Part 2
อัศวิน โกโม เขากำเนิดที่ตระกูลที่ไม่ต่ำช้าแต่ก็ไม่รุ่งเื่
" ข้าจะเป็ขุนพลของอาณาจักรในอนาคต "
เป็คำพูดปลุกแรงตนสั้นๆขณะที่โกโมในวัยเด็กฟาดดาบไปที่หุ่นฟางม่อซ่อเพื่อขัดเหลากระบวนดาบตนอยู่เป็ประจำ
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ครั้งแรกของเขาคือการสามารถสอบเข้าเป็อัศวินชั้นน้อยของอาณาจักรได้
รุ๊กกี้หน้าใหม่มักไฟแรง เขาเพิ่มทักษะกระบวนฝึกให้มากขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว
เสียงหวดและกลิ่นเหงื่อที่เปียกโชกจะออกมาจากตัวเขาในทุกเช้าของวัน
" โกโมเ้านี้ตั้งมั่นเสียจริง เ้าถึงกับได้ถูกเสนอเป็หนึ่งในตัวเต็งคนต่อไปเลย ยินดีด้วย!! "
" โกโม โอ็ะ! ท่านขุนพลโกโมสิ ฮ่าฮ่าๆ ดื่มๆ การคัดสรรค์ขุนพลไม่มีวันที่ผู้ที่เด็ดเดี่ยวเช่นเ้าจะไม่ได้ "
ฯลฯ
คำชื่นชมคำสรรเสริญและคำยินดี นั้นเป็สิ่งที่เคยเกิดขึ้น........... กับเขาเมื่อนานมาแล้ว
อายุย่างเลขห้ายังเป็ได้เพียงอัศวินชั้นระดับเตี้ย คงไม่มีผู้ใดยินดีได้
การก้าวเข้าสู่สนามรบไม่เว้นวัน ครอบครัวที่ไม่เคยได้เจอกันนานแรมปีจนมิอาจจดจำใบหน้าได้
มวลกล้ามเนื้อที่สั่งสมมาในฐานะอัศวินกลับเป็ได้เพียงตัวถ่วงน้ำหนักของร่างที่หนักหน่วงของตน
ข้า
ข้าอยากเจอหน้าภรรยาที่รัก ข้าอยากเจอหน้าลูก!!
เป็สิ่งที่น่าแปลกนัก อัศวินผู้เปี่ยมล้นในความก้าวหน้าและมุ่งมั่นเพียงเป้าหมายเดียวคือขุนพลมาตลอดชีวิตนั้น
แต่เมื่อยามที่จะสิ้นใจ ยามที่ร่างเหลือเพียงครึ่งท่อนเพียงพอแค่ให้หวนทวนนิมิตฝันนั้น
กลับครหาถึงครอบครัวผู้ที่ตนไม่เคยแม้แต่จะนึกถึงแม้ตอนใดเพียงสักครั้ง
.
..
...
ต้นไม้ขนาดใหญ่มากมายวางระเนระนาดอยู่ทั่วทั้งพื้นป่า
หากได้มองจากที่สูงนั้นป่าอันกว้างใหญ่แกรนนิกอนมีจุดที่เป็่ที่ว่างเปล่าของสีเขียวที่กลับเป็น้ำตาลเข้มจากเปลือกไม้ที่วางขวางไว้อยู่
มันราวกับว่าต้นไม้นับพันต้นถูกโค่นลง ณ ตรงที่นั้นเร็วพอที่เหล่าผู้ที่สวมชุดเกราะหนา เหล่าอัศวินไม่อาจตอบโต้ได้ทัน
สภาพของดินที่คลั่งคลุ้งทั่วบรรยากาศโดยรอบบ่งบอกว่าที่แห่งนี้เกิดแรงปะทะบางอย่างที่รุนแรง
เสียงโอดครวญมีระงมอยู่บ้างแต่เมื่อสายลมโชยพัดมากลับบิดพริ้วให้คล้ายเป็เสียงเรไรของหิ้งห้อยยามเช้าแทน
ที่ซากของต้นไม้กองหนึ่ง
ฉึกกกก!
ฮว้ากกกกกก~
โครม ที่กลางลำต้นเกิดเป็ช่องว่างขนาดใหญ่จนแยกลำไม้ที่หนาเกือบ 4 ่คนโอบออกเป็สองส่วน
อีกาหลายสิบตัวที่อยู่โดยรอบข้างพลันกระพือปีกออกไป พวกมันแลดูไม่พอใจไปอยู่บ้าง
ที่ตรงนั้นปรากฎปลายทวนชูออกเหนือรอยแตกของเปลือกไม้
ไม่กี่อึดใจร่างที่กำยำก็ะโออกมา การหมุนใบทวนเหนือศีรษะทำให้กวาดเศษฝุ่นทั้งหมดโดยรอบออก
" อสูร!! เ้าพวกชั้นต่ำ"
เครื่องศีรษะฟ้าอ่อนที่หลุดออก เผยผมสยายต้านแรงลมของผู้นำทัพกองกำลังชั่วคราว กิลเรต
การลอบโจมตีจากบางสิ่งอย่างรวดเร็วทำให้อารมณ์ที่ขบขันของเขาต่างออกไป
อัศวินที่อยู่โดยรอบเขาไม่ไกลบางส่วนได้รับาเ็สาหัสและมีกระทั่งไม่อาจหายใจ
แม้จะมีเพียงไม่ถึงหนึ่งในสิบของกำลังทั้งหมดที่าเ็สาหัสแต่ก็ถือว่าเสียหายรุนแรงเมื่อเทียบกับการปะทะที่ยังไม่แม้แต่จะเกิดขึ้น
กองกำลังที่ไม่ว่าผู้ใดต่างก็หวั่นเกรง แต่กลับเสียกำลังพลไปโดยไม่แม้แต่จะได้เห็นหน้าศัตรู
ทั้งนี้ทั้งนั้นโทสะและแรงแค้นจำต้องเก็บทั้งหมดนั้นไว้ก่อน
ตึง ตึง ตึง....
เสียงฝีเท้าที่กระทบผืนดินโดยรอบคล้ายกับเป็กลองชัยประกาศศึกก็ไม่เชิงสนั่นทั่วทั้วพื้นป่ารอบข้างทั้งหมด
กิลเรตเริ่มกำชับด้ามทวนจนมิดขึ้น สมาธิทั้งหมดเพ็งเล่งไปยังบางสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า มีดวงตาสีแดงกำที่แรงกล้ากว่าทุกตัวกำลังเคลื่อนเข้ามาหาตน
ใบทวนตั้งตระหง่าน คมของมันลุกชันขึ้นเสียงคำรามของยอดขุนพลแห่งอาณาจักรกู่ร้องเป็สัญญาณเปิดศึกให้แก่เหล่าอัศวินรอบข้างทั้งหมด
[ กระบวนทว........
..
หลักจากที่กองกำลังนับหมื่นบุกเข้ามาในป่าแห่งนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะมองไปทางใด ก็เจอเพียงแต่ต้นไม้ที่สูงชันเกือบสิบเมตรบดบังโดยรอบเสียจนหมด
บรรยากาศที่มัวลงจากเงาเมฆที่ปลกคลุมยิ่งทำให้การเดินทัพขนาดใหญ่เช่นนี้เป็เื่ที่ยากยิ่งขึ้น
ด้วยที่ว่าสมรภูมิรบที่แห่งนี้นั้นไม่ใช่ที่โล่งเรียบ การที่จะขนทรัพยากรเสบียงเผื่อค้างแรมนั้นจึงไม่อาจทำได้
ถึงกระทำได้แต่หากให้เพียงพอต่อผู้คนนับหมื่น บางทีการบุกครั้งนี้อาจกลายเป็ทางคาราวานการค้าที่ดูน่าขบขันเสียแทน
พวกเขามาที่แห่งนี้เพื่อที่จะสะสางทุกอย่างในวันเดียว
อสูรตนใดที่อยู่ในเส้นทางจะถูกกำจัดในทันทีอย่างไม่ต้องสงสัยหากเหล่าอัศวินพบเจอ
แต่ส่วนที่สำคัญคือพวกเขาไม่แม้แต่จะพบเจอสิ่งมีชีวิตใดๆแม้แต่เพียงตัวเดียว
นั้นเป็เหตุผลที่ พวกเขาจำต้องเปลี่ยนวิธีการเป็เมื่อพบเจอสิ่งใดที่พอสื่อสารได้ พวกเขาจะจับมาเป็เชลยนำทางแทนเสีย
" ฮ่าาาา น่าเบื่อจริงๆ สถานที่ที่โสมมเช่นนี้ ดูไม่เหมาะกับข้าสักนิด "
หลังจากการควงทวนเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เพื่อพร้อมในการฆ่าฟันสุดใจของกิลเรตนั้น
เขาไม่คิดไม่ฝันแม้แต่น้อยว่าป่าที่มีเื่เล่าขานมากมายเช่นนี้ จะเงียบราวกับป่าช้า
บางที ป่าช้าอาจพอมีเสียงสุนัขสักตัวบ้าง
หัวหน้ากองกำลังอัศวินนั้นก็มีสถานะไม่ต่างกันนัก เธอเกิดแปลกใจในสถานการณ์ที่น่าฉงนแบบนี้เช่นกัน
การสู้รบและกลิ่นเื ไม่ว่าพวกเขาเหล่าอัศวินไปที่ใดสิ่งเหล่านี้ย่อมขาดไม่ได้ราวกับเป็นิยามความหมายของมัน
สมรภูมิที่อยู่ภายในป่าเป็สิ่งที่พวกเขานั้นไม่ค่อยเจอมากนัก
นั้นอาจเป็เหตุผลที่ การเดินทางทั้งหมดของกองกำลังอัศวินในตอนนี้คล้ายกับเป็การผจญภัยในป่าเสียแทน
แซ่กกๆๆ ๆๆ มีเสียงใบหญ้าสวัดไหวดังขึ้นในจุดที่ค่อนข้างไกลกับเหล่ากองกำลังอัศวิน
แม้จะห่างกันหลายลี้และเป็เพียงเสียงซอกแซกของใบไม้ทั่วไปเท่านั้น แต่ทั้งกิลเรตและเซด้าไม่ใช่บุคคลทั่วไป
รายละเอียดเล็กน้อยเช่นนี้มักเป็จุดเริ่มต้นของบางสิ่งอยู่เสมอนั้นอาจรวมถึงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
[ เวทย์ระดับ 1 : สายตาเหยี่ยว ]
อัศวินเซด้าส่งมานาที่อยู่ภายในร่างของเธอเข้าสู่ดวงตา เปิดใช้เวทย์มองระยะไกลซึ่งเป็เวทย์สายค้นหาที่เธอเชี่ยวชาญทันที
เถาวัลย์ขนาดเล็กที่ถูกสานกลายเป็เนื้อผ้า ด้วยที่ยังคงมีสีเขียวจึงทำให้ส่วนผ้าที่ทำจากเถาวัลย์นั้นกลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ
~ 1.... 2...8..9...24 ~
สายตาเธอกวาดพื้นที่โดยรอบแถบนั้นทั้งหมดทันที
ในใจพลางนับสิ่งมีชีวิตที่สวมใส่ชุดที่มาจากวัชพืชนั้นจนหมด
" พวกมันรู้ตัวแล้ว " เธอเอยกับกิลเรตและเหล่าอัศวินใกล้เคียงเพื่อบอกให้รู้ถึงสถานการณ์
บทเวทย์นั้นค่อนข้างเป็สิ่งที่ซับซ้อน แม้แต่ขั้นที่ 1 หากผู้คนไม่ได้ศึกษามันอย่างจริงจัง การใช้ทักษะเ่าั้อาจกลายเป็การทำลายอวัยวะภายในผู้ใช้เสียเองได้
แม้เธอจะเป็ถึงระดับที่สูงไม่แพ้ใครด้านเพลงดาบแต่การใช้เวทย์เพียงระดับ 1 ก็ทำให้เธอต้องพักสายตาไปครู่หนึ่ง
จะว่าไปการที่อัศวินที่เด่นด้านการปะทะสามารถใช้เวทย์ได้ก็ถือเป็อัฉริยะมากแล้ว นี้อาจเป็หนึ่งในเหตุผลที่เธอเป็อัศวินระดับสูง
แผ่นหลังที่ไม่กว้างนักของอสูรที่ร่างคล้ายมนุษย์ ที่สามารถจำแนกพวกมันเป็อสูรได้ดีที่สุดคงจะเป็เขาที่ชูออกมาเหนือศีรษะของแต่ละคน
ร่างหลายสิบเสมือนรู้ตัวว่าการสอดแนมไกลๆได้ถูกค้นพบแล้วทั้งหมดจึงรีบะโปีนป่ายต้นไม้หนีไปทันที
การที่จะจับมาเพื่อล้วงข้อมูลถือเป็เื่สำคัญในสถานที่ป่าอันกว้างใหญ่เช่นนี้ และดูท่าว่าอสูรเ่าั้จะเป็เผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาอยู่บ้าง
" กิลนำกำลังแทนข้าซะ ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน"
หัวหน้ากองกำลังพูดไม่กี่ถ้อยคำกับเขาและะโหายเข้ากลุ่มชุมไม้ไปอย่างรวดเร็ว
สถานที่ที่กว้างใหญ่ล้วนมีผู้คุมอยู่ หากกำจัดอสูรที่ปกปักที่แห่งนี้ได้ การจัดการส่วนที่เหลือล้วนง่ายดายยิ่ง
แม้กิลเรตจะไม่พอใจที่เขาไม่ได้เป็คนปราบตัวที่แกร่งที่สุดแต่การโต้เถียงไม่ใช่แนวทางของเขาเช่นกัน
การขึ้นขี่ม้าไล่บุคคลที่ปีนป่ายในพื้นที่ที่ลาดชันเช่นนี้ดูจะเป็เื่ที่งี่เง่า เขาจึงรีบจัดแจงให้เหล่าอัศวินผูกม้าไว้แถวนี้โดยเร็ว
พร้อมกับการดีดตัวออกจากหลังม้า กิลเรตก็สาวเท้าวิ่งไล่เหล่าอสูรที่อยู่ห่างไกลนำผู้อื่นไปก่อนโดยเร็ว
" รีบตามพวกมันไปซะ "
กิลเรตเอยในฐานะผู้นำทัพแทนขณะที่ตวัดทวนพุ่งไล่เฉือนกิ่งไม้ที่ขวางทางทั้งหมดทิ้ง และวิ่งตามเส้นทางที่คมทวนได้เปิดออกไป
คำสั่งของขุนพลล้วนเป็สิ่งเด็ดขาด อัศวินเคลื่อนตามเส้นทางที่กิลเรตสร้างอย่างรวดเร็วหลังจากที่ผูกม้าตนไว้กับต้นไม้ข้างทาง
เสียงชุดเกราะหนักมากมายเรียงแถวเป็เส้นตรงยาวเป็ขบวน แม้อสูรที่ปีนป่ายจะเคลื่อนที่คล่องตัวด้วยความชำนาญในเส้นทาง แต่กลับไม่อาจทิ้งระยะกับกิลเรตที่วิ่งตามทื่อๆได้แม้แต่น้อย
แต่นั้นไม่ใช่กรณีเดียวกันกับทุกคนในกองกำลังอัศวิน
ด้วยเหตุที่ป่าแห่งนี้พื้นที่ไม่เรียบสงบ มีทั้งทางลาดและทางชัน บุคคลที่สวมเกราะหนาเช่นพวกเขาแม้หลายคนจะมีพละกำลังพอที่จะซัดกับหมีได้ แต่หากเปลี่ยนเป็วิ่งไล่จับแล้ว ความสามารถของพวกเขาต่างกันโดยสิ้นเชิง
พวกเขาไม่ได้ถึกทนราวกระทิงคลั่งเช่นขุนพลตรงหน้าพวกเขา
และกิลเรตก็ย่อมรู้สถานการณ์ดีเพียงเหลือบไปมองแถวที่แตกรูปทัพแหวกขาดเป็่ๆคล้ายกับกองกำลังโจรป่าก็ไม่เชิง
" พวกอสูร!! อยากวิ่งไล่จับกับข้า กิลเรตรึ "
กองกำลังของอัศวินที่เป็ถึงระดับกองทัพของอาณาจักรเริ่มหอบเหนื่อยจากการปีนป่ายเส้นทางราวกับเล่นปาหี่อยู่ทำให้อารมณ์ของกิลเรตเริ่มกระตุก
หอกในมือยาว 4 กว่าเมตรของเขาเริ่มสั่นะเื ร่างก้มต่ำมือขวายื่นไปยังทิศทางของเหล่าอสูรที่ยังะโลัดเลาะอย่างรวดเร็ว
การโน้มตัวและขาทั้งสองที่งอเล็กน้อยยึดกับพื้นดินคล้ายเป็สปริง
[ กระบวนทวนที่ 1 : ขุนพลทะยาน!! ]
กลิ่นไอแรงกดดันบางอย่าง ทะลักออกมาจากร่างของเขา และทั้งหมดได้ไหลรวมไปที่ขาทั้งสองข้าง
มันไม่ใช่เทคนิคสกิลเวทย์แต่เป็เพียงการบีบอัดกล้ามเนื้อด้วยการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง
และนั้นก็ส่งผลให้มวลแรงอัดทั้งหมดบีบตัวอย่างรุนแรงจนเกิดเป็มวลอากาศคล้ายสายหมอกพวยพุ่งออกมจากร่าง ปะทุพัดให้เศษฝุ่นรอบจุดยืนเขากระจายออกมา
ฟูมมมมมมมม เสียงลมที่ถูกแหวกกลางอากาศอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่างที่ชูทวนตรงเข้าลำตัวของหนึ่งในกลุ่มอสูรนับสิบ
การพุ่งตัวอย่างรวดเร็วทะลุทุกสิ่งนั้นทำให้สองอสูรไม่อาจหลบพ้น คมทวนปักทะลุร่าง 1 ในอสูร ฝ่ามือขวาที่ว่างของเขาจับไปที่กะโหลกอสูรอีกตนจนร่างมันกระแทกพื้นด้วยแรงเหวี่ยงทันที
อัก!! ตุ้มมมมมมมมม
อสูรตนอื่นทั้งหมดที่หลุดรอดเพียงมองย้อนกลับไปชั่วครู่หนึ่งและรีบวิ่งพุ่งไปต่อคล้ายกับกำลังเคลื่อนไปหาบางสิ่งอยู่
มองมาที่ร่างที่แน่นิ่งของอสูรทั้งสอง แม้ตนที่ถูกปักด้วยคมทวนจะร่างนิ่งสนิทไปแล้ว แต่อีกตนยังพอหายใจรวยรินอยู่ เพียงเท่านี้ก็นับว่าเสร็จสิ้นการเสาะหาตัวนำทางด้วยดี
แฮ่กๆ ๆๆ เสียงหายใจถี่หอบยามที่กิลเรตยกมันขึ้นมาชัดเจนมากขึ้นจากปากที่ไม่สามารถปิดลงได้ด้วยแรงกดของฝ่ามือ
อสูรที่สัดส่วนเพียงไม่ถึงไหล่ เมื่อลอยตัวยืนอยู่ใกล้เคียงกับร่างที่สูงราวสองเมตรจึงคล้ายกับเป็การพูดคุยกับทารก
ถึงกระนั้นอสูรผู้นั้นกลับไม่ดิ้นรน ใบหน้าแม้เหนื่อยหอบแต่กลับแฝงไปด้วยความพึงพอใจราวกับเสร็จสิ้นสำเร็จบางอย่างไปแล้ว
" นำพวกข้าไปยังสถานสมบัติซะ ข้าอาจพิจารณาค่าของชีวิตเ้าอีกครั้ง "
ไม่สนอันใด ความเด็ดขาดและแรงกดดันแผ่ออกมาจากกิลเรต
อัศวินมากมายเริ่มที่จะตามมาทัน พวกเขาจึงเริ่มจัดเป็รูปขบวนที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งเื้ั
ฮะๆ ฮ่าาาๆๆๆๆ
เสียงหัวเราะดังผ่านทุกผู้คน ต้นเสียงกลับเป็อสูรที่ชีวิตเพียงอยู่ในกำมือของคนเบื้องหน้า
" มีเื่อะไรให้น่าขำ......"
ตูมมมมม ซูมมมมมมมมมม
เสียงคล้ายกับมีวัตถุขนาดยักย์กระแทกต้นไม้โดยรอบ ไม้ที่สูงเกือบสิบเมตรล้มตัวลงราวกับโดมิโนหลายพันต้นทันที
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าอัศวินที่อยู่ใกล้แรงกระแทก ถูกแรงส่งจนกระเด็นไกลไปคนละทาง แผลที่เหวอะหวะโผล่ให้เห็นได้หากมองเข้าไปภายใต้ชุดเกราะ แม้สวมสุดเหล็กหนาก็ไม่อาจป้องกันคลื่นที่รุนแรงครั้งนี้ได้
ต้นไม้ที่ล่มโค่นลงมาเสมือนซ้ำเขาไปยังผู้ที่เคราะห์ร้ายเ่าั้และทับร่างพวกมันจนแน่นิ่งไป
โฮกกกกกกกกกก
เสียงคำรามจากบางสิ่งดังขึ้นครอบพื้นที่โดยรอบเช่นการประกาศศักดินาตน
สายตาที่แดงก้ำสะท้อนแสงอาทิตย์ที่เล็ดลอดผ่านเมฆมา เผยให้รับรู้ถึงดวงตานับพันคู่ที่ซุกซ่อนค่อยๆเขยือนเข้าใกล้กองกำลังของเหล่าอัศวินทั้งหมด
ผู้ที่มิได้โดนแรงกระแทกเริ่มกระชับอาวุธที่อยู่ข้างๆตนแน่น ร่างเคลื่อนเข้าอัศวินข้างๆ น้ำลายในลำคอถูกกลืนอึกใหญ่
พวกเขาได้เหยียบเข้าแดนอสูรของจริงแล้ว!!
.
..
...