ทรรศนัยสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้เร็วที่สุดเป็น flight วันพรุ่งนี้ตอนแปดโมงเช้า ก่อนขึ้นเครื่อง ทรรศนัยรีบโทรติดต่ออาศรีพรรณเพื่อสอบถามข่าวคราวของรัตน์
“สวัสดีครับ คุณอา”
“ทรรศใช่มั้ย หลานรู้หรือยังว่ารัตน์เกิดเรื่อง” อาศรีพรรณกล่าวอย่างตื่นตระหนก
“ทราบข่าวทางทีวีบ้างแล้วครับ ว่าแต่คุณอาจะไปเยี่ยมดูอาการรัตน์หรือเปล่าครับ”
“ตอนนี้รัตน์พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯแล้ว แฟนรัตน์เขาเป็นคนพามาพร้อมกับดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้นยังจ้างบอดี้การ์ดมาคุ้มกันแน่นหนา ตอนเย็นเมื่อวานอาก็รีบไปเยี่ยม ไปถึงก็ถูกค้นตัวก่อนเข้าไปดูอาการ” อาศรีพรรณเล่า
“แล้วรัตน์เป็นยังไงบ้างครับ”
“หมอที่สุราษฎร์ธานีได้ผ่าตัดเพื่อรักษาอาการเลือดคั่งในสมองให้แล้ว แฟนรัตน์เลยพามารักษาต่อที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ก็ต้องรอดูอาการว่ารัตน์จะเป็นอย่างไรบ้าง”
“หากมีอะไรรุนแรงรบกวนคุณอาแจ้งข่าวด้วยนะครับ”
“ได้สิ นี่หลานจะกลับมากรุงเทพฯเมื่อไหร่ล่ะ”
“ตอนนี้กำลังออกเดินทางครับ อีกหนึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึงดอนเมือง”
“ให้อาไปรับมั้ยล่ะ”
“ไม่เป็นไรครับอา รบกวนอาไปเยี่ยมรัตน์ดีกว่าครับ”
“แล้วเจอกันที่โรงพยาบาลนะ”
ทรรศนัยเปิดลำโพงมือถือเพื่อให้ภัทรได้ยินบทสนทนาทั้งหมด
“นี่รัตน์มีแฟนแล้วงั้นหรอคะ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ภัทรแปลกใจเพราะรัตน์ไม่เคยเล่า
“ไปถึงโรงพยาบาลคงได้เห็นแฟนเป็นตัวเป็นตนของรัตน์นะ จากที่ฟังแสดงว่าเขารักรัตน์มาก” ทรรศนัยคาดเดา
“ตอนนี้คงได้แต่ภาวนาให้รัตน์ฟื้นขึ้นมาเป็นปกตินะคะ”
“ไม่รู้ว่าโดนใครทำร้ายนะ อำมหิตจริงๆ” ทรรศนัยสงสารน้อง
“ในข่าวบอกว่า นางแบบที่ชื่อแซนดี้เป็นผู้ต้องสงสัยค่ะ แรงจูงใจคือเรื่องชู้สาว ตามข่าวบอกว่ารัตน์ไปแย่งนายหัวอาทิตย์มาจากแซนดี้ค่ะ” ภัทรเล่า
“อะไรนะ แฟนรัตน์คือนายหัวงั้นหรอ” ทรรศนัยตกใจไม่คิดว่าผู้ชายที่ช่วยรัตน์ที่โรงแรมจะกลายเป็นแฟนน้องสาวได้
“ใช่ค่ะ เพิ่งตกลงคบกันในเรือสำราญ” ภัทรพยักหน้าย้ำ
“ไม่น่าเชื่อ”
“ทำไมคะ” ภัทรสงสัย
“อ้อ เปล่าๆ พี่นึกไม่ถึงน่ะว่าน้องสาวจะเป็นแฟนนายหัวนักธุรกิจรังนกชื่อดัง” ทรรศนัยพูดกลบเกลื่อน
“พวกเรารีบขึ้นเครื่องกันเถอะค่ะ” ภัทรได้ยินพนักงานสายการบินประกาศเรียกแล้ว
ภัทรรู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดนึง ที่รัตน์ถูกส่งตัวมารักษาต่อที่กรุงเทพฯ
****************************
เมื่อถึงดอนเมือง ทั้งคู่แยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปเก็บข้าวของ แต่ก่อนที่จะแยกทางกัน ทรรศนัยรีบจับรั้งแขนภัทรไว้
“มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่ทรรศ” ภัทรสงสัย
“เดี๋ยวพี่ไปรับที่อพาร์ทเม้นท์ แล้วไปเยี่ยมรัตน์พร้อมกันนะ” ทรรศนัยกล่าว
“เจอกันที่โรงพยาบาลก็ได้นี่คะ” ภัทรเกรงใจ
“ขากลับจากโรงพยาบาล พี่จะได้พาไปรับคิริวด้วยกันไง” ทรรศนัยกล่าวอ้าง
“พี่รู้หรอคะว่าคิริวอยู่ที่ไหน อย่าบอกนะ ว่าพี่เป็นคนจัดการไปฝากคิริวไว้ที่ House รับฝากสัตว์เลี้ยง” ภัทรตกใจที่ทรรศนัยจัดการทุกอย่างตั้งแต่เรื่องตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และฝากคิริว
“ก็ไม่เชิงนักหรอก” ทรรศนัยพูดยิ้มๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ บอกที่อยู่มาก็ได้ ภัทรไปรับเองดีกว่า พี่เกลียดแมวไม่ใช่หรอคะ” ภัทรกลัวคิริวไปข่วนฝ่ายชาย เพราะตั้งแต่ตอนที่เธอเป็นผ่องศรีและพาคิริวไปอยู่บ้านเขา จากพฤติกรรมเขาที่ร้ายต่อแมวทุกตัว ทำให้คิริวก็ไม่ชอบหน้าเขามาก
“พี่สัญญาว่าจะปรับตัว”
“ทำไมต้องปรับตัวคะ” ภัทรไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องทำขนาดนั้น
“ต่อไปพวกเราแต่งงานกัน พี่ก็ต้องเลี้ยงแมวด้วยไง” ทรรศนัยพูดยิ้มๆ
“พวกเราไม่ได้คบกันเสียหน่อย และพี่ไม่จำเป็นตัวฝืนตัวเองหรอกค่ะ”
“งั้นเอาอย่างนี้มั้ย ถ้าคิริวยอมรับพี่และยอมให้พี่อุ้มมันดีๆโดยที่ไม่ข่วนพี่เลย ภัทรต้องตกลงเป็นแฟนพี่นะ”
ภัทรอึ้งไปพักหนึ่ง พอฉุกคิดได้ว่า มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก เลยรับคำท้า “ก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามันข่วนพี่ พี่ต้องเลิกพูดเรื่องนี้อีกนะคะ”
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง ทรรศนัยมารับภัทรที่อพาร์ทเม้นท์เพื่อไปโรงพยาบาลด้วยกัน
พอถึงโรงพยาบาล ภัทรก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องผู้ป่วยพิเศษทันที ในขณะที่ทรรศนัยเดินตามปกติ เพราะตัวเขาสูงและขายาว ยังไงก็ตามฝ่ายหญิงทัน
แต่แล้วหญิงสาวก็หยุดกะทันหัน เพราะมีบอดี้การ์ดสองคนกันเอาไว้
“พวกคุณเป็นใครครับ” บอดี้การ์ดคนหนึ่งถาม
“ดิฉันเป็นเพื่อนรัตน์ ชื่อภัทรา ค่ะ ส่วนคนนี้คือ…” ภัทรพูดไม่จบเพราะทรรศนัยพูดแทรก
“แฟนภัทราครับ” ชายหนุ่มเห็นภัทรมองตาขวางเลยว่า“เอ้ย พี่ชายของรัตน์ชื่อ ทรรศนัยครับ”
“พวกเราขออนุญาตค้นตัวนะครับ” บอดี้การ์ดกล่าว
บอดี้การ์ดค้นตัวชายหนุ่ม ส่วนอีกคนบอกให้ภัทรควักกระเป๋ากางเกงและโชว์กระเป๋าถือ เมื่อไม่พบอาวุธก็อนุญาตให้เข้าไปในห้องผู้ป่วยได้
“ทำไมถึงตรวจแม้กระทั่งญาติผู้ป่วยด้วยนะ” ทรรศนัยบ่น
“ภัทรว่ามันก็ดีนะคะ รอบคอบดี”
ทั้งสองเดินเข้าไปข้างในก็เห็นเด็กผู้หญิงมัดเปียสองข้างนั่งจับมือรัตน์ไม่ยอมปล่อย ในขณะที่คนที่น่าจะเป็นแฟนรัตน์นั้นกำลังใช้ laptop พิมพ์งานอยู่ เมื่อชายไว้หนวดเครามองเห็นผู้มาใหม่ เขาก็วางงาน แล้วลุกขึ้นต้อนรับ
“สวัสดีครับ พวกคุณคือ”
“ผมคือพี่ชายของรัตน์ชื่อ ทรรศนัย ส่วนนี่ภัทรเป็นเพื่อนสนิทของรัตน์ครับนายหัวอาทิตย์” ทรรศนัยกล่าว
“คุณรู้จักผมได้ยังไงครับ” นายหัวขมวดคิ้วเพราะเขาเพิ่งเจอทรรศนัยครั้งแรก
“ตอนเป็นแมว เอ้ย ไม่ใช่ตอนดูทีวีครับ คุณเองนั้นก็ถือว่าเป็นนักธุรกิจมีชื่อเสียงพอสมควร” ทรรศนัยแก้ตัว
“งั้นเชิญนั่งสิครับ” นายหัวหันไปหาลูกสาว “สตาร์ครับ ไหว้ลุงทรรศกับน้าภัทรสิครับ”
“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณน้า” สตาร์ไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง
“เด็กคนนี้คือใครคะ” ภัทรถาม
“ลูกสาวผมครับ”
“อาการรัตน์เป็นอย่างไรบ้างคะ” ภัทรถามต่อ
“หมอว่าพ้นขีดอันตรายแล้วครับ แค่รอรัตน์ฟื้นเท่านั้น” นายหัวรายงาน
“แล้วคดีไปถึงไหนแล้วครับ” ทรรศนัยถามบ้าง
“น่าเสียดายที่เอาผิดแซนดี้ไม่ได้ มุมตรงที่รัตน์ถูกทำร้ายไม่มีกล้องวงจรปิดเลย เลยยังไม่มีหลักฐานเอาผิดนางแบบคนนั้น มันน่าเจ็บใจจริงๆ” นายหัวรู้สึกเจ็บแค้นที่ยังเอาผิดแซนดี้ไม่ได้
“แล้วทำไมถึงสงสัยแซนดี้ล่ะคะ” ภัทรสงสัย
“ก่อนเกิดเหตุ แซนดี้ได้ทำร้ายตบหน้ารัตน์มาทีนึงแล้ว และเธอขู่ว่าจะทำร้ายรัตน์อีกครับ” นายหัวอธิบาย
“บางทีอาจเป็นคนอื่นก็ได้นะครับ” ทรรศนัยให้เผื่อใจ
“คงต้องรอการสืบสวนคดีของตำรวจเท่านั้นครับ” นายหัวกล่าว
“ให้ฉันนอนเฝ้ารัตน์ให้มั้ยคะ” ภัทรเสนอตัว
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากดูแลรัตน์ด้วยตัวเอง เผื่อเธอฟื้นจะได้เห็นหน้าผมเป็นคนแรก” นายหัวกล่าว
“ดูลูกสาวคุณจะห่วงรัตน์มากเลยนะครับ” ทรรศนัยมองเห็นสตาร์จับมือรัตน์ไม่ยอมปล่อย
“หนูรักแม่รัตน์ค่ะ“ สตาร์ตอบเอง
“เห็นแบบนี้พวกเราก็สบายใจขึ้นค่ะ ที่รัตน์มีคนดูแลเป็นอย่างดี” ภัทรกล่าว
“งั้นพวกเรากลับกันก่อนเถอะ เดี๋ยวถ้ารัตน์ฟื้นนายหัวจะโทรแจ้งพวกเราเองนะภัทร” ทรรศนัยกล่าว
“อ้อได้สิครับ งั้นผมต้องขอเบอร์คุณทรรศนัยและก็” นายหัวหันไปหาภัทร
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมแจ้งภัทรเองครับ” ทรรศนัยไม่อยากให้ภัทรมอบเบอร์ให้ชายอื่น
“นั่นสินะครับ” นายหัวมองออกว่าทั้งสองเป็นมากกว่าพี่น้อง
“พวกเราไม่ใช่แฟนกันนะคะ” ภัทรมองออกว่านายหัวคิดอะไรอยู่ เลยรีบแก้ตัว
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ” นายหัวพูดยิ้มๆ เพราะเห็นสาวแก้มแดงปลั่ง
“กลับกันเถอะภัทร” ทรรศนัยจูงมือภัทรกลับทันที
สักพักทั้งสองก็ได้เดินสวนทางกับอาศรีพรรณและลุงสุทัศน์ ในขณะนั้นทรรศเปลี่ยนอารมณ์ เขาปล่อยมือฝ่ายหญิงและมองลุงด้วยสายตาเครียดแค้น
“ไปเยี่ยมรัตน์มาแล้วหรอทรรศ” ลุงทัก
“ครับไปมาแล้ว” ทรรศนัยตอบตามมารยาท
“รัตน์เป็นอย่างไรบ้างลูก” อาศรีพรรณเป็นห่วงเลยรีบถาม
“ยังไม่ฟื้นค่ะ แต่เห็นว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว” ภัทรรายงาน
อาศรีพรรณพยักหน้า
“งั้นพวกเรารีบเข้าไปดูเถอะ ฉันต้องรีบกลับไปบริษัท” ลุงสุทัศน์มองนาฬิกา
“ค่ะ พี่สุทัศน์” อาศรีพรรณรับคำ
เลยกลายเป็นว่า ภัทรจับมือฝ่ายชายเพื่อให้กำลังใจแทน และพาเดินกลับไปที่รถเพื่อไปรับแมวน้อยต่อ
ในตอนที่ภัทรนั่งข้างคนขับ เธอก็จับมือฝ่ายชายและกล่าวว่า “พี่ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ”
ทรรศนัยยิ้มบางๆ เขาพยายามข่มใจสุดชีวิตที่จะไม่ทำร้ายร่างกายลุงที่เขาเคยเคารพนับถือ “พี่ไม่เป็นไรครับ ไปเจอคิริวกันดีกว่า”
****************************
ณ House รับฝากสัตว์เลี้ยง
ภัทรอยากเจอคิริว เธอก็เลยรีบเดินเข้าไป แต่ถูกฝ่ายชายรั้งไว้ “ทำไมคะ”
“อย่าลืมสัญญานะภัทร” ทรรศนัยกล่าวย้ำ
“ค่ะ แล้วภัทรจะคอยดู ว่าพี่จะทนได้สักกี่น้ำ” ภัทรไม่เชื่อว่าทรรศนัยและคิริวจะญาติดีกัน
พี่เลี้ยงออกมาต้อนรับและนำทางไปที่ห้องพักของคิริว ในขณะที่ทรรศนัยขอตัวไปพบเพื่อนสัตวแพทย์ที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในมหา’ลัย
ภัทรมองเห็นสภาพห้องพักสำหรับเลี้ยงสัตว์นั้นดีมาก ดูกว้างและสะอาด ภายในห้องมีทั้งคอนโดแมว ของเล่นสำหรับแมว ตลอดจนที่ลับเล็บ ไม่ใช่เป็นกรงกักขังสัตว์อย่างที่ภัทรจินตนาการ
พอภัทรเดินไปที่ประตู คิริวก็รีบกระโดดลงจากคอนโดแมว แล้ววิ่งมาหาเจ้านายสาว
“คิริว สบายดีใช่มั้ย จำแม่ได้หรือเปล่า” ภัทรพูดทั้งๆที่ยังไม่เปิดประตูกระจก
“เหมียวๆ เหมียวๆ” คิริวกระโดดเอาเท้าหน้าเกาะประตู และพยายามตะเกียกตะกายทำยังไงก็ได้เพื่อทำให้ประตูเปิด
เจ้าหน้าที่เลยรีบเลื่อนประตูกระจกให้ คิริวเลยรีบวิ่งไปหาภัทรด้วยความดีใจ
ภัทรคอยลูบหัวและเกาคางให้คิริว สักพักทรรศนัยก็ปรากฏตัว
“คิริว ดีใจที่ได้กลับบ้านงั้นหรอ” ทรรศนัยทัก
คิริวแสดงความไม่เป็นมิตร มันตั้งหลัก เริ่มเตรียมตัวขดตัวส่ายก้น พร้อมที่จะพุ่งตัวกระโดดข่วนทรรศนัย
“ระวังค่ะพี่ทรรศ” ภัทรกล่าวเตือนฝ่ายชายและหันไปดุคิริว “หยุดนะคิริว”
แต่ทว่าคิริวกลับทำได้แค่กระโดดแตะขาของฝ่ายชาย ไร้รอยข่วนใดๆ ทรรศนัยเลยจับตัวแมวน้อยและอุ้มมันได้อย่างสบายๆ
“พี่เจ็บหรือเปล่าคะ คิริวข่วนพี่หรือเปล่า” ภัทรเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ได้ข่วนหรอกค่ะ หมอตัดเล็บให้มันเรียบร้อยแล้ว” สัตวแพทย์ที่เดินเข้ามาใหม่อธิบาย
ทรรศนัยยิ้มและทวงสัญญา “ภัทรตกลงเป็นแฟนพี่ตามสัญญานะ คิริวไม่มีทางข่วนพี่ได้แล้ว”
“ก็พี่โกงนี่คะ” ภัทรยังไม่ยอม
“ตอบตกลงเถอะค่ะ นี่แสดงว่าทรรศเขารักคุณมากนะคะคุณภัทร โดยปกติแล้วเขาจะกลัวแมว เพราะสมัยเด็กเขาเคยโดนแมวข่วนจนจำฝังใจ ทำให้เขาไม่ชอบแมวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา” สัตวแพทย์พูดช่วยอีกแรง
“แต่มันไม่ได้หมายความว่าพี่ทรรศจะอยู่กับคิริวได้นี่คะ” ภัทรมองในระยะยาว
“ให้เวลาปรับตัวหน่อยสิคะ” สัตวแพทย์คิดว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ เพราะมีหลายคนที่เลี้ยงแมว จากที่ไม่ชอบแมวเลยก็ปรับตัวจนกลายเป็นทาสแมว (เลี้ยงและปรนเปรอให้แมวทุกอย่าง)
“ก็ได้ค่ะ” ภัทรใจอ่อน
ทรรศนัยอุ้มแมวไปส่งให้เพื่อนสัตวแพทย์อุ้ม ส่วนตัวเองก็เดินไปกอดภัทรด้วยความดีใจ “ขอบใจนะภัทรที่ให้โอกาสพี่”
“อายคนอื่นบ้างสิคะ” ภัทรพยายามแกะแขนทรรศนัยออกแต่ไร้ผล
แทนที่ทรรศจะหยุดกอด กลายเป็นว่าพี่เลี้ยงและสัตวแพทย์ต้องเป็นฝ่ายเดินออกไปข้างนอก เพื่อปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง
“พวกเรากลับกันเถอะนะคะ” ภัทรกล่าว
ทรรศนัยค่อยๆปล่อยหญิงสาวและเปลี่ยนมาจับไหล่ของฝ่ายหญิง ทั้งสองมองตากัน จนเคลิ้ม และปากของทั้งสอง กำลังจะเข้าใกล้กันเรื่อยๆ จนกระทั่ง “เหมียวๆ เหมียวๆ”
“ขอโทษที่ขัดจังหวะค่ะ คิริวดิ้นและวิ่งเข้ามาทวงเจ้าของ” พี่เลี้ยงกล่าวเขินๆ
ภัทรอายมากเลยรีบผละออกจากทรรศนัย แล้วเข้าไปอุ้มคิริวเพื่อกลบเกลื่อน
ทรรศนัยยิ้มเพราะรู้ทันว่าภัทรอาย แต่ก็ยอมปล่อยให้เธออยู่กับคิริวตามลำพัง ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปในสำนักงานเพื่อเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่าย จากนั้นก็พาภัทรและคิริวกลับอพาร์ทเม้นท์
****************************
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทรรศก็อาสาขับรถไปรับไปส่งภัทรที่สถาบันวิจัยพิษวิทยา วันนี้ก็เช่นกัน
“ความจริงพี่ทรรศให้ภัทรไปทำงานเองก็ได้นะคะ และไม่เห็นต้องไปรบกวนให้แม่บ้านอิ่มจันทร์เลี้ยงคิริวให้เลย” ภัทรเกรงใจ
“พวกเราเป็นแฟนกันแล้วนะภัทร เลิกเกรงใจพี่ได้แล้ว อีกอย่างพี่รู้ว่าแมวนั้นไม่ชอบอุดอู้อยู่ในห้องหรอก มันอึดอัดน่ะ” ทรรศนัยกล่าวอย่างคนที่เคยเป็นแมวมาก่อน
“ทำไมพี่พูดเหมือนเคยเป็นแมวเลยล่ะคะ” ภัทรสงสัย
“ก็ใช่น่ะสิ เอ้ย ไม่ใช่ พี่แค่สงสารแมว เลยคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นเฉยๆ” ทรรศนัยพูดกลบเกลื่อน
“ก็ได้ค่ะ”
พอถึงที่หมาย ทรรศนัยก็พูดย้ำ “เย็นนี้พี่มารับนะครับ”
“ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ” ภัทรเปิดประตูลงจากรถ
****************************
ภัทรกำลังจะเดินเข้าไปในสถาบัน กลับถูกหัวหน้ารีบเดินมาดักหน้าเธอไว้
“สวัสดีค่ะหัวหน้า มีอะไรหรือเปล่าคะ” ภัทรสงสัย
“สารวัตรคมสันจะมาปรึกษาเรื่องคดีที่สถาบันวันนี้ ฉันว่าวันนี้เธอหยุดงานดีกว่านะ” หัวหน้ากล่าว
“ทำไมล่ะคะ”
“ฉันลืมเล่าให้ฟัง ช่วงที่เธอไปสัมมนา ทุกครั้งที่สารวัตรได้มาที่นี่ ภรรยาของสารวัตรจะแอบตามมาด้วย ฉันไม่อยากให้เธอมีเรื่องกับภรรยาชาวบ้าน ดังนั้นฉันอยากให้เธอเลี่ยงโดยการหยุดงานดีกว่า” หัวหน้ากล่าวเพราะเป็นห่วงลูกน้อง
“ขอบคุณค่ะหัวหน้า” แทนที่ภัทรจะได้ทำงาน กลายเป็นว่าเธอต้องหยุดงานหนึ่งวันเพื่อไม่ให้มีเรื่องกับภรรยาสารวัตรคมสัน ดังนั้นภัทรจึงโทรหาแฟน
แต่ทว่าทรรศนัยกลับปิดเครื่อง
“ปิดเครื่องหรือนี่ ไม่เป็นไรไปเยี่ยมรัตน์ก็ได้” ภัทรเปลี่ยนแผน
****************************
ณ บริษัทของทรรศนัย
กว่าที่ทรรศนัยจะรู้ตัวว่ามือถือตัวเองแบตหมด ก็ตกเย็นเสียแล้ว เขาจึงชาร์จแบตมือถือที่โต๊ะทำงาน แล้วเดินไปประชุมผู้บริหาร พอเลิกประชุมและได้เวลาไปรับแฟน เขาก็เลยรีบเปิดมือถือ
ทรรศนัยดูข้อความก็เห็นสายที่ไม่ได้รับ “อ้าว ภัทรโทรมาตั้งแต่เช้าแล้วงั้นหรอ มีอะไรหรือเปล่านะ” เขาจึงโทรไปหาหญิงสาว แต่ทว่าฝ่ายหญิงก็ปิดเครื่องติดต่อไม่ได้ เลยพึมพำอีกว่า“ไม่เป็นไร ไปรับที่สถาบันดีกว่า”
ชายหนุ่มขับรถไปที่สถาบัน พอถึงก็นั่งรอในรถ ชะเง้อมองหาหญิงสาวก็ไม่เจอ รอแล้วรอเล่า เขาก็เลยลองโทรหาภัทร เธอก็ยังปิดเครื่องอยู่ เลยตัดสินใจเดินลงจากรถเข้าไปในสถาบัน
ทรรศนัยติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อสอบถามถึงภัทร
“ผมต้องการติดต่อภัทรา เจ้าหน้าที่ในห้องแล็บครับ” ทรรศนัยกล่าว
“เดี๋ยวโทรติดต่อให้ค่ะ” เจ้าหน้าที่ใช้โทรศัพท์ภายในโทรหาภัทรา
พอเจ้าหน้าที่โทรคุยกับหัวหน้าเสร็จ ก็รายงาน “คุณภัทรกลับแล้วค่ะ”
“อ้าวหรอครับ ทำไมกลับเร็วล่ะครับ” ทรรศนัยแปลกใจ
“ไม่ลองโทรถามเธอล่ะคะ” เจ้าหน้าที่แนะนำ
“ผมโทรไม่ติดครับ”
“คุณเป็นอะไรกับเธอคะ” เจ้าหน้าที่สงสัย
“ผมเป็นแฟนภัทรครับ”
“งั้นฉันบอกคุณก็ได้ค่ะ เมื่อกี้หัวหน้าบอกว่าวันนี้เธอให้ภัทรหยุดงานหนึ่งวัน เพราะได้ยินว่าวันนี้สารวัตรคมสันจะมาติดต่อที่นี่ เลยกลัวว่าภรรยาสารวัตรจะตามมาเอาเรื่องกับภัทรค่ะ” เจ้าหน้าที่ยอมเผย
“ขอบคุณมากครับที่บอก ผมขอตัวนะครับ”
****************************
ทรรศนัยจึงขับรถไปหาภัทรที่อพาร์ทเม้นท์
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
เงียบกริบ
“อ้าวพ่อหนุ่ม มาหาแฟนหรอ” ป้าที่อยู่ห้องข้างๆทัก
“ใช่ครับ ผมติดต่อเธอไม่ได้เลย”
“ยังไม่เห็นหนูภัทรกลับมาเลยนะ” ป้าบอกตามจริง
“อ๋อ ขอบคุณครับ” ทรรศนัยเลยไปนั่งรอที่ด้านล่างของอพาร์ทเม้นท์ ภัทรก็ยังไม่กลับแถมยังติดต่อไม่ได้อีก
ทรรศนึกขึ้นได้จึงติดต่ออิ่มจันทร์ เธอก็บอกว่าไม่พบภัทรมารับตัวคิริวกลับเลย
ชายหนุ่มเริ่มกังวล ผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว เมื่อไม่มีวี่แววว่าภัทรจะกลับมา เขาก็เลยบุกไปที่สถานีตำรวจที่สารวัตรคมสันประจำอยู่
****************************
ณ ห้องสารวัตร
ทรรศนัยอารมณ์ร้อนรีบเดินเข้าไปในห้องอย่างไม่เกรงใจใคร
“คุณครับ บุคคลภายนอกเข้าไม่ได้นะครับ” ผู้หมวดเข้ามาขวาง
“ปล่อยผมนะครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับสารวัตร” ทรรศนัยไม่ฟัง
สารวัตรเปิดประตูออกมาดู และเดินออกมาจากห้อง “มีเรื่องอะไรกันน่ะ”
“ผมแค่อยากรู้ว่าคุณจับตัวภัทรไปหรือเปล่าครับ” ทรรศนัยรีบถาม
“คุณเป็นใครไม่ทราบ” สารวัตรถาม
“ผมเป็นแฟนภัทรครับ ผมติดต่อภัทรไม่ได้เลย พอไปหาที่อพาร์ทเม้นท์ก็ไม่อยู่” ทรรศนัยยอมเล่า
“ผมไม่เจอภัทรมานานแล้วนะครับ” สารวัตรกล่าว
“ภรรยาคุณอาจตามไปทำร้ายภัทรก็ได้นะครับ เหมือนที่เธอเคยทำในคลิป” ภัทรกล่าว
“งั้นคุณตามผมเข้าไปในห้องสิ” สารวัตรหันกลับไปที่ห้องตัวเอง
เขาเดินนำหน้าเข้าไปในห้องโดยมีทรรศนัยเดินตามเข้าไปอย่างงงๆ
“คุณดูเองก็แล้วกันครับ” สารวัตรชี้ไปที่โชฟา
ทรรศนัยมองเห็นภรรยาของสารวัตรนอนหลับอยู่บนโซฟาภายในห้องนั้น เลยถามว่า “เธออยู่ที่นี่นานแล้วหรอครับ”
“ภรรยาผมจะมาเฝ้าผมทุกฝีก้าว เมื่อผมมีกำหนดการที่ต้องไปสถาบันวิจัยพิษวิทยา สำหรับวันนี้คุณไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราไม่ได้เจอภัทรเลย หลังจากกลับจากสถาบัน ตัวผมและภรรยาก็อยู่ที่นี่ทั้งวัน ลูกน้องผมเป็นพยานได้ และหากไม่เชื่ออีก ก็ดูกล้องวงจรปิดสิครับ” สารวัตรกล่าว
“ผมเชื่อแล้วครับ ผมขอโทษจริงๆ งั้นผมขอตัวก่อน” ทรรศนัยยอมถอย
****************************
ทรรศนัยกลับไปที่อพาร์ทเม้นท์ภัทรอีกครั้ง ผลก็เป็นเช่นเดิม คือภัทรยังไม่กลับมา เขาเริ่มรู้สึกร้อนรนมาก สักพักก็ฉุกคิดได้ เลยลองโทรไปหานายหัว
“มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณทรรศ หรือว่าจะถามอาการของรัตน์ รัตน์ยังไม่ฟื้นเลยครับ” นายหัวเดาเรื่อง
“งั้นหรอครับ ว่าแต่คุณเห็นภัทรมาเยี่ยมหรือเปล่าครับ” ทรรศนัยรีบถาม
“ภัทรมาเยี่ยมรัตน์ช่วงเช้าครับ พอถึงเที่ยง ภัทรก็บอกว่าจะกลับอพาร์ทเม้นท์ของเธอ” นายหัวรายงาน
“แต่ป่านนี้ยังไม่ถึงอพาร์ทเม้นท์เลยนะครับ และตอนนี้ก็ยังติดต่อเธอไม่ได้” ทรรศนัยกำมือถือแน่นอย่างโมโห
“หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับต้นไม้พิษนั่น” นายหัวกำลังผูกเรื่อง
“ต้นไม้พิษอะไรงั้นหรอครับ” ทรรศนัยสงสัย
“เอ่อ เมื่อเช้าตอนที่ภัทรเข้ามาเยี่ยมรัตน์ เธอมองเห็นต้นไม้บนหัวเตียงของรัตน์ ได้ยินเธอเรียกว่า ต้นว่านซับแร่ ทำให้เธอตกใจมาก ตะโกนบอกว่ามันเป็นต้นไม้มีพิษให้รีบนำไปทิ้ง พวกเราก็เลยลองดูกล้องวงจรปิดว่าใครเป็นคนนำต้นไม้มาวาง ก็พบว่าเป็นผู้ช่วยพยาบาลปลอม น่าเสียดายที่ผู้หญิงคนนั้นสวมหน้ากากอนามัย เลยทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัด การที่คุณภัทรหายตัวไป สรุปผมไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่านะครับ ผมแนะนำว่าควรไปแจ้งตำรวจดีกว่า” นายหัวกล่าว
“มันยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงครับ ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมลองรอภัทรอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ เผื่อเธอกลับมา” ทรรศนัยกล่าว
“มีอะไรให้ช่วยบอกได้นะครับ” นายหัวพร้อมที่จะช่วยเหลือพี่ชายของภรรยา
“ขอบคุณครับ”
ทรรศนัยเลยรีบติดต่อเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ โดยกำชับว่า ถ้าภัทรกลับมาเมื่อไหร่ ให้ภัทรรีบติดต่อเขาโดยด่วน
ตอนนี้ทรรศนัยคิดอยู่อย่างเดียวก็คือ ภัทรอาจตกอยู่ในอันตรายและตัวการที่จับตัวภัทรอาจเกี่ยวข้องกับลุงสุทัศน์ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเป็นไงเป็นกัน เขาต้องช่วยภัทรให้ได้ เลยบุกไปพบลุงสุทัศน์และถามให้รู้เรื่อง
เมื่อทรรศนัยขับรถไปถึงบริษัท เขาเปิดเก๊ะรถเพื่อหยิบปืน เดินมุ่งหน้าไปที่ห้องประธานบริษัท