นางพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนชุดดำด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึงกระบี่เล่มหนึ่งตวัดต่ำ ป้องกันการโจมตีจากเบื้องล่างขณะที่อีกเล่มแทงตรงไปยังจุดสำคัญของคู่ต่อสู้ การเคลื่อนไหวของนางต่อเนื่องรวดเร็ว และแม่นยำ จนราวกับเป็คนๆ เดียวที่มีสี่มือ
เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวคนชุดดำที่เคยประมาทนางต้องถอยร่นด้วยความใ พวกมันไม่คาดคิดว่าเด็กสาวตัวเล็กๆเช่นนี้จะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้แต่ละกระบวนท่าของนางล้วนอันตรายและมุ่งหมายถึงชีวิต
อี้ิเจ๋อและเหล่าองค์รักษ์ที่าเ็ต่างหยุดการต่อสู้และจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความตะลึงงันพวกเขาไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่รวดเร็วและงดงามเช่นนี้มาก่อน ราวกับนางกำลังร่ายรำแต่ในทุกท่วงท่ากลับแฝงไว้ด้วยความตาย
คนชุดดำเริ่มล้มลงทีละคนสองคน ด้วยคมกระบี่ที่เฉียบคมและสายตาที่ว่องไวของฮวาเสี่ยวซี นางไม่ได้ปรานีพวกมันตั้งใจมาสังหารผู้อื่น นางก็จำเป็ต้องปกป้องตนเองและคนที่อยู่ตรงหน้า
ในเวลาอันรวดเร็วสถานการณ์ก็พลิกผันจากหน้ามือเป็หลังมือ กลุ่มนักฆ่าที่เคยได้เปรียบกลับกลายเป็ฝ่ายถูกไล่ต้อนจนแทบไม่มีทางหนีรอดฮวาเสี่ยวซีราวกับพายุร้ายที่พัดกระหน่ำเข้าใส่พวกมันอย่างไม่ยั้ง
เมื่อเห็นฝีมือที่ร้ายกาจของฮวาเสี่ยวซีและกลุ่มนักฆ่าเริ่มล้มระเนระนาด อี้ิเจ๋อ ทรงตระหนักได้ว่าเด็กสาวผู้นี้สามารถจัดการพวกมันได้ทั้งหมดอย่างง่ายดายพระองค์จึงทรงรีบ ะโ บอกนางด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"แม่นาง!ได้โปรดไว้ชีวิตพวกที่เหลือด้วยเถิด!ข้า้าสืบสาวหาตัวผู้ที่ส่งพวกมันมาลอบสังหารข้า!"
พระสุรเสียงขององค์อ๋องหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางเสียงดาบและเสียงร้องโอดโอยของนักฆ่าพระองค์ทรงหวังว่าเด็กสาวผู้มีฝีมือลึกล้ำผู้นี้จะรับฟังคำขอของพระองค์เพื่อที่จะได้สาวไปถึงตัวผู้บงการเื้ัเหตุการณ์ทั้งหมด
ฮวาเสี่ยวซี ได้ยินเสียงะโของอี้ิเจ๋อ ก็ ตอบกลับ มาด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับเป็เื่เล็กน้อย
"ได้!เดี๋ยวจัดให้!"
สิ้นคำตอบ นางก็ จัดการตามที่พูดทันที! กระบี่คู่ในมือนางยังคงวาดลวดลายอย่างรวดเร็วและเฉียบคมพุ่งเข้าใส่กลุ่มนักฆ่าที่เหลืออยู่โดยไม่ลังเล ไม่มีการปราณี ไม่มีการชะลอฝีมือ
นักฆ่าที่เหลือต่างหวาดกลัวต่อความร้ายกาจของนางพยายามถอยหนีและป้องกันตัวอย่างสุดชีวิตแต่ก็ไม่อาจต้านทานความเร็วและความแม่นยำของกระบี่ทั้งสองเล่มได้เืสีแดงสดเริ่มกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นดินและใบไม้
ในชั่วพริบตาร่างของนักฆ่าที่เหลือก็ล้มลงทีละคนอย่างรวดเร็วไม่มีใครรอดพ้นคมกระบี่ของนางไปได้
เมื่อนักฆ่าคนสุดท้ายล้มลงสิ้นใจฮวาเสี่ยวซีก็เก็บกระบี่คู่กลับเข้าฝักอย่างคล่องแคล่ว หันกลับมามอง อี้ิเจ๋อ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับสิ่งที่นางเพิ่งทำไปนั้นเป็เพียงเื่ธรรมดา
"เรียบร้อย!"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส พลางก้าวข้ามศพที่ยังอุ่นๆ อย่างกระปรี้กระเปร่า"ท่านอยากจะสืบอะไรจากศพพวกนี้หรือเปล่าล่ะ?"
ฮวาเสี่ยวซี ยกไหล่ เล็กน้อยด้วยท่าทางไม่ใส่ใจราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็เื่ที่ไม่มีอะไรสำคัญ แล้วนางก็ สะบัดก้นน้อยๆ เดินกลับ ไปยัง เ้าน้ำตาล ที่ยืนเล็มหญ้าอยู่ข้างทางอย่างสบายอารมณ์
ท่าทางไม่ยี่หระต่อสถานการณ์รอบข้างและการเดินจากไปอย่างง่ายดายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นของนาง ทำเอา อี้ิเจ๋อและเหล่าองค์รักษ์ถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เด็กสาวนี่มันเป็ใครกัน? เพิ่งจะโผล่มาแท้ๆแต่กลับกล้าก่อเื่วุ่นวายเสียจนพวกเขาตั้งตัวไม่ติดทั้งที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้แท้ๆ แต่กลับมีท่าที...ชวนให้กวนประสาทเสียมากกว่า
เหล่าองค์รักษ์เบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเมื่อครู่ท่านอ๋องยังทรงมีบัญชาให้ไว้ชีวิตนักฆ่าเพื่อสืบสาวราวเื่ทว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นกลับมีเพียงร่างไร้ลมหายใจนอนจมกองเืองค์รักษ์นายหนึ่งถึงกับกระแอมในลำคอ ‘ยัยเด็กนี่มันแสบใช่เล่น!’อุตส่าห์ช่วยชีวิตพวกเราแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้กวนโมโหได้ถึงเพียงนี้!ช่างเป็เด็กที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ!
อี้ิเจ๋อ ทรงยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปพระเนตรยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังเล็กๆ ที่กำลังเดินห่างออกไปของฮวาเสี่ยวซีพระองค์ทรง นิ่งไปโดยสมบูรณ์ ไม่สามารถประมวลผลสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้
ภาพของเด็กสาวที่เปลี่ยนจากเด็กสาวร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี กลายเป็สาวน้อยนักฆ่าฝีมือฉกาจในชั่วพริบตายังคงติดตาพระองค์อยู่ คำพูดกวนประสาทและท่าทางไม่ใส่ใจโลกของนางยิ่งทำให้พระองค์รู้สึก สับสน และ งุนงง เป็ทวีคูณ
"นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น?" อี้ิเจ๋อทรงพึมพำกับพระองค์เองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา"เด็กสาวผู้นั้น... เป็ใครกันแน่?"
เหล่า องค์รักษ์ที่รอดชีวิตมาได้ต่างก็ยืน ตะลึงงันไม่แพ้กัน พวกเขาได้แต่ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจว่าผู้ที่เข้ามาช่วยพวกเขาเมื่อครู่คือเด็กสาวที่ดูไร้พิษสงเมื่อครู่จริงหรือ?ฝีมือที่นางแสดงออกมานั้นช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
ฮวาเสี่ยวซี ะโโลดเต้นด้วยท่าทางมีความสุขกลับมายังบริเวณที่นางปล่อย เ้าน้ำตาล ให้กินหญ้าไว้ เมื่อมาถึงก็ต้อง หยุดกึก! เท้าที่ยกอยู่ค้างกลางอากาศดวงตาเบิกกว้าง มองไปยังที่ว่างเปล่า ‘ม้า!...ม้าข้าหายไปแล้ว!’
นางทำ หน้าตาเหลอหลาหันมองซ้ายทีขวาที ด้วยสีหน้า งงงวยราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง แล้วนางก็ะโ เสียงดังลั่น
"เ้าน้ำตาลบ้า! กลับมานี่นะ! ไอ้ม้าบ้า! ออกมาเดี๋ยวนี้! ก่อนข้าจะโมโห!เดี๋ยวแม่เอาไปทำลูกชิ้นเสียดีไหม!"
นางยืน รออยู่ชั่วครู่แต่ก็ยังไม่เห็นเ้าน้ำตาลปรากฏตัว นางเริ่มโมโหจริงๆ จังๆ แล้วกำมือแน่นดวงตาเป็ประกายวาววับ
"จะออกมาหรือไม่!ให้มารดานับแล้วนะ!" นางะโเสียงเข้มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเริ่มนับนิ้วอย่างเอาจริงเอาจัง
ทันใดนั้นเอง ฮวาเสี่ยวซีก็ต้อง เบิกตากว้าง ด้วยความ ตกตะลึง เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเ้าน้ำตาลไม่ได้หนีไปไหนอย่างที่นางเข้าใจผิด!
มันกำลัง วิ่งเยาะๆ กลับมาพร้อมกับ ม้าตัวผู้ อีก... เป็ฝูง!
ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองตัวแต่เป็ฝูงม้าหนุ่มคะนอง ที่ดูเหมือนจะถูกเ้าน้ำตาล ล่อลวง มาด้วยความกระตือรือร้นอย่างยิ่งพวกมันวิ่งตามเ้าน้ำตาลมาอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงร้องคึกคะนองดังไปทั่วบริเวณ
ฮวาเสี่ยวซีถึงกับ อ้าปากค้างมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความ งุนงง ปนขำขัน นางไม่เคยคิดเลยว่าเ้าน้ำตาลของนางจะมีความสามารถในการ"หาเพื่อน" ได้มากขนาดนี้ แถมยังเป็ม้าหนุ่มรูปงามเสียด้วย
"โอ้แม่เ้า..."นางพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "เ้านี่มัน...ช่างร้ายกาจจริง ๆ!" ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความประหลาดใจระคนเอ็นดูในความเ้าชู้ของม้าคู่ใจ
อี้ิเจ๋อ ก้าวตามหลังร่างเล็กของหญิงสาวมาเงียบๆครั้นเมื่อเดินใกล้เข้าไป ก็ได้ยินเสียงบ่นพึมพำถึงพาหนะคู่ใจที่นางใช้เดินทางเขาทอดสายตาตามไปในทิศทางที่เด็กสาวมองเห็นม้าสีน้ำตาลตัวหนึ่งกำลังนำฝูงม้าอีกสิบตัวของเขาควบตะบึงกลับมาด้วยความเร็ว อี้ิเจ๋อมุมปากกระตุกวูบหนึ่ง พลางคิดในใจอย่างขุ่นเคืองระคนประหลาดใจว่า...
‘...ม้าของนาง...พาพวกมันกลับมาเสียอย่างนั้น? นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?’ อี้ิเจ๋อ ขมวดคิ้วมุ่นความงุนงงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างหนักหน่วง
เมื่อเห็น"เ้าน้ำตาล" กลับมาฮวาเสี่ยวซีก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชมยินดีอย่างปิดไม่มิดพร้อมกับลูบแผงคอม้าสีน้ำตาลเข้มอย่างรักใคร่ "เก่งมาก เ้าน้ำตาล!นึกว่าจะต้องเดินเท้าเสียแล้ว!"
อี้ิเจ๋อกล่าวขึ้นหลังจากนั้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงจัง"แม่นางต้องขอบคุณแม่นางมาก หากมิได้ท่านช่วยเหลือไว้ ป่านนี้ข้าคงจะ..."เขาเว้นคำพูดไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางองค์รักษ์ประจำตัว ส่งสายตาให้องค์รักษ์เขาหยิบตั๋วเงินออกมา พร้อมกับตรัสด้วยสุรเสียงนุ่มนวลอีกครั้ง
"แม่นาง...โปรดรับตั๋วนี้ไว้เป็ค่าตอบแทนน้ำใจที่แม่นางให้การช่วยเหลือพวกเราเมื่อครู่"
ฮวาเสี่ยวซียิ้มเอียงอายเล็กน้อย เอ่ยด้วยท่าทีเกรงใจ
"ไม่ดีกว่ากระมังเ้าค่ะ...ข้าช่วยด้วยใจ..." แต่มือเรียวของนางก็ เอื้อมไปใกล้ตั๋วเงินในมือของอี้ิเจ๋ออย่างลังเลขณะที่ปฏิเสธการรับตั๋วเงิน
อี้ิเจ๋อ ตรัสอีกครั้งด้วยความตั้งใจ
"ข้าอยากให้แม่นางรับไว้...ถือเป็น้ำใจเล็กน้อยจากพวกข้า"
ฮวาเสี่ยวซี เอ่ยเสียงอ่อยดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตั๋วเงินในมือของอี้ิเจ๋ออย่างไม่ละสายตา"จะดีหรือเ้าคะ? ข้าช่วยด้วยใจจริงๆนะเ้าค่ะ..." มือเรียวน้อยๆ ของนางพยายามเอื้อมไปคว้าตั๋วเงินนั้นแต่ก็ดูเหมือนจะยังไปไม่ถึงเสียที
อี้ิเจ๋อ ตรัสด้วยความเข้าใจ
"ข้ารู้ว่าแม่นางมีน้ำใจแต่การเดินทางไกลย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย โปรดรับไว้เถิด"
ฮวาเสี่ยวซี พยักหน้า‘ใช่! ข้าต้องใช้เงิน แต่หากข้ารับเงินก็เสียภาพลักษณ์ของจอมยุทธ์หญิงสิ ไม่ได้รับไม่ได้’ยังคงเอ่ยเสียงอ่อย
"ไม่ดี...ข้าช่วยด้วยใจ..." แต่ปลายนิ้วเรียวของนางก็ ััอย่างเสียดายน้ำลายนางเกือบจะไหลลงมาแล้ว กับตั๋วเงินที่อี้ิเจ๋อทรงยื่นมาให้
อี้ิเจ๋อ ตรัสด้วยความขอบคุณ
"ต้องขอขอบคุณแม่นาง..."