บทที่ 2 ข่าวร้าย
คุณครูพิสมัยมาส่งวิชุดาถึงบ้านในวันนั้น
แม่ของเธอที่เพิ่งกลับจากที่ทำงานเมื่อได้ฟังจากครู บอกว่าลูกสาวของตกน้ำ เธอก็กอดลูกสาวแล้วลูบหน้าลูบหลังลูกสาวด้วยความเป็ห่วง
กรวิภาเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของแม่วิชุดาก็รู้สึกอุ่นวาบในอก เด็กที่เกิดมาไม่มีแม่อย่างเธอถึงจะมีอ้อมกอดของยายที่ให้ความอบอุ่นแต่มันก็เทียบไม่ได้กับอ้อมกอดของแม่ที่เธอกำลังััมันอยู่ในตอนนี้กรวิภาตอบกอดแม่น้ำตารื้นขึ้นมา
“ต้องขอโทษคุณแม่มาก ๆ เลยนะคะ ที่ทางโรงเรียนดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึงทำให้วิชุดาตกน้ำ”
เสียงของคุณครูพิศมัยกล่าวขอโทษขอโพย เพราะกลัวผู้ปกครองจะเอาเื่
“ไม่เป็ไรค่ะคุณครู ฉันรู้ว่าเป็เหตุสุดวิสัย คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ลูกสาวฉันไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ขอบคุณที่คุณครูมาส่งถึงบ้านนะคะ”
เสียงตอบของผู้ปกครองวิชุดา ช่วยทำให้คุณครูพิศมัยผ่อนคลายความตรึงเครียดลง
แม่ของวิชุดาชื่อ ดาริกา เป็ผู้หญิงอายุไม่เกิน 38 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดหน้าตาสวยคม มองดูมีสง่าราศี จนไม่น่าเชื่อว่า เธอจะเป็แม่เลี้ยงเดี่ยว และอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ใกล้ตลาดในอำเภอ
จากความทรงจำในร่างของวิชุดา ั้แ่จำความได้เพราะแม่ต้องเลี้ยงดูเธอในตอนเด็ก จึงไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน แม่เปิดหน้าบ้านทำเป็ร้านขายขนมเค้กและขนมคุกกี้ต่างๆ รวมทั้งรับทำขนมเบรกให้หน่วยงานราชการ โดยมีวิชุดาซึ่งช่วยแม่ทำงานั้แ่ยังเด็กเธอหัดทำขนมกับแม่ และขับรถมอเตอร์ไซค์ที่มีอยู่คันเดียวไปส่งขนมที่ลูกค้าสั่งภายในตัวอำเภอ
ขนมของแม่อร่อยขึ้นชื่อในอำเภอนี้ในชื่อแบรนด์ “ดาดา” ซึ่งแม่อธิบายให้ฟังในภายหลังว่าเป็ชื่อของแม่กับของวิชุดา เพราะความอร่อยของขนมและหน้าร้านที่ดูสะอาดสะอ้านทำให้มีข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ แวะเวียนมาซื้อเป็ของฝากและซื้อกินเป็ประจำ รวมทั้งบางรายเมื่อรู้ว่าแม่เป็แม่เลี้ยงเดี่ยวก็มาซื้อขนมพร้อมกับมาขายขนมจีบแต่แม่ของเธอก็ไว้เนื้อไว้ตัว วางตัวดีจนผู้ชายเ่าั้เกรงใจและเลิกราไม่ตอแยอีก
แต่ก็มีคนหนึ่ง ซึ่งยังเทียวไปเทียวมาอย่างสม่ำเสมอั้แ่เธอจำความได้ เขาชื่อชาตรี เป็อดีตนายตำรวจที่มีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และเอเย่นต์ขายสุรารายใหญ่ ผู้คนที่นี่เรียกเขาว่า เสี่ยชาตรี
สมัยที่เธอยังเป็เด็ก ลำพังเงินรายได้จากการทำขนมขายก็พอใช้จ่าย แต่เมื่อเธอเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยม แม่เลือกที่จะให้เธอเรียนในโปรแกรมพิเศษซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง จนแม่ต้องพยายามหาเงินเพิ่มเติม
เสี่ยชาตรีเสนองานทำบัญชีในบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้แม่ไปทำที่บริษัทของเขาในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดยให้เงินเดือนค่อนข้างสูงสำหรับคนที่ไม่มีวุฒิปริญญาแบบแม่ของเธอซึ่งแม่ของเธอก็ตัดสินใจไปทำงานที่บริษัทของเสี่ยชาตรีโดยวิชุดารับหน้าที่เป็คนทำขนมแทนแม่ และเปิดร้านขายขนมในตอนเย็นแทน
กรวิภาในร่างวิชุดามองดูแม่จากสายตาของคนอายุ 45 ปี แม่ของวิชุดาคงจะผ่านเื่ราวที่ขมขื่นมามากทีเดียว บางคืนวิชุดาเห็นแม่นั่งเหม่อลอยเมื่ออยู่คนเดียว และในบางคืนแม่ก็ละเมอด่าทอตัดพ้อผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งวิชุดาก็ไม่เคยถามให้แม่กระอักกระอ่วนใจ
แต่ก็ช่างมันเถอะเื่ที่ผ่านมาก็เอาไว้ก่อน ตอนนี้เธอที่อยู่ในร่างของวิชุดาแล้วต้องช่วยให้ครอบครัวของเธอมีอยู่มีกินก่อน
“น้องวิเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่จะทำข้าวต้มร้อน ๆ ให้กิน ร่างกายจะได้อุ่นขึ้น”
ดาริกาบอกลูกสาวเสียงเบา
“ค่ะแม่”
วิชุดารับคำอย่างว่าง่าย แล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
บ้านที่ดาริกาตัดใจซื้อจากเงินเก็บที่มีเมื่อย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เป็บ้านชั้นเดียวหลังเล็ก สองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ มีห้องครัวและห้องรับแขกเล็กกะทัดรัดจัดไว้อย่างเป็ระเบียบ สะอาดสะอ้าน มุมห้องยังตกแต่งด้วยต้นไม้ในแจกันขนาดกลาง
ในห้องนอนของวิชุดา ถึงแม้เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนจะไม่ใช่ของราคาแพง แต่การจัดวางสิ่งของในห้องก็ดูเป็ระเบียบราวกับสถาปนิกจัดวาง
เมื่อเปิดดูตู้เสื้อผ้าสีขาวเล็กที่อยู่ในห้องนอน กรวิภาก็พบว่าเสื้อผ้าของหญิงสาวเป็เสื้อผ้าวัยหวานของวัยรุ่น ถึงไม่ใช่แบรนด์ที่ราคาแพง แต่ก็เป็เสื้อผ้าเนื้อดี
วิชุดาคนใหม่รู้สึกสงสัยเื้ัของแม่ ว่าแม่ของเธอเป็ใคร และมีที่มาอย่างไร
อาจจะเป็เพราะความรู้สึกของเ้าของร่าง ทำให้กรวิภารู้สึกรักและผูกพันกับแม่ของวิชุดาอย่างที่ลูกคนหนึ่งจะมีต่อแม่
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว วิชุดาก็มานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวที่จัดไว้ในห้องครัวขนาดเล็ก
แม้แต่ห้องครัวขนาดเล็ก แม่ยังแบ่งสัดส่วนให้มีพื้นที่วางโต๊ะกินข้าวขนาดนั่งได้สองคน จัดวางไว้ในครัวขนาดย่อมที่ดูสะอาดเป็ระเบียบเรียบร้อย
ถ้วยข้าวต้มหอมกรุ่นพร้อมจานรอง วางอยู่บนผ้ารองจาน ตั้งอยู่บนโต๊ะสองถ้วย ก็พร้อมที่จะให้แม่กับลูกกินเป็อาหารเย็น
“แม่ต้มใส่หมูนุ่มกับไข่ จะได้กินง่ายๆ กินเยอะ ๆ นะลูก กินเสร็จแม่จะชงน้ำขิงร้อนให้ดื่มจะได้ไม่เป็หวัด”
เสียงนุ่มนวลของแม่บอกให้เริ่มกิน
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากช่วยกันล้างจานในครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่ก็หอมหน้าผากของลูกสาวแล้วบอกให้เข้าห้องนอน
ก่อนนอนกรวิภานั่งดูข่าวโทรทัศน์ แล้วเธอก็ได้เห็นข่าวเครื่องบินเที่ยวที่เดินทางไปเกาหลี เครื่องบินเกิดขัดข้องกลางอากาศทำให้ซีอีโอสาวเ้าของธุรกิจร้อยล้านที่เดินทางไปพร้อมกับเพื่อนสาวเพื่อไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี เกิดอาการหัวใจวายตายบนเครื่องบิน ขณะที่เครื่องบินตกหลุมอากาศ
ในข่าวรายงานว่า ซีอีโอสาวไม่มีญาติพี่น้อง และเธอได้ทำพินัยกรรมไว้ก่อนตาย ว่าถ้าหากเธอเสียชีวิตลง ให้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับลูกน้องคนใกล้ชิดของเธอ ส่วนที่เงินที่เหลือและทรัพย์สินที่มีให้ขายเป็เงินสดและบริจาคเงินให้กับมูลนิธิคนยากไร้และมูลนิธิเพื่อการศึกษาทั้งหมด
กรวิภาตกตะลึงเมื่อดูข่าวนั้นจบลงความรู้สึกทั้งงุนงงและสับสนปนเปกันไปหมด ทำไมข่าวนี้ถึงคล้ายกับตัวเธอนักเล่าแต่จะเป็ไปได้ยังไง ในเมื่อเธอตายในปี พ.ศ. 2567 แต่นี่มันปี พ.ศ. 2540
แต่ยังไงก็แล้วแต่เธอก็ยังรู้สึกดีใจที่เพื่อนกลุ่มที่เดินทางไปด้วยกันกับซีอีโอสาว ไม่ได้เสียชีวิตไปพร้อมกับเพื่อน
ตัวเธอก็คงเหมือนกับซีอีโอสาวในข่าวที่ทำงานหนักหาทรัพย์สมบัติมาด้วยความยากลำบากกว่าครึ่งชีวิต แต่เมื่อถึงคราวเสวยสุขกลับไม่มีชีวิตอยู่เพื่อใช้เงิน แต่ก็ยังดีที่เธอยังได้ใช้เงินทำบุญใหญ่หลังจากตายไปแล้ว บางทีอาจจะเป็เพราะบุญนี้ทำให้เธอมาอยู่ในร่างกายที่สวยงามเหมือน์ปั้นแต่งของวิชุดา
“เฮ้อ ไม่เป็ไรหรอก ไม่ตายก็หาใหม่ได้ สมองอย่างเธอที่สู้มาทุกรูปแบบคงไม่จนมุมง่ายๆ หรอก”
กรวิภารำพึงปลอบใจตัวเอง ก่อนจะผล็อยหลับไป
ในฝันครึ่งหลับครึ่งตื่นกรวิภาเห็นเด็กสาวที่หน้าตาเหมือนวิชุดามาหาที่ห้องนอน
“หนูหมดอายุขัยแล้วแต่ยังห่วงแม่ที่ตกระกำลำบาก หนูขอรบกวนให้คุณป้าช่วยดูแลแม่แทนหนูด้วยแม่เป็คนดีที่น่าสงสาร ได้โปรดอย่าทิ้งแม่หนูนะคะ”
เสียงเศร้าสร้อยของวิชุดาเอ่ยขอร้อง
“ป้ารับปากที่จะดูแลแม่ของหนูนะแต่จะดูแลได้ดีแค่ไหนก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ชีวิตที่นี่ลำบากเหลือเกิน”
เสียงตอบแบ่งรับแบ่งสู้ของกรวิภาทำให้เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างเตียง ก้มลงมากระซิบบอกบางสิ่งที่ข้างหูของเธอ
“คุณป้าไม่ต้องเป็ห่วงเื่นั้นนะคะปีนี้เป็ปี 2540 ค่ะ หนูบอกได้แค่นี้ หนูต้องไปแล้ว”
บอกคำสุดท้ายแล้วร่างวิชุดาก็หายไป
กรวิภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเธอมองไปรอบห้องที่มีไฟจากเสาไฟฟ้าด้านนอกส่งเข้ามาพอสลัว
เมื่อไม่เห็นใครอยู่ในห้องกรวิภาก็หัวเราะให้กับความขลาดเขลาของตัวเอง
“เธอจะไปกลัวผีทำไมกรวิภาเธอนี่แหล่ะเป็ผี ว่าแต่เด็กคนนั้นมาบอกอะไร ปีนี้เป็ปี พ.ศ.2540 แล้วมันอะไรล่ะหรือว่าจะให้ซื้อหวยรึไง แต่เดี๋ยวก่อน ปี พ.ศ.2540 เหรอ เดือนนี้เดือนอะไร”
กรวิภาคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงมาเปิดดูวันนี้วันที่ 12 มิถุนายน 2540