ตัดกลับมายังทางฝั่งของลั่วอู่หลิน ในตอนนี้หลังจากที่เรือเหาะลอยมาถึงครึ่งทาง พวกเขาทั้งสามก็พลันถูกเรียกให้เข้าพบกับผู้นำนิกายและผู้นำตระกูลหลิน ซึ่งทั้งสามคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรและออกไปตามคำเรียกร้องในทันที
"คาราวะท่านประมุขนิกาย ท่านประมุขหลิน ฮูหยินหลิน และท่านอาจารย์ขอรับ/เจ้าค่ะ"
เมื่อมาถึงทั้งสามก็คาราวะอย่างนอบน้อม ทำให้ทุกคนในที่นี้ต่างพึงพอใจ ตำแหน่งของทั้งสามบัดนี้ได้กลายเป็นอัจฉริยะของขุมกำลังเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะลั่วอู่หลินที่ได้อันดับหนึ่งในการจัดอันดับพรสวรรค์ ตัวตนของเขาสำคัญยิ่งและนับว่าของเกียรติยศของขุมกำลังไปแล้ว
"อืม ไม่ได้มากพีธีไป บรรพชนขั้นที่สอง ครึ่งก้าวบรรพชน กับจักรพรรดิขั้นที่สี่ ดูแล้วพวกเจ้าคงได้รับโชควาสนามาไม่น้อยเลยทีเดียว"หลินเทียนกล่าว
"พวกเราพบเข้าไปสวนสมุนไพรและเม็ดยาจากหลายวิหารเลยเจ้าค่ะ ส่วนสมบัติอย่างอื่นนั้นพวกเรายังไม่สามารถแย่งชิงจากคนของแดนอื่นได้"หยางเหมยกุ้ยในฐานะศิษย์พี่ใหญ่กล่าวออกไป คำกล่าวของนางแน่นอนว่าเป็นลั่วอู่หลินที่เตรียมเอาไว้ให้นั่นเอง
"โอ้ พวกเจ้าพบคนจากดินแดนที่สูงกว่าอย่างนั้นหรือ จากแดนเซียนหรือแดนสวรรค์ละ"คำกล่าวนี้ของหลินเทียนทำให้ลั่วอู่หลินถึงกับต้องแปลกใจ
"ทั้งสองเจ้าค่ะ อีกทั้งยังมีดินแดนปีศาจและอสูรด้วย"หยางเหมยกุ้ยกล่าวอย่างเรียบนิ่งไม่มีพิรุธแต่อย่างใด
"อืม ที่พวกเราเรียพวกเจ้ามาก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมาย แค่อยากจะชื่นชมว่าพวกเจ้าทำได้ดีมากในการแสวงหาโชคลาภครั้งนี้และจะขอแต่งตั้งพวกเจ้าเป็นศิษย์สายในโดยไม่ผ่านการทดสอบหอคอยห้าสิบชั้น"
"แล้วก็เจ้าหนูอู่หลิน พวกข้ามีของรางวัลให้เจ้าด้วยในฐานะที่ได้อันดับหนึ่งการจัดอันดับพรสวรรค์"หลินเทียนกล่าวขึ้น ภรรยาของเขาอย่างหลินเยว่เฟยพลันยื่นแหวนมิติที่ประดับไปด้วยมณีสีแดงเล็กๆให้ชายหนุ่มในทันทีจนทำให้ทุกคนต้องหรี่ตามองไปที่หลินเยว่เฟยด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ขัดศรัทธา และเดินไปรับแหวนมิติมาด้วยกิริยานอบน้อม
"แหวนวงนี้คือแหวนมิติที่ดีที่สุดมีพื้นที่กว้างขวางกว่าแหวนมิติธรรมดาถึงห้าเท่า นี่คือของขวัญจากตระกูลหลินให้เจ้าในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่ง ส่วนของด้านในเป็นสินเดิมพันที่ประมุขตระกูลหลินได้มาและมอบให้เจ้า ลองหยดเลือดทำพันธะสัญญาดูสิแล้วดูว่าพอใจกับสิ่งของที่อยู่ด้านในหรือไม่"หลินเยว่เฟยกล่าวพร้อมกับยกยิ้มบาง
ลั่วอู่หลินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พลันหยดโลหิตทำพันธสัญญาในทันที มณีสีแดงเล็กๆจากตัวแหวนเปล่งแสงออกมาพร้อมกับสมุนไพรห้าพันปีสามต้นด้วยกัน ในเวลานี้ทุกคนล้วนแต่ดวงตาเบิกกว้าง ลั่วอู่หลินเองก็แสดงท่าทีตกตะลึงเช่นเดียวกัน
"สะ สมุนไพรห้าพันปี ขะ ขอบคุณขอรับ!!"เขากล่าวอย่างติดขัด ก่อนจะผสานมือคาราวะอีกฝ่ายพร้อมกับทำท่าทางตื่นเต้นยิ่ง แสงสีแดงหรี่ลงไปพร้อมกับสมุนไพรสามชิ้นที่ถูกเก็บเข้าไปด้านในแหวนและถูกสวมลงที่นิ้วกลางของชายหนุ่มในทันที
หลังจากเสร็จสิ้นการรับการเลื่อนขั้น ของรางวัล และคำชมเชย พวกเขาก็กลับไปยังห้องของตนเองในทันที เมื่อเข้ามาด้านในห้องเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสามก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในทันใด ดูเหมือนว่าเหล่าผู้นำจะยังไม่ได้รู้ถึงแผนการของรุ่นเยาว์ของตน ไม่เช่นนั้นคงเรียกรีดไถพวกเขาไปแล้ว และคงไม่ให้ของมีค่าอย่างแหวนมิติระดับสูงและสมุนไพรห้าพันปีกับชายหนุ่มอย่างแน่นอน
"เห้อ ศิษย์พี่ยอดเยี่ยมไปเลย ท่านไม่เผยพิรุธอะไรออกมาสักนิด"ลั่วอู่หลินกล่าวกับหยางเหมยกุ้งที่นั่งลงดื่มน้ำชาอย่างโล่งใจ
"มันก็ไม่เห็นจะต้องมีพิรุธตรงไหน ก็แค่ตอบไปตามตรง"หยางเหมยกุ้ยกล่าว
"นั่นสินะ ก็ตาแก่นั่นไม่ได้ถามถึงเรื่องแร่ปราณเลย ดูเหมือนว่าชั้นผู้นำจะไม่ได้รับรู้เรื่องแผนการของเหล่าศิษย์ เช่นนั้นข้าว่าน่าจะเป็นผู้อาวุโสเป็นคนลงมือ"
"เจ้ามั่นใจปานนั้นเชียว?"หลี่อิงกล่าวถาม
"พวกท่านไม่เห็นที่พวกมันจ้องพวกเราหรือแววตาแบบนั้นมันของพวกคนโลภมากชัดๆ เชื่อข้าเถอะไม่เกินเจ็ดวันพวกมันจะต้องลงมืออย่างแน่นอน"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างมั่นใจ
"ศิษย์น้องจะว่าไป ดูๆแล้วผู้นำตระกูลรวมไปถึงทุกคนในตระกูลหลินก็ดูเป็นคนดีนี่ อีกทั้งพวกเขายังเอ็นดูเจ้าเป็นพิเศษเช่นนี้เจ้ายังจะลงมือสร้างปัญหาให้พวกเขาอีกหรือ"เป็นหยางเหม่ยกุ้ยที่กล่าวขึ้นมา
"ดีก็ส่วนดีข้าเองก็ยอมรับ อีกทั้งข้ายังไม่อยากหาเหตุผลด้วยว่าทำไมตาแก่นั่นถึงได้คิดอยากจะแยกท่านตากับท่านยายออกจากกันเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว แต่ข้าก็อดไม่ได้ที่อยากจะสร้างปัญหาให้ตระกูลหลินเพื่อแก้เผ็ดสักครั้ง มันอาจจะเป็นนิสัยเด็กๆของข้ากระมังหากไม่ทำมันก็จะค้างคาในใจ"ลั่วอู่หลินกล่าวชมวิวทิวทัศน์ข้างหน้าต่าง
"ไม่รู้สิ เรื่องนั้นพวกเราเองก็ไม่อาจจะเข้าใจได้เพราะไม่เคยประสบปัญหาอย่างเจ้า แต่นับจากนี้ลั่วอู่หลินเจ้าต้องสัญญาว่าจะให้พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม"ทั้งหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงพลันทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาในทันที ลั่วอู่หลินที่เห็นก็พลันยกยิ้มและพยักหน้าให้พวกนาง
ทั้งหยางเหม่ยกุ้ยกับหลี่อิงบัดนี้มีใจให้ชายหนุ่มแน่แล้ว และด้วยนิสัยของลั่วอู่หลินเขาไม่มีทางที่จะให้สตรีของเขาห่างกายอย่างแน่นอน ต่อให้ไปที่ไหนก็ตาม
วันคืนผันผ่าน ในที่สุดเรือเหาะก็มาถึงยังตำหนักเปลวเพลิงโชติช่วงแล้วตอนนี้ เหล่าศิษย์ทุกคนพากันแยกย้ายกันออกไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
ลั่วอู่หลิน และศิษย์พี่ทั้งสองของเขาพักผ่อนอยู่ในคฤหาสน์ของหลินหชิงหลวนถึงสามวันด้วยกัน ในที่สุดพวกคนโลภก็เริ่มโผล่หางออกมาแล้ว
ผู้อาวุโสของขุนเขาศิษย์สายนอกได้เรียกให้เหล่าศิษย์ที่เข้าไปยังดินแดนบรรพบุรุษมารวมตัวกันและออกคำสั่งแบ่งสรรค์ทรัพยากรที่เหล่าศิษย์ได้มาในทันทีโดยที่กำหนดสัดส่วนเอาไว้ถึงห้าส่วนด้วยกัน การแบ่งที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ทำให้เหล่าศิษย์ทั้งหลายไม่พึงพอใจเป็นอย่างมาก แต่นอกจากพวกเขาจะไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วยังโดนข่มขู่อีกด้วย จึงต้องจำยอมให้กับคนที่มีอำนาจสูงกว่าแต่โดยดี
ลั่วอู่หลิน หยางเหมยกุ้ย และหลี่อิงก็เป็นหนึ่งในนั้นพวกเขานำแหวนมิติถ่ายสมบัติห้าส่วนของพวกเขาให้กับผู้อาวุโสในทันทีก่อนที่จะเดินจากไปราวกับไม่ได้สนใจทรัพยากรที่เสียไปแม้แต่น้อย
เนื่องจากพวกเขาเพียงใช้ทรัพยากรสมุนไพรที่ได้มาตอนแรกมาให้กับนิกาย ส่วนทรัพยากรที่แท้จริงของพวกเขาถูกเก็บเอาไว้ด้านในหอคอยมหาสมบัติและไม่มีใครที่จะตรวจสอบได้อย่างแน่นอนพวกเขาจึงสบายใจยิ่ง
"ศิษย์พี่คอยดูนะขอรับ อีกไม่นานพวกมันจะมาหาเราถึงที่"ชายหนุ่มคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างมั่นใจ
ลั่วอู่หลินและศิษย์พี่ทั้งสองนั่งบนโต๊ะจิบชาชมทิวทัศน์ยามเย็นอย่างเพลิดเพลินยิ่ง ทันใดนั้นเสียงแหวกอากาศดังขึ้นมาจนทำให้ลั่วอู่หลินต้องหันมองไปยังทางทิศเหนือพร้อมกล่าวเสียเรียบเพียงสั้นๆว่า
"มาแล้ว"
ทันใดนั้นเหล่าผู้อาวุโสห้าคนที่นำโดยผู้อาวุโสสี่หลินจางก็มาหยุดอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าของทั้งสาม หากสังเกตุดีใจๆจะเห็นว่าสีหน้าของผู้อาวุโสแต่ละคนมืดครึ้มและดูเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
พวกลั่วอู่หลินผสานมือและโค้งคำนับให้เล็กน้อยก่อนจะไถ่ถามออกไป "ไม่ทราบพวกท่านผู้อาวุโสมาเพราะมีอะไรให้พวกข้ารับใช้หรือขอรับ?"
"ศิษย์อู่หลิน ศิษย์หยางเหมยกุ้ย ศิษย์หลี่อิง พวกเจ้าเอาเปรียบศิษย์ร่วมนิกาย มักง่ายซ่อนทรัพยากรที่ได้จากดินแดนบรรพบุรุษเอาไว้ ในขณะที่ทุกคนล้วนแต่ต้องแบ่งสรรค์ครึ่งหนึ่งให้นิกายและตระกูล เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะมีโทษสถานใด"น้ำเสียงเคร่งขรึมของผู้อาวุโสสี่ดังขึ้น
ชายหนุ่มกับหญิงสาวทั้งสองพลันทำหน้าฉงนสงสัย "เรียนผู้อาวุโส พวกข้าให้ทรัพยากรครึ่งหนึ่งไปแล้วนะขอรับ ท่านไม่มีหลักฐานเช่นนี้จะมากล่าวหาพวกข้า เกรงว่าจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่นัก"
"หลักฐาน?? ได้! ในเมื่อเจ้าอยากได้หลักฐานข้าก็จะจัดให้เจ้า!"ผู้อาวุโสหลินจางกล่าว ด้านหลังของผู้อาวุโสท่านหนึ่งมีชายหนุ่มที่สวมชุดตระกูลหลินลอยออกมาใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีประกายความโลภอยู่ ชายหนุ่มรู้ได้ในทันทีว่าผู้อาวุโสทั้งหมดแค่นำศิษย์คนนี้มาพูดเป็นพิธีเฉยๆเพื่อให้มีหลักฐานมารีดไถ่พวกตน
"เรียนผู้อาวุโสก่อนจะเกิดเหตุการณ์ประหลาดที่ทุกคนพากันออกมา ข้าเห็นชายหญิงสองคนนี้กำลังกอบโกยแร่ปราณจำนวนมากมายเอาไว้ขอรับ เรื่องนี้ข้าและศิษย์ของตระกูลหลินสามารถยืนยันได้"ศิษย์คนนั้นกล่าวและมองไปทางพวกลั่วอู่หลินพร้อยแสยะยิ้มให้
"เรียนผู้อาวุโสสี่ จากที่ตรวจสอบพวกเราไม่พบแร่หินปราณอยู่เลยขอรับ "เป็นผู้อาวุโสศิษย์สายนอกคนหนึ่งที่เอ่ยปากขึ้นหลังจากที่ศิษย์คนนั้นกล่าวเสร็จสิ้น
"อู่หลินเจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้านำหินปราณออกมาให้กับนิกายเจ็ดส่วน โทษฐานที่ไม่ซื่อตรงเอาเปรียบเหล่าศิษย์ทุกคนในนิกาย!!"หลินจางกล่าวอย่างเด็ดขาด
ทั้งลั่วอู่หลิน หยางเหมยกุ้ย และหลี่อิงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พลันยกยิ้มบางออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ผู้อาวุโสคนนี้ช่างโลภมากเสียจริงๆจากเดิมที่เป็นห้าส่วนแต่ตอนนี้จะเอาถึงเจ็ดส่วนด้วยกัน อีกทั้งยังมาพูดเรื่องซื่อตรงในขณะที่กำลังทำเรื่องคดโกง ไม่เป็นธรรม สองคำที่พวกเขาจะนิยามผู้อาวุโสคนนี้ได้คงหนีไม่พ้นคำว่า โลภมาก และหน้าด้าน
"เรียนศิษย์พี่ท่านนี้ เห็นทีพวกท่านคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง"ชายหนุ่มกล่าวหยั่งเชิง
ศิษย์คนที่กล่าวหาพวกเขาก็พลันยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน "หึ ข้าจำหน้าตาของชายหญิงสองคนนี้ได้อีกทั้งยังมีคนมากมายที่เห็น จะเข้าใจผิดได้อย่างไร"
"เห้อ ที่ข้าบอกว่าท่านเข้าใจผิดนั้นหาใช่นี้ไม่ แน่นอนข้ายอมรับว่าศิษย์พี่ทั้งสองของข้าเก็บแร่ปราณจริง แต่ทว่าท่านลืมไปแล้วหรือว่าคนกลุ่มใดอยู่ข้างๆ คนเหล่านั้นบีบบังคับให้ศิษย์พี่ของข้าเก็บแร่ปราณให้ในขณะที่พวกเขากำลังทำสงครามกับพวกเหล่าอสูรและปีศาจ ส่วนข้ามีตบะน้อยเกินไปศิษย์พี่ทั้งสองจึงขอละเว้นเอาไว้ให้"
"แหวนมิติที่เก็บแร่ปราณก็ล้วนแต่เป็นของพวกเขา ก่อนเกิดเหตุการณ์พังทะลายคนเหล่านั้นก็เอาแหวนของพวกเขากลับไปและทั้งยังค้นตัวศิษย์พี่ของข้าจนละเอียด เก็บแร่ปราณไปจนหมดไม่เหลือสักก้อน แล้วแบบนี้พวกข้าจะเอาแร่ปราณจากไหนไปให้นิกายละ ถ้าพูดถึงขนาดนี้พวกท่านยังไม่เชื่อก็เชิญค้นตัวค้นที่อยู่ของพวกเราเถอะขอรับ พวกข้าก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรแล้วเช่นกัน"ลั่วอู่หลินแสร้งทำท่าทีน่าเห็นใจและน่าสงสารอย่างสุดซึ้ง ทำให้เหล่าผู้อาวุโสต้องมองไปยังศิษย์ที่เป็นพยานเมื่อครู่เป็นตาเดียวจนศิษย์คนนั้นขวัญผวาในทันที