ขณะเดินไป ใจหนึ่งก็กลัว ใจหนึ่งก็ต้องคอยปลอบตัวเองว่า ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร และเมื่อเธอเดินเข้าใกล้บางสิ่ง ที่เธอรู้สึกว่ามี แต่เธอกลับมองไม่เห็น ตรงหน้าห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่ไม่ถึง 5 ก้าว เธอก็เริ่มรู้สึกถึงพลังบางอย่าง ที่เหมือนจะกำลังพยายามดูด ตัวเธอเข้าไป...
“นะ นี่ นี่มันอะไรกันเนี้ยะ...”
ไม่ทันที่เ้าบุปผาน้อยจะได้ทันส่งเสียงร้อง ร่างของเธอก็หายเข้าไปยังที่ที่ถูกขนานนามว่า ถ้ำคู่ขนาน
ลี่อิน รู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปด้วยพลังงานที่มองไม่เห็น จนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว พอรู้สึกตัวอีกที ก็มานั่งจุมปุกอยู่ตรงนี้แล้ว เธอมองไปรอบๆ สถานที่ที่เธอมาอยู่ โดยรอบเป็หินงอก หินย้อย มีเสียงหยดน้ำดังเป็ระยะ ระยะ สถานที่เป็เหมือนถ้ำที่กว้างระดับหนึ่ง สภาพเหมือนห้องโถงหิน ทรงกลม กว้างหลายหลา แต่เธอกลับมองไม่เห็นทางออก หรือทางเข้าเลยสักทาง แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร หรือเดินไปทางไหน ลี่อินค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมา เธอตัดสินใจลองะโเบาๆ เพื่อดูว่ามีใครอยู่ที่นี้หรือไม่
“สะ สวัสดี คะ ค่ะ...มีใครอยู่ที่นี่ไหมค่ะ” เซียนน้อย ะโออกไป พลางมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร หรือใครโผล่ออกมาให้เห็นเลยแม้แต่คนเดียว เธอจึงเริ่มค่อยๆ ออกเดินสำรวจไปรอบๆ เธอเดินไปยังผนังด้านหนึ่ง แล้วลองจับที่ผนังหินของถ้ำ ความรู้สึกเย็นะเืแล่นเข้าสู่โสตประสาทในทันที จนเธอรีบดึงมือออกมาอย่างเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เริ่มรู้สึกเหมือนพื้นที่เธอยืนอยู่นั้นเริ่มสั่นเบาๆ และดูเหมือนว่าจะมีความแรงขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเธอเซไปมา และก่อนที่จะล้มลง เธอจึงรีบเอื้อมมือไปเกาะที่ผนังถ้ำเอาไว้ เพื่อผยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไป
“เ้าเซียนบุปผาน้อย...”
จู่ๆ ก็มีเสียงทุ่ม แหบ ราวกับคนแก่ ดังขึ้น พร้อมแรงสั่นะเืที่ค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งหยุดสนิท เธอจึงกลับมาทรงตัวได้อีกครั้ง
“คะ คะ ใคร น่ะ เสียงใครน่ะ” ลี่อิน ะโตอบโต้ เสียงที่ได้ยิน
“ข้าเป็ใคร เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก เ้ามาที่นี่ทำไม” เสียงลึกลับ ถามเซียนน้อยกลับ
“ข้ามาทำแบบทดสอบที่อาจารย์เซียนบอก แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงหลุดเข้ามาอยู่ที่นี้ได้” เซียนน้อยตอบด้วยความสัตย์จริง
“อีกไม่นาน เ้าจะต้องประสบเคราะห์กรรมอันใหญ่หลวง และเ้าจะต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้ มิเช่นนั้น ิญญาเ้าจะสูญสลาย ไม่สามารถกลับมามีจิตหยั่งรู้ได้อีก...” เสียงลึกลับดังขึ้น พร้อมคำทำนายที่น่าตื่นตระหนก ที่เมื่อเซียนน้อยได้ยินดังนั้นก็ทำให้หัวใจเต้นรัว พลางเหงื่อซึมออกมาตามไรผม ทั้งที่อากาศภายในถ้ำแห่งนี้ ไม่ได้ร้อนอบอ้าว แต่ออกจะเย็นมากเสียด้วยซ้ำ
“เคราะห์กรรมหรือ ข้าต้องเผชิญเคราะห์กรรมหรือ นายท่าน ท่านเซียน หมายความว่าเช่นไร ท่านเซียน ตอบข้าหน่อย ท่านเซียนอย่าเพิ่งไป....” ลี่อิน ที่ได้ยินเสียงลึกลับ กับคำทำนายที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน ว่าจะต้องเจอ
กล้วยไม้น้อยอย่างเธอ เติบโตมากับแสงแดด และน้ำค้าง เธอมีเพื่อนเป็เหล่าแมลง นกน้อย รวมถึงเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ในป่า ตรงเขตแดน์ เวลาหลายปี ที่เธอมีชีวิตอยู่แบบนั้น จนไม่รู้เมื่อไหร่ ที่เธอเริ่มมีความรู้สึก นึกคิด เริ่มมองเห็น เริ่มได้ยินเสียง จากนั้นเธอก็เริ่มพูดคุยกับเหล่านกน้อยที่บินมาหาเธอประจำ เธอทักทายแสงแดดร่ำไรยามเช้า ชื่นชมหยาดน้ำค้างที่ก่อตัวให้เธอได้รู้สึกสดชื่นในทุกๆ วัน เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเธอเป็ใคร หรือเป็อะไร เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยากจะออกไปเที่ยวเล่นในโลกกว้าง เหมือนเ้านกน้อย เธออยากจะมีเพื่อนเอาไว้พูดคุยเยอะๆ เหมือนเ้าแมลงน้อยใหญ่ที่เธอเห็น แล้วเธอก็ค่อยๆ สะสมความรู้สึก นึกคิด เหล่านี้มาเรื่อยๆ เป็เวลานานเท่าไหร่ เธอเองก็ไม่รู้ได้ เธอไม่เคยคิดว่า โลกนี้มีสิ่งเลวร้าย หรือสิ่งที่ทำให้เธอต้องเ็ปอยู่ด้วย
เธอเริ่มเรียนรู้โลกใบใหม่หลังจากที่เธอได้รับความเมตตาจากท่านเซียนาุโ ที่ชุบจิติญญา สร้างร่างกายหยาบให้กับเธอ รวมถึงตั้งชื่อเธอให้อีกด้วย ตลอดเวลาหลายปีที่ท่านเซียนมอบกายหยาบให้ เธอมีสติปัญญา และขยันเรียนรู้สิ่งต่างๆ จนท่านเซียนเองยังเอ่ยชมอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งครั้งนี้ ที่ท่านเซียนาุโ ก็ส่งเธอให้มาเรียนที่โรงเรียนเซียนแห่งนี้ โดยบอกแต่เพียงว่า เธอจะได้เรียนรู้โลกที่กว้างใหญ่ทั้ง 3 โลก ได้จากสถานที่แห่งนี้ นั่นก็ทำให้เธอตื่นเต้น ดีใจมาก จนลืมคิดไปว่า ในสถานที่แห่งนี้ มีบุคคลมากมาย เซียนน้อยใหญ่ที่เธอไม่รู้จัก รวมไปถึง การที่ต้องรับมือ การเอาตัวรอด และการตอบโต้ ที่เธอเองไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่สิ่งที่เธอไม่เคยคิดเลยก็คือ การที่เธอจะต้องพบกับคำทำนายที่น่าตื่นตระหนกเช่นนี้
ไม่ทันที่เ้าเซียนน้อยจะได้รับคำโต้ตอบกลับมา พื้นดินที่เพิ่งหยุดสั่นไหว ก็กลับมาสั่นอีกครั้ง และคราวนี้ ตัวเธอเองก็ไม่ได้มีหลักให้ยึดจับไว้ รวมไปถึงสติสัมปชัญญะของเธอที่ค่อยๆ เลือนลางไป....