุดกองทัพั์อันมหาศาลก็ได้เคลื่อนพลมาประชิดทางเข้าป่าใหญ่ได้เป็ที่เรียบร้อยแล้วโดยทัพหน้าของพวกมันจะเป็พวกอสุรกายและตามาด้วยั์ชั้นทาสกับั์ชั้นหมู่ และถึงจะเป็ั์ชั้นพันทั้งสองตนที่อยู่ปิดท้ายขบวน…..
ณ พื้นที่ตั้งรับพิเศษ……
“ท่านพันผาขอรับพวกั์มันได้ยกทัพมาถึงข้างหน้าป่าแล้วขอรับ! ” เสียงของทหารหน่วยสอดแนมะโลงมาจากปลายยอดต้นไม้ใหญ่ที่อยู่สูงที่สุดในบริเวณป่าแห่งนี้……….
“ให้พวกมันเข้ามาก่อน! ทหารทุกนายประจำที่เตรียมอาวุธและธนูให้พร้อม! ” พันผาสั่งการให้ทหารทุกๆนายของเขาเตรียมตัวและอาวุธทุกอย่างให้พร้อมและให้รอกองทัพั์เคลื่อนพพลมาถึงจุดที่ได้วางแผนกันเอาไว้ก่อนค่อยลงมือ…….
ห้านาทีผ่านไป……
“ทหารทุกนาย โจมตี!! ”
“ย้ากกกกกกกกกกกก! ”
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ฉึบ! ฉึบ! ฉับ! ฉับ!
หลังจากที่กองทัพั์มาถึงตำแหน่งที่ได้กำหนดเอาไว้พันผาก็ได้ะโสั่งการทหารทุกนายระดมยิงธนูน้อยใหญ่ชุดแรกก่อน ก่อนจะให้ทหารออกมาจากที่ซุ่มของตนเองทุกทิศทุกทางไม่ว่าจะบนต้นไม้ ตามโพรงหญ้า ใต้ดิน ในน้ำ จนถึงตามซอกของหน้าผาต่างก็วิ่งพุ่งเข้าใส่พวกั์อย่างไม่เกรงกลัวหรือหวาดหวั่นกันเลยทีเดียว……..
ฟับ! ฟับ! ฟับ!
เพ่ง! เพ่ง! เพ่ง!
ตู้ม! ตูม! ตูม! ตูม!
เอื้อออออออออ! เอื้อออออออออ!
ทหารของพันผาและพวกั์เข้าต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ล้มตายลงเป็จำนวนมากในเวลาแค่ไม่นานเท่านั้นเสียงรบกันนั้นดังกึกก้องและสั่นะเืไปไกลจนถึงหลุมหลบภัยของพวกชาวบ้านที่อยู่ใต้ดินในป่าท้ายหมู่บ้านทั้งลูกเด็กเล็กแดงต่างใกลัวและร้องไห้กันระงม บ้างก็สวดอ้อนวอนต่อบรรพบุรุษบ้างก็สวดบทสวดเพื่อให้จิตใจสงบ………
ซึ่งในขณะที่ทั้งสองฝ่ายรบกันอยู่นั่นเองพันผาก็มองไปเห็นั์ชั้นพันที่เป็จอมขมังเวทย์ที่มาคู่กับั์แม่ทัพซึ่งมันกำลังสนุกกับการที่ได้ฆ่าทหารของเขา โดยการใช้ลูกตุ้มขนาดใหญ่ที่มีเปลวไฟสีดำห่อหุ้มอยู่กระหน่ำฟาดใส่ทหารของพันผา……..
ซึ่งเปลวไฟสีดำนี้เกิดจากอาคมปลุกพลังที่ั์จอมขมังเวทย์ใช้ออกมาและด้วยการปลุกพลังนี้ มันทำให้พลังในการทำลายสูงมากยิ่งขึ้นแม้แต่ต้นไม้ใหญ่ยังถูกฟาดแตกกระจายในคราเดียวเลย และเพราะแบบนั้นพันผาจึงหยุดคิดไปเสี้ยววินาทีว่าเขาจะต้องจัดการกับมันอย่างไรและในทันใดนั้นเองพันผาก็นึกถึงธนูเหล็กกล้าอาคมชั้นสูงของหลวงพ่อที่ให้ไว้ใช้ในยามคับขันซึ่งมีจำนวนไม่มากนักและมันก็เป็ของที่หายากอีกด้วย………
“ทหาร! เตรียมหน้าไม้สังหารั์ให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้!ข้าจะใช้ลูกเหล็กกล้าอาคมของหลวงพ่อ ยิงเ้าั์จอมขมังเวทย์ตนนั้น! ”
ขึ้นสาย!!
“โอม นะ โม พุธาทายะจงประกายความกล้าและทะลวงร่างของหมู่มารให้สิ้น!”
ยิง!!
ฟิ้ววววววว! ฟิ้ววววววว! ฟิ้ววววววว! ฟิ้ววววววว!
เพ่ง! เพ่ง! เพ่ง!
ฉึบ! เอื้อออออออออ!
หลังจากที่พันผาสั่งการให้พลทหารหน้าไม้สังหารั์ เตรียมพร้อมเสร็จแล้วเขาก็ได้ใช้ลูกธนูใหญ่เหล็กกล้าลงอาคมที่หลวงพ่อบรรจุไว้ในหน้าไม้สังหารั์ก่อนจะท่องคาถาปลุกใช้งานอาคมที่สลักอยู่บนลูกธนูทั้งสี่……..
ซึ่งลูกธนูสามดอกแรกนั้นไม่สามารถทำอะไรั์จอมขมังเวทย์ได้เลยเพราะว่ามันมีอาคมเกราะคุ้มกายช่วยปัดป้องลูกธนูออกไปหมดแต่ทว่าดอกสามก่อนหน้านี้ได้ทำให้เกราะอาคมของมันแตกร้าวอย่างหนักจึงทำให้ลูกธนูดอกสุดท้ายทำลายเกราะอาคมที่ร้าวอยู่แตกออกเป็เสี่ยงๆก่อนจะพุ่งเสียบเข้ากลางอกของเ้าั์จอมขมังเวทย์อย่างจังจนต้องมันส่งร้องอย่างทรมานเพราะความเ็ปจากลูกธนูลงอาคมก่อนจะทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง……..
“มะ………มึง! ไอ้พวกมนุษย์บัดซบพวกมึงกล้าทำกูเสียเือย่างนั้นรึ?! วันนี้กูจักมิปล่อยพวกมึงไปอย่างแน่………
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
ฉับ!
ตุบ ตุบ ตุบ!
แต่ก่อนที่ั์ชั้นพันจอมขมังเวทย์จะทันได้พูดจบพันผาก็วิ่งเข้ามาถึงด้านหน้าของมันเสียแล้วก่อนที่จะง้างดาบลงอาคมในมือของเขาฟันผ่านลำคอของั์ชั้นพันจอมขมังเวทย์ไปทำให้ศีรษะของมันหลุดออกจากร่างและกลิ้งไปบนพื้น พร้อมกับเืสีแดงฉานที่ไหลอาบนองพื้นดินบริเวณนั้น…..
เปาะแปะ! เปาะแปะ! เปาะแปะ!
ซ่า! ซู่!!!!!
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
ซึ่งในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียงและยิ่งเวลาไหลผ่านไปฝนก็ยิ่งตกหนักขึ้นหนักจนทำให้พื้นดินเปียกชุ่มไปด้วยน้ำผสมเื และในเวลาเดียวกันเพราะเสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นเมื่อครู่ได้ทำให้ั์ชั้นพันที่เป็แม่ทัพใหญ่หันมามองยังพันผาและสหายของมันที่ตอนนี้ร่างกายไร้ศีรษะนอนจมกองเือยู่……..
ม่ายยยยยยยยยยยย!!
โฮกกกกกกกกก!!
ซึ่งภาพที่มันเห็นนั้นทำให้มันโกรธจัดจนเืขึ้นหน้าพร้อมทั้งเส้นเืที่ปูดนูนขึ้นก่อนจะทำการกวาดดายในมือของมันเพื่อสังหารทหารของพันผาที่อยู่รอบๆให้ตายตกไปในทีเดียว……
ฉับ ฉับ ฉับ ฉับ!
อ๊า!!
ทุกการกวาดดาบของั์ชั้นพัน มันจะต้องมีทหารที่ล้มตายทุกครั้งและไม่เพียงแค่ทหารของพันผาเท่านั้นที่ตายตกไปแม้แต่อสูรกายทหารของมันเองก็ตายตกเพราะโดนลูกหลงไปด้วย…..
“ไอ้ั์แม่ทัพมันเป็บ้าไปแล้ว!”
“ขืนปล่อยเอาไว้เยี่ยงนี้ทหารของเราได้ตายตกกันหมดแน่!”
“รีบบรรจุหน้าไม้สังหารั์เร็ว!”
เสียงร้องอย่างวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อั์ชั้นพันที่เป็แม่ทัพเริ่มอาละวาดอย่างหนักซึ่งทำให้ทหารฝ่ายของพันผาต้องเตรียมหน้าไม้สังหารั์อีกครั้งเพราะมีเพียงลูกธนูลงอาคมเท่านั้นที่สามารถทำให้มันได้รับาแ หรือไม่ก็ต้องใช้อาวุธลงอาคมอย่างดีแต่อาวุธแบบนั้นไม่ได้จะหากันมาได้ง่ายๆนอกจากพันพาแล้วภายในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครมีอีก…….