ใช้เวลาเพียงไม่นานบะหมี่เนื้อแกะเรียบง่ายก็ถูกจัดวางขึ้นโต๊ะ ป๋ายฮวามองบะหมี่เนื้อแกะด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเปล่งประกายจ้องมองถ้วยบะหมี่เบื้องหน้าทีหนึ่งและมองถ้วยของเฟยหลงอีกทีหนึ่ง
“คุณชายทำเองหรือเ้าคะ” เสียงใสร้องถามเพราะนี่คือครั้งแรกที่เฟยหลงทำอาหารด้วยตัวเอง ความรู้สึกอิ่มเอมใจเหมือนเห็นเด็กน้อยที่ตนเองเลี้ยงมาเติบโต ทำให้ป๋ายฮวาลืมเื่น้อยใจและเื่ที่เคยทะเลาะกันจนหมดสิ้น
เฟยหลงกระแอมไอครั้งหนึ่งอย่างไม่เป็ธรรมชาติ ใบหน้าคมค่อยๆ แดงระเรื่อก่อนจะตอบรับในลำคอ เขาปรายตามองหญิงสาวซึ่งตอนนี้กำลังก้มหน้าลงแทบจะทำให้เส้นผมสีขาวนั้นจุ่มลงไปในถ้วยชามอยู่แล้ว
เดิมทีหญิงสาวก็ไม่ชอบใช้ปิ่นปักผม ทำให้ตอนนี้เส้นผมสีขาวของนางสยายยาวทิ้งตัวลงดั่งม่านน้ำตก ผมสีขาวปลิวไหวไปตามแรงลม เมื่อรวมกับชุดสีขาวที่สวมใส่ก็ยิ่งทำให้นางคล้ายกับปีศาจสาวตนหนึ่ง
เฟยหลงเม้มริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะใช้ด้ามตะเกียบจิ้มกลุ่มผมสีขาวนั้นเพื่อสะกิดให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ระวังไม่ให้หน้าจุ่มลงไปในถ้วยบะหมี่
เสียงเรียบเอ่ยเตือนว่า “กินข้าวเถิด”
“อะ....อ้อ กินข้าวเ้าค่ะ คุณชายทำบะหมี่ด้วยตัวเองหรือเ้าคะ” ป๋ายฮวาเงยหน้าขึ้นรีบถามเขาด้วยความสงสัย
เฟยหลงกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นอธิบายเสียงแข็งว่า “แค่กๆ อาจจะไม่อร่อยมาก แต่ก็พอประทังหิวได้” เดิมทีบะหมี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำยากอยู่แล้ว เขาเพียงแค่นวดแป้งและหั่นใส่หม้อ เติมเนื้อแกะเท่านั้นเอง
ทันทีที่ได้ชิมบะหมี่เนื้อแกะคำแรก คิ้วทั้งสองข้างก็เริ่มขมวดเข้าหากันจนเกิดปมอีกครั้ง ดูเหมือนว่า...บะหมี่ชามนี้จะมีรสชาติเค็มเกินไปสักหน่อย และผักบางก้านก็ยังไม่สุก ยังดีที่เนื้อแกะสดใหม่และเป็เนื้อที่นางได้หมักเตรียมไว้แล้ว ทำให้รสชาติไม่ได้แย่จนกินไม่ได้
เดิมทีคิดว่าตัวเองพอจะทำอาหารได้บ้าง เพราะหากมีเวลาว่าง เขาก็มักจะคอยมองตามนางขณะทำอาหารเสมอ แม้ไม่อร่อยก็ยังกินได้ .....ใช่หรือไม่...
ในใจไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย
“เ้า......” เสียงทุ้มร้องด้วยความใทำลายความเงียบเมื่อเห็นนางคีบผักเข้าปากไม่หยุด “........ทานได้หรือไม่” ปลายเสียงแ่ลงจนแทบไม่ได้ยินชัดเจน
เป็ครั้งแรกที่เขาไม่มีความมั่นใจจนอดจะรู้สึกประหม่าไม่ได้ ในมือกำตะเกียบแน่นจนเกิดรอยแดง หัวใจคล้ายรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างเล็กน้อย
“อร่อย” ป๋ายฮวาเงยหน้าขึ้นก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนสังเกตเห็นลักยิ้มได้อย่างชัดเจน แก้มทั้งสองข้างพองกลมพยักหน้ารัวๆ ดวงตาดอกท้อโค้งเป็พระจันทร์เสี้ยวด้วยความดีใจเพราะจู่ๆ ก็รู้สึกว่าเด็กชายที่ตัวเองเลี้ยงั้แ่เด็กตอนนี้เติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว
ความภูมิใจนี้นางสามารถคุยโม้ได้อีกเป็หมื่นปี
คิ้วกระบี่ซึ่งเคยขมวดพันกันของเฟยหลงคลายออกก่อนจะยกมุมปากแย้มยิ้มเช่นกัน ความอบอุ่นและความตื้นตันไหลจากหัวใจลงสู่แขนขา ยิ่งมองแก้มสองข้างซึ่งพองจนยัดอะไรเข้าไปเพิ่มอีกไม่ได้ ความรู้สึกใจอ่อนยวบเช่นนี้ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย บะหมี่ที่เขาติด้วยความคิดมากมายว่าไม่อร่อย ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าบะหมี่เนื้อแกะชามนี้รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว
ความเงียบและความสงบเช่นตอนนี้ ส่งผลให้รอยยิ้มตรงมุมปากของเฟยหลงยิ่งยกสูงขึ้นอีกหลายส่วน ใช้เวลาเพียงไม่นานรู้ตัวอีกทีเขาก็กินบะหมี่ไปเกือบหมดชามแล้ว
“อันนี้มอบให้คุณชายเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบพร้อมๆ กับที่ในชามของเฟยหลงมีเนื้อแกะชิ้นใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีกสองชิ้น
เฟยหลงชะงักมือค้างก่อนที่คิ้วทั้งสองข้างจะเริ่มขมวดเข้าหากัน ใบหน้าคมเข้มตวัดสายตาเ็ามองสาวงามด้านข้างด้วยความไม่พอใจ ความรู้สึกดีเมื่อครู่ถูกพัดทำลายหายไปจนหมด
“ขะ...ข้ากลัวท่านไม่อิ่มนี่นา ดูสิ ครู่เดียวท่านก็กินหมดชามแล้ว ในขณะที่ข้ากินไปได้เพียงครึ่งชามและก็เริ่มอิ่มแล้วด้วย หรือท่านไม่ชอบการแบ่งอาหารหรือเ้าคะ แต่เมื่อครู่ท่านยังดื่มน้ำขิงของข้าเลยนี่นา” ป๋ายฮวารีบอธิบายด้วยความร้อนรนเมื่อประสานกับดวงตาเ็าของเขา ในใจเต็มไปด้วยความสับสนและมึนงง
นางทำผิดอีกแล้วหรือ
คิ้วซึ่งยังไม่เริ่มผูกกันเป็ปมคลายออกอย่างรวดเร็วหลังจากมองเห็นดวงตาใสซื่อคล้ายไม่รู้ว่าตัวเองทำเื่ใดผิด ในใจรู้ดีว่าเื่เมื่อครู่คงจะสร้างความเข้าใจผิดให้แก่นาง
“คุณชายไม่ชอบหรือเ้าคะ ครั้งหน้าข้าจะไม่ทำอีกแล้ว” ป๋ายฮวารีบบอกเสียงสั่นเพราะเห็นท่าทางของเขาแล้วนางคงจะเข้าใจอะไรผิดไปจริงๆ
“อืม” เฟยหลงพยักหน้ารับให้อภัย ในใจพยายามใจกว้างไม่โกรธหญิงสาว เมื่อเห็นว่านางยอมรับผิดและไม่กล้าทำเื่ที่เขาไม่ชื่นชอบอีกครั้ง
ป๋ายฮวามองดวงหน้าเ็านั้นก่อนจะแอบเบ้ปาก “ข้านึกว่าทุกคนสามารถแบ่งอาหารกันได้นี่นา หลายวันก่อนพี่ต้าจางยังแบ่งบัวลอยใส่ถ้วยให้ข้าชิมเลย” เสียงใสบ่นอุบอิบด้วยความไม่เข้าใจ หรือนางเข้าใจธรรมเนียมในโลกมนุษย์ผิดไปอีกแล้ว
ไม่ใช่นี่นา นางใช้ชีวิตในโลกมนุษย์เกือบ 7 ปีแล้ว
สิ่งที่ควรรู้นางคิดว่าตนเองรู้หมดแล้วนะ
ป๋ายฮวาแย้งในใจโดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าตัวเองใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเรือนคนเดียวจึงทำให้ไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างชนชั้นของขุนนางและชาวบ้าน นอกจากนี้พี่ใหญ่จางยังตักจากหม้อเล็กไม่ใช่ถ้วยตัวเองแบ่งใส่ชามนาง
เฟยหลงหยุดนิ่งเมื่อได้ยินคำพูดของนาง “พี่ใหญ่จาง” เขาทวนคำพูดอีกครั้งหนึ่ง มือหนากำตะเกียบในมือแน่นขึ้นจนเกิดเสียงแตกหัก ก้นบึ้งของดวงตาพลันผุดเงาทะมึนอันเข้มข้นสายหนึ่งวาบผ่าน คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อของชายอื่นออกมาจากปากของหญิงสาว
“ข้าเคยเล่าเื่นี้ให้ท่านฟังแล้ว ท่านจำไม่ได้หรือเ้าคะ พี่ใหญ่จางเป็บุตรชายของแม่ครัวจาง เมื่อก่อนข้าก็ไปเรียนทำอาหารจากแม่ครัวจางนี่แหละ ตอนที่ข้ามีครัวเป็ของตัวเอง พี่ใหญ่จางก็เป็คนคอยขโมยสูตรอาหามาให้ข้า ท่านจำไม่ได้หรือเ้าคะ” ป๋ายฮวารีบอธิบายเมื่อเห็นท่าทางไม่พอใจของเฟยหลง
แต่ยิ่งนางอธิบายกลับรู้สึกคล้ายว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าจะเ็ายิ่งกว่าเดิมจนนางไม่สามารถเดาอารมณ์ของเขาได้อีกแล้ว ความเย็นะเืไร้ที่มาส่งผลให้ไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวหดเล็กลงด้วยความประหม่า ในใจพยายามทวนคำพูดตนเองอีกครั้งว่ามีประโยคไหนที่นางอธิบายผิดไปอย่างนั้นหรือ
“พี่ใหญ่จางเป็คนดีมากนะเ้าคะ คุณชายไม่ต้องกังวล” ป๋ายฮวาพยายามเสริมอีกประโยค แต่ปลายเสียงกลับแ่เบาแทบจะไม่ได้ยินเมื่อเขาหันหน้ามาจ้องมอง ทั้งที่มีกองไฟอยู่ในดวงตา แต่ทำไมนางรู้สึกเย็นะเืทั้งร่างกายจนขนอ่อนหลังต้นคอลุกพรึบเช่นนี้ได้หนอ
เฟยหลงจ้องมองหญิงสาวเรียบนิ่ง ในใจรู้สึกแสบร้อนและไม่พอใจนางอย่างไร้เหตุผล เขาสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่งเพื่อกดความไม่พอใจไร้ที่มาทั้งหมดลงไป
เดิมทีตอนที่เขายังเป็เด็กนางมักจะเล่าเื่นี้ให้ฟัง ตอนนั้นเขาก็มักจะพยักหน้ารับรู้และไม่เคยเก็บเื่เหล่านี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงคิดว่านางจะทำอย่างไรก็ตามใจนางเถิด ขอเพียงนางไม่วุ่นวายกับชีวิตเขาก็เพียงพอแล้ว ชื่อของบุตรชายแม่ครัวเขาจึงลืมไปอย่างรวดเร็ว และหลายปีมานี้เพราะยุ่งกับการซ้อมวรยุทธ เวลาส่วนใหญ่ของเขาก็มักจะขังตัวเองอยู่ในห้องหนังสือและตอนบ่ายก็ไปสนามฝึก ตอนกลางคืนก็นอนกันคนละฝั่งของเตียงนอน
และเพราะเดิมทีเขาก็ไม่ค่อยชอบพูดอยู่แล้ว หญิงสาวก็รู้ว่าเขาไม่ชอบความวุ่นวาย เมื่อเติบใหญ่ขึ้น นางก็จะพูดเื่ของตนเองน้อยลง ทำให้เื่ราวส่วนใหญ่ที่นางจะชวนเขาคุยมักจะเป็เื่ เขาชอบตำราเล่มนี้หรือไม่ อยากได้ดาบเล่มใหม่หรือไม่ เขาชอบกระบี่หรือไม่หรือคอยสอบถามว่าเสื้อผ้าของเขาเป็อย่างไร ทุกเื่ล้วนเป็เื่ของเขาทั้งหมด
เมื่อเห็นว่าบางครั้งเขาไม่ตอบคำถาม หญิงสาวก็มักจะบ่นขึ้นมาคนเดียว แต่ส่วนมากก็ยังเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับเขาทั้งสิ้น เช่น วันนี้นางเตรียมอะไรไว้ให้เขาบ้าง นางทำอาหารอะไรบ้าง นางกำลังเย็บเสื้อผ้าแบบไหนเตรียมไว้ให้เขา และวันพรุ่งนี้นางวางแผนว่าจะทำอะไรให้เขาบ้าง
เขาจึงรู้เื่ของนางน้อยมาก เดิมทีคิดว่าตัวเองไม่สนใจเื่ของนาง หลายครั้งก็มักจะละเลยนางอยู่บ่อยๆ แต่นับวันเื่ของนางกลับเริ่มสำคัญกับเขามากขึ้นทุกที โดยเฉพาะเื่ของพี่ใหญ่จางคนนี้
ถึงกับเรียกขานกันว่าพี่ว่าน้อง
ทั้งสองต้องสนิทกันแค่ไหน
ความรู้สึกแสบร้อนกลางหน้าอกไร้ที่มาทำให้เขาโมโหจนไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะบรรยายความรู้สึกในใจตนเองออกมาอย่างไร เขาเพียงรู้สึกว่าคำเรียกพี่ใหญ่จางช่างเสียดแก้วหูเหลือเกิน
“ถ้าหากคุณชายไม่พอใจ ต่อไปบ่าวจะไม่ทำอีกเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาเม้มปากและนั่งตัวตรงกลับมาใช้คำว่าบ่าวแทนตัวเองเช่นเดิม นางลืมตัวจนทำให้เขาเริ่มไม่พอใจอีกแล้วใช่หรือไม่ มือเล็กวางไว้หน้าตักตัวเองกำมือไว้แน่น อาจจะเป็เพราะวันนี้เฟยหลงอ่อนโยนเกินไปจนนางลืมตัว เมื่อเห็นท่าทางโมโหจนดวงตาทั้งสองข้างดำทะมึนคู่นั้นยิ่งทำให้นางทำตัวไม่ถูกจนอยากร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
ในใจรู้สึกน้อยใจจนน้ำตาเอ่อคลอ
“ต่อไปแบ่งอาหารกับข้าคนเดียวก็พอแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบ ั์ตาของเขาล้ำลึกกว่าเดิม คล้ายจะแฝงนัยบางอย่างอยู่ข้างใน “ส่วนคนอื่น อยู่ให้ห่างสักหน่อ” เขาเอ่ยย้ำอีกครั้งราวกับไม่ใช่เป็เพียงคำพูดแต่เป็คำสั่งที่นางต้องปฏิบัติตาม
“กินสิ เ้าชอบกินผักไม่ใช่หรือ” เมื่อเห็นหญิงสาวไม่รับปาก เฟยหลงจึงคีบผักในถ้วยของตัวเองซึ่งถูกเขามองข้ามไม่ยอมกินเพราะไม่สุกใส่ถ้วยชามของนางเพื่อลงโทษ แม้จะไม่รู้ว่าความไม่พอใจไร้ที่มานี้เกิดขึ้นเพราะเหตุใด แต่ยิ่งคิดถึงชื่อพี่ใหญ่จาง เขาก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น
“เ้าค่ะ” ป๋ายฮวาพยักหน้ารับด้วยความมึนงง หยาดน้ำตาไม่ทันได้ไหวออกมาก็ถูกเก็บกลับคืนเพราะท่าทางประหลาดของเฟยหลง สรุปแล้วเขาโกรธเื่อะไรกันแน่ แล้วสรุปตอนนี้หายโกรธนางแล้วใช่หรือไม่
หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยบะหมี่ของตัวเองซึ่งมีผักอยู่เต็มชามและหันไปมองใบหน้าของเฟยหลงอีกหนึ่งทีสลับกัน ในใจมีความสงสัยเต็มท้องแต่ไม่กล้าเอ่ยปากถาม
“เื่ที่ข้าบอกเ้าเข้าใจหรือไม่” เฟยหลงถามอีกครั้งเมื่อเห็นนางไม่ยอมรับปากเขาสักที ในใจรู้สึกคันคะเยอไม่ชอบใจนัก เขาใช้ดวงตาแข็งกร้าวจ้องหน้าหญิงสาวกดดันให้นางยอมรับปาก
“อ่า เข้าใจเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาพยักหน้าหงึกๆ เพราะกลัวว่าเขาจะโมโหไปมากกว่านี้ ทั้งที่ในใจยังรู้สึกไม่เข้าใจเื่ราวทั้งหมดอยู่ดี
เฟยหลงเม้มปากรู้สึกไม่พอใจ เขาจ้องมองหญิงสาวนิ่งด้วยความขัดใจเมื่อเห็นท่าทางไม่รู้เื่และมึนงงสับสนของนาง “แค่ก อีกเื่...ไม่ต้องแทนตัวเองว่าบ่าวแล้ว ติดตามมาหลายปีในเมื่อการแทนตัวเองว่าบ่าวมันลำบาก ก็แทนตัวเองว่า ‘ข้า ‘เถิด”
เฟยหลงบอกก่อนจะเสหน้าไปมองด้านอื่นด้วยความรู้สึกประหม่า ใบหูทั้งสองข้างแสบร้อนอย่างน่าประหลาด เหตุผลที่คิดขึ้นมาส่งๆ กลับทำให้เขารู้สึกพอใจในสติปัญญาของตัวเองไม่น้อย เพราะแม้จะผ่านมาหลายปีแต่ทุกครั้งที่นางโกรธหรือลืมตัวจะแทนตัวเองว่าข้าตลอดคล้ายกับว่านางไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็สาวใช้เลยแม้แต่น้อย บางครั้งก็มักจะลืมตัวว่าเขาเป็เ้านาย
ชายหนุ่มพยักหน้าให้ตัวเองเพราะรู้สึกว่าคำพูดเมื่อสักครู่มีเหตุผลใช้ได้ แม้ในใจเขาจะรู้ดีว่าตัวเองแค่ไม่พอใจที่นางดูสนิทสนมกับคนที่นางเรียกว่าพี่ใหญ่จางมากกว่าเขา หากนางแทนตัวเองว่าข้าอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและนางขยับเข้ามาใกล้กันมากกว่าเดิม
นางเป็ครอบครัวเป็พี่น้องของเขาไม่ใช่หรือ
เมื่อหาเหตุผลให้ความคิดของตัวเองได้แล้วแล้วก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาหลายส่วน เขาก้มลงกินเนื้อแกะในถ้วยตัวเองต่ออย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่ป๋ายฮวาอ้าปากค้างอยู่แบบนั้นเพราะไม่เข้าใจความคิดของเฟยหลงเลยสักนิดเดียว
จะหาคำพูดสักประโยคมาโต้แย้งก็คิดไม่ออกเพราะนางรู้ว่ามักจะลืมตัวว่าตัวเองเป็สาวใช้อยู่บ่อยครั้ง ใช้ชีวิตมาหกพันปีกับการเป็องค์หญิง กับเวลาเพียงแค่ 7 ปีในการรับหน้าที่เป็บ่าวรับใช้ นางจะคุ้นชินได้อย่างไรเล่า
แม้จะดูเหมือนว่านานมาก แต่ในความรู้สึกของนาง 7 ปีเป็แค่เวลาเสี้ยวกะพริบตาเท่านั้น....ดูสิ..... เด็กชายที่นางเลี้ยงตอนนี้กลายเป็ชายหนุ่มเติบโตสร้างความภูมิใจให้นางได้แล้ว นางยังกำลังเรียบเรียงคำพูดเตรียมไปคุยโม้กับท่านปู่เล็กและท่านตาที่เผ่าจิ้งจอกไว้อยู่เลย
“กินสิ” เมื่อเห็นท่าทางปากอ้าตาค้างของป๋ายฮวา เดี๋ยวก็ยิ้มด้วยความพอใจ เดี๋ยวก็มองเขาอ้าปากเตรียมจะพูดแต่กลับเงียบไป เฟยหลงซึ่งทนมองไม่ได้อีกต่อไปจึงใช้ตะเกียบของตัวเองคีบผักและยัดใส่ปากน้อยๆ นั้นด้วยตนเอง
“อื้ม อร่อย” ป๋ายฮวางับเอาผักในตะเกียบก่อนจะเคี้ยวอย่างอารมณ์ดี
ดูสิๆ .... เด็กน้อยของนางตอนนี้เติบใหญ่จนสามารถดูแลนางได้แล้ว แถมเด็กชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ในร่างนี้คือมหาเทพที่สี่ทะเลแปดดินแดนเคารพเชียวนะ
.......มหาเทพ......
“แค่กๆๆๆ” ป๋ายฮวาสะดุ้งจนสำลัก รีบใช้มือทั้งสองข้างปิดปาก โก่งตัวไอจนใบหน้าแดงก่ำหลังจากรู้ถึงความคิดอันน่าใของตนเอง
เฟยหลงรีบวางตะเกียบก่อนจะช่วยตบหลังให้หญิงสาวอย่างรวดเร็ว “ค่อยๆ กิน” มือหนาช่วยลูบหลังให้อย่างเบามือจนเห็นว่าหญิงสาวรู้สึกดีขึ้นแล้ว
“ฮือ..... ข้าว่าแล้วเชียว อาหารที่คุณชายป้อนให้ ต่อให้รสชาติดีแค่ไหน คนธรรมดาแบบข้ายังไม่มีบุญวาสนาให้ได้กินอยู่ดี ์ลงโทษข้าแล้ว” ป๋ายฮวาโอดครวญด้วยความน้อยใจ อาหารที่มหาเทพป้อนด้วยตนเอง ์จึงแค้นใจลงโทษนางแน่นอน
“ฮ่าๆๆๆ ไร้สาระ” ภายในห้องโถงใหญ่ะเิกึกก้องไปด้วยเสียงหัวเราะ ป๋ายฮวาเบ้ปากมองท่าทางหัวเราะของเฟยหลง แม้จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะนี่คือครั้งแรกที่ได้ยินเสียงเขาหัวเราะไม่ใช่การกลั้นขำ แต่ความหวั่นเกรงต่อ์กลับมีมากกว่า
บาปกรรมๆ ชาตินี้นางก่อบาปอีกแล้ว
หากมหาเทพกลับ์จำเื่ราวต่างๆ ได้ นางใช้ให้เขาป้อนข้าวให้ นอกจากนี้ยังทำให้เขาหัวเราะเสียงดังถึงเพียงนี้ ์จะให้อภัยนางหรือไม่หนอ ป๋ายฮวาทำหน้าเศร้า
ฮือ นางต้องเตรียมเขียนบรรยายความผิดของตนเองทั้งหมดและคุกเข่าคำนับกล่าวขออภัยโทษมหาเทพด้วยใช่หรือไม่ แต่นางไม่ได้เป็คนบังคับเขานี่นา ป๋ายฮวาให้กำลังตัวเองและโยนความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว นางช่วยเขาในโลกมนุษย์ ดูแลเขาดีถึงเพียงนี้ เขาต้องขอบคุณนางสิ
.....ใช่หรือไม่.....
ฮือ... ไม่รู้ว่ากลับสี่ทะเลแปดดินแดน เขายังจะสามารถจดจำองค์หญิงหงส์ขาวคนนี้ได้อีกหรือไม่ ..... หรือหากจำได้.... ปีศาจน้อยอย่างนาง จะยังมีโอกาสได้พูดคุยกับมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่อีกสักครั้ง...หรือไม่....