“เย้!เช่นนั้นลูกไปก่อนนะเจ้าคะรักท่านพ่อที่สุดเลย”ไป๋เหม่ยจูกระโดดด้วยความดีใจแล้ววิ่งเข้ามากอดหยางเจี๋ยด้วยรอยยิ้มกว้างแล้ววิ่งออกไปนอกห้องทำงานของหยางเจี๋ยด้วยรอยยิ้มกว้างทันที
“ลูกเข้ามากวนท่านพี่หรือเจ้าคะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงที่เดินสวนกับบุตรสาวของตนเอ่ยถามสามีของตนเบาๆ
“ไม่มีอะไรจูเออร์แค่เข้ามาขอผ้าจากพี่เท่านั้น”หยางเจี๋ยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ข้าต้องขอบคุณท่านพี่นะเจ้าคะที่รักและเอ็นดูบุตรทั้งสองของข้า”เสวี่ยเหม่ยเหนียงที่เห็นแววตาอ่อนโยนของชายคนรักยามเอ่ยถึงบุตรของนางจึงเอ่ยขอบคุณหยางเจี๋ยเสียงหวานแล้วเดินเข้าไปบีบนวดไหล่กว้างของหยางเจี๋ยอย่างเอาใจ
“เจ้าพูดอะไรเช่นนั้นอาเค่อกับจูเออร์ก็ลูกของข้าเช่นกันดังนั้นข้าทำหน้าที่เลี้ยงดูพวกเขาย่อมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วว่าแต่เจ้าเถอะเข้ามาเอาใจพี่เช่นนี้ เจ้าต้องการอันใดหรือ”หยางเจี๋ยเอ่ยถามฮูหยินรองของตนอย่างรู้ทัน
“คิกๆท่านพี่ช่างรู้ทันข้าจังเลยเจ้าค่ะเมื่อสองวันก่อนน้องพบหมอดูคนหนึ่งเขาบอกว่าหากน้องทำบุญเปิดโรงทานสักสองสามวันดวงชะตาของน้องกับจูเออร์จะดีขึ้นเจ้าค่ะอีกทั้งการทำบุญในครั้งนี้น้องก็อยากจะให้จูเออร์เรียนรู้เรื่องการเสียสละแบ่งปันผู้อื่นด้วยเจ้าค่ะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงที่ต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับบุตรสาวของตนเอ่ยกับหยางเจี๋ยด้วยรอยยิ้มหวาน
“แต่เจ้าเพิ่งบริจาคข้าวสารไปเมื่อสองเดือนที่แล้วเองนะ”หยางเจี๋ยขมวดคิ้วมุ่นเพราะตอนนี้กิจการทั้งหลายของมารดาเขาก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วอีกทั้งที่สามารถอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้เขาก็อาศัยเพียงเงินเดือนแม่ทัพที่มีเบี้ยหวัดไม่กี่พันตำลึงทองเท่านั้นหากลูกและเมียของเขาบริจาคเป็นว่าเล่นเช่นนี้อีกไม่นานเขาคงต้องบากหน้าไปขอเงินส่วนกลางจากมารดาอย่างแน่นอนหยางเจี๋ยคิดอย่างกังวลใจ
“เฮ้อเหม่ยเหนียงตอนนี้บ้านของเราไม่ได้มีเงินดังเช่นเมื่อก่อนแล้วเจ้าเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือ”หยางเจี๋ยที่ให้เสวี่ยเหม่ยเหนียงควบคุมบัญชีของเรือนตนเองและเรือนของนางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักใจ
“เช่นนั้นเราใช้เงินส่วนกลางที่ได้จากกิจการของท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะถือว่าเราให้ท่านแม่ร่วมทำบุญด้วยเช่นไรละเจ้าคะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงที่เคยเห็นหีบที่บรรจุเงินส่วนกลางของนางซือเอ่ยถามสามีของตนด้วยแววตาละโมบ
“เฮ้อไม่ได้หรอกเหม่ยเหนียง ท่านแม่ยกกิจการเกือบทั้งหมดให้กับหยางเหวินกับหยางเฟิ่งตั้งแต่ท่านฟื้นขึ้นมาแล้วดังนั้นเงินที่ได้จากกิจการของท่านแม่ล้วนเป็นของหยางเหวินกับหยางเฟิ่งทั้งสิ้น”หยางเจี๋ยเอ่ยบอกฮูหยินรองของตนด้วยสีหน้าจนใจ
“ท่านแม่ยกกิจการให้คุณชายใหญ่กับคุณหนูใหญ่ทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะท่านแม่จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรละเจ้าคะนี่มันไม่ยุติธรรมกับอาเค่อกับจูเออร์ของข้าเอาเสียเลยทำไมหรือเจ้าค่ะเพียงเพราะอาเค่อกับจูเออร์เป็นบุตรของข้าท่านแม่ก็นึกรังเกียจจนไม่ยอมมอบสิ่งใดให้ลูกๆของข้าเลยหรือเจ้าคะแล้วเช่นนี้ในกาลข้างหน้าลูกๆที่น่าสงสารของข้าจะกล้าเงยหน้ามองผู้อื่นได้เช่นไรละเจ้าคะในเมื่อท่านแม่ไม่คิดจะมอบสมบัติใดๆไปเป็นทุนตั้งตัวให้ลูกๆของข้าเลย”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยกับหยางเจี๋ยด้วยท่าทางไม่ยิมยอม
“ท่านพี่ต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้อาเค่อกับจูเออร์นะเจ้าคะท่านแม่จะรักแค่บุตรของฮูหยินเอกเช่นนี้ได้อย่างไรนี่มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยพร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาเบาๆ
“เฮ้อเรื่องนี้ข้าก็ทำอันใดไม่ได้เช่นกันเพราะกิจการที่ท่านแม่มอบให้กับหยางเหวินกับหยางเฟิ่งล้วนเป็นสิ้นเดิมของนางทั้งสิ้นดังนั้นเรื่องนั้นพี่ก็คงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้แต่หากเจ้าอยากได้กิจการนักตระกูลไป๋ก็มีกิจการร้านค้ากับร้านแลกเงินอยู่สองสามแห่งพี่สามารถมอบให้เจ้านำไปแบ่งให้กับลูกทั้งสองได้”หยางเจี๋ยที่รำคาญเสียงร้องไห้คร่ำครวญของหญิงตรงหน้าเต็มทนจึงเอ่ยปัดอย่างขอไปที
“จริงหรือเจ้าคะท่านพี่จะมอบกิจการของท่านพี่ให้อาเค่อกับจูเออร์จริงๆหรือเจ้าคะ”เสวี่เหม่ยเหนียงที่ร้องไห้คร่ำครวญหยุดร้องไห้ทันทีแล้วจึงเอ่ยถามสามีของตนด้วยรอยยิ้มยินดีหยางเจี๋ยที่เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วของฮูหยินรองก็ได้แต่จนใจในความโง่เขลาที่เคยหลงกลเชื่อคำพูดของหญิงเห็นแก่ได้คนนี้
“ข้าเคยโป้ปดเจ้าหรือ”หยางเจี๋ยเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้ารักท่านจังเลยเจ้าค่ะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยขอบคุณสามีของตนเองด้วยรอยยิ้มหวานพร้อมกับเดินเข้าไปโอบกอดสามีของตนที่นั่งทำงานอยู่ด้วยรอยยิ้มกว้างทันที
“เจ้าออกไปเถอะพี่จะทำงาน”หยางเจี๋ยที่ทนรำคาญอีกต่อไปไม่ไหวแกะมือของฮูหยินรองของตนออกแล้วเอ่ยไล่ทางอ้อม
“ก็ได้เจ้าค่ะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยขานรับอย่างไม่พอใจแต่เมื่อนางคิดถึงกิจการที่จะมาอยู่ในมือของนางจึงได้ยินดีออกจากห้องแต่โดยดี
“เฮ้อ”เมื่อเห็นว่าฮูหยินรองของตนออกจากห้องไปแล้วหยางเจี๋ยก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
เรือนเหมยกุ้ย
เพล้ง!เสียงจอกชาที่อยู่ใกล้มือของเสวี่ยเหม่ยเหนียงตกกระทบพื้นอย่างรุนแรง
“ท่านแม่ท่านเป็นอะไรหรือขอรับเหตุใดจึงดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก”หยางเค่อที่เพิ่งกลับมาจากเรียนหนังสือในสำนักหลวงเอ่ยถามมารดาของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“จะอะไรซะอีกละก็นางแก่ซือนะสิไม่รู้ว่ามันจะรักจะหลงอะไรกับไอ้เด็กสองคนนั้นหนักหนาเจ้ารู้ไหมว่ามันมอบกิจกาจทั้งหมดของมันให้กับไอ้เด็กสองคนนั้นไปหมดแล้ว”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยตอบบุตรชายของตนอย่างไม่สบอารมณ์
“จริงหรือขอรับท่านแม่”หยางเค่อเอ่ยถามมารดาของตนด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“จริงนะสิดีนะที่ท่านพ่อของเจ้ายอมมอบกิจการของท่านมาให้เจ้ากับน้องไม่เช่นนั้นชาตินี้เจ้าสองคนอย่าได้หวังเลยว่าจะได้สมบัติอะไรติดเนื้อติดตัว”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมาว่าอย่างนางก็สามารถแย่งสมบัติมาให้ลูกๆของนางได้
“เสี่ยวซานแล้วเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปทำเป็นเช่นไรบ้างเรียบร้อยดีหรือไม่”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยถามสาวใช้คนสนิทด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“เรียบร้อยดีแล้วเจ้าค่ะพรุ่งนี้ทุกคนต้องรู้จักคุณชายใหญ่กับคุณหนูใหญ่ในฐานะเด็กเกเรเอาแต่ใจเจ้าค่ะ”เสี่ยวซานเอ่ยตอบนายของตนด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวใครกล้ามาแย่งสิ่งของของคุณชายกับคุณหนูของนางคนผู้นั้นย่อมมีจุดจบไม่สวยเป็นแน่
“ดีแล้วอย่าลืมไปปล่อยข่าวเรื่องที่ท่านแม่ทัพไล่พวกมันไปวัดไท่เจาเพื่อใช้ธรรมะขัดเกลาด้วยเล่า”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยชมคนสนิทของตนที่ทำงานไม่เคยพลาดจนตอนนี้ผู้คนในเมืองหลวงต่างมองมาที่นางและลูกด้วยแววตาชื่นชมแต่กลับพูดถึงกุ้ยเจินกับลูกๆของนางด้วยความดูถูกและเหยียดหยามที่เกิดจากตระกูลผู้ดีแต่กลับกระทำตนไม่ต่างไปจากนักเลงในตลาดแม้แต่น้อย
“ท่านแม่ข้าว่าพวกท่านหยุดปล่อยข่าวพวกนั้นเถอะขอรับหากท่านพ่อที่รักชื่อเสียงของตระกูลรู้เข้าท่านจะลำบากเอานะขอรับ”หยางเค่อที่รู้นิสัยของบิดาตนเองเอ่ยเตือนมารดาของตนด้วยความหวังดี
“อาเค่อเจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องปล่อยข่าวแม่ของเจ้าทำมานานมากแล้วตั้งแต่เจ้ายังไม่ทันเกิดเสียด้วยซ้ำไม่เคยถูกจับได้สักครั้งเดียวดังนั้นเจ้าสบายใจเถอะว่าพ่อเจ้าไม่มีทางจับคนปล่อยข่าวได้อย่างแน่นอน”เสวียเหม่ยเหนียงเอ่ยบอกบุตรชายของตนเองด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“ข้าว่าทางที่ดีท่านแม่หยุดเถอะขอรับข้าไม่อยากให้เราต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่เพราะไม่เหลืออะไรเลยแม้กระทั่งความไว้วางใจจากท่านพ่อนะขอรับ”หยางเค่อเอ่ยเตือนมารดาของตนเสียงเคร่ง
“ก็ได้แม่จะปล่อยข่าวครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายว่าแต่อาเค่อของแม่เป็นเช่นไรบ้างครั้งนี้สอบได้ลำดับที่เท่าใด”เสวี่เหม่ยเหนียงที่รอคอยผลสอบของบุตรชายตนเอ่ยถามด้วยสายตาคาดหวัง
“ข้าได้ลำดับที่สามขอรับ”หยางเค่อที่มั่นใจในตนเองเอ่ยตอบด้วยสายตาผิดหวัง