เทพกับเพื่อนทั้งสองคน เดินทางผ่านเมืองตากเข้าห้วยแม่สอด ด้านหน้าเป็แม่น้ำสาละวิน เทพได้ว่าจ้างแพขนส่ง เพื่อพาม้าและคน ข้ามไปโดยสดวก พอข้ามฝั่งมา ก็มีทหารลาดตระเวนมาตรวจสอบพวกของเทพ
“ พวกเ้าเป็ใคร เข้ามาในเขตเมืองเมาะตะมะทำไม?”
“ พวกเราเป็ทหารอาสาญี่ปุ่นมาจากกรุงศรี มาขอเข้าพบ พระมหาเถระชัยยันต์ เพื่อนำสิ่งของมามอบให้ท่าน” เทพเอ่ยไปตามตรง ทหารที่ลาดตระเวนไม่รู้ว่า เป็พวกไหน มองหน้าพวกของเทพอย่างระมัดระวัง
“ พวกเ้าก็เป็ลูกศิษย์ของหลวงพ่อชัยยันต์ด้วยรึ?”
“ ข้านับถือท่านมานาน เลยอยากมาฝากตัวเป็ศิษย์รับใช้” เทพบอกไปเรื่อย
“ ข้าเองก็เป็ลูกศิษย์ของท่าน ตามข้ามาเลย ข้าจะพาไปพบกับหลวงพ่อ”
นายกองทหารหงสาผู้นี้ชื่อ สมิงชัยศรี บอกว่า ่นี้ทหารจากกรุงอังวะ เริ่มขยายอำนาจส่งกองกำลังเข้ายึดเมือง ทวาย ได้แล้ว แล้วกำลังส่งคนมายึดเมืองเมาะตะมะ และเมืองเชียงใหม่ สมิงชัยศรีได้รับคำสั่งจากเ้าเมืองมอญ ส่งคนมาคุ้มครองคนมอญที่เมาะตะมะ
“ เวลานี้พวกเราเป็เหมือนเป็คนกลุ่มน้อย พวกกรุงอังวะบัดนี้เข้มแข็งมาก กลืนกินชาวหงสาพวกเราไปเกือบหมดแล้ว ได้ข่าวว่าอีกไม่เกินสามวันนี้ พวกมันคงบุกเข้ามาแน่ พวกเ้ารีบทำธุระให้เสร็จแล้วก็รีบจากไปซะ ไม่เช่นนั้น หากพวกอังวะบุกมา พวกเ้าเป็คนต่างชาติ อาจไม่ปลอดภัย”
“ พวกเราไม่ได้ทำอะไรพวกเขา ทำไมถึงไม่ปลอดภัย”
“ ก็พวกเ้าบอกเองไม่ใช่หรึอ ว่ามาจากกรุงศรี ตอนนี้พวกอังวะ ได้ยึดเมืองทวายของเมืองกรุงศรีเอาไว้ เท่ากับเป็ศัตรูกันแล้ว และคิดมายึดเมืองเชียงใหม่อีก หากพวกอังวะเจอพวกเ้า แล้วกล่าวหาว่าพวกเ้าเป็สายสืบให้กรุงศรี พวกเ้าได้หัวหลุดแน่”
เซกิกับเซไก ฟังแล้วก็มึนหัวติ้วเลย ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเท่าไร แต่เทพกลับนิ่งเฉยไม่แสดงอาการอะไรออกมา จนกระทั่งมาถึงวัดที่ ท่านมหาเถระชัยยันต์ จำพรรษาอยู่ เทพกับพวกทั้งสอง ถูกพาเข้าไปรอที่ศาลาแห่งหนึ่ง ไม่นานก็มีคนเรียกเข้าไปพบในโบสถ์ พบภิกษุชรารูปหนึ่ง ซึ่งอายุประมาณ 80 พรรษาแล้ว สายตาของเทพมองไปด้วยสายตาแปลกไป เพราะจำได้ว่า ท่านเป็พระมหาเถระ 1 ในสิบ ที่ได้ทำการช่วยองค์ไลสมัยนั้น สะกดพลังของตน ทำให้เขาต้องะเิตัวเองตายไป
พอท่านเห็นทุกคน ก็มองผ่านๆ ไป แต่พอสบตากับเทพ ท่านถึงกับตาค้าง ท่านเห็นดวงิญญาของพระยาเทพาในร่างของเด็กหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้ จึงรีบเอ่ยออกมาว่า
“ทุกคนออกไปให้หมด อาตมาจะขอคุยกับ โยมท่านนี้เพียงคนเดียว”
ทุกคนใยิ่ง แต่ก็ต้องทำตาม ลูกศิษย์ และ นายกองสมิงชัยศรี ก็ต้องออกไปด้วยเช่นกัน
“ ในที่สุด โยมก็กลับมาเสียที ชีวิตของอาตมาผ่านมาสิบห้าปีนี้ ความรู้สึกในใจนั้นเหมือนเพลิงเผาไหม้ ไม่เคยมีวันใดมอดดับได้สักที”
“ รู้ว่าไม่ควร แล้วเหตุใดใยต้องกระทำด้วยเล่า” เทพกำมือแน่น ยืนมองหน้าพระชรารูปนี้ด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ พระพิมลธรรมให้สัญญาว่า จะรับอุปการะ ชาวมอญหนึ่งร้อยครอบครัว ให้มีที่อยู่ทำกิน จึงทำให้อาตมารับปากช่วยพระองค์ แม้ว่าอาตมาจะต้องตกนรก ลึกเท่าใดอาตมาก็ยอม นี่คือ สิ่งของที่เป็ของโยม” พระเถระชัยยันต์มอบกล่องมาให้เทพ 1 กล่อง
เทพเปิดออกดูก็พบว่า เป็แผ่นหนังมิติ ของตนที่บรรจุ ดาบวิเศษ และ ผู้ช่วยของเขาทั้งหลาย เทพได้ของกลับคืนมาแล้ว ก็ไม่สนใจพระรูปนี้อีก จึงเดินออกไปสร้างความแปลกใจให้กับ ท่านมหาเถระชัยยันต์ ที่เห็นว่าเทพยอมให้อภัย ท่านที่เคยร่วมกันฆ่าเทพเอาไว้ ได้ก้มหน้าสำนึกผิด แล้วถอนหายใจยาวๆ มองไปที่พระพุทธรูป แล้วกราบไปที่องค์พระสามครั้งเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง !
“พวกเรากลับกันเถอะ” เทพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
เซกิ กับ เซไก ก็รีบเดินตามไป ส่วน นายกองสมิงชัยศรี ก็เข้าไปกราบลา พระเถระชัยยันต์เสร็จแล้วก็รีบตาม พวกของเทพไปในทันที
“ น้องชาย พวกเ้าจะกลับกรุงศรีกันเลยหรือเปล่า”
“ นางกองมีอะไรหรือเปล่า”
“ ความจริง ข้าก็อยากย้ายครอบครัวไปอยู่ที่กรุงศรีนะ ได้ข่าวว่าที่นั่นมีทองคำมากมาย มีคนอพยพย้ายเข้าไปอยู่กันเยอะ คนมอญย้ายครอบครัว ไปเป็จำนวนมาก ทุกคนล้วนต่างอยู่ดีกินดี ไม่ทราบว่าเป็เื่จริงหรือไม่”
“ เื่ทองคำไม่มีหรอก แต่ว่าคนย้ายเข้าไปอยู่เยอะจริง คนที่อพยพเข้าไปนั้นสามารถทำมาค้าขายได้เสรี แต่ว่ามีเ้าขุนมูลนายเยอะ แต่ก็หามีใครอดตายไม่ ใครขยันก็ไม่อดตายหรอก” เซไกเอ่ยไปตามความจริง ในทันใดนั้นเอง กุฏิที่พำนักของพระเถระชัยยันต์ ก็เกิดลุกไหม้กระทันหันทั้งหมดรีบกลับเข้าไปช่วยกันดับไฟ พบว่า พระมหาเถระชัยยันต์ใช้ไฟเผาตัวท่านเองจนมอดไหม้ ไม่มีใครสามารถช่วยได้ แต่ในภาพของท่านในกองเพลิง เทพมองเห็นรอยยิ้มของท่าน
เหมือนกำลังจะบอกว่า นี่คือสิ่งที่ท่านได้รอมานาน เพื่อจะไถ่โทษความผิดที่ท่านได้ก่อเอาไว้ เทพได้แต่ท่องบทสวดแผ่เมตตา และส่งบุญกุศลที่มี พร้อมอโหสิกรรมให้กับท่าน แต่ว่า ดวงิญญาของท่านกลับถูกดูดลงไปในพื้นดิน เทพได้แต่มองไม่อาจช่วยอะไรได้
เทพกับพวกได้ขอตัวลากลับกรุงศรีในทันที ไม่อยากอยู่ต่อ เพราะว่า มีชาวบ้านเริ่มมองมาที่เทพกับพวกคล้ายไม่พอใจ กับเื่ที่เกิดขึ้น ทุกคนมองว่ากลุ่มของเทพเป็ต้นเหตุในเื่นี้
ทั้งสามคนควบม้าออกจากเมืองเมาะตะมะ ข้ามเขตแดนมาทางด่านเจดีย์สามองค์เพื่อเข้ามาทางเมืองกาญจนบุรี ระหว่างทาง ได้เห็นกองทัพอังวะ นำกำลังเคลื่อนไหวไปทางภาคเหนือ คงเตรียมบุกยึดเมืองมอญทั้งหมด จากนั้นคงไปที่เมืองเชียงใหม่ เทพรู้ดีว่า อีกไม่นาน พวกอังวะก็สามารถยึดเชียงใหม่ได้ โดยที่ทางกรุงศรีคงไม่สามารถมา ข้องเกี่ยวด้วยได้ เพราะในตอนนี้ คงมีเื่วุ่นวายเื่ราชสมบัติกันอยู่ ซึ่งเทพก็รู้ด้วยว่า พระเ้าทรงธรรมคงใกล้สิ้นสุดอายุขัยแล้ว
และก็คงมอบบัลลังก์ให้กับ พระเชษฐาธิราช โอรสของตน ไม่ยอมทำตามกฏมณเฑียรบาล คือมอบบัลลังก์ให้กับ พระมหาอุปราชวังหน้า คือ พระพันปีศรีศิลป์อย่างแน่นอน และจะเป็เหตุให้เกิดากลางเมืองขึ้น เทพคิดว่า กลับไปคราวนี้ ้าสังหารเ้าซาโต้ให้ได้ และคิดว่า พวกลามะไฟ พวกนั้นไม่สามารถ ต้านทานพลังต่อสู้ ของเขากับเพื่อนที่อยู่ใน หนังสัตว์มิติของตนได้แน่
ทั้งสองควบม้ามาหยุดที่ด่านเมืองกาญจนบุรี ก่อนถึงด่านเจดีย์สามองค์ ก็มืดพอดีเลยหยุดพักที่ริมน้ำ มีน้ำตกสวยงาม มองแล้วเพลินตายิ่งนัก แต่ขณะนั้นเอง ก็มีชาวบ้านนับร้อยคน กำลังรวมตัวกันทำพิธีกรรมบางอย่าง อยู่ทางใต้น้ำตกไปไม่ไกล เทพกับพวกเลยเข้าไปดู พบว่า บริเวณริมน้ำ มีหญิงชาวบ้านวัยไม่เกิน 15 ปีแต่งกายด้วยชุดชาวกระเหรี่ยงสีขาว นั่งอยู่ในกรงไม้ มีชายชราคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีขาว มีลูกประคำคล้องคอ ในมือถือธูปกำใหญ่ เดินไปมารอบๆ หญิงสาว ควันธูปพวยพุ่ง ไปแทบจะมอบหญิงสาวไม่เห็น แล้วพอชายชรา ก้มลงปักธูปลงพื้นดิน กลุ่มควันธูป ก็ถูกดูดลงไปในพื้นดิน ทุกคนที่ได้เห็นก็ทำหน้าแตกตื่นยิ่งนัก
เทพมองดูแล้วก็เข้าใจว่า ชายชราคนนี้ ไม่ธรรมดา มีคาถาอาคม แถมยังเลี้ยงภูติญญาเอาไว้ด้วย ทำให้ ควันธูปสีดำนั้น ถูกภูติพราย ที่อยู่ใต้ดินดูดเอาไว้
เทพไม่สนใจเื่ควันธูปสีดำ แต่ สนใจเด็กสาวมากกว่า เหมือนคนเหล่านี้จะถูกล้างสมอง พร้อมจะให้ทำอะไรก็ได้ แล้วแต่ ชายชราหัวหน้าเป็คนสั่ง
“ พวกเขาจับเด็กสาวผู้นี้มาทำไม?” เซกิถามชาวบ้านที่ยืนมองอย่างใจจดใจจ่อ
“ บูชายันต์ให้พ่อปู่เสือสมิง”
“ เพื่ออะไร?”
“ เพื่อไม่ให้ท่านพ่อปู่เสือสมิง เข่นฆ่าชาวบ้านที่มาล่าสัตว์หรือเข้ามาหาของป่า ในเขตนี้ นับั้แ่พวกเราเริ่มทำพิธีบูชายัณเด็กสาวบริสุทธิ์มาทุกปี ไม่เคยมีใครถูกพ่อปู่เสือสมิงฆ่าตายเลยแม้แต่คนเดียว” ชาวบ้านคนหนึ่งอธิบาย
“ แล้วใครเป็คนบอกว่า ต้องใช้ชีวิตเด็กสาวทั้งคนแบบนี้?” เทพเอ่ยถาม
“ ท่านหัวหน้าเผ่า เคยทำการเข้าทรงพ่อปู่เสือสมิงเป็คนบอกมา”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงของเสือ คำรามไปทั่วป่า ชาวบ้านก็เริ่มกราบไหว้แล้ว รีบออกจาก ริมน้ำตกที่ป่าแห่งนี้ ด้วยความหวาดกลัว
“ พวกเราจะเอายังไงดี ช่วยเด็กสาวคนนี้ดีไหม”
เซกิหันไปมองเทพที่ กำลังมองพ่อแม่ ของหญิงสาวที่กำลังร้องไห้เกาะลูกกรง แต่ถูกคนของ หัวหน้าเผ่าดึงตัวออกไปอย่างทุลักทุเล
“ ช่วยแน่นอน และจะจับเสือตัวเป็ๆ ไปให้ชาวบ้านดู ให้พวกเขารู้ด้วยว่า มันก็เป็แค่เสือโคร่งธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พวกเขาคิดกัน”
“อะไรนะ ! นี่เ้าจะจับเสือตัวเป็ๆ อย่างนั้นรึ?” เซไก ร้องออกมาด้วยความใ
“ จะจับมันได้อย่างไร นี่มันเสือเชียวนะ” เซกิ ถามด้วยปากคอสั่น
เทพไม่ตอบอะไร บอกให้ทั้งสองรอก่อน แล้วเทพก็นั่งสมาธิเข้าไปใน แผ่นหนังมิติ
เพื่อตรวจสอบว่า ผู้ช่วยของเขาบัดนี้ยังคงมีใครเหลืออยู่บ้าง
พอเข้าไป เ้าม้าอินทรีโผเข้ามาคลอเคลียเขาด้วยความคิดถึง เทพจับคอมันลูบหลัง ด้วยความคิดถึงเช่นกัน ส่วนหุ่นจงอางโลหะ กับเ้าเสือไฟโลหะ ก็ขยายร่างเป็เข้ามาโค้งคำนับเขา เหมือนกัน
“ ดีมาก พวกเ้ายังคงดูแข็งแรงเหมือนเดิม”
“ สวัสดี เด็กน้อย เ้ากลายเป็ชาวต่างชาติไปแล้ว ยังจำพี่นางฟ้าได้หรือไม่?”
เทพหันไปมองตระกรุดนางพญางิ้วดำ ที่ลอยมาด้านหน้า แล้วก็หยิบมาสวมเอาไว้ในคอ
“ ข้าจะลืมพี่นางฟ้าได้อย่างไร สิบกว่าปีแค่นี้เอง”
จากนั้นเทพก็เห็น ดาบวิเศษของเขา ที่ยังคงอยู่ที่แท่นในมิติแห่งนี้พร้อมกับทรัพย์สมบัติมากมาย เทพเข้าไปจับดาบวิเศษ ที่เริ่มสั่นเทา คล้ายกับว่า มันรอเ้าของกลับมา นานแสนนาน
“ ข้ากลับมาแล้ว” เทพเอ่ยจบแล้วดาบวิเศษ ก็ลอยเข้ามาในมือของเทพอย่างน่าอัศจรรย์
“ ครั้งนี้ ข้ากลับมาอีกครั้งพวกเราจะได้ออกไป ผจญภัยในโลกมนุษย์กันอีกครั้ง”
เทพมองกล่องสีขาว ที่ท่านปู่ฤาษีมอบให้ไว้ แล้วบอกว่า เมื่อถึงเวลากล่องใบนี้จะเปิดขึ้นมาเอง ในเวลาที่เหมาะสม
เทพหันละสายตาออกจากกล่องสีดำ แล้วหมุนตัวออกจากมิติแผ่นหนัง ลืมตาขึ้นมา เพราะด้านหน้า มีเสือโคร่งลาดพาดกลอน ค่อยๆ ย้างเยื้อง เข้ามาหากรงที่กักขังเด็กสาวเอาไว้ เซกิ กับ เซไก ขยับตัวเข้ามายืนข้างหลังเทพ ด้วยตัวสั่นเทา
เด็กสาว พอเห็นว่าเป็เสือ ก็ส่งเสียงร้องกรี๊ด ลั่นป่า แล้วก็สลบไปในทันที
เ้าเสือโคร่งลายพาดกลอน ใช้มือเข้าตะปบ กรงขังที่ทำจากไปจนพังยับไปหมด
แล้วมันก็ อ้าปากหมายจะขย้ำที่คอของเด็กสาวทันที
เปรี้ยง !! มีไม้สีดำเมี่ยม พุ่งอัดใส่หน้าเสือโคร่งจนกระเด็นไปกับพื้นหลายตลบ
มันขยับตัวตั้งท่ามองซ้ายมองขวา ทำท่าดมกลิ่ม เพื่อหาคนที่ทำกับมัน แล้วเทพก็ลอยตัวมายืนอยู่ตรงด้านหน้าของมัน พร้อมเรียก ไม้พลองสีดำ มาไว้ในมือ
“ เสือสมิง?” เทพมองเสือโคร่งตัวนี้ก็รู้ว่า มันไม่ใช่เสือจริงๆ เป็แค่มนุษย์ที่เรียนคาถาอาคม แล้วถูกิญญาเสือเข้าสิง ทำให้กลายร่างเป็เสือได้
โฮกกกก !! มันคำรามขู่ แล้วใช้กรงเล็บตะปบเข้าใส่ใบหน้าของเทพ ไม่ได้กลัวเกรงแม้แต่น้อย ไม้พญางิ้วดำในมือของเทพ ก็ฟาดเข้าใส่ที่คอเสือเต็มๆ เปรี้ยง !!
คราวนี้มันลงไปนอนดิ้นกับพื้น เทพเดินเข้าไปใกล้ เตะเข้าที่ท้องของมันอีกครั้ง
เปรี้ยง !! เ้าเสือกระเด็นไปชนต้นไม้ เอวแทบหัก มันตะเกียวกตะกายลุกขึ้นหมายจะหนี คิดในใจวันนี้ มันช่างโชคร้ายเหลือเกินที่มาเจอ มนุษย์อย่างเทพ
แต่ว่าการเคลื่อนไหวของมันช่างเชื่องช้า เหลือเกิน ถูกเทพฟาดเข้ากลางหลัง ทรุดตัวไปกับพื้น นอนแน่นิ่งไป แล้วิญญาเสือ ที่ถูกไม้นางพญางิ้วดำที่มีอาคมกล้าแข็ง จัดการจนิญญาของเสือแตกสลายไป เหลือแต่ร่างกายที่ยังคงเป็มนุษย์ นอนหายใจรวยริน แต่น่าแปลก ที่ร่างของมนุษย์นี้กลับยังคงมีมือเหมือนกับกรงเล็บของเสือ ร่างกายที่เปลือยเปล่ากับมีแต่ลายเสือพาดไปทั่วร่าง รวมทั้งใบหน้าอีกด้วย
“ นี่มันเป็ตัวอะไรเนี่ย”
“ มันคืุ์ ที่ถูกปีศาจเสือเข้าร่าง จนไม่สามารถแยก ร่างออกจากเสือได้อย่างเด็กขาด พอิญญาเสือถูกทำลาย ร่างของมันเลยมีสภาพครึ่งคนครึ่งเสือแบบนี้”
เทพอธิบายให้ฟัง แล้วให้ไปช่วยเด็กสาวออกมา แล้วนำร่างมนุษย์ครึ่งเสือเข้าไปในกรงขัง
ทั้งหมดก็ช่วยปฐมพยาบาลเด็กสาวจนตื่น แล้วก็ช่วยปลอบใจหาอาหารให้กิน
“ คืนนี้นอนที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะไปส่งเ้า กลับหมู่บ้าน” เทพเอ่ยกับเด็กสาวที่ยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ยิ่งเห็นมนุษย์ครึ่งเสือที่ถูกขังในกรงไม้ด้วยแล้ว ยิ่งหวาดกลัวไปกันใหญ่
พอตอนเช้า หัวหน้าเผ่า กับ ลูกบ้านกลับมา เห็นเด็กสาวปลอดภัยก็ใ เข้ามาต่อว่าเทพกับพวกที่ ไม่น่ามาช่วยเหลือเด็กสาวผู้นี้เลย แต่พอหัวหน้าเผ่าหันไปมองคนในกรงก็ใแทบช็อค
“ ลูกพ่อ เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”.......